กุมภาพันธ์ 2552

 
All Blog
โรคดีซ่าน ตับอักเสบ การพักผ่อน เป็นการรักษาที่ดีที่สุด



โรคตับอักเสบ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ดีซ่าน” เป็นโรคที่พบเสมอ ๆ ในประเทศเรา ซึ่งเกิดได้จากสาเหตุต่าง ๆ กันคือ :-
1. จากเชื้อไวรัส
2. จากการกินเหล้า
3. จากสารเป็นพิษ โรคติดเชื้อและยาชนิดต่างๆ


1. ตับอักเสบจากเชื้อไวรัส 

เชื้อไวรัสที่ทำให้ตับอักเสบมีหลายชนิด และเป็นสาเหตุของตับอักเสบที่พบบ่อยที่สุดจัดว่าเป็นปัญหาสำคัญยิ่งทางด้านสาธารณสุขของประเทศ

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบนี้เกิดขึ้นโดยการกินเข้าทางปากเป็นส่วนใหญ่ กล่าวคือผู้ป่วยกินอาหารที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบปนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอาหารปรุงไม่สุก หรืออาหารทะเล ซึ่งเป็นแหล่งของเชื้อไวรัสตับอักเสบ นอกจากนั้นการเตรียมอาหาร ใช้ถ้วยชามที่ล้างไม่สะอาด ตลอดจนการอาศัยอยู่อย่างแออัดทำให้เชื้อตับอักเสบ แพร่กระจายอย่างกว้างขวาง และการประกอบอาชีพแพทย์และพยาบาลก็มีโอกาสจะติดเชื้อตับ อักเสบได้มากกว่าผู้อื่น เพราะจะต้องดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นโรคตับอักเสบอย่างใกล้ชิด
การติดเชื้อ อาจติดต่อทางการฉีดยา (โดยเฉพาะในพวกติดยาเสพติด) โดยการใช้เข็มที่ไม่สะอาดและปราศจากการฆ่าเชื้อ ที่ถูกกรรมวิธีทำให้เกิดโรคตับอักเสบขึ้นได้
นอกนั้นอาจได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบจากการให้เลือดที่มีเชื้อตับอักเสบตัวนี้อยู่หรือจากการสัมผัส เช่น การจูบกัน การร่วมเพศ เป็นต้น

ในประเทศไทย จากการสำรวจของศิริราชและสถาบันอื่น ๆ พบว่ามีเชื้อไวรัสตับอักเสบอยู่ในคนปกติที่ไม่มีอาการแต่อย่างใด ประมาณร้อยละ 10 คนพวกนี้ จึงเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ทำให้คนอื่น ๆ ติดโรคนี้ได้ง่ายหลังจากรับเชื้อไปแล้ว ประมาณ 2-12 อาทิตย์ ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายเป็นหวัด เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียนเล็กน้อย มีไข้ต่ำ ๆ อยู่ 2-3 วันแล้วหายไปเอง โดยไม่มีอาการดีซ่านหรือตาเหลือง ตัวเหลืองให้เห็น ผู้ป่วยพวกนี้มักไม่ได้รับการวินิจฉัยโรค นอกจากแพทย์จะตรวจพบโดยบังเอิญ หรือพบในระยะที่มีการระบาดของโรคตับอักเสบ

ผู้ป่วยอีกจำพวกหนึ่งหลัง จากที่ไข้เริ่มลดลง จะเริ่มมีอาการตาเหลืองตัวเหลือง ในบางครั้งเพื่อน หรือญาติจะเป็นคนสังเกตเห็นก่อน ซึ่งชาวบ้านเราเรียกว่า ดีซ่าน ปัสสาวะสีเข้มเหมือนขมิ้น ตั้งทิ้งไว้จะเป็นฟอง เนื่องจากมีน้ำดี ถูกขับออกมาทางปัสสาวะ ส่วนใหญ่จะเหลืองอยู่ประมาณ 2-4 อาทิตย์ก็จะค่อย ๆ หายไป ในระยะนี้อาการเบื่ออาหารจะหายไปเริ่มกินอาหารได้ และรู้สึกแข็งแรงขึ้นอาการเพลียจะเริ่มหมดไประยะเหลืองนี้เองที่จะมีเชื้อไวรัสออกมาทางอุจจาระจำนวนมากๆซึ่งสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้

ผู้ป่วยบางรายอาการเหลืองจะไม่หาย แต่กลับเหลืองขึ้น ๆ อุจจาระสีซีดลง ผู้ป่วยอาจมีอาการคัน เพลียมากขึ้น ปวดท้อง ท้องบวม ขาบวม สติสัมปชัญญะเลอะเลือน เพ้อ และใช้เวลานานเป็นเดือน ๆ กว่าจะหายเป็นปกติ









ผู้ป่วยบางคนจะมีอาการดีซ่านมาก ไข้สูง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการทางประสาท เพ้อ จำอะไรไม่ได้ มือสั่น ปัสสาวะสีเข้ม อาจมีอาการอาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ คัน จ้ำขึ้นตามตัว กลิ่นหายใจหวานเอียน ๆ และถึงแก่ความตายในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากมีอาการอักเสบของตับอย่างรุนแรง จนตับทำงานไมได้ แต่ก็โชคดีที่ผู้ป่วยโรคตับอักเสบส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่จะเกิดอาการรุนแรง

เมื่อพูดถึงโรคตับ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงตับแข็ง เพื่อนฝูงญาติมิตรจะนึกสรุปเอาเองว่าเกิดจากการกินเหล้า ความจริงกว่าตับจะแข็ง จะต้องมีการอักเสบก่อน ทำให้เกิดการทำลายเนื้อตับทีละน้อย ๆ อยู่ตลอดเวลา เนื้อตับที่เรียบจะมีพังผืดขึ้นมาแทนที่ ทำให้ตับเริ่มแข็งขึ้น ๆ ผิวตับมีลักษณะขรุขระ ตะปุ่มตะป่ำ การเปลี่ยนแปลงนี้กินเวลานาน 1-5 ปี จนทำให้ตับแข็งในที่สุด

สาเหตุของตับอักเสบ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบ มิใช่เกิดจากเหล้า ดังที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ

ตับอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยที่เป็นตับอักเสบเกิน 3 เดือน ยังมีอาการเพลีย เบื่ออาหาร ตาเหลือง ปัสสาวะเหลืองจัดอยู่ในพวกตับอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยพวกนี้มีโอกาสที่จะกลายเป็นตับแข็งได้มาก

ผู้ที่มีอาการดีซ่าน ถ้าหากมีไข้สูง หนาวสั่น ซีด ปวดท้องมาก อาเจียนมาก หรือซูบผอมลงมาก อาจเป็นโรคเลือด โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคมะเร็งของระบบทางเดินอาหารก็ได้ ควรไปหาหมอ ตรวจให้แน่นอน หมออาจต้องตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอ็กซเรย์ หรือทำการตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ
ผู้ที่มีอาการดีซ่าน โดยไม่มีอาการซีด ซูบผอม หรือปวดท้องมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นในเด็กและคนหนุ่มคนสาว สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด ก็คือ โรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส การดูแลรักษาก็คือ ให้พักผ่อนที่บ้าน ควรหยุดเรียนหรือหยดงาน ห้ามทำงานหนัก กินอาหารอ่อน ๆ ที่ย่อยง่าย ควรกินอาหารพวกแป้ง ของหวาน ๆ น้ำหวาน น้ำผลไม้ เพราะย่อยและดูดซึม ง่ายไม่ทำให้ท้องอืด การกินอาหาร มันจัดหรือเนื้อสัตว์ จะทำให้คลื่นไส้อาเจียน ท้องอืด ถ้าอาการคลื่นไส้ดีขึ้น อาจจะเปลี่ยนให้กินอาหารอื่นได้ ส่วนยานั้นไม่จำเป็นต้องใช้ยาบำรุงตับหรือยาอื่นใดทั้งสิ้น
โรคนี้จะค่อย ๆ หายไปได้เอง ข้อสำคัญอยู่ที่การปฏิบัติตัวดังกล่าว

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน กินอาหารไม่ได้ มีอาการเพลีย ตัวเหลืองมาก ควรจะต้องพักอยู่ในโรงพยาบาล โดยแพทย์จะให้น้ำเกลือและอาหารทางเส้นเลือด ตลอดจนให้ยาอื่น ๆ ที่จำเป็นในการแก้สารพิษที่เกิดจากตับเสีย และให้การรักษาแบบประคับประคองเพื่อรอให้ตับรักษาตัวมันเองให้ฟื้นคืนมา ในผู้ป่วยที่มีอาการบวม ควรงดอาหารเค็มด้วย





การกลับทำงาน
การที่จะเข้าทำงานเมื่อไรนั้น แพทย์มักจะแนะนำให้ตัวหายเหลืองเสียก่อนจึงไปทำงานได้ แต่ที่สำคัญกว่าคือ ต้องสังเกตอาการอ่อนเพลียอ่อนระโหย หมดแรง ฉะนั้นควรเริ่มกลับเข้าทำงานวันละน้อย ๆ ชั่วโมงก่อน ถ้าอาการเพลียอ่อนระโหยยังมีอยู่ ก็ควรหยุดจะหยุดพักต่อ แต่ถ้ากลับทำงานแล้วแข็งแรงดี ให้เพิ่มชั่วโมง ทำงานจนปกติ

การป้องกัน
เนื่องจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ได้จากการกินอาหาร ควรเลือกกินอาหารที่มีการปรุงถูกสุขลักษณะ สะอาด น้ำดื่มควรจะต้มให้เดือดเสียก่อน อย่ากินอาหารดิบ ๆ โดยเฉพาะอาหารทะเล
ผู้ป่วยที่เป็นตับอักเสบ ควรจะระมัดระวังการกินอาหารร่วมกับผู้อื่น ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง หลังการเข้าห้องน้ำ เสื้อผ้าเครื่องใช้อื่น ๆ อาจจะทำให้เกิดการติดต่อโรคได้ ต้องแยกทำความสะอาดต่างหาก ห้ามปะปนกับของคนอื่น และควรต้มด้วยน้ำเดือด นอกจากนี้ควรละเว้นการร่วมเพศ

ผู้ป่วยโรคตับอักเสบชนิดเฉียบพลัน จะมีเชื้ออยู่ในอุจจาระประมาณ 1-2 เดือน ส่วนผู้ที่เป็นเรื้อรังหรือผู้เป็นพาหะของโรค จะมีเชื้อไวรัสตับอักเสบอยู่เป็นเวลานาน ทำให้การป้องกันทำได้ลำบากมาก บุคคลที่อยู่ในครอบครัวอาจจะต้องมาฉีดยาป้องกันโยเฉพาะในรายที่เป็นอย่างเฉียบพลันเท่านั้น แต่ถ้าเป็นโรคเรื้อรังหรือผู้เป็นพาหะ ไม่แนะนำให้ฉีดยาป้องกันนี้ เพราะต้องฉีดทุก 4-6 เดือน และอาจเกิดแพ้ยาที่ฉีดได้ นอกจากนั้นเข็มฉีดยาที่ใช้แล้วต้องต้มให้เดือดและนานพอที่จะฆ่าเชื้อไวรัสตับอักเสบ
การรับบริจาคเลือดควรจะตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบในผู้บริจาคเลือดเสียก่อน ถ้าพบก็ไม่ควรรับบริจาค

2. ตับอักเสบจากการดื่มเหล้า

ตับอักเสบที่เกิดจากการดื่มเหล้า พบในผู้ป่วยที่ดื่มเหล้าอย่างน้อยวันละครึ่งขวดใหญ่ และเป็นเวลานานเกิน 10 ปี สาเหตุเนื่องจากเหล้าไปทำลายตับโดยตรง และขาดอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ผู้ป่วยที่เป็นตับอักเสบจากเหล้า จะมีอาการเบื่ออาหาร เพลีย ไม่มีแรง เป็นเวลา 2-3 อาทิตย์ ต่อมาตาจะเหลือง มีไข้สูง ปวดท้อง โดยเฉพาะชายโครงขวา บางครั้งอาการปวดจะรุนแรง บางครั้งท้องบวม ขาบวม อาจมีอาการทางสมอง คือ เพ้อ เลอะเลือก ความจำเสื่อม

ผู้ป่วยที่เป็นตับอักเสบจากเหล้าควรงดดื่มเหล้าโดยเด็ดขาด ให้อาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายและพักผ่อนให้เพียงพอ อาการต่าง ๆ จะค่อย ๆ ดีขึ้น ถ้าอาการหนักก็ควรพักอยู่ในโรงพยาบาลให้การรักษาเช่นเดียวกับผู้ป่วยที่เป็นตับอักเสบจากเชื้อไวรัสตับอักเสบถ้าผู้ป่วยยังกินเหล้าไม่หยุดจะเกิดอักเสบบ่อย ๆ ทำให้ตับถูกทำลายบ่อย ๆ ในที่สุดก็จะกลายเป็นตับแข็ง


3. ตับอักเสบจากสาเหตุอื่น ๆ 

ตับอักเสบอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ นอกจากได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบ และกินเหล้า สาเหตุที่พบบ่อยคือ จากการกินยา เช่น ยารักษาวัณโรค ยาลดความดัน ยาดมสลบ ยาถ่าย ฯลฯ กล่าวคือ หลังจากกินยาหรือให้ยาแก่ผู้ป่วยจะเกิดอาการตัวเหลืองตาเหลือง เป็นไข้, เพลีย, เบื่ออาหาร ในพวกที่มีอาการรุนแรงจะหมดสติ และถึงแก่ความตายได้ เพราะฉะนั้นในผู้ป่วยที่มีประวัติกาแพ้ยา ควรจะให้ยาด้วยความระวัง

ในอวัยวะต่าง ๆ ผู้ป่วยที่เป็นโรคติดเชื้อชนิดต่าง ๆ เช่น ปอดบวม มีโพรงหนองในส่วนต่าง ๆ เชื้อแบคทีเรียจะกระจายมาตามหลอดเลือด และอาจจะมีการแพร่กระจายเชื้อมาที่ตับ ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบได้

สารเป็นพิษ มีสารเคมีหลายชนิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การผลิตน้ำมัน ผงซักฟอก และในยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหนู เมื่อผู้ป่วยได้รับเป็นจำนวนมาก ก็อาจทำให้เกิดตับอักเสบขึ้นได้เช่นกัน โดยมีอาการแยกกันยากจากสาเหตุอื่นที่กล่าวมาแล้วข้างต้น


การรักษาคือ การกำจัดสาเหตุของตับอักเสบ และให้การรักษาแบบประคับประคองเพราะในขณะนี้ยังไม่มียาตัวใด ที่สามารถช่วยตับให้หายดีขึ้น นอกจากจะให้เวลาตับฟื้นคืนตัวขึ้นมาเอง โดยที่แพทย์จะให้การรักษาพยาบาลโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเท่านั้นเอง



ขอบคุณ หมอชาวบ้าน



Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2552 5:23:32 น.
Counter : 2846 Pageviews.

16 comments
  
สวัสดียามเช้าค่ะ


โดย: praewa cute วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:8:24:07 น.
  
Artichoke (ATISO, actiso) อาร์ติโช๊คบำรุงตับไตถุงน้ำดี
อาร์ติโช๊ค (Cynara scolymus) เป็นพืชที่นิยมปลูกในต่างประเทศ เฉพาะภูเขาสูงมากกว่า 1,500 เมตร เท่านั้น ปี 2513 นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรป ได้ค้นพบสารไซนาริน ” มีคุณค่าทางอาหาร และยา นำมาบริโภคสด หรือปรุงอาหารได้ทุกส่วน หรือนำมาสกัดสารไซนาริน(Synarin) รับประทานเพื่อบำรุงรักษาสุขภาพได้ดี” ในยุคโบราณอาร์ติโช๊คเป็นอาหาร และยารักษาโรคของชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมัน และเป็นเมนูอาหารที่สำคัญในทุกงานเลี้ยงของกรุงโรม นอกจากจะเป็นอาหารเสริม แล้วยังมีสรรพคุณทางยา ดังนี้
1. ช่วยบำรุง กระตุ้นการทำงานของตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ในการสกัดสารพิษ หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากกระแสโลหิต สร้างน้ำดีและน้ำย่อย และเปลี่ยนแปลงหรือสร้างสารอาหาร ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย
2. กระตุ้น การสร้างน้ำดีของตับ ทำให้มีประสิทธิภาพในการลดไขมัน (Chloresteral) ในเลือด ช่วยให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานดี ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน
3. เสริมสร้างการทำงานของถุงน้ำดี ช่วยสร้างน้ำดีป้องกันถุงน้ำดีอักเสบ ซึ่งมักเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก ทำให้ระบบการย่อยอาหารดี ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก
4. ช่วยป้องกันตับอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคดีซ่าน และโรคตับแข็ง (Cirrhosis) ในประเทศบราซิล อาร์ติโช๊ค เป็นยาสมุนไพรพื้นฐาน ที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยของตับ และโรคอื่นหลายโรค ได้อย่างกว้างขวาง เช่น โรคโลหิตจาง เบาหวาน ไข้ รักษาบาดแผล และเกาต์

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม
www.artichokeliver.com หรือ
www.smethai.com/shop/gms
Tel: 02 - 888 - 9954, 081 – 627 1521 คุณวัลลภา
โดย: อาร์ติโช๊ค IP: 110.164.43.29 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:18:31:59 น.
  
เว็บไซนี้มีประโยชน์มาก ทำให้ทราบถึงสาเหตุ อาการของโรค ที่สำคัญทำให้มีกำลังใจดีขึ้น
โดย: sherry IP: 125.27.103.55 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:54:13 น.
  
ให้ประโยชน์ดี เราเพิ่งเป็นตับอักเสบ มันรู้สึกทรมานมาก เพราะไม่เคยเป็นอะไรแบบนี้เลย เป็นมา4-5วันแล้ว 2วันแรกยังไม่ไปหาหมอ เพราะคิดว่าตนเองไม่สบาย เลยหายามาทานเอง จนวันที่3 ทนไม่ไหว เลยไปพบแพทย์ เจาะเลือด หมอบอกว่าตับอักเสบ กลับมาอยู่บ้าน2วันแล้ว ยังไม่ค่อยเบาเลย ท้องอืดอยู่เสมอ(ท้องบวม) พยายามทานอาหารอ่อนๆ แต่ยังมีอาการอาเจียนร่วมในบางครั้ง
ขอบคุณสำหรับข้อมูลข้างต้นนะ
โดย: friend IP: 117.47.139.67 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2552 เวลา:9:22:02 น.
  
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
โดย: dp IP: 124.122.4.237 วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:15:14:00 น.
  
ขอบคุณมาก ได้ความรู้ดี
โดย: นิด IP: 192.168.0.32, 119.42.82.214 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:19:31 น.
  
ขอบคุณมากค่ะ
ได้ความรู้เพิ่มขึ้นด้วย
โดย: MingJing IP: 118.173.137.71 วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:13:31:08 น.
  
เเต้งกิ้วๆ
โดย: ชาวสองล้อ IP: 119.31.121.75 วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:18:23 น.
  
ขอบคุณค่ะ
โดย: POOK IP: 180.180.18.218 วันที่: 28 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:32:46 น.
  
มีประโยชน์มากมายค่ะ
โดย: อรอุมา IP: 125.26.109.120 วันที่: 17 ธันวาคม 2553 เวลา:19:14:13 น.
  
ถ้าเป็นสมุนไพรต้องยกให้ อ.หวังช่วยเพราะท่านรักษาผู้ป่วยมาหลายรายแล้วจากที่หมอไม่รักษาต่อ..ว่าไม่รอด.แต่อ.กับรักษาให้รอดได้..ลองโทรคุยดู.089-1289304 กทม.
โดย: บอกต่อ IP: 125.25.55.118 วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:13:03:54 น.
  
ขอบคุณมากๆค่ะ
โดย: kai choo choo IP: 124.120.96.38 วันที่: 11 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:21:30 น.
  
ขอบคุณมากค่ะ มีความรู้ขึ้นเยอะเลย
โดย: คนทำงาน IP: 110.77.239.44 วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:9:28:28 น.
  
Thang you
โดย: A_A IP: 111.84.61.12 วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:22:24:45 น.
  
ขอบคุณมากค่ะ เป็นความรู้ที่ดีมากเลย
โดย: โกอิ IP: 180.183.232.27 วันที่: 24 กันยายน 2554 เวลา:15:06:03 น.
  
ขอบคุณมากครับ กำลังมีอาการแบบนี้พอดี
โดย: Yuthakan IP: 101.109.186.230 วันที่: 30 เมษายน 2561 เวลา:11:08:15 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments