พฤศจิกายน 2551

 
 
 
 
 
 
1
9
 
 
All Blog
การฟอกและเคลือบสีฟัน



มีคนจำนวนมากที่มีปัญหากับฟันแม้ฟันไม่ผุ โดยเฉพาะฟันที่มีสีเหลืองจนถึงน้ำตาลดูไม่สวยงาม การฟอกฟันจึงเป็นทางออกที่ช่วยให้สีของฟันดูดีขึ้น


ทพ.บุญชัย ประสิทธิ์วิภาต



คนที่มีสุขภาพปากและฟันแข็งแรง กล้าที่จะยิ้มด้วยความมั่นใจ ถือว่าเป็นคนที่โชคดีมาก ฟันแท้ของเรานี่เอง ที่ถือเป็นฟันที่แข็งแรงที่สุดยิ่งไม่มีฟันผุด้วยแล้ว ยิ่งต้องรักษาสุดชีวิตกันเลย แต่ก็ แต่ถ้าฟันมีสีคล้ำมากการเคลือบฟันก็เป็นอีกวิธีที่ใช้ได้ผล คำถามมีอยู่ว่าหลังจากฟอกหรือเคลือบฟันแล้ว ฟันยังแข็งแรงเหมือนเดิมหรือไม่ คอลัมน์นี้มีคำตอบให้คุณ แต่ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจถึงการฟอกและเคลือบฟันกันก่อน









การฟอกฟันมีมานานแล้ว คนที่มีฟันเหลือง สีน้ำตาลอ่อนๆ อาจเป็นมาแต่กำเนิด หรือมีสาเหตุจากยาบางชนิดตั้งแต่ในวัยเด็ก หรืออาหารที่กินอยู่ทุกวัน เช่น ชา กาแฟ หรือการสูบบุหรี่ก็มีส่วนทำให้ฟันมีสีคล้ำขึ้น
ก่อนการฟอก หรือเคลือบฟัน ทันตแพทย์จำเป็นจะต้องขัดและขูดหินปูนออกก่อนจนฟันสะอาด การฟอกสีฟัน คือการทำให้สี (pigment) ที่สะสมอยู่ในเนื้อฟันหลุดออกมา โดยโครงสร้างของฟันหากมองด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเนื้อฟันมีลักษณะเป็นท่อเล็กๆ และมีสีอยู่ในท่อฟันเหล่านี้ การฟอกฟันจะใช้สารฟอกฟันจำพวกเปอร์ออกไซด์ เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (ผสมสารอื่นๆ เพื่อให้เหมาะกับการใช้กับฟันและปลอดภัยภายในช่องปาก) มีลักษณะคล้ายเจลเหนียว (Bleaching gel) ที่จะทำให้สีหลุดออกมา ซึ่งต้องทำหลายครั้งจึงให้ผลที่ต้องการ
การฟอกฟันนี้มี 2 ประเภท คือทำที่คลินิค และทำเองที่บ้านซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ให้รายละเอียดในวิธีการและข้อควรระวัง การฟอกฟันไม่ใช่การเอากรดมากัดเนื้อฟันอย่างที่หลายคนเข้าใจ ดังนั้นหลังจากฟอกฟันจึงไม่มีผลกับโครงสร้างของฟัน
อีกวิธีหนึ่งสำหรับผู้ที่มีสีฟันค่อนข้างเข้มคล้ำ จนบางครั้งไม่กล้ายิ้มกับใคร จึงเลือกวิธีเคลือบฟัน ซึ่งทันตแพทย์จะใช้วัสดุเฉพาะสำหรับการเคลือบฟันมาติดที่ฟัน เช่น วัสดุอุดฟันที่ซึ่งสามารถเคลือบฟันเสร็จภายในครั้งเดียว มีราคาถูกกว่า แต่ไม่ค่อยสวยงามและไม่ค่อยแข็งแรง จึงมีวัสดุอีกชนิดหนึ่งเป็นเซรามิก(ceramic) ที่เป็นอีกทางเลือก โดยมีราคาแพงกว่า แต่สีสวยกว่าใกล้เคียงสีเนื้อฟันจริง และแข็งแรงกว่า การเคลือบฟันแบบนี้ ผู้ที่จะทำต้องแน่ใจพอสมควร เพราะจำเป็นต้องกรอผิวเนื้อฟันด้านหน้าออกประมาณ 0.6-1 มิลลิเมตร หลังจากนั้นแพทย์ก็จะพิมพ์ฟันเพื่อส่งไปทำผิวฟันด้วยวัสดุกึ่งเซรามิกที่แล็ป ให้ได้ตามรูปแบบของฟันจริง แล้วจึงนัดมาติดฟันอีกครั้ง ดังนั้นถ้าตัดสินใจทำเคลือบฟันแล้วเท่ากับต้องยอมรับการเสียผิวเนื้อฟันด้านหน้า และต้องใช้ฟันที่เคลือบไปตลอด หากชำรุดแตกหักก็ต้องซ่อมแซมส่วนที่เคลือบนั้นเพื่อให้ฟันสมบูรณ์ดังเดิม
หลังจากเคลือบฟันแล้วคุณภาพฟันจะแข็งแรงหรือไม่นั้น อยู่ที่สองปัจจัยหลัก คือ หนึ่ง ความสามารถของทันตแพทย์ และสองพฤติกรรมการใช้ฟันของเจ้าของฟัน ผู้ที่เคลือบฟันแล้วต้องใช้ฟันอย่างทะนุถนอมมากยิ่งขึ้น เพราะการเคลือบฟันจะทำให้เนื้อฟันส่วนหนึ่งถูกกรอออกไป แล้วปิดทับด้วยวัสดุดังกล่าว การเคลือบฟันจึงไม่เหมาะกับคนที่นอนกัดฟัน หรือชอบใช้ฟันหน้าบดแทะอาหารแข็งๆ เมื่อเคลือบฟันแล้วควรปรับเปลี่ยนวิธีการรับประทานใหม่ด้วย มิเช่นนั้นอาจทำให้ฟันที่เคลือบไว้แตกชำรุดและต้องกลับมาหาทันตแพทย์ให้ช่วยซ่อมแซมอยู่ร่ำไป
ดังนั้นผู้ที่ฟันมีสีไม่ขาวสวยเหมือนคนอื่น หากต้องการจะปรับเปลี่ยนสีฟัน ด้วยวิธีฟอกสี หรือเคลือบฟัน ก็คงต้องปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะด้านก่อนตัดสินใจ อย่าลืมว่าฟันที่มีสีสวยไม่ได้สำคัญมากไปกว่าการดูแลให้มีฟันแข็งแรง รักษาสุขอนามัยในช่องปากให้ดีด้วย อย่าให้เหมือนคำพังเพยที่ว่า สวยแต่รูปจูบไม่หอม เสียล่ะ

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today








Create Date : 24 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2551 5:34:05 น.
Counter : 1192 Pageviews.

2 comments
  
โอ่ ได้ความรู้เยอะเลย ขอบคุณค่ะ
โดย: โบ โอนลี่ IP: 58.11.82.112 วันที่: 27 ธันวาคม 2552 เวลา:0:45:20 น.
  
อยากทราบราคาของการเคลือบสีฟันแต่ละประเภทด้วยน่ะค่ะ
โดย: ปรียา IP: 180.183.240.115 วันที่: 10 มกราคม 2553 เวลา:14:11:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments