การรู้แจ้งในการภาวนานั้น จะเป็นการรู้ตามลำดับไป
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยลงไว้ใน facebook  เมื่อวันที 15 พฤษภาคม 2555  ขอบคุณคุณหนุ่มที่ได้ส่งมาให้ครับ

1. เป็นการรู้แจ้งว่า ขันธ์ 5 นั้นไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของ ๆ เรา การรู้แจ้งแบบนี้ ถึงแม้ว่า นักภาวนาจะรู้ได้เพราะจิตแยกตัวออกมาแล้วไปเห็นสภาวะของขันธ์ 5 ที่ไม่เป็นเรา ไม่ใช่ของ ๆ เราได้แล้ว ก็จริงอยู่ แต่ทว่า... การเผลอยึดติดในอาการชองขันธ์ 5 นั้น ก็จะยังมีอยู่ แต่ถ้าไม่เผลอเพราะสัมมาสมาธิยังดีอยู่ ก็จะไม่ยึดนะครับ ไม่ใช่ว่า จิตแยกตัวออก ไปเห็นสภาวะแล้ว จะไม่ยึดอีกเลย มิใช่แบบนั้นนะครับ เพราะอาการเผลอในระดับนี้ อย่างไรก็ยังมีอยู่ และมีแยะ มีบ่อยซะด้วยซิ เรื่องแบบนี้ หลอกกันไม่ได้ครับ ใครไปถึงก็จะพบจริงๆ ว่า อาการยึดที่เกิดกับตัวเองเป็นอย่างไร มีหรือไม่มี

2. เมื่อผ่านระดับ 1 มาแล้ว ต่อไป นักภาวนาจะพบ มโน ครับ นักภาวนาจะพบว่า มโน นี่เป็นของเที่ยงก่อน ไม่เกิดไม่ดับ ไม่หายไปไหน แต่ขันธ์ 5 จะเกิดดับใน มโน ทำให้นักภาวนาเข้าใจว่า จิตนี่เที่ยง แต่ขันธ์ 5 ไม่เทียง ในระดับนี้ นักภาวนาก็ยังเผลออยู่ครับ แต่จะเผลอสั่นๆ ไม่เผลอยาว

3. เมื่อผ่านระดับ 2 มาแล้ว นักภาวนาจึงจะพบว่า ที่แท้ มโน มันโผล่มาจากการสร้างของจิตผู้รู้อีกทีหนึ่ง ตอนนี้ นักภาวนาจะเลิกสนใจขันธ์ 5 แล้ว ไม่ค่อยเผลอเท่าใดแล้ว แต่จะสนใจว่า จะจัดการภาวนาต่อไปอย่างไร จึงจะหยุด มโน ได้ แต่นักภาวนากลับไปพบ การแตกตัวออกเป็นความว่างของ จิตผู้รู้ แทน ซึ่งพอจิตผู้รู้ แตกตัวออกไปได้แล้ว นักภาวนาจึงจะพบกับสิ่งที่เรียกว่า สภาวะแห่งการไร้ตัวตน ทีแท้จริงว่า มันเป็นอย่างนี้เอง การที่นักภาวนาไม่ผ่านตามลำดับขั้นแห่งการรู้ของปัญญา แล้วบอกว่า ไม่มีตัวตน นี่เป็นการคิดเอาเอง ยังไม่ใช่การรู้แจ้งแห่งการไร้ตัวตนที่เป็นของจริง

4. เมื่อผ่านระดับ 3 มาได้แล้ว จิตผู้รู้ แตกทำลายออกเป็นความว่างก็จริง แต่นักภาวนายังพบกับสภาวะของ มโน อยู่ นักภาวนาจะหาทางทำลายให้ มโน ให้สิ้นซากให้ได้ แต่เขาจะหาทางไม่พบหรอก เพราะ มโน นั้น มันเกิดเพราะเหตุ ปัจจัย ที่นักภาวนายังไม่ตาย มันจะยังมีอยู่ แต่มันไม่เที่ยงแล้ว นักภาวนาจะเห็น มโน หายไปเป็นสุญญตา แล มโน ยังมีโผล่อีก เมื่อขันธ์ มันทำงาน นักภาวนาจะเข้าใจ มโน และ เลิกยุ่งกับ มโน ทำงาน ทำการไปตามหน้าที่ของเขา มโน จะมีหรือไม่ ไม่สำคัญอีก เพราะ จิตผู้รู้ นั้นดับสลายไปเป็นความว่างเปล่าไปแล้ว ความเป็นตัวตนได้สิ้นสุดลงไปแล้ว

พอดี วันนี้ ไปเห็นรายการพื้นที่ชีวิต ของ TPBS ที่พิธีการพูดเรื่องการไร้ตัวตน จึงนำมาเล่าสู่กันฟังว่า จะถึงตรงนั้นได้ มีนจะมีจังหวะลำดับขั้นอยู่ ไม่ใช่จู่ ๆ ไปถึงนั่นเลย ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ครับ ไม่ขยันการภาวนา ก็ไม่ก้าวหน้า เคร่งเครียดกับการภาวนา ก็เป็นการสร้างอัตตาตัวตนอีก เพราะจิตผุ้รู้จะเด่นโตชัดขึ้น แทนที่จะสลายเป็นสุญญตา การไปจ้องสภาวะ ก็เป็นการสร้างอัตตาตัวตนขึ้นอีก เพราะจิตผู้รู้จะไปเด่นโตชัดขึ้นอย่างนี้ก็ไม่ก้าวหน้า อย่างนี้ก็สร้างอัตตา แล้วให้ทำอย่างไรละ
ฝึกบ่อย ๆ ครับ ฝึกมาก ๆ ฝึกแบบผ่อนคลาย เหมือนทำเล่น ๆ ซ้อม ๆ ด้วยกฏ 3 ข้อที่เคยให้ไว้นั่นเอง
1. รู้สึกตัว
2. ผ่อนคลาย สบายๆ อย่าเครียด
3. อย่าอยากรู้สิ่งใด แต่ขอให้รู้ที่เป็นไปเอง



Create Date : 01 มิถุนายน 2555
Last Update : 7 มิถุนายน 2555 8:30:07 น.
Counter : 1897 Pageviews.

0 comments
ONE PEN : ปัญญาและการดับทุกข์ กะว่าก๋า
(24 ก.ค. 2563 06:23:50 น.)
จับอารมณ์ : หดหู่ กลัว สงบ สมาชิกหมายเลข 5990242
(23 ก.ค. 2563 16:23:03 น.)
ย้อนรำลึกถึงวันเริ่มต้น... **mp5**
(19 ก.ค. 2563 13:14:23 น.)
:: สนเฒ่าเล่าความจริง 10 :: กะว่าก๋า
(14 ก.ค. 2563 07:08:28 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namasikarn.BlogGang.com

นมสิการ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด