happy memories
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2557
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
11 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๑oo




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto









"เทศกาลเปิดบ้านพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ”


เนื่องในโอกาสครบรอบ ๒ ปี พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เตรียมจัดกิจกรรม “เทศกาลเปิดบ้านพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ” (QSMT Festival: Open House) ระหว่างวันที่ ๙-๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และ ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย หัวหน้าโครงการพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ร่วมแถลงข่าว ณ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง





ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ
รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ



ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำริให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ขึ้นเพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับผ้าไทย และประวัติศาสตร์เครื่องแต่งกายของคนไทย พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จึงเป็นสถานที่รวบรวมจัดเก็บรักษาผ้าไทย และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนจัดแสดงงานหัตถศิลป์จากผ้าอันทรงคุณค่าของราชสำนักและผ้าพื้นเมืองต่าง ๆ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์การทอผ้าของไทยให้คงอยู่เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติสืบไป





ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย หัวหน้าโครงการพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ และ สุทธิรัตน์ แก้วอาภรณ์



ทั้งนี้ ในงานครบ ๒ ปี ของพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ได้ย่อส่วนของงานศิลปาชีพ ที่เคยจัดในสวนอัมพรมาไว้หน้าสนามข้างหน้าของพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น งานด้านอนุรักษ์ผ้าไทย และโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมของคนไทย และเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้แก่ชาวไทยและชาวต่างชาติด้วย โดยนำผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ อาทิ ผ้าไหม และผ้าฝ้ายพิมพ์ลาย ผ้าไหมชุด ผ้าปัก และผ้าทอชาวไทยภูเขา และงานศิลปหัตถกรรมฝีมือสมาชิกศิลปาชีพมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา รวมไปถึงผลิตผลจากฟาร์มตัวอย่างที่ได้นำอาหารของทั้ง ๓ ภาค ที่หารับประทานยาก ไม่ว่าจะเป็น จากภาคอีสาน อาทิ ลาบเป็ดอี้เหลียง หมูจินหัวแดดเดียว ภาคใต้ อย่าง ข้าวยำ และภาคเหนือ ทั้งข้าวซอยหมู และข้าวซอยไก่ พร้อมทั้งน้ำผลไม้จากโครงการพระราชดำริต่าง ๆ มาจำหน่ายภายในงานด้วย





งานกิจกรรมช่างเขียน



ด้าน ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย หัวหน้าโครงการพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เผยว่า ในโอกาสครบรอบ ๒ ปี ของพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จึงจัดกิจกรรม “เทศกาลเปิดบ้านพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ” โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ โรงเรียนช่างฝีมือในวังชาย และโรงเรียนช่างฝีมือในวังหญิง ตลอดจนนักออกแบบและศิลปินผู้มีชื่อเสียงหลายแขนง โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น ๔ ส่วน ได้แก่ การเปิดบ้านพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมกระบวนการ และขั้นตอนการเตรียมวัตถุจัดแสดงอย่างละเอียด พร้อมเปิดพระคลังให้ชมเป็นครั้งแรกอีกด้วย





งานเขียนหัวโขน จากโรงเรียนช่างฝีมือในวังชาย



การสาธิตและการออกร้าน เป็นการสาธิตต่าง ๆ จากสมาชิกศิลปาชีพ เช่น การสาวไหมแบบโบราณ การทำผ้าไหมมัดหมี่ งานปักซอยแบบไทย งานปักปีกแมลงทับ งานปักโขนพระราชทาน รวมทั้ง กิจกรรมสาธิตจากโรงเรียนช่างฝีมือในวังทั้งชายและหญิง เช่น งานเขียนหัวโขน งานลงรักปิดทอง งานแทงหยวก งานลายรดน้ำ งานประดับมุก งานแกะสลัก งานร้อยมาลัยทั้งแบบมาลัยตุ้ม และตัวกระแต งานหยอดแป้งร่ำ แป้งพวง งานปักสะดึง และงานอาหารตามแบบฉบับชาววังที่หาทานยาก อาทิ ค้างคาวเผือก, ขนมดอกอัญชัน, จีบตัวยก, เกสรลำเจียก และขนมบุหลันดั้นเมฆ ที่นอกจากจะสาธิตให้ดูแล้วยังจำหน่ายให้ได้ลองชิมอีกด้วย





งานร้อยมาลัย จากโรงเรียนช่างฝีมือในวังหญิง



ส่วนที่ ๓ งานเสวนาและเสวนาเชิงปฏิบัติการ มีเพียง ๓ วัน โดยในวันที่ ๙ พฤษภาคม เวลา ๑o.oo-๑๒.oo น. เสวนาเรื่อง ผ้าและพิพิธภัณฑ์ผ้าในประเทศไทย โดย อ.ประภัสสร โพธิ์ศรีทอง และอัครเดช นาคบัลลังก์ , วันที่ 10 พฤษภาคม เวลา ๑o.oo-๑๒.oo น. เสวนาเรื่อง แรงบันดาลใจจากผ้าไทยสู่งานศิลปะ โดย อ.เผ่าทอง ทองเจือ และแสงเดือน จันทร์นวล , เวลา ๑๓.oo-๑๕.oo น. Workshop งานระบายสีบนผ้าไหม และวันที่ ๑๑ พฤษภาคม เวลา ๑๓.oo-๑๕.oo น. เสวนาทางวิชาการ เรื่อง ผลลัพธ์ผ้าไทยในศิลปาชีพและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าไทย โดย Yuthapong, Milin, Boyy Bag, Painkiller, Curated By Ek Thongprasert, Theatre และ อาร์ท อารยา





ผลิตผลจากฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริฯ



และส่วนสุดท้าย การแสดงต่าง ๆ อาทิ การแสดงประกอบการบรรยายเรื่องผ้าและเครื่องแต่งกาย ได้แก่ การแสดงชุดดุจดวงเดือนดำเนินนำ ทวิฉนำพิพิธภัณฑ์ผ้าไทย ระบำรัตนโกสินทร์ และเซิ้งกระติบ รวมไปถึงการแสดงชุดดุจดวงเดือนดำเนินนำ ทวิฉนำพิพิธภัณฑ์ผ้าไทย (ฟ้อนลาวดวงเดือน), การแสดงระบำรัตนโกสินทร์, การแสดงชุดเซิ้งกระติบ, การแสดงชุดฟ้อนเล็บ-ฟ้อนเทียน-ฟ้อนสาวไหม, การแสดงระบำชุดไทยพระราชนิยม, การแสดงชุดรำแพรวากาฬสินธุ์ – ฟ้อนโก๋ยมือ และการแสดงชุดระบำทักษิณาพัสตราภรณ์






ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “เทศกาลเปิดบ้านพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ” โดยไม่เสียค่าจ่าย ระหว่างวันที่ ๙-๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๙.oo - ๑๘.oo ณ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง สอบถามเพิ่มเติมและลงทะเบียนร่วมกิจกรรมที่ โทร. o๒-๒๒๕-๙๔๒o, o๒-๒๒๕-๙๔๓o ต่อ o หรือ ๒๔๕ หรือคลิ๊กที่ qsmtthailand.org







ภาพและข้อมูลจากเวบ
naewna.com
komchadluek.net














"นิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ ๓”


นิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ ๓ หัวข้อ “บ้านเรา” โดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดนิทรรศการแสดงผลงานของศิลปินที่มีความสามารถทางศิลปะอันโดดเด่น ในรูปแบบเหมือนจริง (Realistic) และศิลปะรูปลักษณ์ (Figurative) โดยแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ไม่จำกัดเทคนิคและวัสดุ กระบวนการสร้างสรรค์ หรือรูปแบบของผลงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินได้แสดงออกถึงทักษะและแนวความคิดได้โดยอิสระ โดยมีรางวัลสูงสุด คือรางวัลช้างเผือก ซึ่งจะได้รับเงินรางวัล ๑,ooo,ooo บาท และรางวัลอื่นๆ รวม ๑๙ รางวัล พร้อมผลงานที่ได้รับคัดเลือกให้จัดแสดงรวมกว่า ๕o ผลงาน โดยผ่านการคัดเลือกจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ศาสตราจารย์กำจร สุนพงษ์ศรี,ศาสตราจารย์สันติ เล็กสุขุม, ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง, คุณบุญชัย เบญจรงคกุล, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ญาณวิทย์ กุญแจทอง, อาจารย์นิติกร กรัยวิเชียร และ รองศาสตราจารย์อริยะ กิตติเจริญวิวัฒน์


EXHIBITION EDUCATION AND ACTIVITY: นิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก

กิจกรรมบรรยายพิเศษ Gallery Tour “การสะท้อนแนวคิดของศิลปินไทยต่องานศิลปะแสดงรูปลักษณ์” โดยศาสตราจารย์กิตติคุณกำจร สุนพงษ์ศรี วันเสาร์ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๔.oo-๑๕.๓o น. ณ ห้องแสดงนิทรรศการหลักชั้น ๘


ฝ่ายนิทรรศการ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ขอเชิญรับฟังการบรรยายหัวข้อ“การสะท้อนแนวคิดของศิลปินไทยต่องานศิลปะแสดงรูปลักษณ์” โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณกำจร สุนพงษ์ศรี อาจารย์พิเศษและศิลปินชื่อดัง


“ศิลปินแสดงรูปลักษณ์” มีคุณลักษณะ คุณค่า และสะท้อนค่านิยมของสังคมไทยในแต่ละยุค แต่ละสมัยอย่างไร ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และศึกษาผลงานทรงคุณค่าจากโครงการศิลปกรรมช้างเผือก กันได้ตามวันและเวลาดังกล่าว


กิจกรรมบรรยายพิเศษ Gallery Tour “ทัศนางานศิลป์ : โครงการศิลปกรรมช้างเผือก”
โดยศาสตราจารย์สันติ เล็กสุขุม
วันเสาร์ที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๔.oo-๑๕.๓o น.
ณ ห้องแสดงนิทรรศการชั้น ๘


ฝ่ายนิทรรศการ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ขอเชิญรับฟังการบรรยายหัวข้อ “ทัศนางานศิลป์ : โครงการศิลปกรรมช้างเผือก” โดย ศาสตราจารย์สันติ เล็กสุขุม นักประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, อาจารย์พิเศษ และศิลปินชื่อดัง


โครงการศิลปกรรมช้างเผือก เป็นการประกวดที่มุ่งเน้นรูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบเหมือนจริง (Realistic) และศิลปะรูปลักษณ์ (Figurative) ทั้งในแง่ของความเหมือนจริงตามธรรมชาติ ความเหมือนจริงเชิงอุดมคติ หรือความเหมือนจริงเชิงสังคม ซึ่งเน้นความเป็นรูปธรรมของต้นแบบ ที่ศิลปินถ่ายทอดลงมาสู่ผลงานและให้ความสำคัญกับแนวความคิดซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างมีคุณค่าเพื่อให้ศิลปินที่มีทักษะฝีมือในการสร้างงานอย่างละเอียดอ่อนและมีกระบวนทัศน์ทางความคิดอันลึกซึ้ง ได้สื่อแสดงถึงศักยภาพทางศิลปะในรูปแบบเหมือนจริงอย่างเต็มที่


**ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสองกิจกรรม


ดำเนินงานโดย ฝ่ายนิทรรศการ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายนิทรรศการ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ o๑-๒๑๔-๖๖๓o– ๘ email: exh_activity@bacc.or.th






ภาพและข้อมูลจากเวบ
bacc.or.th
เฟซบุคนิทรรศการ














"เมืองโบราณ-พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ขยายเวลาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ยามเย็น”


หากเดินทางมาเที่ยวเมืองปากน้ำ คงไม่มีใครไม่รู้จัก ๒ สถานที่นี้ ที่ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ นั่นคือเมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ซึ่งปัจจุบันการเดินทางมาเที่ยวชมแสนสะดวกสบาย ไม่ไกลจากกรุงเทพ หากไม่ขับรถยนต์มาเองก็สามารถใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ แท็กซี่ บีทีเอส(สถานีแบริ่ง) ฯ






ในโอกาสก้าวเข้าสูปีที่ ๕๑ นี้ เมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ได้ขยายเวลาเปิดให้บริการทุกวัน จากเดิมเวลา o๙.oo-๑๘.oo น. มาเป็นเวลา o๙.oo-๒o.oo น. เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ได้มีโอกาสเที่ยวชมและสัมผัสกับสุดยอดความงามของสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมต่าง ๆ อย่างเต็มอิ่มไปกับบรรยากาศยามเย็น ของเมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ






หากท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการหลีกหนีความเร่งรีบความวุ่นวายของสังคมเมือง เชิญชวนท่านมาพักผ่อนชมความงามอันวิจิตร สัมผัสกับบรรยากาศแห่งอดีตที่น่าจะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในเมืองไทย สอบถาม o๒-๓๒๓-๔o๙๔-๙ เฟซบุคเมืองโบราณ











ภาพและข้อมูลจากเวบ
naewna.com
เฟซบุคพิพิธภัณฑ์














"เทปอาร์ต งานศิลป์...เทรนด์ใหม่”


ครั้งแรกในประเทศไทยกับโชว์การแสดงผลงานศิลปะสไตล์ เทปอาร์ต(Tape Art) งานศิลป์ เทรนด์ใหม่ที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการใช้แสงและเงาและการสร้างสรรค์โดยการใช้เพียงปลายมีดและเทปกาวปิดกล่องสีน้ำตาล


โดยศิลปินเทปอาร์ตจากประเทศเนเธอร์แลนด์ แม็กซ์ ซอร์น (Max Zorn)


เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสมบูรณ์


ระหว่างวันที่ ๑o พฤษภาคม - ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเกษร


นอกจากนี้ศิลปินยังเปิดโอกาสแก่ผู้ที่สนใจร่วมเป็นเจ้าของผลงาน “เทปอาร์ต” (Tape Art)หลังการจัดแสดงเพื่อมอบรายได้จากการจำหน่าย ๑o%ร่วมสมทบทุนมูลนิธิมูลนิธิยุวพัฒน์


เทปอาร์ต (Tape Art) เป็นหนึ่งในผลงานสุดสร้างสรรค์ภายใต้แคมเปญ “ลีฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล ครั้งที่ ๒ แอทราชประสงค์”











ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th














"รวมภาพฉลองกรุง ๒๓๒ ปี ทำฐานข้อมูลวัฒนธรรมไทย”


รำเย่ย ที่ชาวบ้านกาญจนบุรีร้องรำ แสดงออกถึงการละเล่นพื้นบ้านภาคกลางอย่างสนุกสนาน รื่นเริง ที่ท้องสนามหลวง มีฉากหลังเป็นวัดพระศรีรัตนศาสนาดาราม เอกลักษณ์เกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเฉลิม อัชชมานะ บันทึกภาพนี้จากการไปเที่ยวชมงานฉลอง ”ใต้ร่มพระบารมี ๒๓๒ ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19-21 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนจะส่งเข้าร่วมประกวดภาพถ่ายทางวัฒนธรรมในหัวข้อ ”ใต้ร่มพระบารมี 232 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ได้รับรางวัลชนะเลิศเวทีนี้ด้วยมติเป็นเอกฉันท์


โครงการประกวดภาพถ่ายครั้งนี้มีผู้ส่งเข้าประกวดจำนวน ๒๓o ภาพ ล้วนเป็นภาพเหตุการณ์หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในงานใต้ร่มพระบารมี ๒๓๒ ปี นับเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรวบรวมภาพเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในโอกาสฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อจัดพิมพ์หนังสือ จัดทำฐานข้อมูล และเพื่อนำออกเผยแพร่สู่สาธารณะ


นอกจากรางวัลชนะเลิศภาพ “เพลงเย่ย” ได้รับเงินรางวัล ๕o,ooo บาท ยังมีรองชนะเลิศอันดับที่ ๑ ภาพ “ของเล่นประจำฤดูร้อน” หรรษา ตั้งมั่นภูวดล รับเงิน ๓o,ooo บาท และรองอันดับที่ ๒ ภาพ “เอกลักษณ์ไทย” นพพร อัจฉริยประภา ได้รับเงิน ๒o,ooo บาท รางวัลชมเชย ๑o รางวัล ได้แก่ ภาพริ้วขบวนและภาพขบวนผีตาโขน จีรวัฒน์ จิตติวัฒนา, ภาพรื่นรมย์ รัตนโกสินทร์ วีระยุทธ พิริยะพรประภา, ภาพย่างข้าวเกรียบ มานิต ลาภลือชัย, ภาพเรืองรอง ๒๓๒ ปี รัตนโกสินทร์ และภาพตระการตา ชุดไทย บุญชนก ฉายชูวงษ์, ภาพขับเคลื่อนวัฒนธรรม อำนาจ เกตุชื่น, ภาพวิถีไทย นพพร อัจฉริยประภา, ภาพแผ่นดินไทย ยงยุทธ คงมหาพฤกษ์ และภาพเส้นสายแห่งภูมิปัญญาไทย เอกรินทร์ เอกอัจฉริยะวงศ์ โดยทุกคนได้รับเงินรางวัล รางวัลละ ๕,ooo บาท


“ภาพที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะมอบให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์วันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ รวมทั้งนำออกเผยแพร่บนเว็บไซต์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรับรู้และภูมิใจมรดกทางวิถีชีวิตและภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย" ดร.ปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังมอบถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด


ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดนั้น คณะกรรมการตัดสินพิจารณาให้รางวัลยึดแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล และเป็นภาพที่ไม่เคยได้รางวัลจากการประกวดมาก่อน วรนันท์ ชัชวาลทิพพากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย) และกรรมการตัดสิน กล่าวว่า ภาพที่ได้รางวัลต้องมีองค์ประกอบภาพสมบูรณ์ ถ่ายภาพด้วยมุมมองสร้างสรรค์ และเป็นภาพที่ใช้เผยแพร่ให้เห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม สำหรับภาพ ”เพลงเย่ย” ให้ได้รางวัล เพราะชัดเจนตรงหัวข้อประกวด ส่วนภาพรองชนะเลิศ ชมภาพแล้วหวนกลับคืนไปสมัยก่อน มีการเล่นว่าวท้องสนามหลวงคึกคัก ส่วนรองอันดับ ๒ เป็นภาพแคนดิตบันทึกภาพผู้หญิงกำลังเซลฟี่ มีโขนมาเสริม และฉากหลังพระบรมฉายาลักษณ์ ๙ รัชกาล ควรจัดประกวดต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมให้ชาวไทยและต่างประเทศเห็นคุณค่าศิลปวัฒนธรรมของชาติผ่านภาพถ่าย


เฉลิม อัชชมานะ แชมป์ประกวดภาพถ่าย บอกว่า ภาพ ”เพลงเย่ย” ได้จากการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่จัดในงาน เป็นโอกาสดีได้ชมเพลงพื้นบ้านกาญจนบุรีก็บันทึกไว้ ชายหญิงเกี้ยวกันอย่างสนุก คำร้องทุกวรรคลงท้ายด้วยเสียงเดียวกันคือเอย ส่ง ๕ ภาพเข้าประกวด สุดท้ายภาพนี้ได้รางวัล สำหรับงานใต้ร่มพระบารมีประทับใจ ได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นเมืองหลวง และเป็นประเทศไทยจนทุกวันนี้ ทั้งยังเป็นงานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวรอบในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ให้คึกคักมากขึ้นด้วย


ด้าน หรรษา ตั้งมั่นภูวดล เจ้าของภาพ “ของเล่นประจำฤดูร้อน” กล่าวว่า เป็นภาพร้านขายว่าวกลางสนามหลวง นอกจากคนรุมซื้อ ยังมีนักศึกษากำลังเล่นว่าว ฉากหลังวัดพระแก้ว ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติกลมกลืนกับบรรยากาศของงานฉลองพระนคร ภูมิใจที่ได้รับรางวัล ขอบคุณ วธ. ที่จัดกิจกรรมเปิดโอกาสให้ช่างภาพได้มีส่วนรวมในการเก็บความทรงจำดี ๆ จากงาน ๒๓๒ ปี กรุงรัตนโกสินทร์


ขณะที่ช่างภาพมากฝีมือ นพพร อัจฉริยะประภา ส่งภาพ ๕ ภาพเข้าประกวด และคว้าถึง ๒ รางวัล จากโครงการนี้ กล่าวว่า ชอบถ่ายภาพแนววิถีชีวิตและวัฒนธรรม ภาพ ”เอกลักษณ์ไทย” ได้อันดับที่ ๒ ตั้งกล้องรอห่างจากบริเวณที่จัดกิจกรรมเกี่ยวกับหุ่นสายไทย เฝ้ารอจังหวะที่คนมาเที่ยวชมงานมีส่วนร่วมกับมรดกศิลปะของชาติด้วยรอยยิ้มแบบไทย ๆ ถ่ายไว้ แล้วยังมีภาพ ”วิถีไทย” ได้ชมเชย เสนอภูมิปัญญาการทอผ้าไทย ยินดีที่ภาพของตนจะได้เผยแพร่กระตุ้นให้คนไทยอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม.



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net














นิทรรศการศิลปะภาพพิมพ์ “ทางไหนดี”


นิทรรศการศิลปะภาพพิมพ์ “ทางไหนดี” (Where are we going?) ผลงานโดย พงศ์เดช ไชยคุตร (Pongdej Chaiyakut) จัดแสดงระหว่างวันที่ ๘ - ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และจะมีพิธีเปิดในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.๓o น. ณ ห้องนิทรรศการชั้น ๑ ห้อง ๒ Chamchuri Art Gallery : หอศิลป์จามจุรี


นิทรรศการ “ทางไหนดี” (Where are we going?)
ศิลปิน พงศ์เดช ไชยคุตร (Pongdej Chaiyakut)
ลักษณะงาน ศิลปะภาพพิมพ์
ระยะเวลาที่จัดแสดง ๘ - ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗
พิธีเปิดนิทรรศการ ๘ พฤษภาคม 2557 เวลา ๑๘.๓o น.
ห้องนิทรรศการ ห้องนิทรรศการชั้น ๑ ห้อง ๒
ติดต่อศิลปิน o๘๑-๖๗๑-๗๘๙๗


แนวความคิด

การสร้างสรรค์ผลงานภาพพิมพ์ครั้งนี้ มีสมมติฐานจากปัญหาความเปลี่ยนแปลงทางบริบทในสังคมไทยที่ได้รับผลจากกระแสสังคมโลก สิ่งนี้กลายมาเป็นเงื่อนไขทำให้เกิดความสะเทือนใจต่อความรู้สึกของคนมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต


"ทางไหนดี" หรือ "Where are we going?" เข้ามามีผลต่อการตัดสินใจในบางสิ่ง เปรียบเสมือนทางสองแพร่งในความรู้สึก อันเป็นเหตุที่ทำให้คนในสังคมแสดงออกทางความรู้สึกอย่างไม่เป็นธรรมชาติ แข็งขืนต่อกฎระเบียบ ประเพณี และจารีตทางสังคม หรือการพยายามขัดเกลาสังคมให้เกิดศีลธรรมอันดีแบบใหม่ รวมไปถึงการฝืนธรรมชาติ ทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่สามารถควบคุมได้ แนวความคิดดังกล่าวเป็นสมมติฐานของการสร้างสรรค์ศิลปะภาพพิมพ์ ในเรื่อง "ทางไหนดี" หรือ "Where are we going?"























ภาพและข้อมูลจากเวบ
contestwar.com














นิทรรศการภาพถ่ายชุด "โปสการ์ดจากเมืองไทย”


ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ ที่เน้นความเร็วในการสื่อสาร เราสามารถสื่อสารข้ามโลกด้วยเวลาเพียงไม่กี่วินาทีโปสการด์หรือไปรณียบัตรเป็นการสื่อสารชนิดหนึ่งที่ไม่ได้คำนึงถึงความเร็วในการส่งสารจากมือผู้ส่งถึงมือผู้รับ


ผมชอบกรรมวิธีของการส่งโปสการ์ดเพราะ การส่งโปสการ์ดเรามักจะส่งจากสถานที่ที่เราได้ไปอยู่ ได้ไปเยือนมันเหมือนเป็นการยืนยันตัวตนว่า เราอยู่ ณ ปัจจุบันในที่ใด


โปสการด์ยังมีเรื่องเวลาในการเดินทางและยังมี่เรื่องการใส่ข้อความด้วยลายมือผู้ส่งด้วยพื้นที่อันจำกัด จึงต้องเล่าเรื่องราวด้วยความรวบรัด เป็นพื้นที่ที่ต้องสรุปความรู้สึกหรือเนื้อหา ให้พอดีกับพื้นที่เพียงจำกัดนั้น


สำหรับงานในงานถ่าพชุดนี้ ผมได้รับแรงบันดาลใจจากเทคนิคการระบายสีลงบนภาพถ่ายขาวดำของโปสการ์ดเก่า ผมจึงนำภาพถ่ายขาวดำในวันที่ผมเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองไทย นำมาระบายสีด้วย Photoshop เลียนแบบเทคนิคโปสการ์ดเก่าเพื่อนำมาจัดแสดงนิทรรศการเพื่อสื่อสารถึงมิตรสหายและผู้ชมงานเพื่อยืนยันตัวตนที่ไม่ใช่อัตตา ว่าผมยังคงเดินทางถ่ายภาพและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่ผมรักที่มีชื่อว่า ประเทศไทย


-กำธร เภาวัฒนาสุข

อา-ม่า หรือ อาร์ เอม เอ อินสติทูท (RMA institute)

๒๓๘ ซอยสายน้ำทิพย์ ๒ ถนนสุขุมวิท ๒๒

เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์

เวลา ๙.๓o น. – ๑๙.oo น.

โทร o๒-๖๖๓-o๘o๙ , o๘๙-๒o๓-๖๘๘๙



ภาพและข้อมูลจากเวบ
fineart-magazine.com














"ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี ๒๕๕๗"


นิทรรศการ "ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี ๒๕๕๗" เป็นการรวมกันของประกายไฟดวงเล็ก ๆ จากทั่วประเทศ เพื่อสะท้อนภาพความเป็นไปของสังคมปัจจุบันผ่านงานศิลปนิพนธ์ ที่ได้รับการคัดเลือกมาสถาบันการศึกษา 30 แห่งทั่วประเทศ และยังเป็นโอกาสอันดีที่เหล่ายุวศิลปินแสดงศักยภาพ ก่อนก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพในอนาคต


ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี ๒๕๕๗ เป็นหนึ่งในนโยบายของทางหอศิลป์ ที่ต้องการส่งเสริมและสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่ในการแสดงผลงานศิลปกรรมมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดนิทรรศการศิลปนิพนธ์ โดยปีนี้จัดเป็นครั้งที่ ๖ โดยรวบรวมผลงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาที่สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นจากแต่ละมหาวิทยาลัย ที่มีการเรียนการสอนด้านศิลปะ โดยผ่านการคัดเลือกจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิของแต่ละสถาบัน ประกอบด้วย ผลงานของนักศึกษาปริญญาตรีโท ๒ สถาบัน ระดับปริญญาตรี สถาบันละ ๓ คน รวมทั้งหมด ๑๑o ผลงาน ทั้งประเภทจิตรกรรมและประติมากรรม






อาจารย์สุรชาติ เกษประสิทธิ์ จากสาขาวิชาออกแบบทัศนศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวในฐานะตัวแทนมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการว่า หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากต่างจังหวัดได้มีโอกาสเอาผลงานมานำเสนอส่วนกลาง เอาผลงานของนักศึกษาทั่วประเทศมารวมไว้ที่นี้ แสดงให้เห็นว่าถึงการศึกษาด้านทัศนศิลป์ของเมืองไทยที่มีคุณภาพและแนวคิดที่แตกต่างกันออกไป สะท้อนโลกทัศน์ของนักศึกษาของแต่ละภูมิภาคที่มีต่อสังคมและประเทศของเขา เช่น เทคโนโลยี การเมือง วิถีชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะงานของคนรุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงความเป็นไปของสังคมในปัจจุบัน






“ศิลปะมี 2 ลักษณะ คือ นำเสนอด้านบวก แสดงถึงความเพลิดเพลิน น่าปีติยินดี และด้านลบ แสดงถึงความน่าหดหู่ เศร้าใจ ลึกลับ ไม่ว่าจะในรูปแบบหรือเทคนิค ทั้งนี้ การนำเสนอด้านลบไม่ได้หมายถึงงานไม่ดี แต่มันเป็นมุมมองที่คนในสังคม โดยเฉพาะคนทำงานศิลปะ ให้เห็นว่ามันยังมีสิ่งเหล่านี้อยู่ เมื่อผู้ชมได้เห็นจะเป็นเครื่องเตือนใจว่าเราควรจะมีความเป็นมนุษยธรรมมากกว่านี้”


อาจารย์ยังกล่าวอีกว่า ภาพรวมของผลงานนอกเหนือจากกล่าวถึงความดี ความงาม และความจริง ศิลปนิพนธ์กว่า ๑oo ชิ้น ยังสะท้อนออกมาทั้งกายภาพและนามธรรม เผยถึงวิถีชีวิตของคนไทย อาทิ บริโภคนิยม จินตนาการ ความฝัน หรือเทคโนโลยี ดังนั้น การจัดแสดงงานศิลปะครั้งนี้ได้แสดงถึงดีเยี่ยมของผลงาน ผู้ชมที่มาดูต้องพยายามติดตามพวกเขา ตอนนี้เขาเป็นเพียงยุวศิลปิน จะเป็นมืออาชีพก็ต่อเมื่อเขายังยืนยันที่จะทำงานศิลปะต่อไป






สำหรับการได้รับเลือกครั้งนี้ ยุวศิลปินแต่ละคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ภูมิใจ และน้อยมากที่จะมีโอกาสได้นำผลงานความคิดของตัวเองมาจัดแสดงในพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางของประเทศ รวมไปถึงได้เห็นฝีมือของเพื่อน ๆ ต่างสถาบัน สัมผัสบางชิ้นงาน บางแนวคิดที่เราคาดไม่ถึง เห็นวิถีชีวิตของคนในแต่ละแห่งที่แตกต่างกัน และนิทรรศการครั้งนี้ยังเป็นใบเบิกทางและกำลังใจให้ทุกคนอยากเดินหน้าทำงานศิลปะต่อไป






ผลงานสื่อผสม เส้นผมกับธรรมชาติ โดย จันทร์ลดา ขาวผ่อง นักศึกษาจากสาขาจิตรกรรม คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นอีกชิ้นหนึ่งที่อาจารย์ของสถาบันต่าง ๆ ให้ความสนใจ และตั้งถามถึงที่มาแนวคิดของผลงานชิ้นนี้ เธอเล่าว่า หลังจากที่ค้นหาตัวตนมานาน จนพบว่าการคลุกคลีอยู่กับธรรมชาติมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอขาดมันไม่ได้ และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกันคือ ศิลปะ นับจากวันที่ได้เลือกเข้ามาเรียนที่คณะวิจิตรศิลป์ พยายามสร้างงานศิลปะที่มีวัสดุธรรมชาติมาเข้ามาเกี่ยวข้อง จนถึงวันที่ต้องทำศิลปนิพนธ์ จึงตกผลึกทางความคิดได้ว่าเราและธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของกัน






งานสื่อผสมชิ้นนี้จึงต้องการบอกถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ผ่านรูปทรงที่แสดงออกถึงการโอบอุ้ม รวมถึงความอ่อนโยนของสตรีเพศ โดยนำเส้นผม สัญลักษณ์แทนความเป็นมนุษย์ และวัสดุธรรมชาติที่แห้ง กลายเป็นสีน้ำตาล อย่าง ฝักบัว น้ำเต้า รังผึ้ง มาผสานเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนถึงทั้งสองสิ่งที่กลมกลืน อยู่ด้วยกันได้ลงตัว


"ความแห้งเหี่ยวของธรรมชาติมันคือความสวยงามอย่างหนึ่ง เมื่อเรามองมันก็จะนึกถึงยามที่ต้นไม้ใบหญ้าเหล่านี้เคยเขียวขจี สร้างความสดชื่นให้กับตัวเรา เช่นเดียวกับมนุษย์ ถ้าหายังมีชีวิตอยู่ควรหมั่นทำดี สร้างคุณประโยชน์ ถึงคราวตายไป ความดีนั้นก็ยังถูกพูดต่อ ๆ กันไป" ยุวศิลปินเผยแนวคินสอนใจ






นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ ๒๙ เมษายน-๓ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการได้ทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) เวลา ๑o.oo-๑๙.oo น. เพื่อสนับสนุนให้นิสิตนักศึกษาที่มีผลงานโดดเด่น มีกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกเผยแพร่แก่สาธารณชนต่อไป.



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net
เฟซบุคนิทรรศการ












วิวกรุงเทพยามค่ำ ถ่ายบนดาดฟ้าชั้น ๒๕ ของตึก City Home



"กทม.รับมอบประติมากรรมดอกนุ่น”


กรุงเทพมหานครให้การต้อนรับสภาประชาชนนครกวางโจวพร้อมคณะ ในการเดินทางเยือนกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๔-๖ พฤษภาคม ๑๙.oo เพื่อฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ ๕ ปีเมืองพี่เมืองน้องระหว่างกรุงเทพมหานครกับนครกวางโจว และจะมีพิธีมอบของขวัญเป็นประติมากรรมรูปดอกนุ่นซึ่งเป็นดอกไม้ประจำเมือง ขนาด ๑.๑ กว้าง ๑.๒ สูง ๑.๙๒ เมตร ให้แก่กรุงเทพมหานคร โดยนางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับมอบจากนายเฉิน เหว่ยกวง (Mr.Chen Weiguang) รองเลขาธิการพรรค สภาประชาชนนครกวางโจว ในวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะได้นำไปจัดวางในสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานครให้ประชาชนได้ร่วมชื่นชมและระลึกถึงความสัมพันธ์อันดีของสองเมือง ต่อไป


สำหรับความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกรุงเทพมหานครกับนครกวางโจว ได้ลงนามสถาปนาตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่นครกวางโจ สาธารณรัฐประชาชนจีน วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนทั้งสองเมือง โดย ๕ ปีที่ผ่านมาได้มีการแลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านต่างๆ ทั้งด้านการบริหารเมือง พัฒนาสังคม เยาวชน และวัฒนธรรม รวมถึงดำเนินกิจกรรมระหว่างกันอย่างใกล้ชิดด้วยดีตลอดมา






โดยกรุงเทพมหานครได้ร่วมจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในงานกวางโจวแฟร์ หนึ่งในมหกรรมระดับโลก และเข้าร่วมประกวดโครงการด้านการพัฒนาเมืองชิงรางวัล Guangzhou Award ซึ่งมีนานาประเทศทั่วโลกร่วมประกวด ในภาคประชาชน มีโครงการค่ายเยาวชนเมืองพี่เมืองน้อง (Bangkok Sister City Week Program : BSCYP) ต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๕ และจัดสัปดาห์เมืองพี่เมืองน้อง (Sister City Week)


ในปี ๒๕๕๗ ซึ่งครบรอบ ๕ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง นอกจากนครกวางโจได้เดินทางมาเยือนและมอบของขวัญให้แก่กรุงเทพมหานคร ยังได้ดำเนินความสัมพันธ์ต่อเนื่องโดยเชิญกรุงเพมหานครเข้าร่วมงานที่นครกวางโจว ๒ งาน คือ งานกวางโจวแฟร์ ร่วมออกบูธประชาสัมพันธ์เมืองแบะจัดการแสดงศิลปวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๗ และงาน Guangzhou International Award for Urban Innovation and the Chinese International Sister City Conference 2014 ร่วมส่งประกวดโครงการพัฒนาเมืองที่โดดเด่น การประกาศผลและพิธีมอบรางวัลในเดือนพฤศจิกายนนี้





นครกว่างโจว


ภาพและข้อมูลจากเวบ
naewna.com
กระทู้พันทิป
iad.bangkok.go.th














นิทรรศการภาพถ่าย "เงาสะท้อน/คุ้มครอง”


หลายครั้งที่คุณขึ้นรถแท็กซี่กรุงเทพแล้วต้องพบกับความประหลาดใจ เมื่อเห็นคอนโซลหน้ารถถูกตกแต่งจัดวางด้วยพระพุทธรูปหล่อโลหะ เหรียญเกจิอาจารย์ดังๆ มากมายเต็มไปหมด จนนึกว่าอยู่ใน “ห้องพระติดล้อ” และนี่คือเนื้อหาเรื่องราวที่ เดล คอนสแตนซ์


ช่างภาพอเมริกันผู้สนใจวัฒนธรรมป๊อบกับความเชื่อวัตถุมงคลของไทยได้บันทึกเอาไว้ในนิทรรศการภาพถ่ายสองรสสองอารมณ์ “เงาสะท้อน / คุ้มครอง” ภาพถ่ายระยะใกล้สีสันสดใสของตัวตุ๊กตาซุเปอร์ฮีโร่ตัดกับสีเคร่งขรึมของบรรดาพระพุทธรูปและเกจิดังในชุด “คุ้มครอง” ของ เดล คอนสแตนซ์ สร้างรอยยิ้มมุมปาก และเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม เพราะประหลาดใจกับการไหลมารวมกันระหว่างโลกจินตนาการแบบการ์ตูนฝรั่งกับความเชื่อแบบไสยศาสตร์ไทย ซึ่งต่างกับภาพขาว-ดำพอร์เทรตคนขับแท็กซี่ในชุด “เงาสะท้อน” ที่ช่างภาพกระโดดไปนั่งเบาะหลัง เพื่อแอบถ่ายรูปเงาสะท้อนใบหน้าและแววตาของคนขับแท็กซี่บนกระจกมองหลัง ซึ่งเห็นเพียงส่วนเสี้ยวของใบหน้าอันเคร่งเครียด


เดล คอนสแตนซ์ ใช้เวลา ๘ ปีขึ้นลงแท็กซี่เพื่อถ่ายรูปวัตถุมงคลที่ตกแต่งภายในรถ เขาเขียนหนังสือ Thai Taxi
Talismans และเขียนบล็อกยอดนิยม Still Life in Moving Vehicles เดลจบปริญญาโทศิลปะ the Savannah
College of Art and Design เขาสอนศิลปะให้กับมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงหลายแห่ง ซึ่งรวมถึง the School of the Art Institute of Chicago และ วิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัย มหิดล (Mahidol University International College)
เดลยังเข้าร่วมแสดงงานศิลปะระดับนานาชาติอีกด้วย


Reflections / Protection
๓ พฤษภาคม – ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๗
(เปิดนิทรรศการ เสาร์ที่ ๓ พฤษภา เวลา ๑๘.๓o – ๒๑.oo น.)















ภาพและข้อมูลจากเวบ
portfolios.net














"แปลงโฉมห้องพักโชว์งานอาร์ต”


เมื่อศิลปะแทรกซึมไปในทุกที่ จะแปลกอะไรหากวันหนึ่งจะไปโชว์หราอยู่ในห้องพักโรงแรม จึงเป็นที่มาของงาน "โฮเทล อาร์ต แฟร์ 2014" นิทรรศการศิลปะสุดแนว ซึ่งหัวเรือใหญ่ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ แห่ง ฟาร์มกรุ๊ป จับมือ ท็อป จ่างตระกูล ศิลปินร่วมสมัย ปลุกปั้นขึ้นโดยผนึกกำลังแกลเลอรี่ชั้นนำของไทย มานำเสนอผลงานศิลป์สารพัด ภายใต้คอนเซ็ปต์อบอุ่น “เฟรนด์ลิสท์ อาร์ต แฟร์ (Friendliest Art Fair)” หวังสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มยังเจเนอเรชั่นและกลุ่มครอบครัวเข้าถึงงานศิลป์ได้ง่ายขึ้น


วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ ผู้ให้คำปรึกษาด้านครีเอทีฟแอนด์ดีไซน์ ในฐานะโต้โผใหญ่จัดงาน กล่าวว่า หลังจากการจัดงานโฮเทล อาร์ต แฟร์ เมื่อปีที่แล้ว ได้รับการตอบรับและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบการจัดนิทรรศการในห้องพักของบูติค โฮเต็ล ยังเป็นรูปแบบที่ไม่เคยเห็นในเมืองไทย ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ชม จนสามารถขยายฐานผู้เสพงานศิลป์หน้าใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยต่อยอดให้เหล่าอาร์ตแกลเลอรี่และแจ้งเกิดศิลปินหน้าใหม่ไปอีกหลายคน จนเกาะตัวเป็น ‘คอมมูนิตี้ อาร์ต’ ขนาดย่อม จากความสำเร็จเหล่านี้เองจึงเป็นที่มาของการจัดงานนิทรรศการต่อเนื่องเป็นปีที่ ๒


“ปีนี้เรามีไฮไลท์พิเศษ ด้วยการเชิญคนดังมาโชว์ฟอร์มคิวเรเตอร์รับเชิญ อย่าง พิชัย จิราธิวัฒน์ มาจัดแสดงคอลเลกชั่นสะสมส่วนตัวที่ไม่เคยไปจัดแสดงที่ไหมมาก่อน ทั้งภาพวาด ภาพถ่าย ของเล่นหายาก รวมถึงคู่รักที่ให้เกียรติมาโชว์งานอาร์ตคอลเลกชั่นส่วนตัวคือ เจย์ และ "เปิ้ล" จริยดี ธรรมวิทย์ ผลงานแต่ละชิ้นจะเป็นสะท้อนถึงแพสชั่นของแต่ละคน ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ผู้ชมสัมผัสความเป็นอาร์ตได้ง่ายขึ้น และนี่เป็นเพียงการอุ่นเครื่องเท่านั้น ในงานยังมีศิลปินที่น่าสนใจอีกมากมายที่จะคัดสรรงานศิลป์ที่ทุกคนสามารถจับต้องได้มาจัดแสดง” โต้โผคนสำคัญ กล่าว


งานศิลป์ในโรงแรมหนนี้ จะเคลียร์พื้นที่กว่า ๒o ห้องพักของโรงแรม ให้กลายเป็น อาร์ต เอ็กซิบิชั่น โดยมี ท็อป จ่างตระกูล ศิลปินร่วมสมัยทำหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์ ชูแนวคิดการจัดงานที่อบอุ่นแบบเพื่อน พร้อมผนึกกำลังเหล่าแกลเลอรี่ชั้นแนวหน้าของเมืองไทยมาปล่อยหมัดเด็ด ไม่ว่าจะเป็น เอช แกลเลอรี่, ทวิบู แกลเลอรี่, ๑oo ต้นสน แกลเลอรี่, ซี.เอ.พี. สตูดิโอ จากเชียงใหม่, ฮอฟ อาร์ต เป็นต้น มาจัดแสดงโดยเน้นรูปแบบที่จับต้องได้ง่าย โดยงานจะมีขึ้นระหว่าง ๒๓-๒๕ พฤษภาคมนี้ ที่โรงแรม ลักซ์ เอ็กซ์แอล หลังสวน



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net














"มั่นคงชวนออกแบบบ้าน”


บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการ "ชวนชื่น" และ "สิรินเฮ้าส์" ยกระดับงานสถาปัตยกรรมไทยสู่สากล ชวนนักออกแบบสถาปัตย์รุ่นใหม่ไฟแรงท้าทายความคิดสร้างสรรค์ ผ่านผลงานการออกแบบบ้านในโครงการ MK Young Creative Design Contest 2014 Universal Design ภายใต้แนวคิด "สะดวก ปลอดภัย เป็นธรรมทั่วถึง เท่าเทียม" โดยขอเชิญชวนนิสิตนักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่สนใจร่วมประชันไอเดียสร้างสรรค์ ออกแบบบ้าน "อารยสถาปัตย์" พร้อมเข้าร่วมเวิร์กช็อปเรียนรู้เคล็ดลับในการออกแบบกับกูรูชื่อดัง ชิงเงินรางวัลรวมกว่า ๑๖๕,ooo บาท สนใจส่งใบสมัครได้จนถึงวันที่ ๓o พฤษภาคมศกนี้ ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ mk.co.th สอบถามข้อมูล โทร. o-๒๒๑๖-๖๖ooต่อ ๘๑๗, o-๒๙๖๗-๗๗๑๓-๔, o๘-๕๘๒๕-๔๗๕๒.



ภาพและข้อมูลจากเวบ
ryt9.com
onlinepr.in.th



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 11 พฤษภาคม 2557
Last Update : 11 พฤษภาคม 2557 11:18:34 น. 0 comments
Counter : 1796 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.