สิงหาคม 2551

 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
10
11
13
14
15
17
18
19
21
22
23
24
25
26
28
29
31
 
 
All Blog
นวดฝ่าเท้า ระวังถูกตัดขาเหตุ “เนื้อเยื่อช้ำ”
>
ผู้ป่วยเบาหวานนิยมนวดฝ่าเท้า ระวังถูกตัดขาเหตุ “เนื้อเยื่อช้ำ”

แพทย์เตือนผู้ป่วยเบาหวานที่นิยมนวดฝ่าเท้า ระวังถูกตัดขา เกิดจากการนวดรุนแรงทำให้เนื้อเยื่อชอกช้ำ เกิดแผลข้างในเท้า หรือการอักเสบติดเชื้อ มีสิทธิ์ถูกตัดขา แนะก่อนนวดควรปรึกษาแพทย์

โรคเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังเป็นต้นเหตุของโรคแทรกซ้อนอีกหลายอย่าง รวมทั้งการเกิดแผลที่เท้าได้ง่าย แต่รักษายาก โดยเฉพาะตอนนี้การนวดเท้าตามสถานบริการกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ถ้าเป็นคนทั่วไปก็ไม่เท่าไร แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยเบาหวาน การนวดแรงๆอาจทำให้เกิดแผลข้างใน อาจถึงต้องตัดขา ทางที่ดีควรฝึกนวดเอง นอกจากจะช่วยเรื่องการฝึกสมาธิ ทำให้รู้สึกสดชื่น แล้วยังเป็นการตรวจเท้าได้ทั่วถึงอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วย

นายแพทย์วิโรจน์ เศรษฐิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า “ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีอายุมากกว่า 40 ปี หรือเป็นเบาหวานมานานกว่า 10 ปี มีโอกาสเกิดแผลที่เท้ามากขึ้น โดยเฉพาะถ้าควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดี จะทำให้เกิดปัญหาต่อระบบประสาทรับความรู้สึกส่วนปลาย ทำให้บริเวณเท้าชา ไม่รู้สึกเจ็บปวด ไม่รับรู้แรงกดดัน ภาวะเหล่านี้ที่ทำให้ง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ หรือบางทีเกิดแผลแล้วยังไม่รู้สึกเจ็บ และแผลก็หายช้ากว่าปกติ เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการไหลเวียนของเส้นเลือดเล็กๆส่วนปลาย

แต่ที่น่าเป็นห่วงอย่างมากในตอนนี้ก็คือ ผู้ป่วยเบาหวานที่ไปใช้บริการนวดตามสถานบริการ ด้วยอาการของโรคที่มีการรับรู้ความรู้สึกน้อย การนวดแรงๆ ย้ำที่เดิมๆบ่อย ๆ อาจทำให้เนื้อเยื่อชอกช้ำ เกิดแผลข้างในเท้า หรือการอักเสบติดเชื้อ กรณีอย่างนี้เคยมีคนไข้รายหนึ่งคิดว่าตัวเองหายจากโรคเบาหวานแล้ว เพราะน้ำตาลลด จึงไม่ได้ทำตามคำแนะนำของแพทย์ ก่อนหน้าที่จะมาโรงพยาบาลรู้สึกปวดตามเส้นที่หลังเท้าข้างซ้าย มีอาการตะคริว ก็เข้าใจว่าปวดที่กล้ามเนื้อธรรมดา จึงไปนวด หลังจากนั้นแทนที่จะดีขึ้นกลับมีอาการปวดมากขึ้น เท้าข้างที่นวดบวมแดง มีไข้หนาวสั่น สุดท้ายก็ต้องตัดขาทิ้ง”

“จริงๆ แล้วการนวดเท้านั้นมีประโยชน์ แต่ผู้ป่วยต้องรู้วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องก็จะสามารถนวดเองที่บ้านได้ เพราะจะรู้ว่าเวลานวดต้องลงแรงขนาดไหน การนวดยังช่วยเรื่องการฝึกสมาธิ ฝึกลมหายใจ กระตุ้นให้เลือดมาเลี้ยงที่ใบหน้า ได้ยืดเส้นยืดสายเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น สดชื่น อาจทำให้ฮอร์โมนอินซูลินหลั่งได้ปกติ สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการตรวจเท้าได้อย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ที่สำคัญต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์ และไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน“
ข้อมูลจาก

//www.samunpai.com/update/show.php?cat=1&id=78



Create Date : 27 สิงหาคม 2551
Last Update : 27 สิงหาคม 2551 6:39:51 น.
Counter : 710 Pageviews.

5 comments
  
น่าสนใจจริงๆค่ะ ต้องระวังให้มากเลยอ่ะ
โดย: thisisduan วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:8:27:10 น.
  
ขอบคุณค่ะ
โดย: แม่มินมิน (nardlada ) วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:8:53:20 น.
  
Thanks.
โดย: seasiri วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:13:56:04 น.
  
วู้ ความรู้เยอะจัง
โดย: redclick วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:18:34:01 น.
  
น่ากลัวจังเราก็นึกว่าไม่มีผลข้างเคียงซะอีก
โดย: osmthauthen@hotmail.com IP: 113.53.175.7 วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:9:01:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments