happy memories
Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
25 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๑๔๖





ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto









๑oo ปี 'กาญจนผลิน'
เคน สองแคว


๑ ปี สายัณห์ สัญญา ผ่านไปอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ กับ คอนเสิร์ต “๑oo ปี กาญจนะผลิน” ที่หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๗ กันยายน ที่ผ่านมา ท่ามกลางคนดูเต็มโรงอย่างน่าชื่นใจ


ขอชื่นชมในการเรียงลำดับการแสดงที่ทำได้กลมกลืน กระชับไม่น่าเบื่อ ครบรสชาติทั้งดนตรีไทยและสากลที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ในลักษณะของ ”สังคีตประยุกต์” ซึ่งเป็นความรู้ความสามารถของตระกูล “กาญจนะผลิน” ที่สืบทอดมาจนปัจจุบัน โดยมี คุณออด จิราวุฒิ กาญจนะผลิน รูปแบบการนำเสนอในแต่ละช่วง ทำให้ ๓๗ เพลงในคอนเสิร์ตไม่น่าเบื่อ และยังมีการกระจายบท ความสำคัญให้กับคนรุ่นใหม่ ๆ ได้แสดงความสามารถควบคู่ไปกับศิลปินรุ่นครูได้อย่างลงตัว หลายเพลงในคอนเสิร์ตนี้ที่ศิลปินแห่งชาตินำมาถ่ายทอดดูแล้วแอบน้ำตาไหล ได้แก่เพลง “ลมจ๋าลม” โดย จินตนา สุขสถิตย์ เพลง ”เดียวดาย” โดย สุเทพ วงศ์กำแหง และเพลง “เท่านี้ก็ตรม” โดยครูชาลี อินทรวิจิตร โดยเฉพาะเพลงหลังสุดนี้ คนทั้งหอประชุม ร้องคลอเบา ๆ ไปกับครู เป็นภาพที่ประทับใจยิ่งนัก


งานนี้ศิลปินแห่งชาติทุกท่าน พูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานคุ้นเคยพลอยทำเอาคนดูมีความสุขไปด้วย แขกรับเชิญก็ดูธรรมชาติ ไม่เกร็งเกินไป อาทิ โจ้ สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา ที่มาร้องเพลงแทนคุณพ่อทนงศักดิ์ ก็ร้องและถ่อมตัวได้อย่างน่ารัก พิศมัย วิไลศักดิ์ สุเมธ องอาจ ศรีไสล สุชาติวุฒิ อรวี สัจจานนท์ ตั้งใจถ่ายทอดเพลงออกมาได้ไพเราะ ส่วนคนรุ่นใหม่วงกระแตไต่ไม้ กับ กาญจน์กรุง ก็พอทำให้อุ่นใจว่า ในอนาคตจะมีคนมาสืบทอดเพลงแนวนี้ได้อย่างไม่น่าห่วง หวังว่า ทุก ๆ ปีคงจะมีคอนเสิร์ตดีๆ เช่นนี้บ่อย และคอนเสิร์ตนี้ถือเป็นงานเชิดชูเกียรติครูผู้ล่วงลับได้อย่างสมเกียรติ โดยเฉพาะฉากจบที่ศิลปินอยู่กันพร้อมหน้าทุกคน เพื่อขับร้องเพลง”สดุดีมหาราชา” ที่ครูสมาน เป็นผู้ประพันธ์ทำนองร่วมกับผู้ชมทั้งหมด อันเป็นภาพที่ประทับใจมาก


แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านในค่ำคืนเดียวกันนั้น ได้ฟังรายการวิทยุ “แซท แอนด์ซัน” ทางคลื่น ๙o.๕o ผู้จัดรายการได้กล่าวพูดถึงสื่อมวลชนแขนงหนึ่งที่ออกเสียงนามสกุลพระราชทาน “กาญจนะผลิน” ออกอากาศ ผิดหลายครั้งอย่างไม่น่าให้อภัย สะท้อนคุณภาพคนทำสื่อยุคนี้


พูดถึงเพลงครูสมานแล้ว หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่า ขุนพลเพลงลูกทุ่ง สายัณห์ สัญญา ก็เคยนำเพลงอมตะที่ครูสมานประพันธ์ทำนองไว้มาขับร้องบันทึกเสียงด้วย เช่นเพลง “ใจพี่” (ต้นฉบับ สุเทพ วงศ์กำแหง) กับเพลง “ฝนแรก” (ชื่อเดิม “หยาดฝนแรก” ต้นฉบับโดย ชรินทร์ นันทนาคร) และวันนี้วันพฤหัส ๑๑ กันยายน ครบรอบ ๑ ปีพอดีในการจากไปของสายัณห์ สัญญา ขวัญใจคนเดิม ค่ายเพลงท็อปไลน์ มิวสิค ร่วมกับครอบครัว “ดีเสมอ” จะจัดงานใหญ่จนถึงวันที่ ๑๓ นี้ที่วัดป่าเลไลยก์ อ.เมือง สุพรรณบุรี ตั้งแต่ เวลา ๒o.oo-o๒.oo น. ในชื่องานว่า “รำลึกขวัญใจคนเดิม สายัณห์ สัญญา” รายได้ร่วมสร้างศาล สร้างหุ่นสายัญห์ สัญญา ซึ่งที่วัดแห่งนี้ มีหุ่นครูสุรพล สมบัติเจริญ ตั้งอยู่ก่อนหน้าแล้ว โดยวันที่ ๑๑ นี้ มีศิลปินนักร้องยกค่ายท็อปไลน์ฯ นำโดย ลูกสาวพี่เป้า เกรซ ศิรประภา ดีเสมอ ถ่ายทอดสดทางช่องดาวเทียม ท็อปไลน์ทีวี ส่วนวันที่ ๑๒ -๑๓ กันยายน เป็นนักร้องอิสระและค่ายอื่น ๆ อาทิ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง สัญญา พรนารายณ์ เสรี รุ่งสว่าง ไมค์ ภิรมย์พร หนู มิเตอร์ มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ดาว มยุรี ฯลฯ และตลก โหน่ง ชะชะช่า ถั่วแระ เชิญ ยิ้ม ฯลฯ ชมฟรี ทั้ง ๓​ วัน หวังใจว่า นักร้องที่ไปขึ้นเวทีนี้ คงได้ทำการบ้าน ฝึกฝนเพลงของพี่เป้า สายัณห์กันให้ดี อย่าไปฆ่าตัวตายบนเวที หรือร้องแบบดูถูกคนฟังเหมือนกับงานรำลึกบางงานที่ผ่านมา ซึ่งเท่ากับเป็นการลบหลู่ครูเพลงด้วย ขอให้ร่วมกันตั้งใจทำให้งานครบ 1 ปีสายัณห์ สัญญามีคุณค่าน่าจดจำประทับใจและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับปีต่อ ๆ ไปด้วย







ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net














รำลึก ๑oo ปีชาตกาล 'ท่านผู้หญิงพวงร้อย' คีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม



"เห็นบัวขาวพราวอยู่ในบึงใหญ่
ดอกใบบุปผชาติสะอาดตา
น้ำใสไหลกระเซ็นเห็นตัวปลา
ว่ายวนไปมาน่าเอ็นดู
หมู่ภุมรินบินเวียนว่อน
คอยร่อนดมกลิ่นกินเกสร
พายเรือน้อยคล้อยเคลื่อนในสาคร
ค่อยพาจรห่างไปในกลางน้ำ"



ความอ่อนหวานของท่วงทำนอง ผสานกับความงดงามทางวรรณศิลป์ และการขับร้องของบทเพลงอมตะ "บัวขาว" สร้างความไพเราะจับใจทุกครั้งที่ได้ฟัง


"เพลงบัวขาว" เป็นหนึ่งในผลงานสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้กับท่านผู้หญิงพวงร้อย (สนิทวงศ์) อภัยวงศ์ ซึ่งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ทรงชักชวนให้ท่านผู้หญิงพวงร้อยประพันธ์ขึ้น เพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่อง "ถ่านไฟเก่า" โดยทรงนิพนธ์คำร้องประทานท่านผู้หญิงพวงร้อย ท่านผู้หญิงใช้เวลาประพันธ์เพลงดังกล่าวเพียง ๔๕ นาทีเท่านั้น และเพลงบัวขาวได้กลายเป็นบทเพลงอมตะของชาติไทย และได้รับการยกย่องจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียของยูเนสโก ประเทศฟิลิปปินส์ ให้เป็น "เพลงแห่งเอเชีย" ในปี ๒๕๒๒ และได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) ประจำปี ๒๕๒๙






บทเพลงบัวขาวได้ถูกนำมาร้อยเรียงบรรเลงถ่ายทอดอีกครั้งในงานแสดงดนตรี "ร้อยบรรเลง เพลงพวงร้อย : An Exclusive Orchestral Concert" ๑oo ปี คีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม จัดโดยธนาคารกสิกรไทย ในนามบริการเดอะวิสดอม ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมระลึกและเชิดชูเกียรติคุณ "ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์" ศิลปินแห่งชาติ ในโอกาส ๑oo ปี ชาตกาล






นายกฤษฎา ล่ำซำ รองประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทย ในนามบริการเดอะวิสดอม ได้คำนึงถึงคุณูปการของท่านผู้หญิงพวงร้อยที่มีต่อวงการดนตรีในประเทศไทย และเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่มีผลงานการประพันธ์เพลงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ จึงได้จัดแสดงดนตรี "ร้อยบรรเลง เพลงพวงร้อย : An Exclusive Orchestral Concert" และนิทรรศการ "๑oo ปี คีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม" เป็นปีที่ ๒ เพื่อเชิดชูเกียรติท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ ในโอกาสครบรอบ ๑oo ปี ชาตกาล โดยในครั้งนี้ธนาคารกสิกรไทยยังคงได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมาทรงเป็นประธานในงานดังกล่าว และยังได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนจากทายาทท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ และหอสมุดแห่งชาติ ที่ได้เอื้อเฟื้อข้อมูล วัตถุจัดแสดงของท่านผู้หญิงพวงร้อย





คุณหญิงอรศรี วังวิวัฒน์, ท่านผู้หญิง อิศรา บุรณศิริ
และ รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์ ร่วมชมการแสดง ดนตรีที่แสนไพเราะ.



ภายในงานยังจัดแสดงประวัติ ผลงาน ของสะสมและเครื่องดนตรี ซึ่งเป็นจุดกำเนิดเพลงอมตะของท่านผู้หญิงพวงร้อยหลายบทเพลง ซึ่งในระยะแรกนั้น ท่านผู้หญิงประพันธ์ชิ้นงานขึ้นเพื่อประกอบภาพยนตร์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล และประกอบการแสดงต่างๆ อาทิ เพลง "บัวขาว", "เงาไม้", "จันทร์เอ๋ย", "ลมหวน" ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานทรงคุณค่า ต่อมา ท่านผู้หญิงจึงเริ่มประพันธ์บทเพลงปลุกใจเพื่อสร้างจิตสำนึกให้เกิดความรักชาติตามพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงบทเพลงเทิดพระเกียรติ บทเพลงประจำสถาบัน และบทเพลงในวาระพิเศษต่าง ๆ





มัทนพันธ์ุ ดุละลัมพะ ทายาทท่านผู้หญิงพวงร้อย ร่วมเล่นเปียโนบรรเลงเพลงอันไพเราะ.



การเรียงร้อยบทเพลงอันทรงคุณค่าของท่านผู้หญิงพวงร้อย ในการแสดงดนตรี "ร้อยบรรเลง เพลงพวงร้อย : An Exclusive Orchestral Concert" โดยแบ่งเป็นช่วง ๆ คือ "ร้อง เต้น เล่นละคร" คือการขับร้องเพลงโดยศิลปินแนวหน้าระดับประเทศ จินตลีลาประกอบเพลงวอลตซ์ และการแสดงละคร โดยนำเพลงของท่านผู้หญิงพวงร้อยมาร้อยเป็นเรื่องราว ทั้งหมดบรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อำนวยเพลงและเรียบเรียงเสียงประสานขึ้นใหม่โดยทฤษฎี ณ พัทลุง และยังได้รับเกียรติจากมัทนพันธุ์ ดุละลัมพะ บุตรสาวท่านผู้หญิงพวงร้อย ในฐานะนักเปียโนรับเชิญกิตติมศักดิ์ และร่วมขับร้องโดยธนชัย อุชชิน, ธีรนัยน์ ณ หนองคาย, กิตตินันท์ ชินสำราญ, กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา, พิจิกา จิตตะปุตตะ, ดวงพร พงศ์ผาสุก, สาธิดา พรหมพิริยะ, กรกันต์ สุทธิโกเศศ





สองบิ๊กแบงก์รวงข้าว กฤษฎา ล่ำซำ (ที่ ๓ จากขวา) และธีรนันท์ ศรีหงส์ (ที่ ๓ จากซ้าย)
นำทีมผู้บริหาร ร่วมงานร้อยบรรเลง เพลงพวงร้อยฯ.



ยังมีการบรรเลง "เพลงวันเพ็ญ" ประกอบภาพยนตร์เรื่อง "วันเพ็ญ" ซึ่งได้รับเกียรติจากหม่อมปริม บุนนาค นางเอกจากเรื่องวันเพ็ญ วัย ๙o ปี มาร่วมชมการแสดง "เพลงเปลี่ยวใจ" ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "ปิดทองหลังพระ" ซึ่งมีการนำภาพยนตร์หายากมาฉายให้ชม และไฮไลต์เพลง "ร้อยบรรเลง เพลงพวงร้อย" ซึ่งทฤษฎี ณ พัทลุง นำ ๑๘ บทเพลงของท่านผู้หญิงมาร้อยเรียงใหม่ โดยให้ศิลปิน นักแสดง นักร้องประสานเสียง นักดนตรี กว่า ๑๒o ชีวิต ร้องบรรเลงพร้อมกัน


เพลงร้อยบรรเลงของ "ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์" คีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม ได้ร้อยรำลึกอดีตและยังก้องดังในใจของผู้คนในยุคปัจจุบันอย่างไม่รู้ลืม.



ภาพและข้อมูลจากเวบ
ryt9.com
thairath.co.th














ศิลปะแห่งการแบ่งปัน ครั้งที่ ๓


๑o ศิลปินดัง ชวนเปลี่ยนศิลปะเป็นทุนการศึกษารายได้ทั้งหมดนำไปสมทบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในมูลนิธิยุวพัฒน์


ร้านปันกัน โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ ร่วมกับ ดีเอ็ม โฮม (DM HOME) และศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ขอเชิญท่านร่วมงานศิลปะแห่งการแบ่งปันครั้งที่ ๓ ภายใต้แนวคิดการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านเฟอร์นิเจอร์ พบผลงานศิลปะจาก ๑o ศิลปินชื่อดัง อาทิ P7, โอ๋ ฟูตอง, นิ้วกลม, ซิน ซิงกูลาร์ ที่มาร่วมสร้างสรรค์แปลงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามให้เป็นผลงานศิลปะชิ้นพิเศษ เพื่อนำไปแสดงและจำหน่ายภายในงาน โดยรายได้ทั้งหมดนำไปสมทบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในมูลนิธิยุวพัฒน์ต่อไป


นอกจากนี้ยังมีการแสดงและจำหน่ายผลงานศิลปะจากโครงการประกวดศิลปกรรมยุวพัฒน์ พร้อมทั้งผลงานศิลปะทุกแขนนง อย่างภาพวาด รูปปั้นและชิ้นงานศิลปะอื่นๆ จากหลากหลายศิลปินนักปันที่ร่วมมอบผลงานของตนเพื่อช่วยระดมทุนการศึกษา, มุมจำหน่ายสินค้าร้านปันกัน รวมถึงกิจกรรมพิเศษที่จะมาสร้างสีสันภายในงานอีกมากมาย งานศิลปะแห่งการแบ่งปันครั้งที่ ๓ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๘ กันยายน ๒๕๕๗ ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น ๑ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์



ภาพและข้อมูลจากเวบ
bangkokbiznews.com














แม่กลอง แผ่นดินมหัศจรรย์
สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์


แม่กลอง หรือจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเดียวที่มีพื้นที่เล็กที่สุดในประเทศไทย เป็นเมือง ๓ น้ำ คือ น้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย เมืองเดียวที่มีคู คลอง เชื่อมต่อกับแม่น้ำมากกว่า ๓๐๐ คลอง เป็นเมืองมหัศจรรย์ที่ไม่ควรมองข้าม

ไม่น่าเชื่อว่าในอดีตเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีความจำเป็นใด ๆ จะต้องง้อให้ต้องมีถนนใช้ เพราะสามารถที่จะเดินทางสัญจรไปไหนมาไหนได้ ทั้งในจังหวัดเอง และจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วยเรืออย่างสะดวกสบาย

จะว่ากันไปแล้ว คงจะเป็นเมืองเดียวมั้ง ที่มีรากเหง้าของประวัติศาสตร์ มีบุคคลระดับมหาบุรุษ และปูชนียบุคคลสำคัญ ๆ ของประเทศเกี่ยวพันอยู่อย่างหลากหลายท่าน และหลายพระองค์

ลองดูสภาพทางภูมิศาสตร์กันก่อน คงมีหลายต่อหลายท่าน ได้เคยเดินทางผ่านไปผ่านมาทั้งขึ้นและล่อง แต่ไม่เคยสัมผัสอย่างจริงจัง กับความเป็นแก่นแท้ของเมืองแม่กลองเลยก็อาจมี

ลักษณะเมืองแม่กลองเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ชุ่มน้ำ ส่วนหนึ่งของตัวเมืองติดชายฝั่งทะเล ชาวเมืองจึงมีอาชีพประมงตามลักษณะสภาพน้ำ คือ มีทั้งน้ำเค็ม น้ำกร่อย และน้ำจืด เป็นเมืองที่มีทั้งนาเกลือ นาข้าว และทำน้ำตาล จากสวนมะพร้าว มีสวนส้มโอ ลิ้นจี่ องุ่น ส้มแก้ว กะท้อน ละมุด ชมพู่มะเหมี่ยว ชมพู่สาแหรก มะละกอ มะเปรียง (หรือที่เรียกว่า ต้น อัมพวา) เป็นเมืองที่มีมะพร้าวซอ ที่ชาวแม่กลองอนุรักษ์และภูมิใจ ฯลฯ

แม่กลองจึงเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยข้าว ปลา อาหาร มีเรือกสวน ไร่ นา ผสมผสานเป็นภูมิทัศน์ให้ดูเหมาะสม งดงาม วัดวาอารามต่าง ๆ เรียงรายสองฟากฝั่งของแม่น้ำลำคลอง และที่แม่กลองนี้เอง ได้มี ตลาดน้ำ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ปรากฏโด่งดังไปทั่วโลก

สิ่งที่ดีที่สุด น่าชื่นชมที่สุด คือ การอนุรักษ์รักษา เอกลักษณ์ต่าง ๆ ให้คงอยู่ในรูปเดิมได้อย่างใกล้เคียงในอดีตเหมือน ๑๐๐-๒๐๐ ปีที่ผ่านมา อย่างไม่น่าเชื่อ

ในด้านประวิติศาสตร์ชาติ เป็นเมืองที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เคยยกทัพมาปราบกองทัพเรือพม่าที่มาตั้งอยู่ที่ ตำบลค่ายบางกุ้ง ที่พระองค์เคยได้กำลังทัพนักรบจีนอาสาที่มารวมพลรอทัพตอนกู้ชาติคืนมาจากพม่า

เป็นหัวเมืองที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ สมัยที่ยังเป็นนายทองด้วงรับการโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์แต่งตั้งให้เป็นหลวงยกบัตรเมืองราชบุรี สมุทรสงคราม (แม่กลอง) และได้สมรสกับ “ท่านนาค” ธิดาของท่านทอง และท่านสั้น เศรษฐีมอญ สกุล “บางช้าง” เคยตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ริมคลองอัมพวา จนกระทั่ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนาเมืองธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี เมื่อปี พ.ศ.๒๓๑๐

ท่านนาคได้คลอดบุตรเป็นชาย ได้รับการตั้งชื่อว่า “ฉิม” ซึ่งต่อมา คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนั่นเอง ทรงได้สมรสกับท่านบุญรอด หรือ สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๒ พระราชโอรสของพระองค์ท่าน ต่อมาได้เสวยราชสมบัติในรัชกาล ถึงสองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

แม่กลองมีวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างอยู่หลายวัด ตั้งแต่ วัดอัมพวา หรือ วัดอัมพวันเจติยาราม ซึ่งเดิมเป็นบ้านของ ท่าน ทอง และ ท่านสั้น มารดาของบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ ที่ได้ทรงอุทิศที่ดินบริเวณพระนิวาสสถานเดิมของพระองค์สร้างเป็นวัดขึ้น

แม่กลองมีวัดดังที่เกี่ยวพันกับประวิติศาสตร์ และเป็นสถานที่อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ไทย-มอญ ตำรับ ตำรา เก่าแก่ ดั้งเดิม รวมทั้งศิลปวัตถุถาวรทางประวัติศาสตร์อยู่อีกมากมาย มีวัดที่พระมหากษัตริย์ และพระราชนิกูลทรงสร้างเอาไว้ก็หลายวัด

เมืองเล็กๆ อย่างแม่กลองใครจะคาดเดาได้ว่า เป็นเมืองที่กำเนิดเพลงพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่ทรงใช้ซอสายฟ้าฟาด ซอประจำพระองค์ทรงบรรเลง เพลงบุหลันลอยเลื่อน เพลงพระราชนิพนธ์ที่บังเกิดในพระสุบินนิมิต เล่ากันว่าทรงสุบินนิมิตว่า ได้เสด็จพระราชดำเนินไปสถานที่แห่งหนึ่ง ที่มีความสวยงามมาก ในขณะที่พระจันทร์เต็มดวง ทอแสงสว่างอยู่กลางท้องฟ้า และพระจันทร์ได้เลื่อนลอยเข้ามาใกล้ สาดแสงสุกใสไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้น พระโสตก็สดับเสียงเพลง ที่มีความไพเราะ ทรงเพลิดเพลิน เจริญพระหทัย ดุจเสียงดนตรีทิพย์ เมื่อทรงตื่นบรรทม จึงโปรดให้พนักงานดนตรีมาเฝ้า และทรงบอกทำนองเพลงในพระสุบินนิมิตให้นักดนตรีเหล่านั้นต่อเพลงจนจำได้ทุกคน และทรงพระราชทานชื่อเพลงในสุบินนิมิตว่า เพลงบุหลันลอยเลื่อน หรือ บุหลันเลื่อนลอยฟ้า นับแต่นั้นมา

แม่กลองจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทยนี่แหละ ที่เป็นถิ่นกำเนิดของบรรดาศิลปินระดับชาติหลายท่านด้วยกัน นับตั้งแต่ ครูทรัพย์ นุตสถิตย์ ครูขลุ่ย ครูบุญยัง เกตุคง ที่ฝีมือระนาดทุ้มลือลั่นไม่มีใครทาบได้ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ ต้นกำเนิดอังกะลุงไทยที่ทำให้มีถึง ๗ เสียง ครูศุข นักดนตรี เชี่ยวชาญเรื่องปี่ ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ ที่นอกจากเก่งสามารถทางดนตรีแล้ว ยังรวบรวมความรู้ แต่งเป็นตำราดนตรีไทยชื่อ ทฤษฎี และการปฏิบัติดนตรีไทย ตีพิมพ์เป็นเล่มใช้ศึกษากันถึงทุกวันนี้ ครูเอื้อ สุนทรสนาน (สุนทราภรณ์) ที่คนไทยทั้งประเทศเคยรู้จักกันเป็นอย่างดีมาแล้วในยุคหนึ่ง

เห็นไหมครับ เมืองเล็ก ๆ อย่างแม่กลองที่เราผ่านไปผ่านมา ไม่ได้เล็กอย่างที่คิดเลย เพราะที่แม่กลองหรือจังหวัดสมุทรสงครามที่ได้เล่ามาอย่างคร่าว ๆ นี้ ยังมีเรื่องที่อยากให้ท่านได้แวะไปท่องเที่ยวเชิงศึกษา พักผ่อน ชิมอาหารทะเล ผลไม้สด ๆ รสดี มากมายหลากหลายชนิด หรืออย่างน้อยได้ไปชมการทำนาเกลือ การเก็บเกี่ยวน้ำตาล จากงวงดอกมะพร้าว มาจนถึงวิธีการเคี่ยวน้ำตาลบนกระทะ ที่คนต่างชาติตื่นตะลึง ให้ความสนใจในความมหัศจรรย์ที่หาชมจากที่ไหนๆ ในโลกใบนี้ไม่ได้นอกจากที่นี่ แม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม

คุณสนใจแล้วใช่มั้ยล่ะ เชิญเลย ใกล้ ๆ แค่นี้เอง คุ้มครับ เชิญเลย.



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net
บล็อกคุณชมพู่แก้มแหม่ม














ชมแมกไม้กลางกรุง สมทบทุนช่วยสังคม


สานต่องานแสดงดอกไม้การกุศลหลากหลายสายพันธุ์ที่รวบรวมมาไว้ในกรุงเทพมหานคร พร้อมไอเดียการตกแต่งสุดอลังการอีกครั้งในปีนี้ โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพ พร้อมเนรมิตรพื้นที่งานดอกไม้ครั้งที่ ๒๘ ในแนวคิด "ความมหัศจรรย์แห่งมวลดอกไม้และพกฤษาเขตร้อนในสวนนายเลิศ" ให้เสมือนอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ที่แวดล้อมไปด้วยสัตว์ในเทพนิยาย พร้อมซุ้มดอกไม้และร้านค้าต่างๆ นำรายได้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยจัดแถลงข่าวบอกเล่ารายละเอียด ที่ห้องเดอะคอนเซอเวเทอรี โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ เมื่อวันก่อน


สุชาดา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา รองประธานการจัดงานเผยว่า งานดอกไม้เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ โดยปีนี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่ ๒ - ๕ ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา ๑o.oo น. - ๒o.oo น.โดยได้รับพระกรุณาจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จมาทรงเป็นประธานเปิดงาน ภายในงานมีกิจกรรมเพื่อการกุศลหลากหลาย เพื่อรวบรวมรายได้นำไปช่วยเหลือผู้ด้วยโอกาสในประเทศไทย ได้แก่ มูลนิธิคนพิการแห่งประเทศไทย และ กองทุนฟันเทียมพระราชทาน


ด้าน "หนูเล็ก" ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร คณะกรรมการจัดงานแจกแจงกิจกรรมที่จะมีขึ้นว่า ปีนี้มีหลายองค์กรมาช่วยสนับสนุน เช่น สวนนงนุช พัทยา เจ้าของรางวัลเหรีญญทอง ๕ ปีซ้อน จากการจัดสวนดอกไม้ในงานเชลซี ฟลาเวอร์ โชว์ ประเทศอังกฤษ มาช่วยรังสรรค์ประติมากรรมดอกไม้ชิ้นเอกบริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม และมีหน่วยงานต่างๆ มาจัดซุ้มดอกไม้ในธีมวันเดอร์แลนด์ มีร้านค้ากว่า ๖o ร้าน อีกทั้งร้านศิลปาชีพ ๙o๔ ที่จะนำขนมไทยอร่อยขึ้นชื่อมากมายมาให้ชิม พิเศษสุดปีนี้ได้เพิ่มโซนสินค้าสุขภาพให้ซื้อหา และมีโชว์งานแสดงฝีมือและความสามารถอันล้ำค่าน่าประทับใจของคนไทย อาทิ ผ้าไหม อัญมณี งานหัตถกรรมพื้นบ้าน เอาใจนักชิมด้วยเมนูพิเศษจากเชฟดังในร้านอาหารของโรงแรม พร้อมกิจกรรมสร้างความบันเทิงมากมาย ตลอด ๔ วันการจัดงาน


ในส่วนของตัวแทนองค์กรช่วยเหลือผู้ด้วยโอกาส ดุสิต สมันเลาะ กรรมการมูลนิธิคนพิการไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมูลนิธิฯ เปิดรับบริจาครถเข็นสำหรับคนพิการ ๗๗ จังหวัด ซึ่งแต่ละปีมีคนพิการที่รายได้น้อย มาขอรับบริจาคเป็นจำนวนมาก โดยรถแต่ละคันมีราคาประมาณ ๔,๕oo -๕,ooo บาท แน่นอนว่าผู้ที่ได้ใช้จะสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคลานหรือนั่งอยู่กับที่อีกต่อไป ขณะที่กองทุนฟันเทียมพระราชทาน ทพญ.สุปราณี ดาโลดม ผอ.สำนักงานสาธารณสุข กรมอนามัย บอกว่าโครงการนี้ก่อตั้งขึ้นจากพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่า การไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย จิตใจไม่สงบสุข ทำอะไรก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง จึงตั้งกองทุนให้ทุก ๆ คนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือมอบฟันเทียมให้แก่ผู้สูงอายุที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิต ในบั้นปลายควรได้รับการตอบแทนด้วยการได้กินอิ่มอยู่สบายขึ้น



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net














กิจกรรมใส ๆ โดนใจคนรักสีน้ำ


พลาดไม่ได้กับ ปฐมบท ภาคแรก ของมหากาพย์ ๑๒ ภาค ๑๒ เดือน ๑๒ ชิ้นงาน วาดรูปงานดอกไม้ไทยด้วยสีน้ำ โดยครูมาโนช พ่อมดฉมังเวทย์ ผู้ระบายอายหอมของดอกไม้ด้วยปลายพู่กัน


ครั้งแรกกับ Workshop พิเศษ โดย มาโนช กิตติชีวัน ในโลกของงานวัฒนธรรมดอกไม้ไทย


วาดรูปงานตาข่ายดอกไม้ไทยด้วยสีน้ำ


คลาสเดียวเท่านั้น สำหรับเดือนกันยายน
ทั้งวันเสาร์ที่ ๒๗ และวันอาทิตย์ที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.oo-๑๗.oo น. รวม ๒ วัน
ที่เดียวเท่านั้น ที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้


สนใจขอรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนเรียนได้ที่ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้
โทร. o๒-๖๖๙-๓๖๓๓-๔ วันอังคารถึงวันอาทิตย์ ๑o.oo น. ถึง ๑๘.oo น.


สมัครด่วน รับจำนวนจำกัด


มาโนช กิตติชีวัน - ศิลปินสีน้ำ ผู้รักการวาดดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ "ด้วยระยะเวลายาวนาน
หลายปีบนเส้นทางของนักวาดภาพประกอบหนังสือบ้านและสวนกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาทำให้"ผมได้เรียนรู้เทคนิคการวาดสีน้ำจากการทำงานจริง รู้จักการแก้ปัญหาฝึกการวางแผนขั้นตอนการวาดและพัฒนาฝีมืออย่างสม่ำเสมอ ได้รู้จักพรรณไม้มากขึ้นเห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สรรค์สร้างสิ่งสวยงาม เราเพียงแต่เลียนแบบธรรมชาติให้ดีที่สุดก็เท่านั้น ทุกภาพที่วาดเกิดจากความรักเมื่อทำแล้วมีความสุข ผมก็ทำไปเรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อ และจะมีความสุขยิ่งขึ้นเมื่อมีคนชื่นชอบผลงานของเราและอยากทำตาม







ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้














Power of Love


ธรรมชาติได้รังสรรค์ดอกไม้ขึ้นมาให้มีความสวยงามตามแต่ละสายพันธุ์ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังมีคุณค่าทางใจ ทั้งความรัก ความสุข ความเคารพ ศรัทธา และแทนใจได้ในหลายความรู้สึก จากความประทับใจในคุณค่าและความงามของดอกไม้ จึงนำมาแสดงออกผ่านสีน้ำที่บางเบา โปรงใส เพื่อแทนความรัก ความสุข สดชื่น อิ่มเอิบ เบิกบานใจ แทนใจที่มีต่อพ่อแม่ คนที่เรารัก เคารพ ศรัทธา โดยเน้นความนุ่มนวล อ่อนหวานตามลักษณะเฉพาะตัวของตนเอง


ขอเชิญทุกท่านร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ แสดงผลงานเดี่ยวจิตรกรรมสีน้ำครั้งที่ ๓ “ดอกไม้แทนใจ” โดย สาโรจน์ อนันตอวยพรวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.๓o น.

หมายเหตุ : มีกิจกรรมสาธิตสีน้ำทุกเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๑๓.oo น.(และในวันที่กำหนด)

นิทรรศการ : “ดอกไม้แทนใจ” (Power of Love)
ศิลปิน : สาโรจน์ อนันตอวยพร
วันที่ : ๒๔ ตุลาคม – ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
สถานที่ : ห้องนิทรรศการชั้น ๑ ห้อง ๒ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สอบถามรายละเอียดเพิมเติม : o-๒๒๑-๘๓๗o๙/o๘๕-๙๔๕-๗๗๔๖
ติดต่อศิลปิน : o๘๑-๙๘๘- ๖o๓๙











ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














MEMORANDUM


การบันทึกเรื่องราวผ่านงานศิลปกรรมที่ล้วนแล้วแต่เคยถูกนำเสนอในวาระและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน หากมาอยู่ร่วมกันในสถานะใหม่บนความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องของ “ความทรงจำ” และ “การหลงลืม”


ซึ่งนิทรรศการครั้งนี้ถูกนำมาเล่าเรื่องโดย อรรฆย์ ฟองสมุทร ภัณฑารักษ์ โดยถ่ายทอดผ่านผลงานของศิลปิน 4 คนได้แก่ เคนทาโร่ ฮิโรกิ, ดุษฎี ฮันตระกูล, นิพันธ์ โอฬารนิเวศน์, และ ชลารักษ์ เรือนชุ่มเชย


หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ {BUG} ขอเชิญชมนิทรรศการศิลปกรรมชื่อว่า MEMORANDUM ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ – ๑๗ มกราคม ๒๕๕๘ ณ แกลเลอรี่ ชั้น ๒ หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท และจะมีพิธีเปิดใน วันเสาร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.oo น. เป็นต้นไป


นิทรรศการ : MEMORANDUM
ศิลปิน : เคนทาโร่ ฮิโรกิ, ดุษฎี ฮันตระกูล, นิพันธ์ โอฬารนิเวศน์, และ ชลารักษ์ เรือนชุ่มเชย
ภัณฑารักษ์ : อรรฆย์ ฟองสมุทร
วันที่ : ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ – ๑๗ มกราคม ๒๕๕๘
สถานที่ : แกลเลอรี่ ชั้น ๒ หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : o๒-๓๕o-๓๖๒๖
อีเมล : bugallery@bu.ac.th



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














การวาดภาพด้วยแสง – ศิลปะแห่งแสง


สปีลเบนได้ค้นพบเทคนิคการวาดภาพด้วยแสงโดยไม่ได้ตั้งใจขณะการถ่ายภาพช่วงกลางคืนที่เชียงใหม่ และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ศิลปินท่านนี้ก็ไม่เคยหยุดพัฒนาเทคนิคการถ่ายภาพนี้ โดยสร้างแหล่งที่มาของแสงที่เป็นแบบของเขาเอง และพัฒนาเพื่อเพิ่มให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น แต่ละขั้นตอนของงานคือการใช้ฝีมือล้วนๆ ศิลปินจะปรับแต่งเรียบเรียงองค์ประกอบในภาพ หรือมีการทดลองใหม่ ๆ ในบางโอกาส แต่เมื่อเขาออกมาสร้างผลงานของเขา ทุกรายละเอียดไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่มาจากการจัดวางโดยประณีตและตั้งใจ






และนี่จะเป็นครั้งแรกในกรุงเทพที่ศิลปินจะคัดเลือกผลงานการวาดภาพด้วยแสงของเขามาจัดแสดง ที่ห้องแสดงนิทรรศการศิลปะของสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ระหว่างวันที่ ๑๖-๒๓ กันยายน ๒๕๕๗ ทางสมาคมฝรั่งเศสจึงขอเชิญทุกท่านมาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ งานเปิดนิทรรศการการวาดภาพด้วยแสง พร้อมรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม ในวันเสาร์ที่ ๒o กันยายน เวลา ๑๙.oo น.


นอกจากนั้นแล้วทางศิลปินจะจัดเวิร์คช็อปสำหรับผู้ที่สนใจเพื่อศึกษาเทคนิคการวาดภาพด้วยแสงว่าด้วยการเปิดรับแสงนานกับการเล่นแสง โดยจะจัดระหว่างวันที่ ๑๑-๑๒ ตุลาคม ที่สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ


สปีลเบ็น นักวาดภาพแสง เบ็น หรือนามแฝงว่า สปีลเบ็น เป็นศิลปินอิสระ เป็นผู้กำกับคลิปและรายการทีวี ช่วงที่เป็นนักถ่ายภาพแนวทดลอง เขาเคยทำงานร่วมกับเอเจนซี่โฆษณาและบริษัทผู้ผลิตสื่อมาแล้วมากมาย

งานเปิดนิทรรศการ วันเสาร์ที่ ๒o กันยายน เวลา ๑๙.oo น.






นิทรรศการ : “การวาดภาพด้วยแสง – ศิลปะแห่งแสง”
วันที่ : ๑๖-๒๓ กันยายน ๒๕๕๗(เวลา : วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา ๘.oo – ๑๙.oo น. และวันอาทิตย์ ๘.๓o – ๑๖.oo น.)
สถานที่ : แกลเลอรี่ของสมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพ เลขที่ ๑๗๙ ถนนวิทยุ (ไม่คิดค่าเข้าชม)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร : o๒-๖๗o-๔๒๒๒ หรือ o๒-๖๗o-๔๒๓๑
อีเมล : warittha.kraiwee@afthailande.org



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














As Seen


เราต่างอยู่ร่วมกันในโลก เรื่องราว ถาโถม ล้นกระอัก ชีวิตทุกชีวิตล้วนมีพันธะ คือภาระทำความเข้าใจชีวิต ปลดเปลื้องการเสแสร้ง รู้เท่าที่เห็น มองโลกอย่างที่มันเป็น ไม่เย่อหยิ่ง อ่อนน้อมชีวิต ขอเชิญทุกท่านร่วมพิธีเปิดนิทรรศการวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.oo น.


นิทรรศการ : “เท่าที่เห็น” (As Seen )
ศิลปิน : เตวิช พงศ์วัฒนาวิจิตร, วรเชษฐ พรหมหนู, ประสาท นิรันดรประเสริฐ
วันที่ : ๑๓ – ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๗
สถานที่ : ห้องนิทรรศการชั้น ๒ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๒๑๘-๓๗o๙ / o๘๕-๙๔๕-๗๔๖
ติดต่อศิลปิน : (เตวิช) o๙๗-o๕๗-๙๓๒๗























ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














Frankenstein-ocratie


นิทรรศการ Frankenstein-ocratie (ภาพวาดการเมืองของสเตฟฟ์) นำเสนอภาพวาดล้อเลียนการเดินผ่านประเทศไทยช่วงหลายปีหลังมานี้ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความขัดแย้งและความวุ่นวาย เมื่อมีการนำประชาธิปไตยแบบตะวันตกมาใช้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายอย่างของสังคมไทย ภาพวาดนี้คือเสียงสะท้อนของเหตุการณ์เหล่านั้น


พิธีเปิดนิทรรศการ “Frankenstein-ocratie (ภาพวาดการเมืองของสเตฟฟ์)” และนำชมภาพจะจัดขึ้นในวันที่ ๒ ตุลาคม เวลา ๑๙.๓o น.


การนำชมโดยเจ้าของผลงานจะมีขึ้นในวันที่ ๑๘ ตุลาคม


ชีวประวัติ

สเตฟฟ์ (สเตฟาน เปอรีย์) เป็นนักวาดภาพล้อเลียน เกิดที่ประเทศฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๙๖๔ และใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๘๙ เขาเริ่มทำงานเป็นช่างภาพหนังสือพิมพ์ก่อนที่จะตัดสินใจทุ่มเทเวลาให้กับการวาดภาพการเมืองตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๙๗ และภาพของเขาก็ได้ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารชื่อดังระดับโลกหลายฉบับ เช่น International Herald Tribune ซึ่งเขาทำงานให้เป็นเวลา ๘ ปี ปัจจุบัน มีการนำภาพวาดของเขามาตีพิมพ์ใน Jakarta Post, Kuwait Times, Korea Times, China Daily และ Courrier International ของประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ เขายังเป็นนักวาดภาพประจำหนังสือพิมพ์รายวัน ภาษาอังกฤษของกรุงเทพฯ ที่ชื่อว่า The Nation มาเป็นเวลา ๑๑ ปี แล้ว


วันที่ : ๒-๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๗
เวลา : วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา ๘.oo – ๑๙.oo น. และวันอาทิตย์ ๘.๓o – ๑๖.oo น.
สถานที่ : แกลเลอรี่ของสมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพ เลขที่ ๑๗๙ ถนนวิทยุ (ไม่คิดค่าเข้าชม)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร : o๒-๖๗o-๔๒๒๒
อีเมล : warittha.kraiwee@afthailande.org











ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














The Hidden Beauty


ว่าด้วยเรื่อง “ความงาม” ความงามคืออะไร ? เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันครังแต่สมัยอดีต ดังนักปราญช์สมัยกรีก อริสโตเติล (Aristotle) กล่าวถึงความงาม ความสะเทือนใจ เป็นความรู้สึกทางการรับรู้ (sense perception) ของมนุษย์ ค่าของความงามนั้นเป็นจริงอยู่ มีจริงอยู่โดยตัวของมันเองหรือไม่ หรือว่าค่าของความงามเป็นเพียงข้อความที่เราใช้กับสิ่งที่เราชอบชื่นชมยินดี หรือพึงพอใจ


นิทรรศการ ความงามที่ซ่อนอยู่ นำเสนอผลงานจิตรกรรมร่วมสมัย ถ่ายทอดจากความสนใจและความรู้สึกของตัวศิลปิน โดยการใช้ภาพวาดหน้าหญิงสาวแทนค่าความงามในจินตนาการว่าคนที่มีความสวยงามนั้นต้องมีลักษณะใบหน้ากลมกลึงได้รูป ดวงตาโต คิ้วโก่งปากเล็กสมสัดส่วน เพิ่มความน่าสนใจ ด้วยด้วยส่วนอื่นบนร่างกายกลับมีความผิดปกติและเป็นความขัดแย้งกัน จุดมุ่งหมายของศิลปินชวนให้คิดติดตามต่อ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามภาวะและประสบการณ์ของผู้ชมแต่ละคน


สีสะเล สีสะเหวย ศิลปินเลือดใหม่ สัญชาติลาว มุ่งมั่นศึกษาด้านศิลปะไทยและฝรั่งเศส (๒oo๓-๒oo๖) และทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่องจนมาถึงผลงานเดี่ยว ชุด “ความงามที่ซ่อนอยู่”

พิธีเปิดนิทรรศการในวันพฤหัสบดีที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.oo น. ร่วมพบปะพุดคุยกับศิลปินและรับสูจิบัตร

นิทรรศการ : ความงามที่ซ่อนอยู่ (The Hidden Beauty)
ศิลปิน : สีสะเล สีสเหวย (Sisalay Sisaveuy)
วันที่ : ๙ ตุลาคม – ๘ พฤษจิกายน ๒๕๕๗
สถานที่ : นัมเบอร์วันแกลอรี่ อาคาร เดอะสีลมแกลเลอเรีย ชั้น ๔ กรุงเทพฯ
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๖๓o-๒๕๒๓











ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














Reflection of Color


ธรรมชาติ คือ ผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ ความหลากหลายของสรรพสิ่งที่รายล้อมรอบตัวเราบนโลกใบนี้ ถูกสร้างให้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างสมดุล จนเกิดเป็นความสวยงาม ความสุข ความอิ่มเอมในแก่มวลมนุษยชาติพืชพรรณดอกไม้หลายหลายสายพันธ์ สีสันที่สดใสไม่ว่าจะเป็น เหลือง, แดง, แสด, ชมพู, ม่วง, ฟ้า ทรวดทรงกลีบดอกหรือความหอมหวานที่ยังยั่วยวน เมื่อต้องแสงอาทิตย์กระทบสีสันของดอกไม้ จะทำหน้าที่เปล่งประกายให้ความรู้สึกแก่ผู้พบเห็นในแต่ละช่วงโมงยามความรู้สึกบริสุทธิ์ อ่อนโยนในยามพระอาทิตย์ทอแสง ความรู้สึกสดใสเริงร่า ในยามที่แสงแดดเจิดจ้า การตกอยู่ในห้วงพะวงหวนคิดคำนึงยามเมื่อแสงแดดรำไร หรือยามที่สายลมโบยโบกหยอกล้อกับดอกใบทำให้รู้สึกสนุกสนาน เป็นสัญญาลักษณ์แทนความรู้สึกของผู้พบเห็นสุดแล้วแต่ใครจะจินตนาการ


เราเป็นเพียงผู้เสพความงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้น บันทึก และถ่ายทอดด้วยอารมณ์ ความรู้สึก ในแต่ละช่วงเวลา ด้วยสีอะคลิลิค ผ่านฝีแปรงประทับไว้บนเฟรมผ้าใบอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยความสุข สงบ และอิ่มเอิบใจ หวังให้จินตนาการที่สัมผัสได้ด้วยตา และหัวใจของผู้เสพงานศิลปะ เป็นความสุขใจ กำลังใจ หรือปลอบประโลมใจของใครบางคน


ขอเชิญทุกท่านร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ “สีประกายแดด” (Reflection of Color) ในวันพุธที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๙.oo น.

นิทรรศการ : “สีประกายแดด” (Reflection of Color)
ศิลปิน : รุ่งพันธุ์ บุรุษชาติ
วันที่ : ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ – ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
สถานที่ : ห้องนิทรรศการชั้น ๑ ห้อง ๑
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๒๑๘-๓๗o๙/o๘๕-๙๔๕-๗๗๔๖
ติดต่อศิลปิน : o๘๑-๒๕o-๘๖๒๗



















ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














Emotional Season


ผลงานของ กมล หอมกลิ่น

นิทรรศการระหว่างวันที่ ๓-๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๗

สถานที่: People’s Gallery P1-P2 ชั้น ๒

Baccหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

พิธีเปิดนิทรรศการ วันศุกร์ ที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๙.oo น.


Emotional season: ในฤดูกาลที่ผ่านพ้นไป ร่อยรอยในประสบการณ์กำลังบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ ในความทรงจำไม่ว่าดีหรือร้าย หยาดฝนหล่นลงเป็นหยาดสุดท้ายของฤดูกาล มันกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ฤดูกาลใหม่ ใจและจิตความคิดของมนุษย์ก็เช่นกัน ทั้งกักขังและเดินทาง อุดมคติจึงกลายเป็นความฝันล่อหลอกให้เดินทางไปสู่ความสำเร็จในเชิงอุปทาน สุดปรารถนา รักใคร่ ครอบครองความหวัง ปรารถนา นานาสรรพสิ่งเป็นจริงดั่งหวัง มนุษย์จึงกลางเป็นแมลงอวิชา บินโผลเข้าไปในภวังค์แห่งความรกร้าง ท่ามกลางสายหมอกเดียวดาย ไร้พันธนาการสิ่งจับต้องใด ๆ พาหนะแห่งอวิชชาจึงเป็นร่างมนุษย์ที่เต็มไปด้วยปรารถนา บรรเลงเพลงชีวิตในทำนองรุกเร้า สุดท้ายคำตอบมันเป็นเพียงคำสั้น ๆ ว่า สุญตา ในบริบทมนุษย์







ภาพและข้อมูลจากเวบ
fineart-magazine.com




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 25 กันยายน 2557
Last Update : 25 กันยายน 2557 19:38:44 น. 0 comments
Counter : 2121 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.