จะพบสังขตธรรมได้อย่างไร
ธรรมนั้นมี 2 อย่างคือ
สังขตธรรม หรือ ธรรมทีมีการเปลี่ยนแปลงได้
และ
อสังขตธรรม หรือ ธรรมที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
.
ตอนนี้ จะกล่าวถึงแต่การพบสังขตธรรมได้อย่างไร
.
ในการพบนั้น ทีสำคัญทีสุด คือ การพบครั้งแรก ถ้าพบครั้งแรกได้
ก็คือ การรู้จัก เมื่อรู้จักแล้วต่อไป ก็จะพบได้บ่อยขึ้นเอง
แต่ถ้าครั้งแรกยังไม่รู้จักเลย ก็ยากทีจะไปต่อได้
.
การพบสังขตธรรมได้ จะมาจากการทีสัมมาสติรู้ทันการไหวตัว
ของจิตพลังงาน
ซึ่งจิตพลังงานไหวตัวจะมาจากการที่เกิดเผลอตัวขึ้น
หมายความว่า
นักภาวนาต้องให้ตัวเองเผลอตัวก่อนแล้วให้จิตพลังงานไหวตัว
ก่อน แล้วให้สัมมาสติทีเคยฝีกมาก่อนหน้าไปรู้ทันการไหวตัวนั้นได้
.
ดังนั้น เงื่อนไขนี้ จะมีว่า
1..นักภาวนาต้องฝีกฝนมาก่อน
2..นักภาวนาต้องเกิดเผลอ เพื่อให้จิตพลังงานไหวตัว
.
เรื่องการฝีก คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้าใครติตตามเรื่องทีผมเขียนมานาน
คงเข้าใจหมดแล้วว่าจะฝีกอย่างไร เมื่อเข้าใจก็ขอให้ฝีกไปเถอะ
.
ทีนี้ เรื่องการเผลอ ทีผมให้ดูทีวี ก็เพื่อให้เกิดเผลอนั้นเอง
ดังนั้น การดูทีวีขอให้ท่านนักภาวนาดูทีวีอย่างเป็นธรรมชาติของท่าน
เพียงแต่ว่า ให้ตาเห็นทีวีอยู่ห่าง ๆ
แต่ท่านดูทีวีอย่างไรก็ตาม ถ้าท่านดุทีวีอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นทีวีอยู่ห่าง ก้นโดนสัมผัสทีนั่งก็รู้สึกได้ ท่านดูอย่างนี้ไม่ได้นาน ท่านจะเผลอแน่นอน พอเผลอจิตจะไหวตัวทันที ถ้าจังหวะโอกาสดี สัมมาสติ จะพบกับสังขตธรรมได้ แต่ถ้าจังหวะไม่ดี ท่านไม่พบสังขตธรรม ก็ขอให้ฝีกต่อไป เผลอครั้งนี้ไม่พบ เผลอโอกาสหน้าก็ยังมี ขอท่านต้องฝีกไปเรื่อย ๆ แบบนี้ รอจังหวะเวลาให้เกิดขึ้นแล้วพบกับสังขตธรรมได้ต่อไป
.
ดังนั้น การฝีกดูทีวี ท่านควรจะเผลอตัวเอง เพื่อพบกับสังขตธรรม
แต่ถ้าดูทีวีไม่เผลอเลย แสดงว่า ท่านต้องไปทำอะไรบางอย่างแล้ว
เพื่อไม่ให้เผลอ ดังนั้น การดูทีวีขอให้เป็นธรรมชาติเข้าไว้ ดูทีวีแล้วเห็นทีวีอยู่ห่าง ๆ ก้นสัมผัสทีนั่งก็รู้สึกได้ แต่ถ้าเผลอ ไม่เป็นไรครับ ปล่อยให้เผลอไป โชคดีจะพบธรรมได้ แต่ถ้าไม่พบ ก็ฝีกต่อไป รอโอกาสพบในการเผลอครั้งต่อ ๆ ไปก็แล้วกัน
.
การพบสังขตธรรมในครั้งแรก ไม่ใช่ของง่ายครับ ดังนั้น ต้องใช้เวลามากพอสมควรในการฝีกแล้วดูทีวี อาจใช้เวลาถึง 3 เดือนขึ้นจึงพบได้ในครั้งแรก เมื่อพบได้ 1 ครั้ง ต่อไปก็ยังเผลออีกครับ แล้วจะพบได้เรื่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นเอง
.
ผลแห่งการพบสังขตธรรมนี้ จะทำให้กำลังสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ค่อย ๆ พัฒนาให้มีกำลังมากขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วเมื่อการพบบ่อยครั้งนี้ ยังทำให้เกิดดวงตาเห็นธรรมได้อีกด้วย
.
แต่ถ้าไม่พบสังขตธรรมเลย การพัฒนากำลังสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ก็ไม่ก้าวหน้า เมื่อไม่ก้าวหน้า ดวงตาเห็นธรรมก็ไม่เกิดขึ้น
เมื่อสัมมาสติ สัมมาสมาธิเพิ่มมากขึ้น การดับทุกข์จากจิตปรุงแต่ง
ก็เริ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งนักภาวนาจะประจักษ์แจ้งในเรื่องผลแห่งการดับทุกข์ได้ด้วยตนเอง
.
นี่คือประโยชน์ของการพบสังขตธรรม



Create Date : 17 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2560 12:20:21 น.
Counter : 636 Pageviews.

1 comments
พู่กันเดียว : ความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเรา กะว่าก๋า
(31 ก.ค. 2563 06:46:21 น.)
ONE PEN : ปัญญาและการดับทุกข์ กะว่าก๋า
(24 ก.ค. 2563 06:23:50 น.)
จับอารมณ์ : หดหู่ กลัว สงบ สมาชิกหมายเลข 5990242
(23 ก.ค. 2563 16:23:03 น.)
กรรมสะท้อน ย้อนยอกชีวิต อาจารย์สุวิมล
(20 ก.ค. 2563 21:40:34 น.)
  
ผมขอทำความเข้าใจกับผลของการฝีกฝนดูทีวีทีได้บอกไปว่า
.
ในการดูทีวี ทีผมอธิบายไปนั้น
ต้องเข้าใจด้วยครับว่า
เมื่อดูทีวีไปนั้น จะมี 3 อาการเกิดขึ้น
คือ
1..จิตใจปกติ เฉย ๆ ยังรู้การสัมผัสทางกายได้ เห็นทีวีอยู่ห่าง ๆ ได้
อาการนี้ ผมขอเรียกว่า การอยู่ในสติปัฏฐาน
.
2..เมื่อดูไปสักพัก เกิดจิตปรุงแต่งขึ้น ไม่ว่าปรุงแต่งอะไรก็ตาม
.
3..เมื่อดูไปสักพัก เกิดอาการเผลอ เผลอก็คือ
ไม่รู้สึกตัว ไม่เห็นทีวีอยู่ห่างๆ แล้ว ไม่รู้การสัมผัสทางกายแล้ว
.
อาการข้อ 2 และ 3 นี่แหละ คือ ยาขมทีดีมาก
เพราะเมื่อเกิดขึ้น แล้ว ขอให้เริ่มใหม่
เดียวก็เกิดอีก แล้วนักภาวนาก็เริ่มใหม่
จะวนเวียนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
การพบข้อ 2 และ 3 ไปเรื่อย ๆ จะทำให้ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ
แข็งแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ และจะเกิดดวงตาเห็นธรรมได้ในอนาคต
เมื่อพบข้อ 2 และ 3 ได้มากพอ จนเกิดประสบการณ์มากขึ้น
ซึ่งระยะเวลาทีฝีก ก็อาจนานถึง 6 เดือนขึ้นไป แล้วแต่คนและการขยันฝีกฝน
.
ผลของการพบข้อ 2 และ 3 มากมาก จนเกิดกำลังมากขึ้นของ
สัมมาสติ สัมมาสมาธิ และ ดวงตาเห็นธรรมได้นั้น จะทำให้ข้อ 1 เกิดอยู่ได้เอง
ยาวนานขึ้นที่เป็นธรรมชาติ
.
การฝีกนั้น เราไม่ใช่ต้องการข้อ 1 อยู่ยาวนานนะครับ
แต่เราต้องการ การพบ การเห็น ข้อ 2 และ 3 ได้เร็วขึ้นต่างหาก
จากทีรู้เห็นไม่ทัน เมื่อพบได้บ่อย ๆ มีประสบการณ์มากขึ้น
ก็จะเริ่มรู้เห็นได้
จากทีไม่ค่อยเห็น ก็จะเห็นได้บ่อยขึ้น เห็นได้เร็วขึ้น
นี่คือ การวัดผลของการฝีกฝน
ยิ่งใครสามารถพบเห็นได้บ่อย ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มกำลังของสัมมาสติ สัมมาสมาธิได้รวดเร็ว
.
.ในทำนองเดียวกัน การอยู่แต่ในข้อ 1 นั้น จะมีแต่จิตสงบ
แต่ไม่เพิ่มขึ้นของกำลังสัมมาสติ สัมมาสมาธิ
การดูทีวีนั้น ก็เพื่อเป็นตัวล่อ ทำให้เกิดจิตปรุงแต่ง หรือ หลอกให้จิตเผลอนั่นเอง
.
การทีนักภาวนาสามารถรู้เห็นได้เร็วขึ้นนี้แหละ
ต่อไป เมื่อนักภาวนาเกิดจิตปรุงแต่ง ก็จะรู้เห็นได้ทันเช่นกัน
การรู้เห็นได้ จะทำให้การพบจิตปรุแต่งเป็นไตรลักษณ์ได้
ผลก็คือ ปัญญาจะเกิดขึ้นแก่นักภาวนาเพราะเหตุนี้
เมื่อมีปัญญาเกิดแบบนี้ ดวงตาเห็นธรรมก็จะเกิดตามาได้เองภายหลัง






โดย: นมสิการ วันที่: 19 พฤศจิกายน 2560 เวลา:12:36:27 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namasikarn.BlogGang.com

นมสิการ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด