Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
20 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
เรื่องอ้วนๆกับการบริจาคเลือด

v

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการบริจาคเลือดเเต่ละครั้งนั้นเราจะต้องเสียปริมาณเลือดประมาณ 350 – 450 ซีซี จากทั้งหมดที่มีในร่างกายประมาณ 4,000-5,000 ซีซี หรือคิดเป็น 8% ของน้ำหนังตัวของผู้บริจาค ดังนั้นจึงมีข้อกำหนดว่าผู้บริจาคเลือดควรมีน้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 45 กิโลกรัม เพราะจำนวนเลือดที่จะเจาะเก็บใส่ถุงบรรจุโลหิต อย่างน้อยต้องได้ 350 ซี.ซี ซึ่งคิดเป็น 8 % ของน้ำหนักตัวของผู้บริจาคนั้นเอง ซึ่งหลังจากเสียเลือดแล้ว ไขกระดูกจะทำการกระตุ้นให้สร้างเม็ดเลือดแดงที่มีคุณภาพดีขึ้นมาทดแทน ยิ่งทำให้ร่างกาย สมบูรณ์เเข็งเเรงขึ้นมากกว่า และ ก่อน มาบริจาค ควรพักผ่อนให้เต็มที่ นอนหลับสนิทอย่างเพียงพอไม่ต่ำกว่า 5-6 ช.ม. ร่างกายไม่เจ็บป่วยด้วยโรคใดๆ ไม่รับประทานยาใดๆ รับประทานอาหารได้ตามปกติ งดเครื่องดื่มมึนเมา เช่น สุราหรือเบียร์ เป็นต้น แต่ควรดื่มน้ำเปล่าให้มาก ครึ่งชั่วโมงก่อนบริจาคและหลังบริจาค หลังบริจาคแล้วไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ และควรพักผ่อนให้เพียงพอ

บริจาคเลือดแล้วทำให้อ้วนไหม?
หลายคนคงกลัวเเละเคยได้ยินมาว่า”บริจาคเลือดแล้วจะทำให้อ้วนขึ้น” ซึ่งในความเป็นจริง การบริจาคเลือดไม่ทำให้อ้วน เเต่ความอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินมาตรฐานเกิดจากนิสัยการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่นรับประทาน อาหารที่มีแป้งน้ำตาลสูง และทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป ขาดการออกกำลังกายและดูเเลร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ผู้บริจาคเลือดส่วนใหญ่เป็นคนมีสุขภาพสมบรูณ์แข็งแรงอยู่แล้ว ถ้ารับประทานอาหารไม่ถูกต้องและไม่ออกกำลังกายก็มีสิทธิ์ที่จะอ้วนได้เช่นคนที่ไม่ได้บริจาคเลือด

ยาเม็ดสีแดง / สีดำ ที่แพทย์แนะนำให้ทานหลังการบริจาคเลือด หรือ ยาบำรุงเลือดมีผลกับน้ำหนักตัวจริงหรือ?
ยาที่ทางหน่วยให้รับประทานหลังจากการบริจาคเลือดนั้น เป็นยาเสริมธาตุเหล็กจำเป็นต้องรับประทาน เพราะจะได้ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เลือดไม่ไม่ซีดไม่จางและทำให้สามารถบริจาคเลือดได้ตลอดไป ยานี้บางคนกินแล้วอาจมีอาหารอยากรับประทานอาหารมากขึ้น ก็ต้องควบคุมด้วยการรับประทานอาหารที่ถูกสัดส่วน ไขมันน้อยและออกกำลังกายสม่ำสมอ ก็จะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้

หลังบริจาคเลือดแล้วทานของหวานๆจะทำให้อ้วน?
หลังบริจาคเลือดควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยเลือดที่เสียไป ขณะเดียวกัน ถ้าได้รับประทานน้ำหวานหรือโอวันติน ก็จะสดชื่นขึ้น เพียงแก้วเดียวไม่ทำให้อ้วน แต่ถ้ากินของหวานเป็นนิสัยอยู่แล้ว ก็ต้องปรับเปลี่ยน ลดอาหารหวานๆลง ทานอาหารที่ถูกสัดส่วนมีคุณประโยชน์แทนก็ไม่ต้องกังวล

ถ้าอยู่ในช่วงลดน้ำหนักอยู่บริจาคเลือดได้หรือไม่
ถ้าอยู่ในช่วงควบคุมอาหารหรือลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารที่ถูกต้องแล้ว ร่างกายก็จะไม่ทรุดโทรมก็สามารถบริจาคเลือดได้อย่างไม่มีปัญหา ในทางกลับกันหากลดน้ำหนัก ด้วยวิธีที่ผิด เช่นกินยาลด หรืองดอาหาร ก็อาจทำให้ร่างกายทรุดโทรม ซึ่งไม่ควรบริจาคเลือด

Credit: Club 25 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการบริจาคเลือดเเต่ละครั้งนั้นเราจะต้องเสียปริมาณเลือดประมาณ 350 – 450 ซีซี จากทั้งหมดที่มีในร่างกายประมาณ 4,000-5,000 ซีซี หรือคิดเป็น 8% ของน้ำหนังตัวของผู้บริจาค ดังนั้นจึงมีข้อกำหนดว่าผู้บริจาคเลือดควรมีน้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 45 กิโลกรัม เพราะจำนวนเลือดที่จะเจาะเก็บใส่ถุงบรรจุโลหิต อย่างน้อยต้องได้ 350 ซี.ซี ซึ่งคิดเป็น 8 % ของน้ำหนักตัวของผู้บริจาคนั้นเอง ซึ่งหลังจากเสียเลือดแล้ว ไขกระดูกจะทำการกระตุ้นให้สร้างเม็ดเลือดแดงที่มีคุณภาพดีขึ้นมาทดแทน ยิ่งทำให้ร่างกาย สมบูรณ์เเข็งเเรงขึ้นมากกว่า และ ก่อน มาบริจาค ควรพักผ่อนให้เต็มที่ นอนหลับสนิทอย่างเพียงพอไม่ต่ำกว่า 5-6 ช.ม. ร่างกายไม่เจ็บป่วยด้วยโรคใดๆ ไม่รับประทานยาใดๆ รับประทานอาหารได้ตามปกติ งดเครื่องดื่มมึนเมา เช่น สุราหรือเบียร์ เป็นต้น แต่ควรดื่มน้ำเปล่าให้มาก ครึ่งชั่วโมงก่อนบริจาคและหลังบริจาค หลังบริจาคแล้วไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ และควรพักผ่อนให้เพียงพอ

บริจาคเลือดแล้วทำให้อ้วนไหม?
หลายคนคงกลัวเเละเคยได้ยินมาว่า”บริจาคเลือดแล้วจะทำให้อ้วนขึ้น” ซึ่งในความเป็นจริง การบริจาคเลือดไม่ทำให้อ้วน เเต่ความอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินมาตรฐานเกิดจากนิสัยการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่นรับประทาน อาหารที่มีแป้งน้ำตาลสูง และทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป ขาดการออกกำลังกายและดูเเลร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ผู้บริจาคเลือดส่วนใหญ่เป็นคนมีสุขภาพสมบรูณ์แข็งแรงอยู่แล้ว ถ้ารับประทานอาหารไม่ถูกต้องและไม่ออกกำลังกายก็มีสิทธิ์ที่จะอ้วนได้เช่นคนที่ไม่ได้บริจาคเลือด

ยาเม็ดสีแดง / สีดำ ที่แพทย์แนะนำให้ทานหลังการบริจาคเลือด หรือ ยาบำรุงเลือดมีผลกับน้ำหนักตัวจริงหรือ?
ยาที่ทางหน่วยให้รับประทานหลังจากการบริจาคเลือดนั้น เป็นยาเสริมธาตุเหล็กจำเป็นต้องรับประทาน เพราะจะได้ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เลือดไม่ไม่ซีดไม่จางและทำให้สามารถบริจาคเลือดได้ตลอดไป ยานี้บางคนกินแล้วอาจมีอาหารอยากรับประทานอาหารมากขึ้น ก็ต้องควบคุมด้วยการรับประทานอาหารที่ถูกสัดส่วน ไขมันน้อยและออกกำลังกายสม่ำสมอ ก็จะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้

หลังบริจาคเลือดแล้วทานของหวานๆจะทำให้อ้วน?
หลังบริจาคเลือดควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยเลือดที่เสียไป ขณะเดียวกัน ถ้าได้รับประทานน้ำหวานหรือโอวันติน ก็จะสดชื่นขึ้น เพียงแก้วเดียวไม่ทำให้อ้วน แต่ถ้ากินของหวานเป็นนิสัยอยู่แล้ว ก็ต้องปรับเปลี่ยน ลดอาหารหวานๆลง ทานอาหารที่ถูกสัดส่วนมีคุณประโยชน์แทนก็ไม่ต้องกังวล

ถ้าอยู่ในช่วงลดน้ำหนักอยู่บริจาคเลือดได้หรือไม่
ถ้าอยู่ในช่วงควบคุมอาหารหรือลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารที่ถูกต้องแล้ว ร่างกายก็จะไม่ทรุดโทรมก็สามารถบริจาคเลือดได้อย่างไม่มีปัญหา ในทางกลับกันหากลดน้ำหนัก ด้วยวิธีที่ผิด เช่นกินยาลด หรืองดอาหาร ก็อาจทำให้ร่างกายทรุดโทรม ซึ่งไม่ควรบริจาคเลือด

Credit: Club 25 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
Credit: lovefitt




Create Date : 20 ธันวาคม 2556
Last Update : 20 ธันวาคม 2556 17:31:07 น. 0 comments
Counter : 918 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ying_pul501
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ying_pul501's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.