ใบไม้ในกำมือ
มีหลายอาจารย์ทีสอนเรื่องภาวนา
และกล่างถึง จิตประภัสสร
ในพระไตรปิฏก ก็มีกล่าวไว้ว่า
จิตเดิมแท้ประภัสสร แต่เศร้าหมองเพราะมีอุปกิเลสจรเข้ามา
ในทัศนะของผม เรื่องนี้เป็นจริง ถ้าภาวนาถีงจะเห็นได้

แต่ผมมองว่า ไม่มีความสำคัญอะไรทีจะไปสนใจเรื่องนี้
สิ่งทีเราควรสนใจ ก็คือ ทำอย่างไรจึงจะรู้ทุกข์ทีเกิดขึ้น และ สลัดทุกข์ทีเกิดนั้น ไม่ให้จิตไปยึดติด ตรงนี้จะตรงกับ อริยสัจจ์ข้อที 1 และ ข้อที 2
นักภาวนาต้องฝีกฝน เรื่อง การรู้ทุกข์ และ การสลัดทุกข์ออกไป
ซึงกุญแจนี้ อยู่ที สัมมาสติ สัมมาสมาธิ

นักภาวนาไม่ต้องไปสนใจอย่างอื่น หัดสติ สมาธิ แล้วไปรู้ทุกข์ ดูซิว่า เมื่อรู้แล้ว สลัดทุกข์ออกได้ไหม ถ้ายังสลัดไม่ออก ก็ต้องฝีกฝนต่อไป
แสดงว่า กำลังสติ สมาธิ ยังไม่แข็งแกร่งพอ

และเช่นกัน มีหลายอาจารย์สอนว่า อย่าไปรู้อะไร เพราะรู้สิ่งใด นั่้นก็คือ ทุกข์ โดยส่วนตัว ผมก็ไม่เห็นด้วยกับคำสอนนี้เลย อริยสัจจ์ 4 ก็สอนให้รู้ทุกข์ แล้วทำไมไปสอนว่า อย่าให้รู้สิ่งใด นี่ไม่ขัดกับอริยสัจจ์ 4 หรือ

ทีนี้ จะมีบางคนสงสัยว่า ทำไมต้องรู้ทุกข์ รู้สุขไม่ได้หรือ

จริงๆ คำว่า ทุกข์ สุข นั้นเป็นคำสมมุติทีเรียกกันให้เข้าใจในการสื่อสาร
แต่สภาพจริงๆ ของสุข และ ทุกข์ มันเหมือนกัน คือ ตัวเดียวกัน ดังนั้น รู้ทุกข์ ก็เหมือนรู้สุข รู้สุข ก็เหมือนรู้ทุกข์
ผมจะยกตัวอย่าง
สมมุติว่า มีคนเอาทุเรียนหมอนทองมาแกะในห้องทีมีคนอยู่ 10 คน
กลิ่นทุเรียนทีออกมาจากทุเรียน ทุกคนได้กลิ่นเหมือนกันเปะทุกคน
แต่ใน 10 คน จะมีบางคนบอกว่า เป็นสุขเหลือเกินทีได้กลิ่นทุเรียน
แต่ก็มีบางคนบอกว่า กลิ่นทุเรียนเหม็นมาก ได้กลิ่นแล้วคลื่นไส้
ท่านเห็นไหม กลิ่นเดียวกัน บางคนบอกว่า ได้กลิ่นนี้แล้วสุข ขณะทีบางคนบอกว่า ทุกข์
ท่านมองออกไหมว่า สุข และ ทุกข์ ก็คือ สิ่งเดียวกันนั้นเอง อยู่ทีว่า
ท่านชอบใจหรือไม่ชอบใจต่างหาก Key มันอยู่ตรงนี้ ชอบใจและไม่ชอบใจ

ถ้่าท่านตัดความชอบใจหรือไม่ชอบใจออก จิตท่านจะเป็นอุเบกขา
การตัดอาการชอบใจ ไม่ชอบใจ นี่แหละ คือ การสลัดทุกข์ (สุข) ออกไปจากตัวจิต ถ้าท่านสลัดออกได้ ผลก็คือ ท่านได้นิโรธ อันเป็นอริยสัจจ์ข้อที 3

ธรรมนั้นมีมากมาย พระพุทธองค์ทรงเปรียบเหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
แต่สิ่งทีพระองค์ทรงนำมาสอน ก็คือ อริยสัจจ์ 4 เป็นใบใม้น้อยนิดในมือ
คนเป็นอันมาก ต่างหลงไปในป่าใหญ่ เที่ยวหาใบไม้มากมาย แล้วบอกว่า นี่คือ ธรรม ไม่ผิดครับ แต่ไม่เข้าเป้าการดับทุกข์ ทีพระพุทธองค์ทรงพยายามจะบอกให้ชาวพุทธเราให้เข้าใจว่า แก่นแห่งพุทธศาสนาอยู่ตรงนี่ ไม่ใช่ตรงนั้น



Create Date : 09 ตุลาคม 2560
Last Update : 9 ตุลาคม 2560 4:04:57 น.
Counter : 1055 Pageviews.

0 comments
พู่กันเดียว : โอม มณี ปัทเม ฮุม กะว่าก๋า
(27 ก.ค. 2563 07:37:33 น.)
ONE PEN : ตนเตือนตน กะว่าก๋า
(22 ก.ค. 2563 07:13:24 น.)
:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 257 :: กะว่าก๋า
(20 ก.ค. 2563 06:22:58 น.)
:: สนเฒ่าเล่าความจริง 12 :: กะว่าก๋า
(16 ก.ค. 2563 06:50:40 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namasikarn.BlogGang.com

นมสิการ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด