จิตผู้รู้ เกิดได้อย่างไรในการภาวนา
บทความนี้ เป็นบทความทีไม่มีปรากฏในพระไตรปิฏก ผมเขียนขึ้นเพื่อเป็นการแบ่งปันแก่นักภาวนาเท่านั้น และเป็นบทความทีค่อนข้างยาก ไม่ใช่มือใหม่จะเข้าใจได้ อย่าได้มาถามผมว่า ผมรู้ได้อย่างไร มั่วหรือเปล่า มีหลักฐานอะไรยืนยัน ผมจะไม่ขอตอบครับ

*********************

ในธรรมชาตินั้น พระไตรปิฏกได้กล่าวไว้ว่า จะมีธาตุ 6 เป็นธรรมชาติประกอบอยู่ในตัวคนเรา (ไปค้นคำว่า ธาตุ 6 ใน google อ่านดูเองได้)

ฐาน 6 มีอะไร
1. ดิน 2. น้ำ 3.ลม 4.ไฟ 5. อากาศธาตุ 6.วิญญาณธาตุ

ดิน น้ำ ลม ไฟ ผมจะไม่กล่าวถีง ท่านทีเข้าเรียนกับผมมา หรือ ดูวิดิโอในกิจกรรม คงรู้จักกันแล้ว

อากาศธาตุ คือ ความว่าง อันเป็นปรมัตถธรรมทีอยู่ในโลกภายในของจิตใจ
ถ้าใครเห็นโลกภายในของจิตใจได้ จะพบความว่างอยู่ ทีผมเรียกอากาศธาตุนี้ว่า มโน

วิญญาณธาตุ ก็คือ ธาตุรู้ ซี่งตัวนี้ จะเกี่ยวข้องกับจิตผู้รู้ โดยตรง ขอให้อ่านต่อไป

ธาตุรู้ หรือ วิญญาณธาตุ จะมีคุณสมบัติ คือ รู้ ได้ในโลกปรมัตถธรรม
ไม่ใช่ไป รู้ ในโลกของสมมุติ ถ้ารู้ในโลกสมมุติ จะเป็นขันธ์ทีไปรู้โลกสมมุติ อันได้แก่ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ เป็นตัวทีไปรู้ในโลกสมมุติ

เมื่อ คนเกิดมา พร้อมกับมีอวิชชาติดมาด้วย ธาตุรู้หรือวิญญาณธาตุ จะถูกหุ้มห่อด้วยพลังงานตัวหนี่ง เมื่อพลังงานหุ่มห่อธาตุรู้ไว้ จะทำให้ ธาตรู้ ปรากฏขึ้นเป็นดวง หรือ เป็นเม็ด หรือ เป็นก้อน ซี่งนักภาวนาทีภาวนาจนมีญาณปัญญาจะสามารถเห็น ดวง / เม็ด / ก้อน นี้ได้ ซี่งก็คือ ธาตุรู้ทีมีอวิชชาอยู่ ซี่งคนมักเรียกธาตุรู้ทีมีอวิชชาแบบนี้ว่า จิตผู้รู้

นีคือธรรมชาติของของจิตผู้รู้ ซี่งไม่ต้องทำอะไร มีอยู่แล้วในคนทุกคน
เพียงแต่คนไม่รู้จัก เพราะไม่เคยเห็นนั่นเอง

ทีนี้ ปัญหาของนักภาวนา ก็คือ ทำอย่างไร จึงจะพบกับจิตผู้รู้ได้

ผมได้นำร่องไว้แล้วว่า ธาตุรู้นั้น จะมีคุณสมบัติในการไปรู้โลกปรมัตถธรรม
ดังนั้น ถ้าเราต้องการพบจิตผู้รู้ เราก็ต้องให้ธาตุรู้เขารู้จักโลกปรมัตถธรรมมาก ๆ รู้บ่อยๆ รู้เนือง ๆ

เมื่อจิตผู้รู้ ซี่งก็คือ ธาตุูรู้ทีมีอวิชชา ไปรู้โลกปรมัตถธรรมบ่อยๆ มาก ๆ จิตผู้รู้ จะเกิดอาการขึ้น 2 อย่างในมรรค 8 คือ เกิดสัมมาสติ และสัมมาสมาธิขึ้น

การทีจิตผู้รู้ มีสัมมาสมาธิเกิดขึ้น จิตผู้รู้ จะตั้งมั่นอยู่ในฐาน ไม่ออกจากฐาน (การออกจากฐาน วงการภาวนาจะเรียกว่า ส่งจิตออกนอก ) เมื่อจิตผู้รู้ตั้งมั่นมากพอ ไม่ออกจากฐาน จิตผู้รู้ จะปรากฏตัวออกมาในลักษณะเหมือนมีอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นบนใบหน้าทีเป็นลักษณะของผู้รู้ ผู้ดู ไปยังอาการทางปรมัตถธรรม นี่คือ สิ่งทีนักภาวนาจะพบกับจิตผู้รู้ได้เพราะเหตุทีจิตผู้รู้ตั้งมั่นอยู่ทีฐานได้มั่นคงพอแล้ว

ในอาการทางปรมัตถธรรมบางอย่าง เช่น ความเจ็บปวด อารมณ์โกรธ ความคิด เมื่อจิตผู้รู้ตั้งมั่นมากพอ นักภาวนาจะเห็นจิตผู้รู้ได้เด่นชัดกว่าว่า มีสิ่งหนี่งทีโผล่ออกมาอย่างเด่นชัด แล้วไปดูความเจ็บปวด ดูอารมณ์โกรธ ดูความคิด ซี่งการดูของจิตผู้รู้นี่จะดูเงียบ ๆ เพียงดูอาการทางปรมัตถธรรมแบบดูเฉย ๆ ซี่งอาการเด่นชัดของจิตผู้รู้ นี้ จะทำให้นักภาวนารู้จักจิตผู้รู้ขึ้นมาได้

สรุป

1..การจะพบจิตผู้รู้ ได้นั้น นักภาวนาต้องหัดให้จิตผู้รุ้ ไปรู้ ปรมัตถธรรม ก่อน รู้ให้มาก ๆ เพื่อให้จิตผู้รู้ตั้งมั่นเป็นสัมมาสมาธิก่อน

ปัญหาใหญ่ของนักภาวนาก็คือ นักภาวนาไม่ได้ฝีกฝน ให้จิตผู้รู้ไปรู้ในปรมัตถธรรม แต่กลับให้ไปรู้ในโลกสมมุติ ซีงการรู้ในโลกสมมุติ จะทำให้จิตผู้รู้ไม่เกิดสัมมาสมาธิ เมื่อจิตผู้รู้ไม่ตั้งมั่นในสัมมาสมาธิ จิตผู้รู้ก็ไม่ปรากฏตัว

2..เมื่อนักภาวนาฝีกฝนในข้อ 1 แล้ว ฝีกมาก ๆ ฝีกบ่อย ๆ จิตผู้รู้จะรปรากฏตัวขึ้นมาเอง เมื่อจิตผู้รุ้ไปรู้ในโลกปรมัตถธรรมเข้า

ซี่งการปรากฏตัวนี้ จะปรากฏแบบไม่ชัด และแบบชัด
นักภาวนาทีไม่รู้จักจิตผู้รู้เลย จะไม่สามารถพบจิตผู้รู้แบบไม่ชัด
ดังนั้น นักภาวนาต้องรอเวลา ให้เกิดอารมณ์ปรมัตถธรรมทีรุนแรง เช่น อารมณ์โกรธ หรือ เกิดทุกขเวทนาทีรุนแรง จิตผู้รุ้จะปรากฏตัวออกมาชัดเจน ทำให้นักภาวนารู้จักจิตผู้รู้ได้

ต่อเมื่อนักภาวนาทีรู้จักจิตผู้รู้ได้แล้ว นักภาวนาจะสามารถรู้จักจิตผู้รุ้แบบไม่ชัดต่อไปได้เอง

3..ผมจะไม่บอกละว่า ปรมัตถธรรมอะไร ทีควรให้จิตผู้รู้ไปรู้บ่อยๆ เพื่อเป็นการฝีกฝน ท่านทีสนใจ ขอให้ไปดูในวิดิโอ ในหมวดกิจกรรม




Create Date : 09 กรกฎาคม 2558
Last Update : 9 กรกฎาคม 2558 9:53:31 น.
Counter : 2965 Pageviews.

0 comments
สภาวะที่รู้อารมณ์คืออะไร พรหมสิทธิ์
(29 ก.ค. 2563 00:40:18 น.)
พู่กันเดียว : โอม มณี ปัทเม ฮุม กะว่าก๋า
(27 ก.ค. 2563 07:37:33 น.)
ONE PEN : เห็นผิด กะว่าก๋า
(26 ก.ค. 2563 08:41:39 น.)
ONE PEN : ตนเตือนตน กะว่าก๋า
(22 ก.ค. 2563 07:13:24 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namasikarn.BlogGang.com

นมสิการ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด