มิถุนายน 2552

 
25
30
 
 
All Blog
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ


แปลและเรียบเรียงจากหนังสือ The Acupressure Health BooK โดย Frank Bahr.M.D.






ความรู้เรื่องการกดจุดเป็นของเก่าแก่และมีมานานหลายพันปีซึ่งเป็นที่ยอมรับของชาวจีน ศาสตร์แห่งการกดจุดได้แพร่หลายไปทั่วโลก ทั้งในอเมริกาและยุโรป โดยเฉพาะในยุโรป Dr.Frank Bahr ท่านเป็นแพทย์ชาวเยอรมัน เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการกดจุดโดยเฉพาะ ท่านได้ศึกษาและเขียนตำราการกดจุดไว้ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่ามีประโยชน์ เหมาะสำหรับนำมาเผยแพร่แก่ประชาชนในการดูแลสุขภาพ เพราะกดจุดก็คือ ศาสตร์แขนงเดียวกับการฝังเข็มที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดี แต่การกดจุดเป็นการฝังเข็มโดยไร้เข็ม ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดเข็มเหมือนฝังเข็ม และไม่มีอันตรายใดๆ ต่อผู้ทำ ถ้าท่านกดถูกวิธีและมีประสิทธิภาพก็จะได้ผลในการรักษาทั้งยังช่วยเสริมการรักษาของแพทย์ให้หายเร็วขึ้น แต่ถ้าท่านทำแล้วไม่ได้ผล ก็ไม่มีข้อเสียหายอะไร

อาการ

ปัสสาวะขัดและปวดแสบปวดร้อน เวลาถ่ายปัสสาวะจะรู้สึกปวดท้องน้อย ปัสสาวะขุ่น บางครั้งอาจถ่ายเป็นเลือดคล้ายเป็นนิ่ว

สาเหตุ

เกิดจากการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ในเด็กหญิงก็อาจเป็นได้ อาจพบเป็นโรคแทรกในผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าหากรักษาไม่ดี เชื้ออาจลุกลามกลายเป็นโรคกรวยไตอักเสบได้

ฉะนั้นเมื่อเกิดอาการดังกล่าว หรือในรายที่สงสัย ท่านควรไปพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และท่านสามารถใช้วิธีกดจุดร่วมกับการรักษาของแพทย์ได้ จะช่วยให้การรักษาได้ผลเร็วขึ้น และยังป้องกันการกลับเป็นใหม่ได้ด้วย

ตำแหน่งที่กดจุด:

กดจุดบนร่างกาย

1. จุด “จื้อยิน” (Chih-yin)





วิธีหาจุด:

อยู่ที่ด้านข้างของปลายนิ้วเท้าอันสุดท้าย

วิธีนวด:

นวดขาหานิ้วหัวแม่เท้า



2. จุด “ซานยินเจียว” (San-yin-chiao)





วิธีหาจุด:

อยู่ที่ด้านในของขาเหนือกระดูกข้อเท้า (ตาตุ่มด้านใน) 4 นิ้วมือ และอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง

วิธีนวด:

นวดขึ้น



3. จุด “จงจี้” (Chung-chi)







วิธีหาจุด:

จุดอยู่แนวกึ่งกลางของลำตัวและอยู่ส่วนล่างสุดของท้องน้อย

วิธีนวด:

นวดขึ้น



4. จุด “ฉี้ไห่” (Ch’i-hai)





วิธีหาจุด:

อยู่ต่ำกว่าสะดือประมาณ 2-3 นิ้วมือ (4-5 นิ้วมือสำหรับคนอ้วน)

วิธีนวด:

นวดขึ้น



5. จุด “ผังกวงหยู่” (P’ang Kuang shu) สำหรับรายที่เป็นเรื้อรังนวดจุดนี้ด้วย






วิธีนวดจุด:

อยู่ใกล้กับกึ่งกลางของร่องก้น

วิธีนวด:

นวดลงล่าง



กดจุดที่ใบหู

หูขวา







1. อยู่ที่สันหูส่วนที่โผล่มาจากแอ่งหู
วิธีนวด:

นวดขึ้นตามสันหู

2. อยู่ที่กึ่งกลางของแอ่งหูส่วนบน
วิธีนวด:

นวดขึ้นและเอียงไปข้างหน้า



หูซ้าย: นวดเช่นเดียวกับหูขวา แต่ทิศทางตรงกันข้าม







การรักษา

กดจุดที่ร่างกายและใบหูทำสลับวันกัน กดจุดนานครั้งละ 5-10 นาที กดวันละครั้งก็พอ การกดจุดเพื่อป้องกันการกลับเป็นอีก ให้กดจุดประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และพยายามดื่มน้ำมากๆ อย่ากลั้นปัสสาวะไว้นานๆ

ข้อแนะนำทั่วไปก่อนกดจุด

1. นั่งหรือนอนในท่าที่สบาย มือที่จะกดจุดไม่ควรจะเย็น ถ้าเย็นควรทำมือให้อุ่นก่อนโดยแช่ในน้ำอุ่น หรือใช้ผ้าห่มมือไว้

2. ถ้าท่านมีผิวหนังที่แพ้ง่าย อาจจะโลชั่นหรือแป้งฝุ่นทาบริเวณที่จะกดจุดก่อนลงมือกดจุด

3. ระหว่างทำการกดจุด บางรายอาจมีเหงื่ออกมาก ควรให้พักระหว่างการกดจุดได้

4. ในวันที่อากาศหนาวเย็น เมื่อกดจุดเสร็จเรียบร้อย ก่อนออกไปนอกบ้านควรสวมเสื้อให้อบอุ่น

ข้อแนะนำก่อนกดจุด

1. การกดจุด หมายถึง การนวดจุดนั้นๆ โดยใช้ปลายนิ้วมือที่เล็บสั้น

2. อ่านและดูรูปทีแสดงตำแหน่งการกดจุดให้เข้าใจ แล้วลองกดจุดที่อยู่บนร่างกาย สำหรับจุดที่อยู่บนใบหูแจจะใช้กระจกส่องช่วยหาจุด หรือวานให้ใครคนใดคนหนึ่งดูจุดนั้นในรูปแล้วชี้ตำแหน่งให้

3. เมื่อท่านกดถูกจุดๆ นั้นจะให้ความรู้สึกได้ดีกว่าบริเวณรอบๆ และควรกดจุดให้แรงพอ

4. นิ้วมือที่นิยมใช้กดจุด มักใช้นิ้วชี้ โดยให้ปลายนิ้วตั้งฉากกับผิวหนัง และนวดไปตามทิศทางที่ลูกศรชี้ในภาพ นวด (ถู) ออกไปเป็นระยะทาง 1 นิ้ว การนวดควรนวดประมาณ 30 ครั้งต่อ10 วินาที หรือ 70-100 ครั้งต่อนาที

5. จุดบนใบหูอาจจะใช้ปลายนิ้วก้อยหรือปลายดินสอ, ปากกามนๆ นวดได้ เพราะบริเวณใบหูเล็กและแคบกว่าร่างกาย

6. การกดจุดตามหลักของจีนได้กำหนดเวลาในการกดจุดแต่ละครั้งไว้ ดังนี้

เด็กอายุ 0-3 เดือน ใช้เวลากดทั้งหมด ½ -3 นาที
เด็กอายุ 3-6 เดือน ใช้เวลากดทั้งหมด 1-4 นาที
เด็กอายุ 6-12 เดือน ใช้เวลากดทั้งหมด 1-5 นาที
เด็กอายุ 1-3 ปี ใช้เวลากดทั้งหมด 3-7 นาที
เด็กโตตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ใช้เวลากดทั้งหมด 5-10 นาที
ผู้ใหญ่ ใช้เวลากดทั้งหมด 5-10-15 นาที
7. จุดที่กดอยู่บนร่างกาย ควรกดหรือนวดทั้ง 2 ข้างของลำตัว (ร่างกายจะแบ่งเป็น 2 ข้าง คือ ข้างขวาและซ้าย)

8. ระยะต่างๆ ที่ใช้ในการวัด จะวัดจากความกว้างของนิ้วของผู้กดจุดเอง


ข้อมูลดีๆจาก หมอชาวบ้าน



Create Date : 11 มิถุนายน 2552
Last Update : 11 มิถุนายน 2552 5:21:59 น.
Counter : 2122 Pageviews.

6 comments
  
น่าสนใจมากเลยค่ะ
โดย: auau_pi วันที่: 11 มิถุนายน 2552 เวลา:7:10:44 น.
  
ดีมากครับ
โดย: b IP: 192.168.1.3, 61.7.173.67 วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:10:01:55 น.
  
ขอบคุณครับ
เป็นข้อมูล และการศึกษาค้นคว้า
โดย: ไพรัช IP: 115.67.163.185 วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:8:48:32 น.
  
ขอบคุณ ดีมากเลยครับ ได้ช่วยให้มีความร้เกี่ยวกับร่างกายมากขึ้นและสามารถดูแลตนเองได้ หามาเพิ่มอีกนะครับ...
โดย: amn IP: 223.206.189.45 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:11:26:55 น.
  
ดีจ้า..น่าสนใจ
โดย: นา IP: 172.168.1.104, 180.183.243.181 วันที่: 20 เมษายน 2554 เวลา:21:55:07 น.
  
ดี
โดย: แอน IP: 180.183.105.227 วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:33:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments