จิตนี้ผุดผ่อง แต่ว่าจิตนั้นแล เศร้าหมอง ด้วยอุปกิเลสที่จรมา ฯ
1...พระไตรปิฏกเถรวาท ได้เขียนไว้ว่า
[๕๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ผุดผ่อง แต่ว่าจิตนั้นแล เศร้าหมองด้วยอุปกิเลสที่จรมา ฯ
[๕๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ผุดผ่อง และจิตนั้นแล พ้นวิเศษแล้วจากอุปกิเลสที่จรมา ฯ
อ้างถึง
https://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=20&A=205&Z=209&pagebreak
*
2..เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะไปออกเดินทางเพื่อแสวงหาโมกขธรรม
เมื่อพระองค์ทรงค้นพบแล้ว พระองค์ได้ทรงอุทานออกมาว่า
บัดนี้ พระองค์ได้ทรงพบนายช่างตัณหาผู้สร้างเรือนแล้ว
นายช่างตัณหาจะมาสร้างเรือนอีกไม่ได้แล้ว
*
นักภาวนาทีปฏิบัติฝึกฝนตามแนวทางแห่งมรรคมาด้วยดีอยู่เสมอจนเป็นนิสัย
จิตมีกำลังของสัมมาสติ สัมมาสมาธิพอสมควร
จะเห็นการปรุงแต่งของจิตปรุงแต่งเกิดดับเป็นไตรลักษณ์ได้
สถานทีเกิดการปรุงแต่งของจิตปรุงแต่งนั่นแหละคือ *เรือน* ทีเกิดขึ้นเพราะ ตัณหา
*
เมื่อการปรุงแต่งเกิดขึ้นทีเรือน ถ้านักภาวนามี ญาณปัญญา มากพอ
ก็จะเห็นได้ว่าที เรือน นี้ มีอาการของการขุ่นมัว หรือ
มีอาการทีเศร้าหมองเกิดขึ้นเมื่อมีการปรุงแต่งเกิดขึ้น
*
ถ้านักภาวนา มีกำลังของ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ปัญญาญาณ มากพอ
จะพบได้อีกว่าเมื่อใดที่
**อาณาปานสติ ขาดหายไป จะเกิดการขุ่นมัวที่ เรือน เสมอ
ในทำนองกลับกัน
**ถ้าตราบใดทีอาณาปานสติ คงอยู่ ที เรือน นี้ จะผ่องใส
*
นี่เป็นเหตุผล ทีพระพุทธองค์ ทรงยกย่อง อาณาปานสติ ว่าเป็นยอดของกรรมฐานทั้งปวง
*
เมื่อใด ทีนักปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา มีสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ปัญญาณ
ทีมากพอเห็นกลไกของจิตเศร้าหมองได้ทันที่เกิดขึ้น และ เห็นกลไกของ
จิตประภัสสรผ่องใสได้ทันที่เกิดขึ้นได้
*
นักปฏิบัติธรรมนั้น จะรู้วิธีการ *วางจิต* หรือ *การตั้งจิต* ว่าจะวางจิต หรือ ตั้งจิตอย่างไร จึงจะ
2.1 สามารถเห็นอาการทีจิตเศร้าหมองเกิดขึ้นทันที ถ้าอาณาปานสติขาดลงด้วยเหตุใดก็ตาม
2.2 สามารถวางจิตได้ตรง ทีจะให้มีอาณาปานสติเจริญได้อยู่เสมอเอง
ไม่ว่าจะอยู่ในกิจการงานใดในชีวิต
**
ผลแห่งการ วางจิต หรือ ตั้งจิต ทีตรง ทีถูกต้อง ธรรมชาติแท้การไม่มีตัวตน หรือ สุญญตาสภาวะ
ก็เกิดขึ้นด้วย
*
3..การเข้าถึงในข้อ 2 นั้น ไม่มีทางอื่น นอกจาก การเจริญ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ปัญญาญาณ
ให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ จนวันหนี่ง ทีกำลังจิตเหล่านี้ มีมากพอ และเกิดเห็นทันการเกิดขึ้น
อาการของจิตเศร้าหมอง และ เห็นทันอาการทีเกิดขึ้นของอาการจิตประภัสสร
ได้ ก็จะสามารถ รู้การวางจิต หรือ การตั้งจิตได้
อาการเห็นได้ทันนี้ ไม่มีใครสามารถบอกให้ได้ว่า
ตั้งจิตตรงไหน อย่างไร นอกจากจะพบได้เองเท่านั้น
*
ถ้าท่านเป็นนักเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ ท่านจะพบว่า การเล่นเกมส์นั้น
เมื่อผ่านมาถึงจุดหนี่ง ก็จะแพ้ หรือ ตาย แล้วก็ลงมือเล่นเกมส์รอบใหม่
การแพ้ในรอบทีแล้ว ท่านจะรู้ว่า เกมส์นี้ มีจุดทีต้องพบด่านทีใด เมื่อถึงจุดนี้
ท่านก็ต้องระวังเป็นพิเศษ อาศัยประสบการณ์ทีผ่านมาจากการแพ้ในเกมส์
แต่เล่นรอบใหม่ ก็จะสามารถผ่านจุดนี้ไปได้
ในการปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน
ถ้าไม่ให้ปล่อยให้จิตไปพบทุกข์เองตามวิถึทางของธรรมชาติ
จิตจะไม่มีประสบการณ์การพ่ายแพ้ เมื่อจิตมีประสบการณ์มากพอ
ประสบการณ์นี่แหละ วันหนี่ง จะทำให้ท่านพบกับ การตั้งจิต หรือ การวางจิต ได้เอง
*



Create Date : 30 มีนาคม 2563
Last Update : 30 มีนาคม 2563 8:59:43 น.
Counter : 229 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
พู่กันเดียว : ความไม่เที่ยงแห่งชีวิต กะว่าก๋า
(30 ก.ค. 2563 06:57:41 น.)
ทุกศาสนามีการลิขิตหมด พรหมสิทธิ์
(26 ก.ค. 2563 10:35:15 น.)
ONE PEN : ตนเตือนตน กะว่าก๋า
(22 ก.ค. 2563 07:13:24 น.)
เหตุใดเราจึงถวายผ้าห่มพระธาตุเจดีย์ พรหมสิทธิ์
(21 ก.ค. 2563 21:46:37 น.)
  
บทความเรื่อง การทดสอบ จิตประภัสสร
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=namasikarn&month=02-2019&date=11&group=6&gblog=57
โดย: นมสิการ วันที่: 30 มีนาคม 2563 เวลา:9:03:09 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namasikarn.BlogGang.com

นมสิการ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด