13 กันยายน 2556 25 ปีแห่งการมรณภาพหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
หลวงพ่อเทียน มรณภาพ ในวันที่ 13 กันยายน 2531 ที่จังหวัดเลย และ ปีนี้ 2556 ก็เป็น 25 ปีทีหลวงพ่อท่านได้ทิ้งแนวทางการปฏิบัติธรรมทียิ่งใหญ่ไว้แก่ชาวไทย นั้นคือ การเจริญสติแบบเคลื่อนไหว

ผมไม่ได้เป็นศิษย์ของหลวงพ่อท่านโดยตรง  และผมก็ไม่เคยพบกับหลวงพ่อเทียน แต่แนวทางการปฏิบัติแบบหลวงพ่อนั้น ผมได้รับการเชิญชวนจากเพื่อนท่านหนี่งคือ คุณ Koknam และผมก็ได้ลองศีกษาแนวทางของท่านและได้ลงมือฝีกฝนในเบื้องต้น 

ที่ผมกล่าวว่า ได้ลงมือฝีกฝนในเบื้องต้น เพราะต่อมาผมได้ค้นคิดแนวทางของผมเองขึ้นมา เนืองจากผมค่อนข้างจะไม่เข้าใจในการฝีกฝนแบบหลวงพ่อ ทั้งๆ ทีดูเหมือนง่าย ๆ ไม่มีอะไรมาก และผมก็ได้เข้ารับการอบรมจากทั้งพระ และฆราวาสในสายหลวงพ่อเทียนอยู่หลายครั้ง แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี 

ผมได้เคยอ่านหนังสือหลวงพ่อเทียนหลายเล่ม มีอยู่เล่มหนี่ง ผมจำไม่ได้ว่า ชื่อว่าอะไร หลวงพ่อเทียนพูดเปรย ๆ ว่า "ไม่มีใครเข้าใจหลวงพ่อเลย" 

จนถีงปัจจุบันนี้ จากทีผมได้ฝ่าฟันการปฏิบัติเรื่อยๆ มา จนพบกับสภาวะธรรมต่างๆ มากมาย เมื่อผมย้อนกล้บมาดูสิ่งทีหลวงพ่อเทียนท่านสอนไว้  ผมจึงเข้าใจในสิ่งทีหลวงพ่อเทียนท่านพยายามจะบอกกับเหล่านักภาวนาทีมาเรียนกับท่าน และผมก็ได้รู้ว่า สิ่งที่หลวงพ่อเทียนท่านได้สอนไว้ ช่างเป็นกรรมฐานทียิ่งใหญ่อีกแนวทางหนี่ง

สิ่งที่ผมจะเขียนในเรื่องนี้ จะเป็นเรื่องการภาวนาที่คนทั่วๆ ไป ที่ได้เข้ามาศีกษาแนวทางของหลวงพ่อเทียนมักจะพบกับการสับสนในการลงมือฝีกฝน

1.. "ให้รู้สีก" หรือว่า "ให้รู้สีกตัว"

คำ 2 คำนี้ ไม่เหมือนกัน ระหว่าง "ให้รู้สีก และ การรู้สีกตัว "
ถ้าท่านผู้อ่านได้ไปวัดสนามใน ไปดูทีศาลาหลังเดิมทีพระใช้ฉันอาหาร จะมีแผ่นภาพขนาดใหญ่ทีเป็นภาพขาวดำของหลวงพ่อเทียน ทีแสดงการเคลื่อนมือ และ ในภาพนั้น ทุกภาพจะมีคำว่า "ให้รู้สีก"

แต่ในยุคปัจจุบัน ในการสอนต่างๆ ทีบอกว่าสอนแนวทางหลวงพ่อเทียน มักใช้คำว่า"ให้รู้สีกตัว"

คนทีไม่เข้าใจ อาจคิดว่า 2 คำนี้เหมือนกัน แต่จริงๆ  ในความเป็นสภาวะธรรมนั้นต่างกัน

สิ่งทีต่างกันก็คือ ในขณะทีรู้สีกตัวนั้น จะมีความคิดผสมก็ได้ หรือ ไม่มีก็ได้  

แต่ถ้า "ให้รู้สีก" จะไม่มีความคิดผสม จะมีแต่สภาวะรู้ล้วน ๆ  ซี่งการเคลื่อนมือแบบหลวงพ่อนั้น ท่านสอนให้รู้สีกทีกาย เมื่อเคลื่อนมือด้วยการ "ให้รู้สีก" ท่านกำลังสอนให้รู้ล้วน ๆ ลงไปทีกายโดยไม่มีความคิด

แต่ถ้าเพียงรู้สีกตัวแล้วรู้ลงไปทีกาย ก็จะเป็นว่า รู้กายด้วยอาจมีความคิดเจือปนหรืออาจไม่มีความคิดเจือปนก็ได้ 

2..การเคลื่อนมือแบบหลวงพ่อเทียนท่านสอนให้เคลื่อนมืออย่างไร

ทีว่าเคลือนมืออย่างไร จะมี 2 กรณีคือ

2.1 เคลื่อนมือติดต่อกันตลอด หรือว่า เคลื่อนมือแล้วหยุด แล้วเคลื่อนต่อแล้วหยุด

ผมเห็นคนทีไปเข้าครอส์การฝีกแบบหลวงพ่อเทียนจำนวนมาก เคลื่อนมือติดต่อกันตลอด แต่สิ่งทีหลวงพ่อเทียนท่านสอนไว้คือ การเคลื่อนแล้วหยุด ไม่ใช่เคลื่อนโดยตลอด

2.2 การเคลื่อนมือแบบหลวงพ่อเทียนเคลื่อนเร็วหรือช้า อย่างไร

ในหนังสือของหลวงพ่อเทียน ท่านบอกไว้ว่า การเคลื่อนมือนั้น ให้เคลื่อนช้า และในวิดิโอทีมีภาพหลวงพ่อเทียนสอน ท่านก็เคลื่อนมือช้า แต่ไม่ใช่ช้าแบบ slow motion 

***********
ปัญหา 2 ข้อข้างต้น ถ้านักภาวนาทำความเข้าใจได้ตรงกับสิ่งทีหลวงพ่อเทียนท่านได้สอนไว้
การภาวนาจะก้าวหน้าไปตามลำดับ  

25 ปีทีหลวงพ่อเทียนจากไป สิ่งทีทิ้งไว้คือเทคนิคการเจริญสติทียิ่งใหญ่ สมควรสืบทอดไว้อย่าให้ผิดเพื้ยนไป





Create Date : 09 กันยายน 2556
Last Update : 9 กันยายน 2556 13:13:43 น.
Counter : 2170 Pageviews.

1 comments
พู่กันเดียว : ความไม่เที่ยงแห่งชีวิต กะว่าก๋า
(30 ก.ค. 2563 06:57:41 น.)
พู่กันเดียว : โอม มณี ปัทเม ฮุม กะว่าก๋า
(27 ก.ค. 2563 07:37:33 น.)
ONE PEN : ตนเตือนตน กะว่าก๋า
(22 ก.ค. 2563 07:13:24 น.)
ตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 257 " กรรมสะท้อน ย้อนยอกชีวิต " newyorknurse
(20 ก.ค. 2563 05:22:14 น.)
  
กิจกรรม ครั้งที่ 6 วันอาทิตย์ที 24 พฤศจิกายน 2556 เวลา 13-16 น.

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=namasikarn&month=09-2013&date=12&group=14&gblog=16
โดย: นมสิการ วันที่: 12 กันยายน 2556 เวลา:14:36:16 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namasikarn.BlogGang.com

นมสิการ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด