happy memories
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
19 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๑๑๑




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto









"พิพิธสมบัติพระราชา ณ วังหน้า”


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า ประกอบด้วยหมู่พระที่นั่งต่าง ๆ ใช้เป็นห้องจัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของชาติ ขณะนี้ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม มีโครงการพัฒนาและปรับปรุงวังหน้า โดยมุ่งหมายเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว "วังหน้า" ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ รวมไปถึงพัฒนาแหล่งเรียนรู้สมบัติวัฒนธรรมของชาติไว้ให้ลูกหลานได้เที่ยวชม





พระบรมฉายาทิสลักษณ์พระปิ่นเกล้าฯ ในฉลองพระองค์แม่ทัพเรือสยาม
จาก บล็อกคุณ G.Peck



ผลงานของ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นที่ทราบกันดีว่าทรงพระปรีชาสามารถหลายด้าน ทั้งด้านภาษาอังกฤษ การต่อเรือกลไฟ การทหารเรือ ทหารปืนใหญ่ และด้านการดนตรี ทรงสนใจศึกษารอบรู้วิทยาการตะวันตก และนำมาปรับใช้ประโยชน์ในราชการได้อย่างทันสมัย ช่วยให้สยามยืนหยัดทานกระแสคุกคามจากโลกตะวันตก ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ก็ทรงช่วยราชการแผ่นดิน จนเป็นที่รู้จักจากชาติตะวันตก ครั้นสมัยรัชกาลที่ ๔ พระองค์ท่านทรงได้รับพระบวรราชาภิเษก ดำรงพระอิสริยยศ ในฐานะพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่สอง โดยที่ปรากฏพระนามในนานาอารยประเทศว่า "The Second King of Siam"



art001C



เรื่องราวของ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ นั้นสำคัญและน่าสนใจ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้ความสำคัญ โดยมีนิทรรศการพิเศษเรื่อง "เมื่อตะวันออกพบตะวันตก : พิพิธสมบัติพระราชา ณ วังหน้า" เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนไทยได้ศึกษา เรียนรู้ และเพลิดเพลินกับการชมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่เคียงคู่กับพระองค์ เลือกสรรมาทั้งสิ้น ๗๗ ชิ้น รวมทั้งหลักฐานทางด้านเอกสารจดหมายเหตุต่าง ๆ มาจัดแสดง ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เที่ยวชมแล้วจะทราบถึงพระราชประวัติ การเชื่อมโยงวิทยาการจากโลกตะวันออกและโลกตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด มีกำหนดเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ ๒ กรกฎาคม-๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๗ เป็นเวลา ๒ เดือน



art002A



ในการแถลงข่าวการจัดนิทรรศการพิเศษนี้ เอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า สมบัติของ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ซึ่งเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑฯ พระนคร และจากแหล่งอื่น ได้นำออกมาจัดแสดงเป็นพิเศษ โดยโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่นำมาแสดงมีพระบวรฉายาทิสลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นศิลปะตะวันตก เขียนสีน้ำมัน ภาพประทับยืน ทรงฉลองพระองค์ชุดราชนาวี คาดกระบี่ และประดับตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตะวันตก อย่างนายทหารตะวันตก ทรงใช้เป็นพระองค์แรกในไทย แสดงว่าโปรดปรานวิชาการทหาร แล้วยังมีพระแท่นบรรทมคู่ ศิลปะฟื้นฟูโกธิคแบบอังกฤษ สลักรูปช้างเผือกที่พนัก เป็นของพระองค์ท่านมาแต่เดิม ภาพวาดยอร์ช วอชิงตัน ขนาดเท่าจริง เป็นหนึ่งในเครื่องบรรณาการจากสหรัฐ





โบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมคัดสรรมาจัดแสดงพิเศษ



ส่วนศิลปะตะวันออกชิ้นสำคัญคือ พระแท่นบรรทมไม้ประดับมุก เสาเป็นลายเครือเถาแบบจีน รวมทั้งป้ายภาษาจีนสถิตพระวิญญาณพระองค์ สร้างบูชาไว้ในพระราชวังหลังเสด็จสวรรคต รวมถึงเครื่องใช้ เครื่องประดับตกแต่งจีนอีกหลายชิ้น นิทรรศการจะสร้างบรรยากาศการใช้สอยให้เข้ากัน เปิดให้เข้าชมเรื่องราววังหน้าในอดีตควบคู่กับการศึกษารูปแบบศิลปะในยุโรปและจีน


"วัตถุสิ่งของที่เกี่ยวเนื่องใน พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระราชประวัติและพระปรีชาสามารถของพระราชา ณ วังหน้า ที่ทำให้นานาชาติรู้จักสยามมากขึ้น อีกทั้งก่อให้เกิดจิตสำนึกดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติไม่ให้หายสาบสูญ รวมถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จะมีสถิติผู้เข้าชมมากขึ้น ไม่ว่าเด็ก เยาวชน และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ" อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว



art002C1

ป้ายฉลองพระองค์ อักษรจีนจารึกพระประมาภิไธย



การจัดแสดงแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน เริ่มจาก "พระราชา ณ วังหน้า" กล่าวถึงพระราชวงศ์ แสดงความรักใกล้ชิดกับ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ราชสกุลของพระองค์ จนถึงมูลเหตุการสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์ที่สอง และเล่าถึงพระบวรราชวังครั้งสมัยพระปิ่นเกล้าฯ ถัดมา "จิตวิญญาณและปรัชญาโลกตะวันออก" ชี้ให้เห็นทรงร่ำเรียนวิชาศาสตราวุธต่าง ๆ มวยปล้ำ ศึกษาวรรณคดี ดนตรี ทั้งยังทรงดำรงประเพณีดั้งเดิมแบบแผนในวังหน้า รวมไปถึงมีพระราชนิยมแบบจีนอิทธิพลแผ่นดินรัชกาลที่ ๓ ได้ชมผ่านโบราณวัตถุศิลปะจีน






จากนั้นเข้าสู่ส่วนแสดง "เปิดสยามสู่โลกตะวันตก" น่าสนใจตรงกล่าวถึงทรงเป็นคนไทยหัวก้าวหน้า รับเป็นผู้บังคับบัญชาทหารเรือวังหน้า ควบคุมการต่อเรือรบกลไฟด้วยพระองค์เอง และความชื่นชอบวัฒนธรรมตะวันตก ถ่ายทอดผ่านเครื่องเรือนยุโรปที่เรียบง่าย สง่างาม ถัดมาแสดงเรื่องสยามในสายตาชาวโลก ยืนยันการยอมรับจากประชาชาติ ถือว่าเป็นนิทรรศการใหญ่ แถมจะมีกิจกรรมให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสนุกกับการตอบคำถาม ลุ้นรับของรางวัลตลอด ๒ เดือนเต็ม ที่กรมศิลปากรจัดนิทรรศการเผยแพร่พระเกียรติยศพระราชาแห่งสยาม.



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net
เฟซบุคกลุ่มเผยแพร่ กรมศิลปากร














"ศิลปะลังกาที่วัดกัลยาณี”


วัดเกลานิยา (Kelaniya Temple) หรือที่คนไทยมักเรียกขานกันว่า วัดกัลยาณี เป็นวัดที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา


จากความรู้สึกนิ่งสงบที่ได้อยู่ใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์ (๑ ใน ๓๒ ต้นที่ตอนกิ่งมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อนุราธปุระ เมืองหลวงเก่าของศรีลังกา พระเจ้าอโศกมหาราชพระราชทานหน่อจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พุทธคยามาให้) เฝ้าชมประติมากรรมเทวรูปต่าง ๆ อาทิ พระวิษณุ พระพิฆเนศ พระแม่คงคา และคนแคระ ประดับอาคารภายนอก





พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่วัดกัลยาณี



ครั้นพอเดินเข้าไปในพระวิหารของ วัดเกลานิยา (Kelaniya Temple) หรือที่คนไทยมักเรียกขานกันว่า วัดกัลยาณี กลับรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตะลึงขึ้นมาตามลำดับ แสงน้อย ๆ จากประตูที่ส่องเข้าไปในอาคารโถงกลาง ทำให้เราพบกับภาพจิตรกรรมในโทนสีขรึมเข้มเต็มพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมนูนต่ำรูปบุคคลและสัตว์ขนาดใหญ่ประดับอยู่ตามมุมต่าง ๆ ให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม ขณะเดียวกันก็ดูลึกลับน่าค้นหา





จิตรกรรมชิ้นเอกเล่าเรื่องการเดินทางของเจ้าหญิงเหมมาลา ขณะซ่อนพระเขี้ยวแก้วไว้ในมุ่นมวยผม



พระวิหารมีผังอาคารที่น่าสนใจ มีห้องเล็ก ๆ ขนาบสองข้างห้องโถงใหญ่ ด้านซ้ายมีภาพจิตรกรรมฝาผนังโทนสีอ่อนหวาน เล่าเรื่องตามจารึกทางพุทธศาสนาของศรีลังกาที่บันทึกไว้ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมาประเทศศรีลังกา ๓ ครั้ง


ครั้งแรกเสด็จไปห้ามศึกระหว่างกองทัพยักษ์กับคนเถื่อนรบราฆ่าฟันกัน ด้วยตั้งใจให้พระพุทธศาสนางอกงามในดินแดนลังกา


ครั้งที่สอง เสด็จมาห้ามทัพพญานาค แล้วทรงแสดงธรรมจนพญานาคทั้งสองฝ่ายเกิดความเลื่อมใส จึงถวายบัลลังก์ทองแด่พระพุทธเจ้า พระองค์ทรงรับและให้บรรจุไว้ในเจดีย์ทรงระฆังคว่ำที่วัดกัลยาณี


ครั้งสุดท้าย ทรงรับนิมนต์จากพระเจ้าเกลานิยา และประทับรอยพระบาทไว้ที่ยอดเขาศรีพาดา





moon stone หรือ อัฒจันทร์ศิลา รูปครึ่งวงกลม ศิลปะลังกา



อาคารอีกด้านหนึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ และจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องของเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาลังกาต่อเนื่องกัน


เมื่อเดินออกจากประตูเล็ก ๆ ของทางด้านนี้ เราจะพบกับภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องพระพุทธศาสนาในศรีลังกา วาดด้วยเส้นที่อ่อนช้อยและการใช้สีที่อ่อนหวาน โดยมีภาพชิ้นเอกเล่าเรื่อง การเดินทางของเจ้าหญิงเหมมาลา กับเจ้าชายทันตกุมารพระสวามี ขณะปลอมตัวเป็นพราหมณ์ เดินทางนำพระเขี้ยวแก้วไปเกาะลังกาตามพระราชโองการของพระเจ้าคุหะสีวะ แห่งนครทันตะปุระ เนื่องจากมีข้าศึกมาประชิดเมือง โดยเจ้าหญิงได้ซ่อนพระเขี้ยวแก้วไว้ในมุ่นมวยผม และผจญภัยนานากว่าจะเดินทางมาถึงเมืองอนุราธปุระ เมืองหลวงในอดีตของศรีลังกา


แสงสว่างที่สาดส่องมาจากช่องหน้าต่าง ลงมาตรงกลางภาพพอดี ทำให้ภาพจิตรกรรมชิ้นนี้สวยงามและดูโดดเด่นขึ้นมากว่าบริเวณอื่น ๆ นับเป็นความชาญฉลาดของช่างฝีมือในอดีตเป็นอย่างมาก





ประติมากรรมรูปพระพิฆเนศ ประดับภายนอกพระวิหาร



ตามประวัติเล่าว่าวัดกัลยาณีมีมาสองพันปีแล้ว แต่ในช่วงอาณานิคมเข้าครอบครองวัดถูกทำลายหลายครั้ง จากนั้นก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมา กระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๓๑ นางเฮเลนา วิเจวาร์เดนา เศรษฐีนีแห่งกรุงโคลัมโบได้บริจาคทรัพย์ศิลป์ในการบูรณะครั้งใหญ่ โดยมีนายโสริอัส เมนดิส ศิลปินชาวลังกาที่เป็นทั้งจิตรกรและประติมากร รับหน้าที่สร้างสรรค์ผลงานที่ใช้เวลากว่า ๒o จึงแล้วเสร็จ





จิตรกรรมปละประติมากรรมเล่าเรื่อง มณีอัคขิกะ
พญานาคผู้ครองแคว้นกลัยาณีผู้เลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า



ผลงานประติมากรรมภายนอกพระวิหารที่ดูงดงาม มีความพอดีกับอาคารที่ดูสง่า เงียบขรึม เป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งกับผลงานประติมากรรมและจิตรกรรมชนิดที่เรียกว่ารังเกียจพื้นที่ว่างเปล่า หรือ สร้างสรรค์จนไม่เหลือที่ว่างให้ได้เห็น กล่าวได้ว่าเป็นผลงานศิลปะที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่แปลกใจเลยที่ นายโสริอัส เมนดิส ได้รับการขนานนามให้เป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของศรีลังกา


วัดเกลานิยา หรือ วัดกัลยาณี อยู่ห่างจากกรุงโคลัมโบ ๑๓ กิโลเมตร หากมีโอกาสไปเยือนศรีลังกาอย่าลืมแวะไปชมกัน

หมายเหตุ : ข้อมูลอ้างอิงจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ



ภาพและข้อมูลจากเวบ
bangkokbiznews.com














"ว่าด้วย...วิถีสีน้ำ”


เทคนิคอย่างง่ายของศิลปะที่ใช้เพียงสี น้ำ และอุปกรณ์วาด กลายเป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้ผู้พิสมัยในงานจิตรกรรมดังกล่าวลุ่มหลงมานักต่อนัก ภาพแล้วภาพเล่าถ่ายทอดเรื่องราวจากมุมมองส่วนตัวก่อเกิดเป็น "ภาพสีน้ำ" ดุจมีชีวิต และวันนี้พวกเขารวมตัวกันแล้วนำเสนอผลงานอันหลากหลายภายในนิทรรศการ "มหกรรมสื่อสีน้ำโลก ประเทศไทย" งานใหญ่อันเป็นความร่วมมือของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม และเครือข่าวศิลปินสีน้ำ หวังส่งเสริมและสนับสนุนผลงานศิลปะสีน้ำของประเทศไทยให้ก้าวหน้าอีกขั้น






พิธีเปิดนิทรรศการที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพฯ ผ่านพ้นไปแล้ว โดยหัวเรือใหญ่ด้านงานศิลป์ เขมชาติ เทพไชย ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย เปิดใจเล่าว่า ด้วยตระหนักถึงความสำคัญและความตื่นตัวของสื่อสีน้ำ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก เพราะเป็นเทคนิคการเขียนภาพที่สดใส งดงาม ไม่ซับซ้อนในกระบวนการ อีกทั้งใช้วัสดุน้อยชิ้น มหกรรมศิลปะดังกล่าวจึงเปิดขึ้นได้ไม่ยาก ซึ่งก่อนจะมีการรวบรวมผลงานมาจัดแสดงให้ชมนั้นได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการที่จังหวัดชลบุรีและพระนครศรีอยุธยาในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสร้างสรรค์ผลงานระหว่างศิลปินไทยและศิลปินชาวต่างชาติ โดยมีศิลปินไทยชั้นนำ ๑o คน อาทิ ดร.กมล ทัศนาญชลี, ธงชัย รักปทุม, รศ.สวรรณรงค์ สิงหเสนี, สมศักดิ์ เชาว์ธาดาพงศ์ เป็นต้น และศิลปินต่างชาติจำนวน ๒o คน อาทิ คอนสแตนติน สเตอร์นอฟ จากรัสเซีย ออง คิม เส็ง จากสิงคโปร์ ลุย ยี่ จากจีน ยูโกะ นากายาม่า จากญี่ปุ่น เป็นต้น ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษ






ภายในโถงจัดแสดงภาพสีน้ำนานาชาติแบ่งเป็น ๒ ชั้น โดยชั้น ๒ สำหรับแสดงภาพที่ผ่านการเวิร์กช็อป ส่วนชั้น ๓ จัดแสดงผลงานของศิลปินที่วาดไว้ก่อนหน้านี้ จอห์น ซอลมิเนน ศิลปินสีน้ำชาวอเมริกันซึ่งนำผลงานสีน้ำภาพตลาดอันยุ่งเหยิงมาโชว์บอกว่า จากการได้ไปร่วมเวิร์กช็อปกับศิลปินไทยในต่างจังหวัด รู้สึกชื่นชมจิตรกรสีน้ำชาวไทย ว่ามีทักษะในการสร้างสรรค์งานสีน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว ผิดกับตัวเองที่ค่อนข้างใช้เวลานาน ส่วนตัวถนัดวาดภาพทิวทัศน์ต่าง ๆ มากกว่าภาพบุคคล สำหรับใครที่โปรดปรานงานสีน้ำอยากเชิญชวนให้มาค้นหาแรงบันดาลใจ เหมือนอย่างตัวเองที่เริ่มเรียนวาดภาพมาตั้งแต่เด็ก แล้ววันหนึ่งก็มีโอกาสได้เรียนรู้จากศิลปินดังในอเมริกา และพัฒนาฝีมือจากการใช้เทคนิควาดภาพแบบเรียลลิสติกแต่จบด้วยลีลาแบบแอ็บสแตรกท์






ลุย ยี่ ศิลปินอารมณ์ดีจากแผ่นดินใหญ่ สะท้อนมุมมองส่วนตัวในศิลปะการแสดงบัลเลย์ผ่านงานสีน้ำอันแผ่วเบา เป็นสไตล์ของสีที่นุ่มนวลชวนหลงใหลที่เจ้าตัวเผยว่า ชื่นชอบบัลเล่ย์มาตั้งแต่เด็กเคยคิดไปจะสมัครเรียนด้วยจึงชอบวาดภาพบัลเลย์ออกมาในหลากหลายอารมณ์ จากการได้ร่วมเวิร์กช็อปทำให้เห็นว่าศิลปินแต่ละชาติล้วนมีสไตล์เป็นของตัวเอง แต่ที่ทุกคนมีเหมือนกันคือความหลงใหลในสีน้ำ เช่นเดียวกับศิลปินเจ้าบ้านอย่าง วิศิษฐ์ พิมพิมล ที่มีสไตล์นิยมความสดใสและเน้นสีฉูดฉาดมองว่า เทคนิคสีน้ำเป็นศิลปะที่ทุกคนได้เรียนในชั้นเรียน แต่หลายคนหยุดอยู่แค่นั้น แท้จริงแล้วงานสีน้ำสามารถต่อยอดได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยเสน่ห์ที่แตกต่างจากเทคนิคอื่นตรงที่ผู้วาดต้องมีสมาธิและนิ่ง เพราะหากพลาดแล้วพลาดเลย ไม่อาจกลับไปแก้ไขได้ ดังนั้นจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก






อีกหนึ่งศิลปินที่ได้รับความสนใจและชื่นชมเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะนำผลงานสวย ๆ มาจัดแสดงแล้วเธอยังลงมือละเลงภาพสีน้ำโชว์บริเวณหน้างานอีกด้วย ยูโกะ นากายาม่า ศิลปินสาวชาวแดนอาทิตย์อุทัยผู้ชื่นชอบวาดภาพดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ บอกว่า ตั้งใจคัดเลือกภาพดอกไม้ ๒ ชนิด มาให้ชม ภาพแรก "ดอกเบญจมาศ" เพื่อแทนประเทศญี่ปุ่น ส่วนอีกภาพ "ดอกกล้วยไม้" เพื่อแทนประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ ตัวเองสนใจการเขียนภาพสีน้ำมัน แต่เมื่อทำไปเรื่อย ๆ กลับรู้สึกว่าไม่ชอบกลิ่นสีน้ำมันที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ๑o ปีให้หลังจึงเปลี่ยนมาเขียนภาพสีน้ำ พร้อมพัฒนาตัวเองสู่การเป็นอาจารย์สอนศิลปะสีน้ำที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น โดยทุกครั้งที่ได้ลงมือสร้างสรรค์ผลงานมักพบความสุขอย่างประหลาดเกิดขึ้นเสมอ






มหกรรมสำหรับคนชอบสีน้ำ ซึ่งแสดงผลงานของจิตรกรชื่อดังระดับนานาชาติกว่า ๑oo คน จาก ๓๓ ประเทศ และศิลปินไทยอีก ๓o ชีวิต กับผลงานร่วม ๓oo ชิ้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๑o.oo-๑๙.oo น. (เว้นวันจันทร์) ตั้งแต่วันนี้ถึง ๒o กรกฎาคมนี้ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน






สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงาน Workshop "The World Watermedia Exposition, Thailand" ณ หอศิลป์ร่วมสมัย ราชดำเนิน โดยศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยจำนวน ๑๑ ท่าน ชมการสาธิตของศิลปินและร่วมเขียนรูปกับศิลปินฟรี ชมสาธิตการเขียนภาพสีน้ำ โดยศิลปินไทย ๑๑ ท่าน ใน "มหกรรมสื่อสีน้ำโลก" ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน (ไม่มีค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนหน้างาน) ลงทะเบียนหน้างานตั้งแต่เวลา ๑o.oo น. Workshop เริ่ม ๑๑.oo-๑๒.oo น.และ ๑๓.oo-๑๕.oo น. อุปกรณ์ต้องเตรียมมาเอง เรามีโต๊ะให้ ตามวันเวลาดังนี้


วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๗
อ.Lafe สาธิตการเขียนคน
อ.พัชราพรรณ จันทร์เทพย์ สาธิตการเขียนดอกไม้
อ.วัฒนา กรีทอง สาธิตการเขียนหุ่นนิ่ง

วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๗
อ.Lafe สาธิตการเขียนทิวทัศน์
อ.บุญกว้าง นันทเจริญ สาธิตการเขียนใบหน้าคน
อ.อดิศร พรศิริกาญจน์ สาธิตการเขียนดอกไม้

วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๗
อ.Lafe สาธิตการเขียนคน
อ.นำชัย แสนสุภา สาธิตการเขียนท้องนา
อ.มาโมช กิตติชีวัน สาธิตการเขียนดอกไม้

วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๗
อ.Lafe สาธิตการเขียนดอกไม้
อ.นำชัย แสนสุภา สาธิตการเขียนท้องนา
อ.มาโมช กิตติชีวัน สาธิตการเขียนหุ่นนิ่ง

วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗
อ.Lafe สาธิตการเขียนคน
อ.วิศิษฎ์ พิมพิมล สาธิตการเขียนทิวทัศน์
อ.มาโมช กิตติชีวัน สาธิตการเขียนหุ่นนิ่ง

วันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗
อ.Lafe สาธิตการเขียนทิวทัศน์
อ.พิสิต ปทุมชาติ สาธิตการเขียนทิวทัศน์
อ.สรรณรงค์ สิงหเสนี สาธิตการเขียนดอกไม้

วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗
อ.Lafe สาธิตการเขียนคน
อ.สรรณรงค์ สิงหเสนี สาธิตการเขียนดอกไม้
อ.อดิศร พรศิริกาญจน์ สาธิตการเขียนดอกไม้

วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗
อ.Lafe สาธิตการเขียนทิวทัศน์
อ.มาโมช กิตติชีวัน สาธิตการเขียนดอกไม้
อ.พัชราพรรณ จันทร์เทพย์ สาธิตการเขียนดอกไม้

วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗
อ.Lafe สาธิตการเขียนคน
อ.ดิเรก กิ่งนอก สาธิตการเขียนทิวทัศน์
อ.วิศิษฎ์ พิมพิมล สาธิตการเขียนทิวทัศน์

วันที่ ๒o กรกฎาคม ๒๕๕๗
อ.Lafe สาธิตการเขียนทิวทัศน์
อ.ดิเรก กิ่งนอก สาธิตการเขียนทิวทัศน์
อ.วิศิษฎ์ พิมพิมล สาธิตการเขียนทิวทัศน์



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th
komchadluek.net
เฟซบุค arteyeview














"SO FAR SO GOOD 2”


คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอเชิญผู้สนใจ ชมนิทรรศการ “SO FAR SO GOOD 2” โดย นักศึกษาภาควิชาประติมากรรม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากรกำหนดพิธีเปิดนิทรรศการ วันศุกร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๗.oo น. โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตรเมธีนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน เป็นประธานในพิธี


นิทรรศการ : “SO FAR SO GOOD 2”
ศิลปิน : นักศึกษาภาควิชาประติมากรรม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
วันที่ : ๒๒ กรกฎาคม – ๓ สิงหาคม ๒๕๕๗
สถานที่ : ชั้น๔๓ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : สำนักงานหอศิลปกรุงเทพฯ : o๒-๒๑๔-๖๖๓o – ๘







































ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com












ภาพถูกวาดทับที่ค้นพบ



"พบภาพซ่อนใน 'The Blue Room' ของปิกัสโซ”


ปาโบล ปิกัสโซ (๑๘๘๑-๑๙๗๓) ศิลปินดังของโลกวาดภาพ The Blue Room ซึ่งเป็นภาพนู้ดผู้หญิงกำลังอาบน้ำอยู่ในสตูดิโอของเขาที่กรุงปารีสในปี ๑๙o๑ ภาพนี้เก็บรักษาไว้ที่เดอะฟิลลิปส์คอลเลคชั่นในวอชิงตัน ตั้งแต่ปี ๑๙๒๗ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและนักอนุรักษ์ภาพวาด ใช้เทคโนโลยีรังสีอินฟราเรดตรวจสอบภาพ และค้นพบว่าภายใต้ภาพนี้มีภาพพอร์ตเทรตของชายคนหนึ่ง เป็นชายหัวล้านสวมแจ็กเกตผูกหูกระต่าย นั่งเท้าคางและสวมแหวนอยู่ ๓ นิ้ว


ภาพนี้เป็นหนึ่งในภาพวาดชื่อดังของเขาในช่วงที่เขานิยมใช้โทนสีฟ้าและฟ้า-เขียววาดภาพในช่วงปี ๑๙oo-๑๙o๔ เป็นภาพที่หลายสถาบันสนใจศึกษา และนักวิเคราะห์ด้านเทคนิคยืนยันว่าภาพพอร์ตเทรตที่ซ่อนอยู่นั้นเป็นภาพที่ปิกัสโซวาดไว้ก่อนที่จะวาดภาพเดอะบลูรูมทับลงไป


แพทริเซีย ฟาวีโร นักอนุรักษ์ภาพวาดเผยว่าจริง ๆ แล้วค้นพบภาพที่ ๒ ในผลงานจิตรกรรมชิ้นนี้ของปิกัสโซตั้งแต่ปี ๒oo๘ แล้ว และหลายคนอยากทราบว่าบุคคลในภาพเป็นใครกัน และขณะนี้ก็พยายามหาคำตอบกันอยู่





อีกภาพของปิกัสโซที่เขาวาดทับภาพเดิม



ด้านภัณฑารักษ์ซูซาน เบห์เรนด์ แฟรงก์ เผยว่า "เมื่อปิกัสโซเกิดไอเดียที่จะเขียนรูปขึ้นมา เขาจะต้องเขียนให้ได้ในเวลานั้น ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่เขาจะมีผืนผ้าใบให้เขียนรูป เพราะผืนผ้าใบราคาค่อนข้างแพง บางครั้งเขาก็วาดลงบนกระดาษแข็ง" ซึ่งเป็นคำอธิบายว่าเมื่อเกิดแรงบันดาลใจ ศิลปินเช่นเขาจะต้องรีบวาดทันทีจนบางครั้งต้องวาดทับภาพที่วาดเสร็จแล้ว


นักอนุรักษ์ภาพวาดเริ่มสงสัยตั้งแต่ปี ๑๙๕๔ แล้วว่าอาจจะมีอีกภาพหนึ่งที่ถูกวาดทับด้วยภาพนี้ โดยสังเกตจากการลากขนแปรงวาดภาพนี้ของเขาไม่เข้ากับองค์ประกอบภาพผู้หญิงที่กำลังอาบน้ำอยู่ในสตูดิโอของเขา จนมาถึงทศวรรษ ๑๙๙o ที่นำเทคนิคเอกซเรย์มาใช้จนเริ่มเผยให้เห็น "ภาพที่คลุมเคลือ" ของบางสิ่งที่อยู่ข้างใต้ภาพนี้





"เดอะบลูม" ของปิกัสโซ



ผู้ศึกษาภาพวาดของปิกัสโซบางคนเชื่อว่า บุคคลในภาพอาจจะเป็นนักค้างานศิลปะชาวปารีสชื่อ แอมโบรส วิลลาร์ ซึ่งเป็นผู้จัดให้เขาได้แสดงภาพครั้งแรกในปี ๑๙o๑ แต่ไม่มีหลักฐานที่เป็นเอกสารหรือร่องรอยใด ๆ บนภาพนี้ที่จะยืนยันเรื่องนี้ได้


ดังนั้น การค้นหาความลับของ "เดอะบลูรูม" ยังคงดำเนินต่อไป โดยภัณฑารักษ์มีแผนที่จะเปิดนิทรรศการเกี่ยวกับภาพนี้ในปี ๒o๑๗ นอกจากนี้จะไปเปิดแสดงภาพที่เกาหลีใต้ในปี ๒o๑๕


ก่อนหน้านี้ก็มีการพบภาพชายมีหนวดอยู่ใต้ภาพชื่อ "วูแมน ไอออนนิง" ซึ่งเป็นภาพวาดของปิกัสโซที่เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ในแมนแฮตตัน สหรัฐอเมริกา.



ภาพและข้อมูลจาก
นสพ.Xcite ไทยโพสต์ ๑๙-๒o มิ.ย. ๒๕๕๗
thaipost.net














นิทรรศการ "ค้าของป่า”


นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือมิวเซียมสยาม เป็นประธานเปิดนิทรรศการ “ค้าของป่า” พร้อมด้วยนายอารยะ มาอินทร์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) และนายพาฉัตร ทิพทัส นักจัดการความรู้อาวุโส มิวเซียมสยาม โดยมีแขกรับเชิญพิเศษ ดร. ธีรวัต ณ ป้อมเพชร นักประวัติศาสตร์ และอดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และนางสาวณัชชา เวชพงศา ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เวชพงศ์โอสถ” ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับภูมิปัญญาของชาวไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กับการ “ค้าของป่า” ทั้งในประเทศและกับนานาประเทศ ณ มิวเซียมสยาม เมื่อเร็ว ๆ นี้


สำหรับนิทรรศการ “ค้าของป่า” เปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ จนถึง ๒๘ กันยายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๘.๐๐ น



ภาพและข้อมูลจากเวบ
matichon.co.th














"ภาพพิมพ์หิน ปีกัสโซ่”


สายการบินเอทิฮัด ได้เปิดนิทรรศการศิลป์จัดแสดงภาพพิมพ์หินที่โดดเด่น จาก คอลเลคชั่นที่โด่งดังของ มารีน่า ปีกัสโซ่ ที่ พรีเมี่ยมเลานจ์ของสายการบินฯ ณ ท่าอากาศยานปารีส-ชาร์ล เดอ โกล


ภาพพิมพ์หินเหล่านี้เป็นคอลเลคชั่นที่มีชื่อเสียงของหลานสาว ปาโบล่ ปีกัสโซ่ นามว่า มารีน่า ปีกัสโซ่ ซึ่ง เลานจ์ของสายการบินเอทิฮัดเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ที่ ที่ได้รับเกียรติให้แสดงงานศิลป์แก่ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง และชั้นธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของสายการบินในฐานะทูตทางวัฒนธรรมระดับโลก


ผลงานภาพพิมพ์หิน ปีกัสโซ่ ได้รับการรังสรรค์มาจากภาพต้นแบบ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของ มารีน่า ปีกัสโซ่คุณปู่ของเธอ รวมถึง งานศิลป์อันเลอค่า ที่สร้างขึ้นใหม่อีกครั้งโดย Master Chromist นามว่า มาร์เซล ซาลิน่า ผู้ที่ทำงานอย่างใกล้ชิด กับ ปีกัสโซ่ ในช่วงที่เค้ายังมีชีวิตอยู่






มร. ปีเตอร์ บอมการ์ทเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายพาณิชย์ สายการบินเอทิฮัดกล่าวว่า “การที่ได้ทำงานเพื่อจัดแสดงผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของศิลปินแนวคิวบิสท์ที่ พรีเมี่ยมเลานจ์ของสายการบินฯ ที่กรุงปารีส จะช่วยสร้างนิยามแห่งความสุนทรีย์แก่ผู้โดยสารของสายการบินฯ ที่เดินทางออกจากมหานครนี้ ภาพพิมพ์หิน ปีกัสโซ่ แสดงถึงศิลปะแห่งวัฒนธรรมที่โดดเด่นและมีอิทธิพลของยุโรป และนับเป็นหน้าที่ของเราที่จะยกระดับประสบการณ์การเดินทางของลูกค้าด้วยนวัตกรรมทันสมัยเหนือระดับ”


งานแสดงภาพพิมพ์หิน ในครั้งนี้จะแสดงผลงานจำนวน ๖ ชิ้น จาก คอลเลคชั่นที่โด่งดังของ มารีน่า ปีกัสโซ ซึ่งผู้โดยสารที่สนใจสามารถเลือกซื้อผลงานได้ ผลงานที่ได้รับการจัดแสดงก่อนหน้านี้ ที่ พรีเมี่ยมเลานจ์ของสายการบิน ณ กรุงปารีส ได้แก่ ประติมากรรมสำริด Salvador Dali และภาพพิมพ์หินจากแกลเลอเรีย Espace Dali ในกรุงปารีส


งานแสดงศิลป์ปีกัสโซ และงานแสดงศิลป์ Dali สืบเนื่องมาจากการที่สายการบินเอทิฮัดเป็นพันธมิตรกับภัณฑารักษ์ฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียง นามว่า ม.ร. เบอร์ทรันด์ เอฟพวด


รายชื่องานศิลป์จากคอลเลคชั่นอันโด่งดังของ มารีน่า ปีกัสโซ่ :
MARIE THERES WALTER
Edition Year: 1980
Technique: Lithograph after an original oil by Pablo Picasso
Paper size: 55.5 x 76 cm
Price: € 5,000
For more information, please contact Bertrand.epaud@gmail.com

FILLETTE AU BATEAU
Edition Year: 1980
Technique: Lithograph after an original oil by Pablo Picasso
Paper size: 55.5 x 76 cm
Price: € 5,000
For more information, please contact Bertrand.epaud@gmail.com

FEMME A COLLERETTE
Edition Year: 1980
Technique: Lithograph after an original oil by Pablo Picasso
Paper size: 55.5 x 76 cm
Price: € 6,000
For more information, please contact Bertrand.epaud@gmail.com

FEMME BLONDE
Edition Year: 1980
Technique: Lithograph after an original oil by Pablo Picasso
Paper size: 55.5 x 76 cm
Price: € 5,000
For more information, please contact Bertrand.epaud@gmail.com

LES REPAS DES ENFANTES
Edition Year: 1980
Technique: Lithograph after an original oil by Pablo Picasso
Paper size: 55.5 x 76 cm
Price: € 5,000
For more information, please contact Bertrand.epaud@gmail.com

PORTRAIT DE FEMME ROBE JAUNE
Edition Year: 1980
Technique: Lithograph after an original oil by Pablo Picasso
Paper size: 55.5 x 76 cm
Price: € 5,000
For more information, please contact Bertrand.epaud@gmail.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
Stephen Mahoney, Etihad Airways Corporate Communications
Mobile: +61 488 125 538
Email: smahoney@etihad.ae



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














"3P”


“ท่านประธานที่เคารพ” “ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ครับ” “กระผมนาย โฮ่ง ๆๆๆ สมาชิก โฮ่ง ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตจังหวัด โฮ่ง ๆๆ ขออภิปราย “เห่าอยู่ได้ ยัดแม่ม จำพ่อมึงไม่ได้รึไงว๊ะ” โอก โอก อาก (เสียงใน TV ถูกแทรกด้วยเสียงหมาเห่าและคำสบถด่า จนดึงความสนใจไป)


“กลับมาแล้วหรือมึง ไม่สายไม่กลับ เอ้า!เมาเผื่อหมาทุกที” “ขอประท้วงครับ ท่านประธาน” “ท่านสมาชิกฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงท่านนายกครับ”
“ยัดแม่ม มึงเหน็บแนมกูรึ อีโง่! เดี๋ยวมึงโดน” “ผมขอให้ท่านสมาชิกถอนคำพูดครับ ท่านประธาน” “ แน่จริงมึงเข้ามา มา อย่าดีแต่พูด! ไอ้หน้าตัวเมีย!” (เสียงผัวเมียยังดังสลับกับเสียงใน TV) “ผมขอร้องให้คุณหยุดพูดก่อนมิเช่นนั้นผมจะปิดไมค์นะครับ” ประธานกล่าว


“มึงท้ากูหรือ”??? โฮ่ง ๆ ๆ แฮ่ ๆ ๆ โฮ่ง “แน่จริงมึงอย่าใช้กำลังซิ ไหนบอกว่าตัวเองเป็นคนมีความรู้ ไอ้สัดกับหมา ไอ้หน้าตัวเมีย” “ขอประท้วงค่ะท่านประธาน” “ท่านประธานไม่แข็งค่ะ” ฮือ ๆ เอ๋ง ๆ ฮือ ๆ ๆ เอ๋งๆ ๆ ฮือๆๆๆๆ เอ๋งๆๆๆๆๆ เสียงดังสลับไปมาทั้งคน หมาและใน TV จนฟังไม่ได้ศัพท์ “กัดกันเหมือนหมา แดกข้าวหม้อเดียวกันแท้ ๆ เสียดายเงินภาษีโว้ย”


เจ้าของ TV โพล่งออกมา เสียงผัวเมียบ้านซ้าย และTV บ้านขวาเงียบลงแล้ว ความเงียบเข้ากระชับพื้นที่ ผมขอคืนพื้นที่ส่วนตัว และกลับมาสนใจรูปเขียนตรงหน้าอีกครั้ง ประเทศชาติพัฒนา ทำเพื่อคนไทย ประชาธิปไตยเบ่งบาน ปกป้องทรัพยากรและธรรมชาติ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้าถึงระบบสาธารณูปโภค – สาธารณะสุขขั้นพื้นฐาน การศึกษามีมาตรฐาน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ความยุติธรรมที่เท่าเทียม ขจัดคอรัปชั่น และอีกมากมาย คำพูดสวยหรูเหล่านี้ลอยวนสลับไปมากับรูปเขียนที่อยู่ตรงหน้า
ชุมพล คำวรรณะ (ฤดูร้อน – ๒o๑๔)


ขอเชิญร่วมงานเปิดนิทรรศการในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.๓o เป็นต้นไป


นิทรรศการ : “3P”
ศิลปิน : ชุมพล คำวรรณะ
วันที่ : ๒๔ มิถุนายน – ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗
สถานที่ : Rebel Art Space (เปิดทำการ ทุกวันอังคาร-วันเสาร์ เวลา ๑o.oo น. – ๑๙.oo น.)
กรุณานัดหมายล่วงหน้าที่ก่อนเข้าชมนิทรรศการที่เบอร์ : o๘๗-๑๑๒-๗๗๗๔
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : เรเบล อาร์ท สเปซ ๑o/๕ สุขุมวิท ๖๗ ถ.สุขุมวิท เขตพระโขนง กทม.
โทรศัพท์/แฟกซ์ : o๒-๑๑๕-๑o๕๕
อีเมล : rebelartspace@gmail.com
เว็บไซต์ : //www.rebelartspace.com
สถานีรถไฟฟ้า :พระโขนง
จอดรถได้ที่ตึก :ไทยซิน



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














เปิดหมวกโลกศิลปะ กับ “เครือข่ายศิลปินคลองบางหลวง”


ริเวอร์ซิตี้ ,หุ่นละครเล็กคณะคำนาย และเครือข่ายศิลปินคลองบางหลวง จัดงาน “บางหลวง Fe’Te 2014: เปิดหมวกโลกศิลปะ”


เปิดพื้นที่ให้กลุ่มศิลปินในเครือข่ายศิลปินคลองบางหลวงและเพื่อนพ้อง อาทิ บี๋ คณาคำ อภิรดี, วงลำดวน ละติโก้,โรเบิร์ตโต้ (กระบี่มือหนึ่ง), หมูเดอะวอยซ์, เมย์ แองจี้ และด้วงแมงแสดงธรรม โดย พี่เอก, ธเนศ วรากูรนุเคราะห์, วงนัวร์, คณะหุ่นละครเล็กคำนาย, มายากลคนพันหน้า (เจ้าแรกของประเทศไทย), คณะมังกรสิงห์โต สุวรรณคีรี อู๋คำนาย, หุ่นสายเสมา, ฯลฯ


ได้ผลัดเปลี่ยนกันมาแสดงจัดแสดง "เปิดหมวก" เป็นประจำทุกวัน พร้อมบูธจำหน่ายสินค้าอาร์ต อาร์ต นานาชนิด


รับชมศิลปะและการแสดงที่สะท้อนรากเหง้าแห่งความเป็นไทย เพื่อร่วมกระตุ้นให้เกิดความรักสามัคคีของคนในชาติ และส่งมอบความบันเทิงให้แก่ประชาชนทั่วไป


วันนี้ - ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลาประมาณ ๑๗.oo น. เป็นต้นไป ณ บริเวณชั้น ๑ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ ท่าน้ำสี่พระยา โทร.o -๒๒๓๗- oo๗๗ ต่อ ๖oo







ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th














"คนแกลงแสดงศิลป์ ครั้งที่ ๑"


นิทรรศการศิลปะ ครั้งแรกในอำเภอแกลง จังหวัดระยอง พบกับการจัดแสดงศิลปะ ในรูปแบบต่าง ๆ โดยศิลปินท้องถิ่น ๑o ท่าน ที่เป็นชาวแกลง บางคนใช้ชีวิตอยู่แกลง บางคนไปทำงานที่อื่น แต่กลับมารวมตัวกันทำงานในฐานะคนแกลงคนหนึ่ง


"คนแกลงแสดงศิลป์ ครั้งที่ ๑" วันที่ ๒๖ มิถุนายน - ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ หอประวัติเมืองแกลง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง


นอกจากนี้เนื่องในโอกาสจัดตั้ง สภาศิลปะ ฯ เมืองแกลง ( Klaeng Art Council) เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์ความรู้ ทาง ศิลปะ ดนตรี วรรณศิลป์ และสายงานที่เกี่ยวพันกับงานศิลปะ รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมของศิลปินท้องถิ่นแขนงต่าง ๆ ในอำเภอแกลง ให้มีพื้นที่ยืน สร้างงานศิลปะ ดนตรี วรรณกรรม สถาปัตยกรรม ฯ ให้เป็นที่รู้จักจรรโลงใจคนในท้องถิ่น และ ผู้ผ่านมาพบเห็น และเป็นประโยชน์กับคนในท้องถิ่น ในชุมชน เมืองเล็ก ๆ นี้ต่อไป


และเปิด “หอสมุดชุมชน” ซึ่งอยู่ภายใน หอประวัติเมืองแกลง ให้ประชาชนเข้าใช้บริการอย่างเป็นทางการ หลังจากที่เริ่มเปิดบริการมาแล้วตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ชาวแกลงจึงได้ถือฤกษ์ดี วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งตรงกับ “วันสุนทรภู่” เชิญศิลปิน, นักเขียน ตลอดจนกวีรางวัลซีไรต์หลายท่านไปร่วมงาน นำโดย ชมัยภร แสงกระจ่าง อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, จรัล หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย, นรีภพ สวัสดิรักษ์ บรรณาธิการนิตยสารสกุลไทย, อังคาร จันทาทิพย์ (กวีซีไรต์ ปี ๒๕๕๖), เรวัตร์ พันธิ์พิพัฒน์ (กวีซีไรต์ปี ๒๕๔๗), ขจรฤทธิ์ รักษา (นักเขียนรางวัลศิลปาธร), พินิจ นิลรัตน์ (นักวิจารณ์และคอลัมนิสต์), แม้ว คนรักแมว และเตมัน(นักเขียน) โดยมี สันติชัย ตังสวานิช นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลเมืองแกลง ให้เกียรติมาร่วมเปิดงาน






“เราอยากเห็นที่นี่เป็นพื้นที่เปิดสำหรับกิจกรรม ในด้าน ศิลปะ ดนตรี วรรณกรรม วัฒนธรรม ฯ ของชาวแกลง วันนี้เราได้เห็นงานแสดงนิทรรศการศิลปะเล็ก ๆ จากศิลปินท้องถิ่น วันหน้าเราอาจได้เจอการประกวดเดอะว๊อยซ์แบบชาวแกลง, มีแบนด์ดัง ๆ ที่เกิดจากชาวแกลงเหมือน หนุ่ย ไมโคร หรือเห็นกลุ่มสถาปนิกในนี้มานั่งคุยกันถึงอัตลักษณ์ของเมือง


ตอนเช้า ๆ เราอาจได้เห็นคนแก่ ๆ มานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ จิบชาคุยกัน เห็นกลุ่มพ่อแม่ลูก มานั่งอ่านนิทาน มีเสวนาหนังสือสำหรับคนที่ชอบ มีงานประกวดหนังสั้น วัยรุ่นมาทำสตรีทอาร์ท หรืออาจจจะได้เห็นอาร์ทมิวเซียมในอนาคต เรื่องเหล่านี้เราฝัน เราเป็นภาคประชาชนที่ฝัน โดยทางสภาศิลปะฯ เมืองแกลง จะเป็นแรงผลักดัน ในภาคส่วนประชาชนให้พื้นที่นี้มีศิลปะ มีความรื่นรมย์ และเป็นแหล่งบ่มเพาะทางปัญญาให้กับชาวแกลงต่อไป”


ฐอน - รัสรินทร์ กิจชัยสวัสดิ์ หนึ่งในหุ้นส่วน ร้านหนังสือ “สุนทรภู่” ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้านเกิด ร่วมกับ อ๊อบ - ณีรนุช เอี่ยมอารยา ผู้เป็นชาวอำเภอแกลงโดยกำเนิด และมีส่วนร่วมผลักดันให้เกิดกิจกรรมในครั้งนี้ กล่าว


และขอเชิญชวนให้ผู้สนใจไปร่วมงาน ณ หอประวัติเมืองแกลง ก่อนจะมาปิดท้ายฟังการร่ายบทกวีโดยเหล่ากวีซีไรต์และดื่มชา ณ ร้านหนังสือสุนทรภู่ เป็นการปิดท้ายกิจกรรม ต่อจากนั้น ใครใคร่จะไปกราบรูปปั้นท่านสุนทรภู่ ถ่ายภาพกับนางยักษ์ นางเงือก พระอภัยมณี ฯลฯ หรือท่องทะเล ชมวิถีคนแกลง แห่งเมืองระยอง(ฮิ) ก็ค่อยว่ากันอีกที







ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th















ประกวดภาพถ่ายโครงการ "หอมแผ่นดิน”


ที่มา

โครงการประกวดภาพถ่าย "หอมแผ่นดิน" ปี ๒ อุดมสุข (ความสุขของเกษตรกรไทย)
ชิงเงินรางวัลรวม ๔oo,ooo บาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) ร่วมกับรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน บมจ.อสมท เชิญชวนนักถ่ายภาพทั้งมืออาชีพ และสมัครเล่น ไม่จำกัดเพศ อายุและวัย เข้าร่วมโครงการประกวดภาพถ่าย "หอมแผ่นดิน" ปี ๒ อุดมสุข (ความสุขของเกษตรกรไทย)


วัตถุประสงค์

๑. เพื่อสานต่อโครงการประกวดภาพถ่าย "หอมแผ่นดิน" อันเป็นการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมในวงการถ่ายภาพ ซึ่งจะสร้างสีสันและแรงบันดาลใจแก่ผู้สนใจการถ่ายภาพทุกระดับ

๒. มุ่งเน้นให้นักถ่ายภาพและประชาชนโดยทั่วไปที่สนใจการถ่ายภาพสร้างสรรค์ผลงานและมุมมองใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำเดิมส่งเข้าประกวด และเพื่อเป็นการพัฒนาผลงานการถ่ายภาพให้ก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดอยู่กับที่

๓. เพื่อเปิดโอกาสให้นักถ่ายภาพและประชาชนโดยทั่วไปที่สนใจในการถ่ายภาพได้มีเวทีที่จะแสดงออกถึงความสามารถและเผยแพร่ผลงานสู่สายตาสาธารณชน

๔ เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่การดำเนินชีวิตของเกษตรกรไทย ที่ยึดโยงอยู่กับวิถีธรรมชาติ และยึดมั่นกับมรดกทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น

๕. เน้นย้ำให้คนไทยรู้คุณค่าของผืนดินของตนเอง และร่วมกันเชิดชูคุณค่าของแผ่นดิน


ผู้มีสิทธิ์ส่งภาพถ่ายเข้าประกวด

นักถ่ายภาพทั้งมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้งประชาชนชาวไทย ผู้สนใจในการถ่ายภาพ โดยไม่เสียค่าสมัครใด ๆ


รางวัลการประกวด

๑. รางวัลชนะเลิศ เงินสด ๑๕o,ooo บาท พร้อมโล่ห์เกียรติยศ
๒. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่หนึ่ง รางวัลเงินสด ๑oo,ooo บาท พร้อมโล่ห์เกียรติยศ
๓. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่สอง รางวัลเงินสด ๕o,ooo บาท พร้อมโล่ห์เกียรติยศ
๔. รางวัลชมเชย ๑o รางวัล รางวัลละ ๑o,ooo บาท พร้อมเกียรติบัตร


ผู้จัดการประกวด

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)


คณะกรรมการ




อาจารย์ยรรยง โอฬาระชิน





คุณวรนันทน์ ชัชวาลทิพากร





คุณสุรพงษ์ เอี่ยมพิชัยฤทธิ์





คุณเกรียงไกร ไวยกิจ





คุณสุริยนต์ จองลีพันธ์





คุณธิติพร จุติมานนท์







การส่งผลงานเข้าประกวด

เปิดรับภาพระหว่างวันที่ ๙ มิถุนายน - ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๗ (ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ)
ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้ ดังนี้

ทางไปรษณีย์ ถึง รายการไนน์เอ็นเตอร์เทน (หอมแผ่นดิน ปี ๒) ๖๓/๑ ถนนพระรามเก้า ห้วยขวาง กรุงเทพฯ ๑o๓๑o (ถือวันประทับในไปรษณีย์เป็นวันที่นำส่ง)

หรือส่งด้วยตนเอง ณ ห้องข่าวไนน์เอ็นเตอร์เทน ตึกอำนวยการ ๒ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ถนนพระรามเก้า เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ทาง //www.nineentertain.tv (เวปไซต์รายการไนน์เอ็นเตอร์เทน)
และ //www.baac.or.th (เวปไซด์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร)


การตัดสินภาพเข้าประกวด วันจันทร์ที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๗

ประกาศผลการตัดสินการประกวด วันจันทร์ที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๗ ในรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน

มอบรางวัลในงาน ไนน์เอ็นเตอร์เทนเบิร์ธเดย์ เฟสติวัล กันยายน ๒๕๕๗

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
รายการไนน์เอ็นเตอร์เทน บมจ.อสมท
โทรศัพท์ o๒-๒o๑-๖o๗๑ โทรสาร o๒-๒o๑-๖๑๑๓







ภาพและข้อมูลจากเวบ
mcot.net
เฟซบุคหอมแผ่นดิน




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 19 มิถุนายน 2557
Last Update : 19 มิถุนายน 2557 22:57:57 น. 0 comments
Counter : 3797 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.