happy memories
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
12 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๑o๙




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto










เวิร์คช็อป "ม่านมาลัยดอกไม้ร่วมสมัย”



พิพิธภัญฑ์วัฒนธรรมดอกไม้จัดเวิร์คช็อป "ม่านมาลัยดอกไม้ร่วมสมัย"

รับแค่ ๑๒ ท่านต่อครั้ง รับสมัครทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ตั้งแต่อายุ ๑๓ ขึ้นไป

เรียนทุกวันเสาร์ที่สองของทุกเดือน ตั้งแต่เวลา ๑o.oo น. ถึง ๑๒.oo น.

สถานที่ ศาลาไทย พิพิธภัญฑ์วัฒนธรรมดอกไม้

ค่าใช้จ่ายคอร์สละ ๑,๗oo บาท มีดอกไม้และอุปกรณ์ให้ยืม พร้อมน้ำชา

กรุณาโทรสั่งจองที่เรียนก่อน ได้ที่โทร. o๒-๖๖๙-๓๖๓๓



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค Sakul Intakul














"มหัศจรรย์งานกระดาษ”


ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น จัดงาน “มหัศจรรย์งานกระดาษ Paper Craft Festival” ขอเชิญชมงานแสดงศิลปะจากกระดาษครั้งยิ่งใหญ่ ครั้งแรกของภาคอีสาน ในบรรยากาศสวนดอกไม้ ภูเขา ลำธาร น้ำตก ขนาดใหญ่ พร้อมสัมผัสความน่ารักของเปเปอร์มาเช่รูปหมีแพนด้า และร่วมกิจกรรมเวิร์คช้อปประดิษฐ์ดอกไม้จากกระดาษโดยกูรูชื่อดัง ระหว่างวันที่ ๑๑ –๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๗ ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น ๑ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น











ภาพและข้อมูลจากเวบ
centralplaza.co.th
เฟซบุค Thaipaperart














"นาคน้ำแข็ง ประติมากรรมแก้วโมเดิร์น ไทย”


สร้างสรรค์งานจาก "แก้ว" มานานกว่ายี่สิบปี จิรวัฒน ชวนะธิต (Glass Artist) กล่าวว่าใครมาเห็นผลงานไม่ว่าจะเป็น Glass Wall หรือ ประติมากรรมตกแต่งอาคารในโรงแรมชื่อดังหลายแห่ง มักจะคิดว่าเป็นผลงานของศิลปินต่างชาติ ครั้นทราบว่าเป็นฝีมือของศิลปินไทย กลับคิดว่าต้องเป็นงานลอกเลียนแบบ ดังนั้นเขาจึงค้นหารูปแบบที่บ่งบอกถึง ความเป็นไทยที่สามารถสื่อสารไปสู่สากล โดยมีลายเซ็นต์เป็นของตนเอง






Ice Naga หรือ นาคน้ำแข็ง จึงถือกำเนิดขึ้นมาจากแนวความคิดที่เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจจากความพลิ้วไหวของลายกนก ต่อมามีการนำความเข้มแข็งของสิงห์เข้าไปผสาน ล่าสุดนาคน้ำแข็งมีเส้นที่อ่อนไหวราวกับรวงข้าว ซึ่งเป็นผลงานที่ศิลปินกล่าวว่า " เป็นผลงานที่ดีที่สุดของผม"


"สาเหตุที่ทำพญานาค เป็นเพราะว่าเรือนร่างของพญานาคมีความพลิ้วไหว สื่อถึงความเป็นไทยได้ชัดเจน นอกจากนี้เรื่องราวของพญานาคเป็นที่เชื่อถือของคนในแถบเอเชีย สื่อถึงคนที่รู้จักได้ง่าย บังเอิญมาเกี่ยวข้องกับความผูกพันทางพุทธศาสนา เกี่ยวกับศิลปะ งานส่วนใหญ่ที่ผมทำเป็นโมเดิร์น คนจะคิดว่าฝรั่งทำ พอบอกว่าคนไทยทำก็คิดว่าไปก๊อปปี้ งานชิ้นนี้จึงเหมือนกับการระบุสัญชาติ ให้รู้ว่านี่คนไทยทำแน่ ๆ






อีกอย่างเรื่องการทำแก้วในเมืองไทยไม่เหมือนในวัฒนธรรมต่างประเทศ ที่สืบทอดเป็นร้อยปี การที่เราทำเป็นจุดเริ่มต้นของการทำศิลปะแก้วในเมืองไทย เหมือนเราได้เริ่มต้น ได้นับหนึ่ง ในอีกสิบปี ยี่สิบปีบ้านเราจะได้เป็นศูนย์กลางในการทำงานศิลปะแก้วในแบบของเราเอง " จิรวัฒน ชวนะธิต บอกกับเรา


"นาคน้ำแข็ง" เป็นชื่อของประติมากรรมแก้วทุกชิ้นที่สร้างขึ้น สำหรับชิ้นที่ดีที่สุดนั้น เป็นผลงานที่มอบให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นำไปประมูลในงาน "ศิลปินร่วมบุญ เกื้อหนุน ๑oo ปี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์” เพื่อนำรายได้จากการประมูลสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ในอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ และช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ (ผลงานชิ้นนี้ สุวิมล มหากิจศิริ ประมูลไปในราคา ๒ ล้านบาท) ส่วน "นาคน้ำแข็ง"ที่ศิลปินภูมิใจที่สุดเป็นผลงานที่ประดับอยู่บนฐานพระรัตนเจดีย์ศรีมหามงคล หรือ เจดีย์แก้วสูง ๘ เมตร ผลงานสถาปัตยกรรมแก้วชิ้นเอกของ จิรวัฒน ด้วยเช่นกัน






เจดีย์แก้ว จำลองแบบมาจากองค์พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล วัดปากน้ำ ด้วยแก้วสีมรกต (ลายกระแสน้ำ) แกะสลักด้วยมือกว่า ๘oo ชิ้น วางทับซ้อนกันทีละชิ้น ๘oo ชั้น ลดหลั่นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย เชื่อมต่อด้วยกาวใสชนิดพิเศษ (Stacked Glass Technique) มีน้ำหนัก ๑๘ ตัน ใช้ทีมงานกว่า ๓o ชีวิต เป็นเวลา ๓ ปีเต็มจึงแล้วเสร็จ


" ถ้ามีแต่เจดีย์เฉย ๆ เหมือนเราแค่จำลองเจดีย์เท่านั้น ผมจึงเพิ่มพญานาคเข้าไป ถ้าเราจะออกแบบโดยใช้พญานาคเราจะทำอย่างไร มีเหตุผลอะไร และที่สำคัญเราจะออกแบบอย่างไรให้เป็นหนึ่งเดียว ไม่โดดเด่นจนลดความสำคัญขององค์เจดีย์แก้ว ผมคิดว่าชั้น ๕ ที่ประดิษฐานเจดีย์แก้ว อยากให้ผู้คนได้สัมผัสถึง สวรรค์ โลก และ บาดาล






สวรรค์ในที่นี้ หมายถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ว่าด้วยเรื่องจักรวาลและพระพุทธเจ้า ๒๘ องค์


เจดีย์แก้ว เป็นตัวแทนของโลก ส่วนบาดาล กล่าวถึงพญานาค และสายน้ำ ผมมานึกถึงคำว่าวัดปากน้ำ พญานาคเป็นเทพแห่งสายน้ำ แต่เส้นสายของการเลื้อยดูอ่อนไหว ไม่แข็งแรงพอ ผมจึงนำความสง่างาม แข็งแกร่งของสิงห์ที่พบทางภาคเหนือ มาผสมผสานจนได้รูปพญานาค ๘o ตน ตามคำแนะนำของหลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ตามจำนวนพระชนมมายุของพระพุทธเจ้า"






นาคน้ำแข็งที่วัดปากน้ำจึงมีลักษณะพิเศษทั้งอ่อนไหวและแข็งแกร่ง มีดวงตาที่สุกสกาว มีเครา เขี้ยวคม นอกจากนี้ศิลปินยังได้ฝากลายเซ็นต์เขียนด้วยทองคำแล้วหลอมลงไปในลิ้นพญานาคเอาไว้ด้วย


"กว่าจะเป็นงานแต่ละชิ้นขึ้นมาได้ต้องมีวิธีคิด โชคดีที่เรามีโอกาสกลับไปเยี่ยมชมงานของเราที่อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ผลงานชิ้นนี้ภูมิใจเพราะว่าเราได้กราบไหว้และมีคนมากราบไหว้ชิ้นงานที่เราทำด้วย"







ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟสบุคกรุงเทพธุรกิจวันอาทิตย์














วันนี้ ที่หนู ยังสู้ไหว “จินต์” ศิลปะหารายได้ช่วยผู้ติดเชื้อ “เอชไอวี”


“สิบนิ้วน้อม พนม ก้มลงกราบ เพราะหนูซึ้ง และทราบ เป็นหนักหนา กับผู้ที่ มีพระคุณ ตลอดมา กับผู้ที่ คอยเมตตา และการุณ มาวันนี้ ที่หนู ยังสู้ไหว ท่านรู้ไหม เพราะท่าน คอยเกื้อหนุน สายน้ำใจ และสิ่งของ ที่เจือจุน ขอบพระคุณ ทุกท่าน ด้วยหัวใจ ขอขอบพระคุณยิ่ง ด้วยใจจริงที่กรุณา ชื่นจิต เป็นหนักหนา ขอบพระคุณ ขอขอบพระคุณ”


เสียงเครือ ๆ เจื้อยแจ้ว..ปนเศร้า ของเหล่าเด็กน้อยจาก “บ้านเด็กธรรมรักษ์” วัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งมีผู้ปกครองติดเชื้อเอชไอวี และเด็กบางคนในกลุ่มนี้ก็ได้รับเชื้อเอชไอวี ในวันเปิดนิทรรศการศิลปะชุด “จินต์”


การจัดนิทรรศการในครั้งนี้เป็นการแสดงผลงานของ ศิลปิน “เด็ก” แห่งบ้านเด็กธรรมรักษ์ วัดพระบาทน้ำพุ และชมรมจิตรกรวาดฝันโรงเรียนสิริเทพ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชาศิลปะจาก “ศิลปินกลุ่มอาร์ตวาไรตี้” ผู้นำวิชาศิลปะไปช่วยเยียวยาสภาพจิตใจในเชิงศิลปะบำบัด แก่เด็กๆ ที่ส่วนใหญ่ผู้ปกครองติดเชื้อเอชไอวี เพื่อให้พวกเขาได้แสดงออกทางความคิดและจินตนาการ กระทั่งถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาด แล้วนำมาจัดแสดงและจำหน่าย






รัฐภูมิ ผิวพันธมิตร ศิลปินกลุ่มอาร์ตวาไรตี้ ผู้เป็น “ครู” ถ่ายทอดวิชาศิลปะให้กับเด็ก ๆ เล่าว่า


“ผมอาสาเข้าไปสอนวิชาศิลปะให้กับเด็ก ๆ โดยเชื่อว่า “ศิลปะ” จะช่วยสร้างความสุขและกล่อมเกลาจิตใจ ให้เด็กๆ มีมุมมองที่สวยงามต่อสิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ ตัว เด็ก ๆ ที่ติดเชื้อเอชไอวี จะได้นำศิลปะมาช่วยบรรเทาความบอบช้ำในใจลงบ้าง เพราะมันช่างโหดร้าย ถ้าคนในสังคมไม่เข้าใจ เด็ก ๆ เหล่านี้ ซึ่งจะทำให้พวกเขาไม่มีแม้โอกาสที่จะได้รับความสุข หรือได้พบกับสิ่งสวยงามในชีวิต แต่ ศิลปะ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้แสดงจินตนาการอย่างไร้ขอบเขต มีความสุขเล็ก ๆ ในโลกจิตนนาการ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่ามาก สำหรับ เด็ก ๆ เหล่านี้”






นิทรรศการศิลปะชุด “จินต์” วันนี้ - ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ พื้นที่ศิลปะ บริเวณชั้น ๒ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ นอกจากมีผลงานศิลปะอันเกิดจากจินตนาการที่บริสุทธิ์ของเด็ก ๆ หลากหลายด้วยรูปแบบและสีสัน ซึ่งถ่ายทอดความรู้สึกจากส่วนลึกของเด็กๆ มากกว่า ๕o ชิ้นมาจัดแสดงให้ชมและจำหน่าย ผลงานเหล่านี้ยังถูกนำมาพิมพ์บนเสื้อยืด และนำมาจำหน่ายในราคาตัวละ ๒oo บาท เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายไปมอบให้แก่ “วัดพระบาทน้ำพุ” เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี











ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th














"งานวาดเส้นของ "โจว เถา" ศิลปิน รางวัล Han Nefkens - BACC Award for Contemporary Art ครั้งที่ ๑”


ผลงานวาดเส้น ในนิทรรศการ Green Sun ของ โจว เถา (Zhou Tao) ศิลปินซึ่งได้รับรางวัล Han Nefkens - BACC Award for Contemporary Art ครั้งที่ ๑ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมมือกับ มูลนิธิฮาน เนฟเก็นส์


ริเริ่มรางวัล Han Nefkens - BACC Award for Contemporary Art โดยเชื้อเชิญบุคลากรผู้มีชื่อในวงการศิลปะร่วมสมัยเอเชีย เพื่อคัดเลือกและให้โอกาสแก่ศิลปินเอเชีย ซึ่งมีผลงานโดดเด่น มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ แต่ยังไม่เคยจัดแสดงผลงานเดี่ยวในองค์กรใหญ่ โดยศิลปินที่ได้รับมอบรางวัลจะได้ใช้ประสบการณ์เดินทางมาพำนักที่ประเทศไทย เพื่อผลิตผลงานศิลปะ ซึ่งในปีแรกนี้ศิลปินจากเมืองจีน เถา โจว ก็ได้รับคัดเลือกโดยมีมติเป็นเอกฉันท์


ผลงานของเถา โจว มีความเกี่ยวข้องของตัวศิลปิน สภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวของเขา และยังแตะในประเด็นที่สนใจ หลังจากที่เถา โจวได้รับคัดเลือก เขาได้เดินทางมายังประเทศไทย และสำรวจพื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรสาคร และจันทบุรี ในเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ และเดินทางมาพำนักที่กรุงเทพฯ อีกครั้งตั้งแต่เดือนสิงหาคมในปีเดียวกันจนถึงเดือนมกราคม ๒๕๕๗


นอกจากผลงานวาดเส้น ที่ ART EYE VIEW นำมาฝากนี้ นิทรรศการ Green Sun ยังมีผลงานวีดีโอ และภาพถ่าย ของ โจว์ เถา มาจัดแสดง ซึ่งในส่วนของงานวีดีโอนี้ ศิลปินให้ชื่อว่า Blue and Red แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเมืองในประเทศไทย


นิทรรศการ Green Sun โดย โจว เถา(Zhou Tao) เปิดแสดงให้ชมไปจนถึง ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๗ ณ ชั้น ๔ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

















ส่วนหนึ่งของผลงานภาพถ่าย



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th














"โชว์ผลงาน ๓๗ ศิลปินรุ่นเยาว์เชียงราย”


“ขัวศิลปะ” ซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มศิลปินเชียงราย (ขัว ในภาษาเหนือ แปลว่าสะพาน ขัวศิลปะ คือ สะพานที่จะเชื่อมศิลปะสู่สังคม) มีร้านอาหารครัวศิลปิน ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงโรงเรียนสอนศิลปะ (ซึ่งจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้) และมีห้องแสดงผลงานศิลปะแบบหมุนเวียน ของศิลปินเชียงรายทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ ๆ รวมถึงศิลปินนานาชาติ


ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ได้มีพิธีเปิดงานนิทรรศการกลุ่มศิลปินรุ่นเยาว์เชียงราย (Young Artists Chiang Rai Art Exhibition )ขึ้น ณ ขัวศิลปะ โดยมี ไตรภพ ลิมปพัทธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการและมี สมลักษณ์ ปันติบุญ ประธานกองทุนศิลปินเชียงราย และอภิรักษ์ ปันมูลศิลป์ ให้การต้อนรับ


เนื่องจากขัวศิลปะต้องการให้การสนับสนุนและให้โอกาสกลุ่มศิลปินรุ่นเยาว์ ให้มีพื้นที่ในการแสดงออกและเผยแพร่ผลงานศิลปะ เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ของศิลปะ ได้งอกงาม ส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปถึงอีกรุ่นหนึ่ง ที่จะเชื่อมร้อยวงการศิลปะในจังหวัดเชียงราย ให้พัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน


๓๗ ศิลปินรุ่นเยาว์ ที่มีผลงานมาร่วมจัดแสดงในนิทรรศการประกอบไปด้วย กนกกร หมื่นโฮ้ง, กอบพงษ์ ขันพงษ์, กอล์ฟ บุญมา, จุฑามาส บุญเจริญ, เชาวน์วุฒิ แซ่คู, ฐิติวรดา วงศ์ขัติย์, ณัฐกรณ์ ชาติเชื้อ, ณัฐพล เจียงจรัสนนท์, ณัฐพันธ์ ยอดรักษ์, ดิษณ์กร สุทธสม, ทนง มั่นเหมาะ, ทิตย์นภา อารีย์, ธีรราช ราวิชัย, นคินทร์ นุกิจอนันต์, นพณัฐ ศรีวิชัย, นฤมล อุ่นเรือน,นวพล ปูธิปิน, นิพนธ์ ใจนนท์ถี, บุญเกิด ทาบุญเบ็ง


ปรัชญ์ พิณสาร, ไปรยา ปวงรังสี, พุทธรักษ์ ดาษดา, ภาณุพงษ์ จันเขียว, เมษา โยนาแว่น, รุ่งโรจน์ แสนลือ, วิษณุ ธรรมสอน, ศิริชัย เชียงแรง, ศุภชัย ยี่สุ่นศรี, สมศักดิ์ ดวงวรรณา, สราวุฒิ คำมูลชัย, สุทธิเกียติ ใสสอาด, สุทธินันท์ กรมเหลี่ยมสาระ, เสกสรร มะโนวัง, อนุชา ตาเมืองมูล, อภิสิทธิ์ มณีธร, อรัญ ปัญญาทิพย์ และอร่าม ถานันดร์


นิทรรศการกลุ่มศิลปินรุ่นเยาว์เชียงราย จัดแสดงไปจนถึงวันที่ ๗ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑o.oo-๑๙.oo น. ณ ขัวศิลปะ เลขที่ ๕๕๑ หมู่ ๑ ถ.พหลโยธิน ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย โทร. o-๕๓๑๖-๖๖๒๓, o๘-๘๔๑๘-๕๔๓๑


ชมผลงานของศิลปินรุ่นใหญ่ของเมืองนี้มาบ่อยแล้ว ลองไปชมของรุ่นเยาว์ดูบ้าง จะเป็นเช่นใด นอกจากนี้ "ขัวศิลปะ" ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีก ๒ รายการที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ อันเป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาเมื่อไม่นาน ได้แก่


๑๔ มิ.ย. ๕๗ เวลา ๑๙.oo น. ชวนฟังดนตรีจาก "อารักษ์ อาภากาศ"

๙ ก.ค. ๕๗ เวลา ๑๘.oo น. เปิดนิทรรศการ "ศิลปินรวมใจช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเชียงราย"



























ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th














"Queen Gallery ประกาศเข้าร่วมโครงการ Muse Pass”


คงพอได้ทราบข่าวกันมาบ้างแล้ว เกี่ยวกับบัตร Muse Pass ที่เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๕๖ โดย มิวเซียมสยาม เพื่อกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการท่องเที่ยวเข้าชมพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ


และบัตรเพียงบัตรเดียว(ในราคา ๑๙๙ บาท) ผู้ถือบัตร สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้รวมทั้งสิ้น ๒o แห่งทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมรับส่วนลดพิเศษจากร้านค้า ร้านอาหารและโรงแรมที่ร่วมรายการกว่า ๒oo แห่ง


แจ้งข่าวดีสำหรับผู้ที่ไปชมผลงานศิลปะที่ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หรือ Queen Gallery เป็นประจำ (และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อบัตรเข้าชมต่อครั้งในราคา ผู้ใหญ่ ๓o บาท / เด็ก ฟรี)


เพราะปี ๒๕๕๗ นี้ หอศิลป์ฯ ได้เข้าร่วมโครงการเป็นครั้งแรก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สนใจเข้าชมหอศิลป์ฯ


โดยผู้สนใจสามารถหาซื้อบัตร Muse Pass ราคา ๑๙๙ บาท ได้ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่วันนั้เ - ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ในเวลาทำการ ๑o.oo-๑๙.oo น.


จากนั้นผู้ถือบัตรสามารถเข้าชมสถานที่ที่ร่วมรายการได้ทุกแห่ง แห่งละ ๑ ครั้ง ตลอดอายุบัตรจนถึง ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ รวมถึงใช้เป็นสิทธิรับส่วนลดจากร้านค้า ร้านอาหารและโรงแรมที่ร่วมรายการกว่า ๒oo แห่ง


ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ museumsiam.org หรือสอบถามเจ้าหน้สที่ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โทร. o-๒๒๘๑-๕๓๖o-๑







ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th












ภาพพิมพ์สีธรรมชาติ มะพลับ ขมิ้นชัน



"ภาพพิมพ์จากป่าสงวน”


เป็นเวลากว่า ๑๕ ปี ที่ รศ.ญาณวิทย์ กุญแจทอง ได้ทำการคิดค้นและพัฒนาเทคนิคภาพพิมพ์สีธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง โดยอาศัยแรงบันดาลใจที่ได้จากผืนป่าของบิดา "สงวน กุญแจทอง" อาจารย์และเภสัชกรแผนไทยที่ได้ทุ่มเทเวลา ๕๘ ปี ปลูกและอนุรักษ์ไว้บนพื้นที่ขนาด ๑o๘ ไร่ ในอำเภอชะอำ


ด้วยแหล่งวัตถุดิบอันทรงคุณค่านี้ ศิลปินได้ศึกษาต้นไม้และพืชสมุนไพรไทยที่ให้สีสันและวิธีการสกัดสีและสร้างภาพพิมพ์ที่ปราศจากสารเคมี โดยศิลปินให้นิยามเทคนิคดังกล่าวว่า Organic Print


แนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นผลงาน Monoprint แบบนามธรรม สีสันและลวดลายที่ปรากฏเป็นการรังสรรค์ของธรรมชาติ แสดงความงดงามที่เกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของป่าและพืชพันธุ์และการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ทั้งยังสะท้อนถึงสายตาอันกว้างไกลของบิดาของศิลปินในการอนุรักษ์ “ป่าสงวน” แห่งนี้ไว้เพื่อเป็นแหล่งความรู้ของชุมชนเกี่ยวกับพันธุ์ไม้และสมุนไพรไทย รวมถึงความรักความผูกพันที่ศิลปินมีต่อบิดาผู้ล่วงลับและผืนป่าอันเป็นมรดกที่ตกทอดมาสู่ตน


“พิมพ์จากป่าสงวน” จะจัดแสดงผลงานภาพพิมพ์จำนวนกว่าร้อยชิ้นที่พิมพ์ด้วยสีที่สกัดจากพืชที่ได้จากป่าแห่งนี้จำนวนทั้งสิ้น ๓๑ ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชที่ศิลปินไม่เคยนำมาใช้สร้างผลงานศิลปะมาก่อน อาทิ ช้างน้าว ประดู่ชิงชัน ต้นตะแบก ว่านมหากาฬ พฤกษ์ และกระบือเจ็ดตัว


บางส่วนเป็นพืชที่บิดาของศิลปินปลูกไว้แต่เดิม และบางส่วนก็เป็นพืชที่ศิลปินลงมือปลูกขึ้นเอง ทั้งนี้ศิลปินกล่าวว่า นอกจากแนวคิดเรื่องความงามทางสุนทรียะที่ได้จากธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่อยากนำเสนอแล้ว ชื่อต้นไม้ไทย ๆ ที่คนในปัจจุบันอาจไม่ค่อยคุ้นหูแล้วก็เป็นอีกสิ่งที่ศิลปินอยากให้ผู้ชมได้รับรู้ ซึ่งในโอกาสนี้ศิลปินจะจัดแสดงวิดีโอที่เป็นภาพต้นไม้และสมุนไพรที่นำมาใช้ในงานนี้ด้วย


นิทรรศการครั้งนี้เป็นหนึ่งในโครงการสร้างสรรค์วิชาการ สาขาทัศนศิลป์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติในปี ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงาน


นิทรรศการจะเริ่มต้นจัดแสดงในวันที่ ๒o มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ หอศิลปวิทยนิทรรศน์ ซึ่งในวันดังกล่าวจะมีการจัด Organic Print Workshop เพื่อให้ความรู้กระบวนการสร้างภาพพิมพ์จากสีธรรมชาติด้วยเทคนิคที่ศิลปินพัฒนาขึ้นด้วย กิจกรรมนี้เปิดรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน ๕o ท่านเท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถอีเมล์ชื่อ-นามสกุลและเบอร์โทรศัพท์เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ info.artcenterchula@gmail.com


นิทรรศการศิลปะ "พิมพ์จากป่าสงวน" โดย ญาณวิทย์ กุญแจทอง
วันที่ ๒o มิถุนายน - ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
ณ หอศิลปวิทยนิทรรศน์ สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เปิดทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา ๙.oo-๑๙.oo น. เสาร์ เวลา ๙.oo-๑๖.oo น.
ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
Organic Print Workshop: วันศุกร์ที่ ๒o มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑o.oo-๑๕.oo น.


พิธีเปิดนิทรรศการ วันอังคารที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.๑๕-๒o.๓o น.





เก็บฟ้าทะลายโจร









ภาพพิมพ์สีธรรมชาติ ต้นบานไม่รู้โรยฝรั่ง







ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th














"วูล์ฟ”


ขอเรียนเชิญทุกท่าน เป็นเกียรติในการเปิดนิทรรศการศิลปะ " WOLF "


โดย กฤษดา ภควัตสุนทร


ในวันเสาร์ที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.oo-๒๓.oo น.


ณ J Gallery, J-AVENUE ชั้น ๔ ทองหล่อ ๑๕


นิทรรศการแสดงตั้งแต่วันที่ ๑๔-๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗


เปิดทำการทุกวัน เวลา ๑๒.oo-๑๙.oo น.



ภาพและข้อมูลจากเวบ
wikalenda.com














"นิทรรศการผลงานศิลปะโดย จิตติ เกษมกิจวัฒนา”


นิทรรศการผลงานศิลปะโดย จิตติ เกษมกิจวัฒนา
๑๓ มิถุนายน – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๗

ศิลปินพูดคุยถึงนิทรรศการ: วันเสาร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗
เวลา ๑๕.oo – ๑๖.๓o น.



#IMWTK เป็นอักษรย่อมาจากประโยคที่ว่า (hash-tag) Inquiring minds want to know (ใจที่ชอบไต่ถามอยากที่จะรู้) ซึ่งถูกใช้อย่างกว้างขวางในอินเตอร์เน็ต มักจะต่อท้ายคำถามที่ผู้เขียนขึ้นสเตตัสหรือโพสต์ต่าง ๆ การที่อยู่ในรูปสัญลักษณ์แฮชแทกนี้เอง ที่ทำให้ทุกคำถามเหล่านั้นถูกจัดรวบรวมเข้าด้วยกันและสามารถเรียกกลับมาอีกครั้ง คำถามที่ถูกรวบรวมขึ้นมาโดย #IMWTK นั้น ประกอบไปด้วยคำถามทั่วไป ๆ ที่ผู้เขียนต้องการคำตอบ แต่ในบางครั้งก็เป็นการบ่นหรือเย้ยหยันกับเรื่องต่าง ๆ ที่ผู้เขียนโต้ตอบกับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน


นิทรรศการ #IMWTK โดย จิตติ เกษมกิจวัฒนา ประกอบไปด้วยผลงานที่ผลิตขึ้นใหม่ ซึ่งอาศัยฐานข้อมูลเกี่ยวเนื่องกับผลงานในอดีต ที่ถูกเก็บบันทึกไว้ในรูปแบบของภาพถ่าย บันทึกข้อความ หรือความทรงจำ โดยข้อมูลต่าง ๆ ถูกดึงเข้าสู่กระบวนการการตีความและการแปลความหมาย กระบวนการนี้เป็นการส่งผ่านองค์ความรู้ ที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ของศิลปิน ซึ่งไม่จำกัดเพียงแค่สิ่งที่เป็นผลจากการทำงานในสตูดิโอ ที่กลั่นกรองความคิดและสร้างขึ้นมาเป็นรูป แต่รวมถึงการค้นคว้าจากหนังสือต่าง ๆ บทความตามสื่อที่เข้าถึงได้ รวมถึงการมองและเรียนรู้จากชีวิตประจำวันในช่วงเวลานั้น ๆ การที่ศิลปินย้อนกลับไปอ่านและตีความสิ่งที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกหวนหาอดีต แต่เป็นการทบทวนสิ่งที่ผ่านมา บนหลักการที่ว่า ไม่มีใครสามารถดำรงอยู่ในสิ่งที่เป็นในปัจจุบัน โดยสิ่งที่เป็นอยู่นั้นไม่ปรากฎพบได้ในอดีตของตน ผลงานในครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของข้อมูลต่าง ๆ กระบวนการตีความ การชำระ และผสมผสานกับความรู้และเหตุการณ์ในปัจจุบัน เพื่อทรรศนะในปัจจุบันจะชัดเจนยิ่งขึ้น โดยอิงกับคำพังเพยที่ว่า ความรู้เหมือนดาบยิ่งลับยิ่งคม


เกี่ยวกับศิลปิน

จิตติ เกษมกิจวัฒนา ศิลปินและภัณฑารักษ์อิสระ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย RMIT เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ผลงานของเขาได้ถูกจัดแสดงตามพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ นี้ จิตติได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการศิลปินในพำนัก ณ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี จัดโดย German Academic Exchange Service (DAAD)



ภาพและข้อมูลจากเวบ
wikalenda.com













"BON Solo Show 2014”


เปิดนิทรรศการ ๑๒ มิถุนายน เวลา ๑๘.๓o น.
the Soy Sauce Factory เจริญกรุง ๒๔
นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ ‘บอน’ ซึ่งใช้เวลาเกือบ ๒ ปี ในการเตรียมงาน ทั้งงานจัดวางขนาดใหญ่ ภาพสีน้ำมัน ภาพพิมพ์ ประติมากรรม รวมไปถึงผลงานหุ่นจักรกล...


BON - บอน

หลังจากจบการศึกษาด้านวิจิตรศิลป์ในปี ๒oo๕ ‘บอน’ ก็เริ่มทำงานบนท้องถนน และสั่งสมประสบการณ์ในฐานะศิลปินสตรีทอาร์ตจากเชียงใหม่ถึงหาดใหญ่ คาแร็คเตอร์ที่เปรียบเสมือนเครื่องหมายการค้าของเขาปรากฏอยู่ทั่วไป ตามกำแพงรกร้าง ร้านค้าข้างทาง และทุกพื้นที่ที่สามารถจะพ่นสีสเปรย์ลงไปได้


ในวัย ๓๓ ปี ‘บอน’ กลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่เป็นที่รู้จักในวงการสตรีทอาร์ตอย่างกว้างขวาง
‘บอน’ ได้พบกับ Souled Out Studios และร่วมงานกับสตูดิโอแห่งนี้นับตั้งแต่ปี ๒oo๗ สตูดิโอแห่งนี้เองที่ได้ร่วมเผยแพร่ผลงานของศิลปินสตรีทอาร์ตไทยไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ของโลก และยังเป็นพื้นที่แรกๆที่ให้ความสนับสนุนศิลปินสตรีทอาร์ตที่เป็นที่รู้จักดีอย่าง ALEX FACE และ AMP
หลังจากผลงานของ ‘บอน’ ถูกเผยแพร่ออกไป มันก็เริ่มเป็นที่สนใจของนักสะสมงานศิลปะทั่วโลก ทั้งในยุโรปและเอเชีย และทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในศิลปินคนสำคัญของสตูดิโอ
ในปี 2013 ‘BON’ และ ‘ALEX FACE’ ได้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล London Frieze week (เทศกาลศิลปะร่วมสมัยในลอนดอน ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในเดือนตุลาคมของทุกปี) ศิลปินทั้งคู่รวมถึง Souled Out Studios ต่างได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานและสื่อท้องถิ่น รวมไปถึง Financial Times ที่ให้ความสนใจกับผลงานของศิลปินและสตูดิโอในฐานะกลุ่มคนทำงานหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง


ผลงานทั้ง ๓o ชิ้น ของ ‘บอน’ ที่ถูกจับจองจนหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันเปิดตัว เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันได้ถึงความสนใจของนักสะสมต่อผลงานของเขา


ที่ลอนดอน ‘BON’ และ ‘ALEX FACE’ ยังได้สร้างผลงานบนกำแพงร่วมกับศิลปินระดับตำนานอย่าง ‘Inkie’ ‘The London Police’ และ ‘Mau Mau’ ซึ่งกำแพงเหล่านั้นก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีทั้งจากนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น


ความโดดเด่นของ ‘บอน’ ที่ทำให้เขาแตกต่างจากศิลปินสตรีทอาร์ตคนอื่น ๆ คือสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ในแบบศิลปะข้างทางลงสู่ผืนผ้าใบ งานประติมากรรม และ ผลงานจัดวางของเขา สิ่งเหล่านี้เองที่ได้ผลักดันให้ ‘บอน’ กลายเป็นหนึ่งในศิลปินสตรีทอาร์ตระดับแนวหน้าของเอเชีย


The Soi Sauce Factory เจริญกรุง ซ.๒๔

พื้นที่ใหม่ในอาคารเก่า - อาคารเก่าแห่งนี้เคยเป็นโรงฝิ่นมาก่อน ก่อนจะถูกเปลี่ยนให้เป็นโรงงานซีอิ๊ว และล่าสุดมันได้ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่ให้บริการทางศิลปะแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
The Soi Sauce Factory มีทั้งโถงที่เปิดโล่งสำหรับนิทรรศการขนาดใหญ่ และพื้นที่ที่เป็นสัดส่วนสำหรับนิทรรศการขนาดย่อม ซึ่งทั้งหมดจะถูกใช้เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการของ ‘BON’ จากพื้นที่ภายในถึงระเบียง, ทางเดิน และทุกซอกมุมของอาคารเก่าแห่งนี้


เปิดนิทรรศการ ๑๒ มิถุนายน เวลา ๑๘.๓o น. พบการแสดง LIVE SOUND ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ชมมีส่วนร่วม


หากสื่อมวลชนสนใจร่วมทำข่าวและร่วมชมนิทรรศการครั้งนี้ ทั้งในช่วงเวลาสี่วันของการติดตั้งผลงาน และในคืนวันงานเปิดนิทรรศการ กรุณาโทรหรืออีเมลล์นัดหมายล่วงหน้า
นิทรรศการจะจัดแสดงทุกวัน ตั้งแต่วันที่ ๑๒-๑๘ มิถุนายน เวลา ๑o.oo-๑๙.oo น.


ช่องทางติดตามผลงานของศิลปิน

‘Bomb it 2’ คือสารคดีภาคต่อของ Jon Reiss นักทำสารคดีชาวอเมริกัน ที่บันทึกการเติบโตและแพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลกของสตรีทอาร์ต สารคดีชิ้นนี้ถูกเผยแพร่ในปี ๒o๑๒ และประสบความสำเร็จอย่างมากในแวดวงสตรีทอาร์ตระดับโลก สารคดีชิ้นนี้ได้บันทึกส่วนหนึ่งในการทำงานรวมไปถึงแนวคิดเบื้องหลังผลงานบนกำแพงของ ‘บอน’ เอาไว้ด้วย



ภาพและข้อมูลจากเวบ
wikalenda.com














"นิทรรศการศิลปะภาพสะท้อน”


โรงแรมโซฟิเทล โซ แบงคอก ร่วมกับ มิสเซจาล สุเรนดรา สูตร เปิดตัว นิทรรศการศิลปะ “ภาพสะท้อน” เพื่อแสดงถึงภาพลักษณ์ของโรงแรมที่เน้นในด้านศิลปะ การดีไซน์ และแฟชั่น


นิทรรศการศิลปะในครั้งนี้เป็นการจัดแสดงผลงานภาพสีน้ำมันที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเคลื่อนไหว โดยใช้การเคลื่อนไหวแบบซ้ำไปซ้ำมาเป็นจุดเริ่มต้น และยังสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของการเข้าฌานในขณะนั่งสมาธิ จากการที่เซจาลเป็นนักเต้นคลาสสิกที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เธอจึงนำจังหวะการเคลื่อนไหวในการเต้นมาผสมผสานสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะทของเธออีกด้วย






งานนิทรรศการศิลปะภาพสะท้อนนี้จะแสดงออกถึง ๓ สิ่งที่สำคัญ อันได้แก่ การสะท้อนผ่านการทำซ้ำ เสรีภาพผ่านการทำซ้ำและกลายเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นที่ และสิ่งสุดท้ายคือ ภาพสะท้อน เซจาลได้รับแรงบันดาลใจในงานศิลปะผ่านท่าเต้นหมุนตัวซ้ำ ๆ และในพื้นที่สมาธินี้เองที่การเต้นและงานศิลปะโคจรมาพบกัน การเคลื่อนไหวที่บางครั้งดูพร่ามัว แต่ในขณะเดียวกันก็สื่อถึงการสะท้อนของการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน


การมุ่งเน้นความสนใจไปที่จุดเริ่มต้นถือเป็นหลักสากลของการเคลื่อนไหวและยังเกี่ยวข้องกับความมีชีวิตชีวาและความงามที่แท้จริงของมันอีกด้วย ส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ คือการทำให้จิตใจอยู่สภาวะปล่อยวาง ปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนทำ แต่ไม่เคยหยุดที่จะคิดถึงมัน เซจาลจึงเลือกที่จะถ่ายทอดความรู้สึกนี้ลงบนผืนผ้าใบ






นอกเหนือจากการเต้นที่เป็นแรงบันดาลใจแล้ว มรดกทางวัฒนธรรมของอินเดียก็เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของเธอ วิสัยทัศน์ของเธอยังได้รับอิทธิพลมาจากคณิตศาสตร์ซึ่งถือเป็นรักแรกของเธอเลยก็ว่าได้ เซจาลเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ผ่านการฝึกฝนในหลักสูตร MIT มาแล้ว เธอจึงเลือกถ่ายทอดทฤษฏีของนักคณิตศาสตร์ชื่อดัง เบอร์ทรันด์ รัสเซลล์ ที่ว่า “คณิตศาสตร์มีความสามารถเป็นเลิศทางศิลปะ ยิ่งใหญ่มากกว่าเพลงใดๆ เพราะคณิตศาสตร์มีความสมบูรณ์แบบที่รวมเอาลักษณะของศิลปะที่ดี ความอิสระเสรี และความรู้สึกของชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เข้าไว้ด้วยกัน เพราะในความเป็นจริงคณิตศาสตร์สามารถสร้างโลกในอุดมคติได้อย่างสมบูรณ์แบบ และอิงความเป็นจริง”


สำหรับ งานนิทรรศการศิลปะภาพสะท้อนนี้ จะเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน – ๑๒ กรกฏาคม ๒๕๕๗ บริเวณสตรีท ล๊อบบี้ (ชั้น G) ของโรงแรมโซฟิเทล โซ แบงคอก



ภาพและข้อมูลจากเวบ
wikalenda.com














"Swallow The Love”


“รัก… กลืนกิน” คือ นิทรรศการศิลปะจากศิลปินหญิงสาว ชญานิษฐ์ ม่วงไทย ซึ่งจะนำเสนอผลงานภาพพิมพ์เทคนิคผสมอันพลุ่งพล่านไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอย่างรุนแรง


ภายใต้แนวความคิดเกี่ยวกับความรัก ความปรารถนา ความลุ่มหลงคลั่งไคล้ อารมณ์เสน่หาที่ครอบงำจิตใต้สำนึกผสมผสานกับกระบวนการของศิลปะภาพพิมพ์อันเป็นแบบแผนส่วนตัวของศิลปิน ส่งผลให้งานศิลปะชุดนี้เป็นเสมือนการปลดปล่อยจินตนาการอันเร้นลึกที่สามารถสั่นสะเทือนความรู้สึกของผู้ชมได้อย่างน่าสนใจ


นิทรรศการ : “รัก… กลืนกิน” (Swallow… The Love)
ศิลปิน : ชญานิษฐ์ ม่วงไทย
วันที่ : ๒๖ มิถุนายน – ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗
สถานที่ : ARDEL Gallery of Modern Art
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๔๒๒-๒o๙๒
อีเมล : ardelgallery@gmail.com, ardelworkshop@gmail.com























ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














"BEAT”


จังหวะ เป็นพื้นฐานในชีวิตมนุษย์ เราพบกับจังหวะได้ในทุก ๆ วัฏจักร นับตั้งแต่ การเกิด กลางวัน กลางคืน การมีฤดูกาล ทั้งสี่ฤดู การขึ้น การลงของน้ำการหายใจ การเต้นของหัวใจ การเดิน หรือแม้กระทั่งการดำเนินชีวิตของคน


บางครั้งเราจะพบว่าบางช่วงของชีวิตเรามีโชค ชีวิตดำเนินไปด้วยความราบรื่น แต่บางครั้งชีวิตเราก็ไม่มีโชคเอาเสียเลย ชีวิตก็สะดุด จากที่เคยโชคดีอาจล้มได้ในชั่วข้ามคืน ทั้งหมดล้วนเป็นจังหวะของชีวิต


เสียง เป็นคลื่นกลที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ เมื่อวัตถุสั่นสะเทือนก็จะทำให้เกิดการอัดตัวและขยายตัวของคลื่นเสียงเสียงที่มนุษย์เราได้ยิน คือคลื่นเสียงเดินทางผ่านตัวกลางเสียงแต่ละเสียงมีความแตกต่างกัน เสียงสูง เสียงต่ำ เสียงดัง เสียงเบา คุณภาพของเสียงลักษณะต่างๆขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดของเสียงและจำนวนต่อรอบต่อวินาทีของการสั่นสะเทือนคุณลักษณะของคลื่นเสียง ได้แก่ ความยาวของคลื่นเสียง และความเร็วของคลื่นเสียงเสียงสูง เสียงต่ำ คือระดับเสียง สิ่งที่ทำให้เกิดระดับเสียง คือ ความเร็วและการสั่นสะเทือนของวัตถุ
วัตถุที่สั่นเร็ว เสียงจะสูงกว่าวัตถุที่สั่นช้า


“BEAT” งานแสดงเดี่ยวโดย อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ขอเชิญทุกท่านร่วมงานเปิดนิทรรศการในวันนี้ ณ หอศิลป์ตาดูไทยยานยนตร์ สุขุมวิท ๘๗ เวลา ๑๗.oo น.


นิทรรศการ : BEAT
ศิลปิน : อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ
วันที่ : ๓o พฤษภาคม – ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗
สถานที่ : หอศิลป์ตาดูฯ สุขุมวิท ๘๗ (ชั้น ๒ ภายในโชว์รูมรถมิตซูบิชิ)
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๓๑๑-๔๙๕๓ , o๘๕-๔๓๗-๒๒๙๒







ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














"#IMWTK”


#IMWTK เป็นอักษรย่อมาจากประโยคที่ว่า (hash-tag) Inquiring Minds Want To Know (ใจที่ชอบไต่ถามอยากที่จะรู้) ซึ่งถูกใช้อย่างกว้างขวางในอินเตอร์เน็ต มักจะต่อท้ายคำถามที่ผู้เขียนขึ้นสเตตัสหรือโพสต์ต่าง ๆ การที่อยู่ในรูปสัญลักษณ์แฮชแทกนี้เอง ที่ทำให้ทุกคำถามเหล่านั้นถูกจัดรวบรวมเข้าด้วยกันและสามารถเรียกกลับมาอีกครั้ง คำถามที่ถูกรวบรวมขึ้นมาโดย #IMWTK นั้น ประกอบไปด้วยคำถามทั่วไป ๆ ที่ผู้เขียนต้องการคำตอบ แต่ในบางครั้งก็เป็นการบ่นหรือเย้ยหยันกับเรื่องต่าง ๆ ที่ผู้เขียนโต้ตอบกับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน


นิทรรศการ #IMWTK โดย จิตติ เกษมกิจวัฒนา ประกอบไปด้วยผลงานที่ผลิตขึ้นใหม่ ซึ่งอาศัยฐานข้อมูลเกี่ยวเนื่องกับผลงานในอดีต ที่ถูกเก็บบันทึกไว้ในรูปแบบของภาพถ่าย บันทึกข้อความ หรือความทรงจำ โดยข้อมูลต่าง ๆ ถูกดึงเข้าสู่กระบวนการการตีความและการแปลความหมาย กระบวนการนี้เป็นการส่งผ่านองค์ความรู้ ที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ของศิลปิน ซึ่งไม่จำกัดเพียงแค่สิ่งที่เป็นผลจากการทำงานในสตูดิโอ ที่กลั่นกรองความคิดและสร้างขึ้นมาเป็นรูป แต่รวมถึงการค้นคว้าจากหนังสือต่าง ๆ บทความตามสื่อที่เข้าถึงได้ รวมถึงการมองและเรียนรู้จากชีวิตประจำวันในช่วงเวลานั้นๆ การที่ศิลปินย้อนกลับไปอ่านและตีความสิ่งที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกหวนหาอดีต แต่เป็นการทบทวนสิ่งที่ผ่านมา บนหลักการที่ว่า ไม่มีใครสามารถดำรงอยู่ในสิ่งที่เป็นในปัจจุบัน โดยสิ่งที่เป็นอยู่นั้นไม่ปรากฎพบได้ในอดีตของตน ผลงานในครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของข้อมูลต่าง ๆ กระบวนการตีความ การชำระ และผสมผสานกับความรู้และเหตุการณ์ในปัจจุบัน เพื่อทรรศนะในปัจจุบันจะชัดเจนยิ่งขึ้น โดยอิงกับคำพังเพยที่ว่า ความรู้เหมือนดาบยิ่งลับยิ่งคม


เกี่ยวกับศิลปิน

จิตติ เกษมกิจวัฒนา ศิลปินและภัณฑารักษ์อิสระ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย RMIT เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ผลงานของเขาได้ถูกจัดแสดงตามพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ นี้ จิตติได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการศิลปินในพำนัก ณ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี จัดโดย German Academic Exchange Service (DAAD)


สำหรับงานทางด้านภัณฑารักษ์ จิตติ เกษมกิจวัฒนา เป็นหนึ่งในสมาชิกร่วมก่อตั้ง อาร่า – องค์กรจัดการและสนับสนุนศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย และเป็นภัณฑารักษ์คนแรกของ อะเบ๊าท์สตูดิโอ/อะเบ๊าท์คาเฟ่ พื้นที่ศิลปะอิสระในกรุงเทพฯ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔o-๔๒ ต่อมาเขาได้ร่วมก่อตั้ง สำนักพิมพ์น้ำดี และเป็นบรรณาธิการร่วมกับ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ผลิตนิตยสาร “VER” ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๕-๖ โปรเจ็คล่าสุดคือ Messy Sky ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นนิตยสาร ในปี ๒๕๕๔ และได้พัฒนาต่อมาเป็นพื้นที่ศิลปะ โดยร่วมมือกับเพื่อนๆศิลปินและภัณฑารักษ์ซึ่งพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ


ขอเชิญทุกท่านร่วมพบปะศิลปิน พูดคุยถึงนิทรรศการในวันเสาร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๕.oo -๑๖.๓o น


ศิลปิน : จิตติ เกษมกิจวัฒนา
วันที่ : ๑๓ มิถุนายน – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๗
สถานที่ : 338 Oida Gallery
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๙o-๑๙๘-๘๗๔๙
อีเมล : info@338oidagallery.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














"ทางช้างเผือก”


แนวความคิดของศิลปินต้องการถ่ายทอดความงามแห่งความคิดฝัน พลังบารมีของเหล่า ๑๒ นักษัตร ในจักรวาลทางช้างเผือก โดยใช้เป็นตัวแทนสัญลักษณ์แห่งชีวิต การเดินทางมาพบกับแสงสว่างแห่งพระธรรม พบกัลยาณมิตร เสมือนได้สัมผัสแสงพลังแห่งทิพย์จากสวรรค์ ชโลมให้เกิดความปีติ ความสุข ความเบิกบานในใจ เกิดความแกล้วกล้าอาจหาญในการดำเนินชีวิต


นิทรรศการ : “ทางช้างเผือก” (MILKI WAY)
ศิลปิน : เพชร เชิดกลิ่น
วันที่ : ๒๙ มิถุนายน – ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗
สถานที่ : ห้องนิทรรศการชั้น ๒ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๒๑๘-๓๗o๙, o๘๕-๙๔๕-๗๗๔๖
ติดต่อศิลปิน : o๘๑-๗๑๗-๕๒๖๓















ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com





บล็อกนี้อยู่ในหมวดศิลปะค่ะ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 12 มิถุนายน 2557
Last Update : 12 มิถุนายน 2557 19:46:17 น. 0 comments
Counter : 2264 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.