ตุลาคม 2551

 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
21
22
23
25
27
30
 
 
All Blog
กินเพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน


ร่างกายคนเราต้องเจอกับเชื้อโรคทุกวัน ไม่ว่าจากอากาศที่เราหายใจ จากน้ำที่เราดื่ม หรือจากอาหารที่เรารับประทาน แต่เพราะร่างกายคนเรามีระบบภูมิต้านทานที่สามารรถต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสต่างๆ ได้ เชื้อโรคเหล่านี้จึงไม่มีผลต่อร่างกาย

แต่ระบบภูมิต้านทานจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับวิธีการดูแลตนเองด้วยโดยเฉพาะ
1. ล้างมือบ่อยๆ
2. พักผ่อนให้เพียงพอ
3. หาวิธีคลายเครียด
4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์







วิตามินและเกลือแร่ มีผลต่อระบบภูมิต้านทานอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญทำการศึกษาวิจัยเรื่องภูมิต้านทาน ได้พบว่าการที่ร่างกายขาดสารอาหารแม้เพียงเล็กน้อยจะทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง และทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าได้รับวิตามินและเกลือแร่บางชนิดมากเกินไป โดยเฉพาะถ้ารับประทานในรูปของอาหารเสริมอาจเป็นอันตรายได้ เช่น ธาตุสังกะสีที่ช่วยป้องกันหวัด ถ้าได้รับมากเกินไปก็อาจลดการดูดซึมของธาตุทองแดงและลดภูมิต้านทานได้ ถ้าร่างกายรับธาตุทองแดงมากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาอนุมูลอิสระในร่างกาย ทำนองเดียวกัน ถ้าได้รับธาตุเหล็กสูงเกินไป ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและลดการดูดซึมของธาตุทองแดง เป็นต้น


ฉะนั้นการรับประทานอาหารธรรมชาติที่หลากหลายจะได้สารอาหารที่สมดุลและช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด


สารอาหารที่มีความจำเป็นต่อระบบภูมิต้านทาน ได้แก่

* วิตามินบี 6 เป็นตัวช่วยให้เม็ดเลือดขาวสร้างแอนติบอดี้ มีมากในเนื้อหมู เนื้อไก่ ปลา เมล็ดธัญพืช ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ และผลไม้โดยเฉพาะ กล้วย มะม่วง ลูกพรุน องุ่น อาโวคาโด้
* วิตามินซี ช่วยป้องกันเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่ดักจับเชื้อแบคทีเรีย พบมากในผักและผลไม้หลายชนิด เช่น ผลไม้ประเภทส้ม กีวี สตรอเบอร์รี่ มะละกอ แคนตาลูป มะม่วง บร็อคโคลี่ พริกหวาน ผักกาด มะเขือเทศ และมันฝรั่ง
* วิตามินเอ หรือเบต้าแคโรทีน เป็นตัวเพิ่มการทำงานของ killer cell ที่ดักจับเชื้อแบคทีเรีย พบมากในผักและผลไม้ที่มีสีเขียวเข้ม ที่ส้มจัด เหลืองจัด เช่น แครอท ฟักทอง
* วิตามินอี ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และเพิ่มการสร้างแอนติบอดี้ พบมากในถั่วเปลือกแข็งต่างๆ เนยถั่ว จมูกข้าวสาลี น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันคาโนล่า
* แร่ธาตุสังกะสี ช่วยสร้างและเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว เสริมสร้าง T cell และ B cell พบมากในเนื้อสัตว์ต่างๆ อาหารทะเล ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดถั่ว จมูกข้าวสาลี เต้าหู้ และนม
* ธาตุเหล็ก ทำงานร่วมกับเอนไซม์ในระบบภูมิคุ้มกัน พบมากในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ หอย ถั่วเปลือกแข็ง น้ำลูกพรุน และผักใบเขียว
* ซีเลเนียม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน มีมากในถั่วบราซิล หอยนางรม เนื้อสัตว์ต่างๆ เมล็ดดอกทานตะวัน ถั่วเปลือกแข็ง ข้าวโอ๊ต ไข่แดง นมพร่องไขมัน



นอกจากนี้ ไขมันบางชนิดมีส่วนช่วยเสริมภูมิต้านทาน ได้แก่ กรดไขมันจำเป็น ไลโนเลอิก และกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 ที่พบมากในปลาทะเล ถั่ววอลนัท และน้ำมันคาโนล่า กรดไขมันจำเป็นพวกนี้ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ผู้ที่กินอาหารไขมันต่ำมากๆ ร่างกายอาจได้รับกรดไขมันจำเป็นนี้ไม่เพียงพอ ซึ่งอาจสร้างปัญหาลดภูมิต้านทานลงได้


หลายคนมีความเข้าใจว่าวิตามินซีในขนาดที่สูงๆ จะสามารถป้องกันโรคหวัดได้ แต่จากการศึกษาโรคหวัดนั้น ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าวิตามินซีช่วยป้องกันได้จริง แต่วิตามินซี ช่วยลดความรุนแรงของอาการและระยะเวลาของการเป็นหวัดเท่านั้น


ไม่แนะนำให้รับประทานวิตามินซีในขนาดที่สูงกว่า 1000 มิลลิกรัม เพราะอาจทำให้ถ่ายท้องบ่อย หรือเกิดนิ่วในไตได้ วิตามินซีจะถูกดูดซึมได้ดีในขนาด 500 มิลลิกรัม แต่การดื่มน้ำส้มมากๆ ก็สามารถช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและลดอาการหวัดได้ดีด้วยเช่นกัน


เมนูเสริมสร้างภูมิต้านทาน

มื้อเช้า
ข้าวต้มปลาเก๋า ผัดผักคะน้า
ไข่ขาวต้ม 1 ฟอง
น้ำส้มคั้น 1 ถ้วย


มื้อเที่ยง
บะหมี่น่องไก่ตุ๋น
ผลไม้รวม 1 จานเหล็ก


มื้อว่างบ่าย
เต้าทึง
น้ำแครอท -แอปเปิ้ล คั้นแยกกาก หรืน้ำผลไม้รวมปั่น


มื้อเย็น
สลัดผักชามโต (ประกอบไปด้วย ผักสลัด มะเขือเทศ ข้าวโพดต้ม ถั่วแดง แครอท หัวหอม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือวอลนัท เห็ดย่าง พริกหวานย่าง) ราดด้วยน้ำสลัด
นมพร่องไขมัน หรือนมถั่วเหลือง 1 แก้ว
เมนูนี้มีวิตามิน ซี ประมาณ 250 มิลลิกรัม


ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงเชื้อโรคต่างๆ ได้ แต่เราสามารถที่จะลดอาการและระยะเวลาที่ไม่สบายลงได้ โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารสูง เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน โดยเลือกรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว ปลา ใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหารแต่พอควร


ในกรณีที่กินวิตามินเสริม ควรเลือกแบบวิตามินรวมหรือ Multivitamin ที่มีปริมาณสารอาหารไม่เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ของข้อกำหนดประจำวัน


นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตอื่นๆ เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หาวิธีลดความเครียด และงดบุหรี่ ก็เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มภูมิต้านทานด้วย


ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Health Today







Create Date : 24 ตุลาคม 2551
Last Update : 24 ตุลาคม 2551 7:14:16 น.
Counter : 731 Pageviews.

5 comments
  

เพราะชีวิตที่เร่งรีบ
บางครั้งไม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างที่อยากทำ

เราใช้วิธีลัดค่ะ
เราทานวิตามินเสริม
แต่เลือกทานเฉพาะที่ละลายน้ำได้
ที่ละลายในไขมัน นานๆ ค่ะ ถึงจะหามาทาน

ถ้ามีเวลาพอ หาอาหารธรรมชาติอย่างที่คุณว่าทานดีกว่าค่ะ ^_^

โดย: Big Spender วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:7:03:01 น.
  
โดย: pekei วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:17:05:36 น.
  
ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆ คะ
โดย: Elizabethan วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:20:14:33 น.
  
ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ ที่มีประโยชน์
โดย: lukpla IP: 125.25.2.225 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:37:25 น.
  
ขอบคุณมากครับผม จะดูแลตัวเองให้มากขึ้นครับ
โดย: เฟรม IP: 202.29.26.252 วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:9:40:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments