ความแตกต่างระหว่าง สุขเวทนา และ สุขในนิพพาน
ในตำรามีกล่าวไว้ถีง เวทนาขันธ์  ซี่งมีอยู่ 6 อย่างด้วยกัน คือ

1/2  สุขใจ  สุขกาย
3/4  ทุกข์ใจ ทุกข์กาย
5/6  ไม่ทุกข์ไม่สุขใจ ไม่ทุกข์ไม่สุขกาย

เป็นความจริงทีว่า อาการสุขและทุกข์ในเวทนานั้น จะต้องมีอะไรมาเป็นตัวกระตุ้นจึงเกิดอาการอย่างนี้ได้ แต่ถ้าไร้ตัวกระตุ้นก็จะเกิดอาการไม่สุขไม่ทุกข์ขึ้นมา

ในการภาวนานั้น ถีงแม้ว่านักภาวนาจะนั่งสมาธิเกิดฌาน เกิดปิติ เกิดสุข นั่นเป็นเพียงสุขเวทนาใน เวทนาขันธ์ ซี่งสุขแบบนี้ ก็คือ ทุกข์อริยสัจจ์ในข้อที 1 ของอริยสัจจ์ 4  ถ้านักภาวนาเกิดหลงพอใจในสุขทีเกิดขึ้น ก็จะเป็นการติดสุข หรือ ก็คือ ติดในทุกข์อริยสัจจ์ในข้อที 1 

นี่คือสุขเวทนาในเวทนาขันธ์  ทีผู้คนไม่ว่าใครก็พบกับอาการสุขแบบนี้ได้

แล้วสุขในนิพพานนี่เป็นอย่างไร

สุขในนิพพานนั้น เป็นสุขทีมันโผล่มาเพราะความสงบของจิตทีเป็นสุญญตาสภาวะ มันจะไม่เหมือนกับสุขเวทนาทีต้องอาศัยอะไรมาล่อให้เกิดสุข แต่สุขในนิพพานเป็นสุขที่เป็นสุญญตา ไม่มีอะไรมาล่อให้เกิด เพียงแต่ต้องอยู่ในสภาวะสุญญตา และอาการสุขในนิพพานนี้ต่างจากสุขเวทนา

ในพระอนาคามี จักพบสภาวะสุญญตาได้ แต่ยังไม่มั่นคงพอทีจะรักษาสภาวะนี้ได้ แต่พระอนาคามีจะไม่รู้จักสุขทีเป็นความสงบของสุญญตาสภาวะ  พระอนาคมี จะมีอาการแห่งไม่ทุกข์ไม่สุขประกอบอยุ่ในสุญญตาสภาวะ

ในพระอรหันต์  จักพบกับอาการความสงบทีได้ซ่อนอยู่ในสุญญตาสภาวะ เมื่อความสงบนี้ปรากฏตัวแล้ว พระอรหันต์จึงสามารถรักาษาสุญญตาสภาวะได้มั่นคงกว่าพระอนาคามีและความสงบนี้จะปรากฏตัวไม่เสื่อมสูญไปจากจิตใจอีก

สุขในนิพพานหรือความสงบในสุญญตาสภาวะ เป็นสิ่งทีรู้ได้เฉพาะตนหรือภาษาพระเรียนกว่า ปัจจัตตัง
ไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดใด ๆ ได้ นอกจากจะได้พบด้วยตนเอง

ถ้าท่านฝีกฝนการภาวนาแล้วพบกับความสุข หรือเกิดอาการเฉยๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ นั้นเป็นเพียงเวทนาขันธ์ ยังไม่ใช่สุขในนิพพานครับ

มีคำสอนในการภาวนาว่า สติปัฏฐาน 4 จะบริบูรณ์ เมื่ออาณาปานสติบริบูรณ์  คำสอนนี้เป็นจริงแต่นักภาวนาถ้าไม่เข้าใจดีพอ ก็จะหลงคิดว่า เพียงทำอาณาปานสติเพียงอย่างเดียวให้เก่งกล้า ก็จะได้สติปัฏฐาน 4 ทีสมบูรณ์  ความเข้าใจนี้คลาดเคลื่อนจากความจริง

การปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 นั้น นักภาวนาจักต้องปฏิบัติตามคำสอนทีว่า อาตาปี สัมปชาโน สติมา แล้วให้เกิดสัมมาสติไปรับรู้สภาวะแบบไม่ยีดติดในสภาวะธรรมใด ๆ จนเกิดจิตตั้งมั่นเป็นสัมมาสมาธิ 

ต่อเมื่อจิตตั้งมั่นเป็นสัมมาสมาธิอย่างดีแล้ว จักเกิดสัมมาญาณ เมื่อเกิดสัมมาญาณ จึงมีญาณหยั่งรู้ในสุญญตาสภาวะได้ เมื่อหยั่งรู้สุญญตาสภาวะได้ การพบกับความสงบในสุญญตาสภาวะจักเกิดขึ้นได้ เมื่อเกิดความสงบในสุญญตาสภาวะนี้แล้ว การพบกับลมหายใจทีปรากฏอย่างสมบูรณ์อันเนื่องมาจากความสงบในสุญญตาสภาวะจึงเกิดขึ้นได้

ความเป็นจริงจะออกมาแบบนี้ ถ้านักภาวนาหลงไปเฝ้าทีลมหายใจโดยไม่ได้เดินตามคำสอนในสติปัฏฐาน 4 ที่ว่า อาตาปี สัมปโชาโน สติมาแล้วละก็  ก็เท่ากับเดินผิดทางไปจากคำสอนแล้ว แล้วจะพบกับความสมบูรณ์ตามคำสอนย่อมเป็นสิ่งทีเป็นไปไม่ได้เลย



Create Date : 22 กันยายน 2556
Last Update : 22 กันยายน 2556 8:44:30 น.
Counter : 1845 Pageviews.

0 comments
พู่กันเดียว : ความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเรา กะว่าก๋า
(31 ก.ค. 2563 06:46:21 น.)
พู่กันเดียว : โอม มณี ปัทเม ฮุม กะว่าก๋า
(27 ก.ค. 2563 07:37:33 น.)
ONE PEN : เห็นผิด กะว่าก๋า
(26 ก.ค. 2563 08:41:39 น.)
เหตุใดเราจึงถวายผ้าห่มพระธาตุเจดีย์ พรหมสิทธิ์
(21 ก.ค. 2563 21:46:37 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namasikarn.BlogGang.com

นมสิการ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด