วิธีสลายพลังงานที่ค้างอยู่ทีศรีษะ
เมื่อนักภาวนาได้ผ่านการฝีกฝนมาระยะหนี่ง และ จิตเริ่มมีความสามารถในการสัมผัสกับสภาวะธรรมบางอย่างได้บ้างแล้ว นักภาวนาบางคนจะพบกับอาการพลังงานค้างติดอยู่ที่ศรีษะ ผลของพลังงานทีค้างแบบนี้ จะทำให้นักภาวนาพบกับอาการเวียนศรีษะ รู้สีกมีนงง ไม่สดใส นอนไม่หลับ นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ฝันบ่อย ถ้าวัดความดันโลหิต ความดันโลหิตจะขึ้นสูงกว่าปกติ

1..สาเหตุ ทีเกิดแบบอาการนี้ขึ้น

อาการแบบนี้ จะมีสาเหตุมาจาก 2 อย่างคือ

1.1 หน้าทีการงานทางโลก เช่น ต้องรับผิดชอบงาน คิดงานติดต่อกันยาวนาน ไม่พักผ่อน ทำให้มีความเครียด
พลังงานจึงค้างติดอยู่ทีศรีษะ ไม่สลายตัวออก เพราะต้องคิดแก้ใขปัญหางานอยู่ตลอดเวลา

1.2 เกิดจากการตั้งใจปฏิบัติภาวนาทีมากเกินไป มีการเพ่งสภาวะธรรม หรือ จดจ้องสภาวะธรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ยอมผ่อนคลายการภาวนา ยิ่งเพ่งมาก ก็ยิ่งเครียด

2..กลไกการทำงานของอาการนี้

จากข้อ 1.1 และ 1.2 ข้างต้น นี่คือ การใช้จิตทำงานไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม เมื่อมีการใช้จิตทำงานแบบนี้ ส่วนทีเป็นจิตพลังงานจะพุ่งขึ้นมาทีศรีษะ เพื่อให้สมองทำงาน สั่งกลไกต่างๆ ของร่างกายเพื่อทำงานตามทีตนต้องการ แต่เนื่องจากมีการใช้งานแบบนี้อยู่เสมอจนเป็นนิสัย ผลก็คือ จิตพลังงานทีพุ่งขึ้นสู่สมองก็จะค้างอยู่ทีศรีษะ แล้วทำให้ไม่สบายทางกายขึ้นมา

เมื่อรู้กลไกการทำงานของอาการนี้แล้วว่า อยู่ทีจิตพลังงานพุ่งขึ้นแล้วค้างอยู่ วิธีแก้ไขก็คือ ให้สลายจิตพลังงานทีมันค้างอยู่นี้ให้สลายตัวลงไป แล้วอาการต่างๆ ก็จะหายไปเอง โดยไม่ต้องไปกินยาอะไรเลย เพราะเป็นการแก้โดยตรงทีสาเหตุ การกินยาเป็นการแก้ทีปลายเหตุ ซี่งไมตรง การกินยาช่วยได้ชั่วคราว แต่ปัญหาไม่ได้ถูกแก้ เดียวก็จะกลับมาอีก

3..วิธีสลายพลังงานทีค้างอยู่นี้

หลักการ...เพียงให้จิตไปรับรู้ความรู้สีกของสัมผัสของร่างกายทีอยู่ต่ำกว่าศรีษะทีใดก็ได้ของร่างกาย ให้รู้สีกไปทีสัมผัสนั้นแรงๆ อาการพลังงานค้างจะค่อย ๆ สลายตัวอ่อนลงไป แล้วสลายไปในทีสุด อาจใช้เวลาบ้าง เช่น 10 นาที แต่เมื่อรู้สีกดีขึ้นแล้ว ให้ทำตัวเหมือนพักผ่อนสบาย ๆ ต่อไป อย่าใด้ใช้จิตคิดทำงานหรือเฝ้าติดตามสภาวะธรรมอีก ให้หายดีซะก่อน ค่อยมาทำงานใหม่ เมื่อมาทำงานใหม่ ก็ควรใช้จิตแบบผ่อนคลาย อย่าได้เคร็งเครียดหนัก เดียวจะเกิดอาการค้างแบบนี้อีก และควรมีการพักผ่อนเป็นระยะ อย่าใช้จิตติดต่อกันนาน ๆ โดยไม่พัก

4..สมถะ วิปัสสนา
เมื่อทำตามข้อ 3 ตอนนั้นจะเป็นสมถะภาวนา เราต้องทำให้พลังงานมันสลายไปก่อน แล้วกลับมาทำงานปกติต่อไป แต่เมื่อทำงานไป พลังงานนี้ก็จะกลับมาเป็นอีก ให้ทำการสลายอีก ให้ทำสลับไปสลับมาแบบนี้เสมอ ๆ ในขณะทีตั้งใจทำในข้อ 3 เป็นสมถะ แต่เมื่อกลับมาทำงานอีก เมื่อพลังงานเกิดขึ้นอีกครั้ง การรับรู้ได้เร็วของการเกิดขึ้นของพลังงานนี้ได้ จะเป็นวิปัสสนา









Create Date : 09 สิงหาคม 2558
Last Update : 9 สิงหาคม 2558 10:10:02 น.
Counter : 2070 Pageviews.

0 comments
พู่กันเดียว : โอม มณี ปัทเม ฮุม กะว่าก๋า
(27 ก.ค. 2563 07:37:33 น.)
ทุกศาสนามีการลิขิตหมด พรหมสิทธิ์
(26 ก.ค. 2563 10:35:15 น.)
ONE PEN : ปัญญาและการดับทุกข์ กะว่าก๋า
(24 ก.ค. 2563 06:23:50 น.)
กรรมสะท้อน ย้อนยอกชีวิต อาจารย์สุวิมล
(20 ก.ค. 2563 21:40:34 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namasikarn.BlogGang.com

นมสิการ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด