วางจิตในการภาวนาอย่างไรดี
  ผมเคยพูดเรื่องการวางจิตในการภาวนาในกิจกรรม ผมจำไม่ได้ว่าครั้งที่เท่าใด  ขอให้อ่านใหม่จากเรื่องนี้ก็แล้วกัน

การวางจิต คือ ตำแหน่งของจิตที่ควรจะเป็น เมื่อจิตอยู่ในตำแหน่งนี้แล้ว และ ตั้งมั่นในตำแหน่งนี้ นักภาวนาจะพบเห็นสภาวะธรรมตามความเป็นจริงได้ดี  ไม่หนักไปทางใดทางหนี่ง ทีว่า หนัก คือ
หนักไปทางรู้กาย หรือ หนักไปในทางรู้ความคิด

1...คนทั่วๆ ไปจิตจะตั้งอยู่ด้านหน้าของใบหน้า (อยู่นอกร่างกาย) อันเป็นตำแหน่งที่สร้างขันธ์ขึ้นมา จิตทีอยู่ตำแหน่งนี้ เหมาะมากสำหรับการทำงานทางโลก เวลาพูด เวลาคิด ก็ต้องอยู่ทีนี่ ถ้าจิตไม่อยู่ที่นี่ จะทำงานทางโลกไม่ได้เลย เมื่อจิตอยู่ทีนี้ จิตก็เข้าไปในขันธ์ หรือ บางทีก็พูดว่า เข้าไปในความคิด ทำให้คนเกิดมิจฉาทิฐิ เห็นผิดไปว่า  นั่นเป็นเรา นั่นเป็นของเรา 

เนื่องจากคนทั่วๆ ไป ถูกหล่อหลอมไปกับสถานการณ์ทางโลกมาตั้งแต่เล็ก ดังนั้น ธรรมชาติของคนปกติ จิตจะเก่งมากทีจะอยู่ทีนี่

2..นักภาวนาที่ฝีกมาทางสายสมถะ จะมีวิธีถอยจิต คือ ดีงจิตจากข้อ 1 ให้มันวิ่งหลบเข้ามาภายในร่างกายนี้  เมื่อจิตวิ่งหลบมาอยู่ภายในร่างกายนี้ จิตจะคิดไม่เป็น เพราะตำแหน่งของจิตมันผิดไปจากเดิม (เพราะถ้าคิด จิตต้องอยู่ตำแหน่งที 1 เท่านั้น )  

พอจิตคิดไม่เป็น จิตจะสงบ นักภาวนาทีชอบทำสมถะเพื่อหาความสงบ มักทำอย่างนี้  แต่เมื่อมีความสงบ คิดไม่เป็น จิตก็ไร้ปัญญา 

3..ถ้าไม่ใช่ 1 ไม่ใช่ 2 ก็เป็นข้อ 3 นี่้แหละ ทีดีสำหรับการภาวนาตามมรรค 8
ข้อ 1 จิตอยู่ภายนอกกาย แต่อยู่แถวใบหน้า  
ขอ้ 2 จิตอยู่ภายในกาย ทีในก็ได้ ที่ภายในร่างกาย

ข้อ 3 จะเป็นว่า จิตไม่อยู่นอกกายแถวใบหน้า และ ไม่อยู่ภายในร่างกายนี้ แต่มันจะอยู่แถวผิวหนังของร่างกาย 

จากข้อ 1 ให้จิตหดกลับไปทีผิวหน้า ก็จะเป็นข้อ 3  ทันที 

วิธีการก็คือ ให้นั่งสบายๆ  อย่าเกร็ง ไม่จำเป็นต้องนั่งแบบนั่งขัดสมาธิ  จากนั้นให้เอามือไปเกาที่แผ่นหลัง หรือ ท้ายทอย แล้วให้รู้สีกได้ถีงมือทีกำลังเกาอยู่ทีแผ่นหลังรือท้ายทอย  ตามองไปข้างหน้า ให้สังเกตว่า ตาเห็นภาพข้างหน้าได้ แต่ภาพไม่ชัด (ถ้ามีหนังสืออยู่จะเห็นหนังสือเบลอ อ่านไม่ออก) และจะเห็นภาพเป็นมุมกว้างๆ แบบ panorama ได้

ทีนี้ให้สังเกต เมื่ออยู่ในอาการเกาแผ่นหลังหรือท้ายทอย
ตาเห็นได้ใช่ไหม (แต่ไม่ชัด )
หูได้ยินได้ใช่ใหม (แต่อาจฟังไม่รู้เรื่อง)
จมูกได้กลิ่นได้ใช่ไหม
ถ้านั่งอยู่ รู้สีกได้ถีงการเกาทีแผ่นหลังหรือท้ายทอยได้  บางคนก็อาจรู้ได้ด้วย ถึงก้นทีสัมผัสพื้น หรือ เก้าอี้ หรือ บางคนก็สัมผัสได้ถีงการกระเพื่อมเนื่องจากการหายใจได้ด้วยคือ กายจะรู้ได้หลายๆ อย่างพร้อม ๆ กัน ( รู้ลมอย่าไปจิตไปทีปลายจมูกนะครับ )

ถ้าสามารถไปแบบนี้ได้ ต่อไปให้สังเกตอาการแบบข้อ 3 นี้ ว่าลักษณะอาการของจิตเป็นอย่างไร แล้วลองเอามือทีเกาแผ่นหลังหรือท้ายทอยออก (คือ เลิกเกา)
ความรู้สีกอยู่แบบเดิมได้ไหม ถ้าได้ ก็ให้ฝีกอยู่แบบนี้ แล้วรู้ทั่วๆ ไปหลาย อย่างทีเขียนไว้ข้างต้น
ถ้ามันหลุดจากเดิม ให้ตั้งต้นใหม่ อีกครั้งตามทีเขียนไว้ข้างบนนี้ ให้ทำบ่่อยๆ จนชำนาญ กล่าวคือ เมื่อจะวางจิต ให้ไปอย่างนี้ได้เลย โดยไม่ต้องไปเริ่มทีเกาแผ่นหลังหรือท้ายทอย

วิธีการทีผมเขียน สำหรับคนใหม่ทีจะฝีกวางจิตในการภาวนา แต่ถ้าใครทีเห็นจิตได้แล้ว
ก็จะเห็นเองว่า ตำแหน่งนี้   จิตจะไม่อยู่ภายในร่างกาย และ ไม่อยู่ภายนอกแถวใบหน้า

เรื่องนี้ อาจเข้าใจยากสักหน่อย แต่ถ้าลองทำแล้วลองสังเกตอาการของจิตดู ก็อาจคลำถูกทางได้ครับ







Create Date : 27 สิงหาคม 2556
Last Update : 27 สิงหาคม 2556 20:49:49 น.
Counter : 2003 Pageviews.

0 comments
ONE PEN : เห็นผิด กะว่าก๋า
(26 ก.ค. 2563 08:41:39 น.)
ONE PEN : ธรรม กะว่าก๋า
(23 ก.ค. 2563 06:27:16 น.)
ย้อนรำลึกถึงวันเริ่มต้น... **mp5**
(19 ก.ค. 2563 13:14:23 น.)
ONE PEN : จงระวังจิตของตน กะว่าก๋า
(17 ก.ค. 2563 05:33:58 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namasikarn.BlogGang.com

นมสิการ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด