ความรวดเร็วในการพลิกใจ
ดิฉันได้เริ่มทำการรู้กายแบบสบายๆมีเผลอค่ะแต่พอผ่านไปสักพักก็เหมือนกับพูดกับตัวเองในใจหรือคิดกับตัวเองในใจว่าเผลอไปให้กลับมาเจริญสติอีก

บางวันตื่นเช้าขึ้นมานะคะเหมือนกับรู้ตัวเหมือนว่าไม่ได้นอนคล้ายว่านอนแต่ไม่ได้นอนเหมือนว่ารู้ตัวว่านอนน่ะค่ะ

พอตื่นขึ้นมาก็เหมือนบอกตัวเองว่าให้ตั้งสติให้สังเกตุกายแต่อย่างเพ่งรู้ไปทั่วๆแต่อย่าเกร็งหรือเพ่งน่ะค่ะให้รู้แบบสบายๆน่ะค่ะ

เวลามีเหตุการณ์ตื่นเต้นหายหมดเลยค่ะสติน่ะค่ะไปจมกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนฉุกใจได้ว่าเราลืมตัวลืมใจไปเลยแล้วจึงกลับมาภาวนาใหม่

บางทีดิฉันก็คิดว่าดิฉันไม่ได้สวมมนต์หรือนั่งสมาธิที่ทำก็คีอดำเนินชีวิตตามปรกติเลี้ยงเด็กทำกับข้าวดูหนังเพียงแต่คอยรู้สึกตัวว่าตาเห็นอะไรหูได้ยินเท้าเดินนั่งบนเก้าอี้...เหล่านี้เป็นการถูกต้องไหมคะ?

ที่ทำมานี้มันเกียวกับบฎิบัติธรรมเพราะเราอยู่กับสติใช่ไหมคะ

อาการที่สติหายวับไปเวลามีเหตุการณ์ตื่นเต้นเกิดขึ้นนี้เมื่อเจริญสติไปนานๆแล้วจะดีขึ้ไหมคะ

********************
ข้อความข้างบนท่านที่ถามมา ผมอยากให้อ่านเรื่องนี้เป็นคำตอบครับ

คำว่า สติ เป็นสิ่งที่ตอบได้ยาก เพราะอะไรหรือครับ เพราะคำว่า สติ นั้น
ในแต่ละคนจะมีนิยามไม่เหมือนกัน ถ้าไปถามนักภาวนาจะพบว่า แต่ละคนตอบต่างๆ กันออกไป
แต่ส่วนใหญ่มักเข้าใจเพียงว่า สติ คือ การไม่เผลอ การรู้สึกตัวอยู่ <<< นี่คือคนส่วนใหญ่
เข้าใจแบบนี้

แต่ในความเห็นของผม คำว่า สติ นั้นมันไม่ใช่การไม่เผลอ การรู้สึกตัวอยู่ ถ้าไม่เผลอ และรู้สึกตัว นั้นเป็นเพียงการรู้สึกตัวเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้น.สติ.ครับ

ในตำราได้กล่าวว่า สติ คือ การระลึกรู้ นี่คือตำรา แต่ในความหมายว่า สติ ของผมนั้น มันไกลกว่านั้น

สติในความหมายของผมนั้น คือ การระลึกรู้ เมื่อระลึกรู้แล้วก็ต่อด้วยความสามารถในการควบคุมจิตใจได้ <<< นี่คือ สติในทัศนะของผม

สมมุติว่า ท่านยืนตากแดดอยู่ แล้วรู้สึกร้อนขึ้นมาเพราะการตากแดดนั้น นี่คือสภาวะทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นในตัวท่าน เมื่อท่านรู้สึกได้ถึงทุกขเวทนาเพราะการตากแดด จิตใจย่อมไม่เป็นสุข ถ้าท่านมีสติ ท่านสามารถทีจะควบคุมจิตใจไม่ให้เดือนพล่านเพราะทุกขเวทนาได้หรือไม่ ถ้าควบคุมได้ ท่านควบคุมได้เร็วแค่ไหน

ในการภาวนานั้น นักภาวนาเพียงฝีกฝนการรับรู้สภาวะแวดล้อมต่างๆ ที่อยู่รอบตัวอย่างสบาย ๆ ตามองเห็นแต่ไม่จ้องสิ่งใด หูได้ยินแต่ไม่ได้ตั้งใจฟัง กายรู้สัมผัสต่าง ๆ ที่เข้ากระทบถึง การฝีกฝนดังกล่าวนั้น ก็คือ การพัฒนาการรับรู้ของจิตให้ว่องไวขึ้น ยิ่งฝีกไป จิตยิ่งว่องไว

ทำไมต้องฝีกการรับรู้ของจิตให้ว่องไว ?? นี่อาจเป็นคำถามที่สงสัยตามมา

ที่ต้องให้การรับรู้ของจิตให้ว่องไว ก็เพื่อให้จิตมีความสามารถที่จะจัดการกับการเกิดขึ้นของอาการการปรุงแต่งของจิตใจได้ทันท่วงทีครับ การปรุงแต่งนี้คือ อาการพอใจ ไม่พอใจ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจิตใจ ถ้าการรับรู้ของจิตเป็นไปได้ช้า จิตจะถูกตัณหาดีงดูดเข้าไปจับยีดกลายเป็นกิเลสขึ้นมาครับ แต่ถ้าถ้าจิตรับรู้ได้ไว จิตจะมีความสามารถเพิ่มขึ้น คือ สามารถที่จะต่อสู้กับแรงดีงดูดของตัณหา เมื่อจิตมีความสามารถในการต่อสู้กับแรงดีงดูดของตัณหาได้ อาการพอใจ ไม่พอใจ ของจิตใจจะสลายลงไปเองเป็นไตรลักษณ์ แต่การต่อสู้จนชนะนั้น ไม่ใช่ง่าย ๆ ต้องใช้เวลาฝีกฝน ต่อสู้กับตัณหาบ่อย ๆ ด้วยจึงจะมีการพัฒนาได้ถึงระดับนี้ได้

ในคำถามของท่านที่ถามมานั้น เรื่องการตกใจตื่นเต้นนั้น เป็นอาการของจิตปรุงแต่งที่เกิดขึ้นจากสาเหตุใดสาเหตุหนี่ง แต่ถ้าท่านสามารถทีจะควบคุมอาการตื่นเต้นนั้นไม่ให้ขยายตัวนานออกไปได้ ก็ถือว่าใช้ได้แล้วครับ เช่นคนบางคน พอเห็นไฟไหม้เกิดขึ้น ก็ตกใจตื่นเต้นจนถึงกับเป็นลม อย่างนี้คือการควบคุมจิตใจไม่ได้ แต่ถ้าท่านเกิดการตื่นเต้นในตอนแรกที่รับรู้การไฟไหม้แล้วก็สามารถจะควบคุมจิตใจให้ปรกติแล้วก็รีบมาแก้ใขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว นี่คือสิ่งที่ดีที่ถูกต้องแล้วครับ

ยิ่งฝีกฝนในทางที่ถูก ความสามารถในการควบคุมจิตใจนี้ก็ยิ่งรวดเร็วมากขี้น และเร็วมากจนต่อไปอาการตื่นเต้นตกใจจะหมดไปอย่างสิ้นเชิง ซี่งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะต้องผ่านการฝีกฝนและประสบการณ์ต่างๆ มามากพอ

จะพูดง่าย ๆ ก็ได้ครับว่า การฝีกฝนนั้นก็เพื่อเพิ่มความสามารถในการพลิกใจให้กลับคืนสภาพปรกติได้อย่างรวดเร็ว ซี่งในตำราจะหมายถึง สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ครับ




Create Date : 11 ตุลาคม 2555
Last Update : 11 ตุลาคม 2555 6:39:56 น.
Counter : 1698 Pageviews.

1 comments
ธรรมะเพื่อชีวิต รู้จักชีวิต พรหมสิทธิ์
(3 ส.ค. 2563 03:01:07 น.)
ทุกศาสนามีการลิขิตหมด พรหมสิทธิ์
(26 ก.ค. 2563 10:35:15 น.)
ONE PEN : ระวัง กะว่าก๋า
(25 ก.ค. 2563 06:53:10 น.)
ONE PEN : ปัญญาและการดับทุกข์ กะว่าก๋า
(24 ก.ค. 2563 06:23:50 น.)
  
กิจกรรมครั้งที่ 4 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2555 เวลา 13-16 น. บ้านหนังสือชินเขต รายละเอียดจะประกาศให้ทราบอีกครั้งในต้นเดือน พฤศจิกายน
โดย: นมสิการ วันที่: 13 ตุลาคม 2555 เวลา:9:24:14 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namasikarn.BlogGang.com

นมสิการ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด