Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
24 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
20080424 วิพากษ์ BARCELONA vs MAN UTD

สวัสดีครับ พบกันกลางสัปดาห์อีกครั้ง กับควันหลงหลังศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่สังเวียนแข้ง คัมป์ นู ของบาร์ซ่า เป็นการพบกันของสองทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องเกมรุก ถึงแม้พักหลังๆแมนฯยูไนเต็ดจะเริ่มแสดงให้เห็นถึงการเล่นแบบรัดกุมมากขึ้นเยอะก็ตาม แต่ชื่อชั้นเก่าๆนั้น ก็ยังคงทำให้เกมนี้เป็นที่จับตามองของแฟนบอลมากมายทั่วโลกอยู่เหมือนเดิม

เกมนี้ ถือเป็นหนึ่งในมหกรรมเกมเยือนสำหรับพลพรรคปิศาจแดง หลังจากเพิ่งออกไปเยือนอีวู้ด ปาร์คมาสดๆร้อนๆ ก็ต้องมาเยือนคัมป์ นู และเสร็จจากเกมนี้ ก็ต้องยกพลไปเยือนลอนดอนอีกในสังเวียน สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วจึงกลับมาเล่นในรังสองนัด ในเกมบาร์ซ่านัดที่สอง และเปิดบ้านรอขุนค้อนในเกมพรีเมียร์ลีก นัดรองสุดท้าย ก่อนจะปิดพรีเมียร์ลีกด้วยการไปเยือนรังวีแกน แอธเลติก ส่วนเกมที่มอสโคว์ มันคืออีกเป้าหมายหนึ่งข้างหน้าครับ เอาล่ะครับ เรามาดูกันหน่อยซิ ว่าเมื่อคืนมีอะไรกันบ้าง



การจัดตัวผู้เล่น เมื่อผมได้ข่าวร้อนๆเมื่อคืนนี้จากคุณสกายไลน์ ก็เล่นเอาถึงกับนอนไม่ค่อยหลับ เมื่อคุณสกายไลน์แจ้งข่าวมากลางดึกว่า วิดิชมีอาการปวดท้องกะทันหัน ทำให้น่าจะต้องส่งบราวน์ลงมาแทน นั่นทำให้เกมกับบาร์ซ่าเกมนี้ มีปัญหาในด้านการจัดตัวขึ้นมาทันที เพราะดูเหมือนว่า ตัวผู้เล่นที่นำไปสเปนนั้น จะไม่ได้มีให้เลือกมากมายนัก เมื่อพูดถึงประสบการณ์ในเกมที่ท่านเซอร์ต้องการ และอาจต้องปรับเปลี่ยนแผนการเล่นเยอะพอสมควรโดยเฉพาะการจัดตัวและระบบการเล่นในวันนี้ และเมื่อเห็นไลน์อัพ ผมก็เริ่มหวาดเสียวหัวใจขึ้นมาทันที เพราะเป็นอย่างที่ผมคิด นั่นคือ ต้องถอยฮาร์กรีฟส์ลงมายืนแบ๊ค ทำให้ตรงกลางเหลือผู้เล่นมิดฟิลด์กลางสนามแค่สองคนเท่านั้น คือ สโคลส์และคาร์ริค ทำให้รูปร่างหน้าตาไลน์อัพ กลายเป็น 4-4-2 แต่ที่ผมดูจากการเล่น ดูจะเป็น 4-4-1-1 โดยให้เตเวซเล่นหน้าต่ำมากกว่านะครับ ดังนี้

โรนัลโด้
เตเวซ
ปาร์ค คาร์ริค สโคลส์ รูนี่ย์
เอวร่า บราวน์ ริโอ ฮาร์กรีฟส์
ซาร์

ส่วนบาร์เซโลน่านั้น พักอองรีที่มีอาการไข้ไว้บนม้านั่งสำรอง เลือกราฟาเอล มาเกซ มายืนเซ็นเตอร์คู่กับกาเบรียล มิลิโต้ แนวรุก ใช้ สามประสาน เมสซี่, เอโต้, อิเนียสต้า ในระบบ 4-3-3

บัลเดส
ซามบร๊อตต้า มาเกซ มิลิโต้ อบิดัล
เดโก้ ยาย่า ตูเร่ ชาบี เอร์นันเดส
เมสซี่ เอโต้ อิเนียสต้า



เริ่มเกมขึ้นมา ยูไนเต็ดฉวยโอกาสจากจังหวะที่บาร์ซ่ายังไม่ทันตั้งลำได้ถนัด ขึ้นเกมรุกจนได้ฟรีคิกและตามมาด้วยลูกเตะมุม ซึ่งจากลูกเตะมุมทางฝั่งขวานี้เอง ที่รูนี่ย์เปิดมาเข้าหัวโรนัลโด้ ที่ได้โขกเต็มๆ ลูกไปติดบล็อกของมิลิโต้ที่ยกมือขึ้นมากันพอดี ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันทีตั้งแต่สองนาทีแรก แต่โรนัลโด้กลับยิงออกข้างไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆที่บัลเดสนั้น พุ่งไปผิดทางแล้ว

หลังจากที่ไม่เสียประตูดังกล่าว บาร์ซ่าเริ่มตั้งลำเกมของตัวเองได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ยูไนเต็ดไม่สามารถครองเกมได้ กลับพากันถอยลงไปตั้งรับลึก และคุมพื้นที่แน่นหนา ทิ้งโรนัลโด้ไว้ข้างหน้าคนเดียว บาร์ซ่าต่อบอลกันได้ค่อนข้างไหลลื่น ซึ่งมาจากหลายๆองค์ประกอบรวมกัน นั่นคือ ผู้เล่นบาร์ซ่าทุกคนล้วนมีทักษะกับบอลสูง ทำให้การคอนโทรลบอลในแต่ละจังหวะและการส่งบอล รับบอลเป็นไปตามธรรมชาติ อีกทั้งวันนี้แมนฯยูฯเองก็ไม่เน้นเกมเพรสซิ่งมากนัก จะเข้าไล่เฉพาะเมื่อบอลมาใกล้ตัวเท่านั้น และจะมาบีบพื้นที่เอาจริงๆก็แค่บริเวณหน้ากรอบโทษตัวเอง ทำให้บาร์ซ่า ถึงแม้จะครองเกม ต่อบอลขึงเกมรุกได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ก็หาจังหวะทะลุทะลวงเข้าไปจบสกอร์ได้น้อยครั้ง หากเทียบกับเปอร์เซนต์การครองบอล



ในขณะที่บาร์เซโลน่าครองบอลขึงเกมรุกได้เต็มที่นั้น ยูไนเต็ดกลับไม่ค่อยสร้างโอกาสในการสวนกลับเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากการที่แผงกองหลังของเราไม่ใช่ชุดที่ฝากความหวังได้เต็มที่เนื่องมาจากการขาดหายไปของวิดิช และทำให้แดนกลางต้องขาดตัวไล่บอลไปคนหนึ่ง เพราะได้ถอยฮาร์โก้ลงมาเป็นแบ๊คนั่นเอง ตรงนี้คือสาเหตุหลักที่ผมมองว่าทำให้ยูไนเต็ดไม่กล้าสวนกลับเป็นแผงสามสี่คนเหมือนที่เคยทำ การสวนกลับของยูไนเต็ดในครึ่งแรกวันนี้จึงน่ากลัวแค่การพาบอลขึ้นไปเท่านั้น แต่ไม่สามารถหาโอกาสจบสกอร์สวยๆได้จากการสวนกลับประปรายที่เกิดขึ้น ในขณะที่แผงหลังบาร์ซ่าก็จัดการการรุกของยูไนเต็ดได้ค่อนข้างน่าพอใจ ลูกก้ำกึ่งที่จะเป็นจุดโทษทั้งหลายของวันนี้ ดูจะถูกปฏิเสธจากผู้ตัดสินทั้งหมด ซึ่งก็ถือว่าเป็นมาตรฐานที่น่าพอใจในการตัดสินใจเรื่องการทำฟาล์วในเขตโทษของทั้งสองทีม ซึ่งหากไม่เกิดขึ้นจะจะมากนัก ก็คงไม่เป่าให้ค่อนข้างแน่ครับ

เกมในครึ่งแรกเป็นบาร์เซโลน่าที่บุกและครองบอลได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมสซี่กับเดโก้ต่อบอลกันได้ไหลลื่นและน่ากลัว การทำชิ่งเพื่อเจาะทะลุแผงหลังยูไนเต็ดแต่ละจังหวะน่าหวาดเสียวดีเหลือเกิน โดยเฉพาะทางฝั่งขวาที่เอวร่าต้องรับหน้าที่หยุดยั้งเมสซี่ และเดโก้ แต่วันนี้ก็ถือว่าผู้เล่นกองกลางและกองหลังสามารถปักหลักตั้งรับได้ค่อนข้างเหนียวแน่น มีจังหวะพลาดบ้างพอสมควร แต่ก็ตามมาเก็บได้เรียบร้อย น้าซาร์เองออกอาการเกร็งๆ เมื่อพยายามเตะเปิดบอลฉีกผู้เล่นบาร์ซ่าจนกลายเป็นเตะออกข้างบ่อยมาก แถมเตะไปเข้าเท้าเขาอีกสองสามจังหวะ ดีที่ไม่ถึงกับเสียประตู สโคลส์และคาร์ริคแทบไม่มีส่วนร่วมในเกมรุก เมื่อต้องสกรีนเกมทะลุช่องของบาร์ซ่าตลอดเวลา อีกทั้งผู้เล่นยูเต้ด ยังเสียบอลหน้อกรอบบ่อยๆ ทำให้ถูกตั้งเกมรุกกลับมากดดันเรื่อยๆ ตรงนี้ทำให้กองกลางเราดันเกมขึ้นไปไม่ได้เลยในครึ่งแรก



เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง ทั้งคู่ยังคงผู้เล่นเดิมไว้ เมสซี่ และเดโก้ ยังคงอันตรายในทุกๆจังหวะที่ได้บอลและเล่นชิ่งกัน ไม่เว้นแม้แต่เอโต้ ที่เริ่มมีส่วนร่วมในการทำชิ่งเจาะแผงหลังเราในครึ่งหลัง เอโต้มีจังหวะหลุดทะลุช่องไปซัดหนีมือน้าซาร์แต่ลูกไปเข้าข้างตาข่าย ในจังหวะสวนจากลูกดังกล่าว คาร์ริคได้บอลหน้ากรอบบาร์ซ่า กระชากเข้าไปยิงหนีมือบัลเดส แต่ลูกก็ไปเข้าข้างตาข่ายเช่นกัน บาร์ซ่าขยับตัวก่อน ด้วยการส่งโบยานลงมาแทนเมสซี่ ที่น่าจะยังฟิตไม่เต็มถังเท่าไหร่ในเกมนี้ และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่สอง หลังจากเกิดจุดโทษจากแฮนด์บอลในสองนาทีแรก เพราะการถอดเอาเมสซี่ออกไปนั้น ทำให้เกมของบาร์ซ่าชะงักไปเฉยๆ โดยเฉพาะทางฝั่งขวา เพราะโบยานดูจะเล่นตรงกลางเป็นหลักมากกว่า ทำให้เดโก้ต้องหุบเข้ากลางมากขึ้นตามไปด้วย แทนที่จะถ่างแนวรับของเราเหมือนเดิมในครึ่งแรก นั่นทำให้เกมทะลุทะลวงของบาร์ซ่าหายไปเยอะ



เกมหลังจากนั้น ยูไนเต็ดเริ่มทำเกมรุกได้มากขึ้น เอวร่าเริ่มได้หนุนขึ้นมาบ้าง แต่โดยทั่วไป บาร์ซ่าก็ยังคงครองบอลไว้กับตัวได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เกมในช่วงนี้ค่อนข้างเนือยลงไปพอสมควร การขาดเมสซี่ไป ทำให้แนวรุกของบาร์ซ่าดูจะอ่อนลง ต้องอาศัยการถ่ายบอลไปมาในทางกว้างเพื่อถ่างแนวรับยูไนเต็ดออกมา และเริ่มใช้การวางยาวเข้าหน้ากรอบมากขึ้น ในขณะที่ยูไนเต็ดเอง เวลาได้บอลสวนกลับก็เริ่มกล้ามากขึ้น เพราะเห็นว่าแนวรุกของบาร์ซ่าลดความอันตรายลงไป ปาร์ค, ฮาร์กรีฟส์ และรูนี่ย์ เริ่มหนุนเกมและขยับขึ้นสูงได้มากขึ้นในช่วงกลางๆครึ่งหลัง ท่านเซอร์เริ่มเห็นแล้วว่าบาร์ซ่าลดความดุดันลงไปพอควร จึงเปลี่ยนเกมทันที ด้วยการส่งนานี่ลงมาแทนรูนี่ย์ ที่ไม่ค่อยเด่นในเกมรุก เพราะมัวแต่ไปคอยเล่นเกมรับตลอดเวลา การส่งนานี่ลงมาก็เพื่อเปิดแผงหลังบาร์ซ่ามากขึ้นนั่นเอง จากโอกาสที่เริ่มมีมากขึ้นแล้ว

ไรจ์การ์ดต้องขยับอีกครั้งเพื่อแก้เกมตรงนี้ ด้วยการส่งอองรีลงมาแทนเดโก้ จากนั้น บาร์ซ่าเริ่มหันมาใช้การจ่ายบอลยาวมากขึ้น เป้าหมายอยู่ที่เอโต้ และอองรีในแดนหน้า ซึ่งหลายครั้งก็ได้ผลดี เมื่ออองรีค่อนข้างคุ้นเคยกับการตั้งรับแบบยูไนเต็ดนี้เพาะเคยเจอมาหลายปีในอังกฤษ ทำให้มีโอกาสพลิกยิงบ้าง เก็บบอลได้บ้าง เกมโดยรวมยังไม่เปิดแลกกัน เพียงแต่ใช้จังหวะฉาบฉวยเข้าทำกันทั้งคู่โดยการครองบอลเป็นของบาร์ซ่าโดยตลอด เกมรุกของยูไนเต็ดในจังหวะฉาบฉวยเริ่มที่จะแสดงให้เห็นว่า สามารถเปิดแผลแงหลังเจ้าถิ่นได้หมือนกัน เพียงแต่ยังไม่ได้จบสกอร์ถนัดๆเท่านั้น เกมของบาร์ซ่าจากการวางยาวขึ้นหน้าค่อนข้างเข้าเป้า เพียงแต่ถูกสกัดกั้นในจังหวะสุดท้ายได้ตลอดจากคู่เซ็นเตอร์ยูไนเต็ด


เมื่อเข้าสู่ช่วงท้าย ยูไนเต็ดถอดเตเวซที่วิ่งมาทั้งเกมออกไป ส่งไรอัน กิ๊กส์ลงมาครองบอลแทน แต่ก็แทบจะไม่ได้บอลแล้ว เพราะเวลาเหลือน้อยเหลือเกิน เกมในช่วงท้ายๆดูเหมือนทั้งคู่จะไม่พยายามเร่งมากนัก คล้ายๆกับพอใจสกอร์ดังกล่าวแล้ว โดยที่ยูไนเต็ดดูจะพอใจกับการออกมายันเสอมบาร์เซโลน่าได้ถึงคัมป์นู ส่วนบาร์เซโลน่าก็ดูจะพอใจเช่นกันกับการไม่เสียอเวย์โกล์ในเกมนี้ นั่นทำให้โอกาสของทั้งคู่ในเกมหน้ายังคงมีอยู่พอๆกัน โดยที่ยูไนเต็ดนั้น ก็น่าจะหวังเปิดบ้านเชือดบาร์เซโลน่าให้ได้ ด้วยการอาศัยความได้เปรียบในการเล่นในสนามที่คุ้นเคย พร้อมเสียงเชียร์กระหึ่มโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในขณะที่บาร์เซโลน่าเอง ก็น่าจะหวังถึงการมาได้อเวย์โกล์ อันจะเป็นการกดดันยูไนเต็ดอย่างหนักเช่นกัน ตรรกะของบาร์ซ่าในเกมหน้าก็คือ ทุกๆหนึ่งประตูที่ยิงได้ ยูไนเต็ดต้องยิงให้ได้มากกว่านั้นครับ จึงจะเข้ารอบไปได้



เกมนี้ นอกจากการขาดวิดิชที่ส่งผลต่อการจัดตัวและแผนการเล่นแล้ว ผมยังมองว่า สนามที่กว้างมากๆของบาร์ซ่า ยิ่งทำให้ยูไนเต็ดระมัดระวังมากขึ้นเยอะ และต้องเน้นรัดกุมมากกว่าเดิม ท่านเซอร์เองถึงกับเคยออกปากว่า สนามบาร์ซ่า น่าจะกว้างที่สุดในยุโรปแล้ว และน่าจะทำให้บาร์ซ่าเล่นต่อบอลค่อนข้างได้เปรียบกว่าทีมที่คุ้นเคยกับสนามที่แคบกว่านี้ พื้นที่ที่กว้างมากขึ้นทำให้ช่องว่างระหว่างผู้เล่นในแผงหลังของเรามีมากขึ้นตามไปด้วย และส่งผลให้เกิดการเล่นทะลุช่องพลิกเข้าไปในช่องว่างของเมสซี่ และเอโต้ เกิดขึ้นบ่อยๆ ตรงนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราต้องเน้นแพ็คเกมแน่น และคุมพื้นที่หน้ากรอบมากกว่าปกติครับ ในขณะที่การจ่ายบอลของเรา ก็ต้องให้น้ำหนักมากกว่าปกติ เพราะผู้เล่นจะถูกถ่างออกไปมากขึ้นตามความกว้างของสนามที่มากขึ้นนั่นเอง

ผู้เล่นที่ดูจะเป็นแมนออฟเดอะแมทช์เกมนี้ ฝั่งบาร์ซ่าผมคงยกให้เมสซี่ครับ เพราะดูแล้วว่าเขาเป็นหัวใจในเกมรุกของบาร์ซ่าในเกมนี้อย่างแท้จริง ขาดเขาไป เกมรุกของบาร์ซ่าดูอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด ซามบร๊อตต้า ก็เด่นใช้ได้ นอกนั้น ก็มีเดโก้, ชาบี้, อีเนียสต้า ที่เล่นเกมรุกร่วมกันได้ไหลลื่นจริงๆ การทำเกมตรงกลางของยาย่า ตูเร่ ทั้งตัดบอล และเติมเกมก็สุดยอดครับ เป็นนักเตะที่เล่นได้เด่นเหลือเกิน มาว่ากันทางด้านยูไนเต็ดบ้าง ริโอและน้าซาร์ในวันนี้ คือพระเอกครับ ที่ปัดป้อง สกัดจังหวะสุดท้ายได้ตลอด เอวร่าก็บล็อกเมสซี่สวยๆได้หลายจังหวะ ถึงแม้จะวืดเยอะก็ตาม สโคลส์ กับคาร์ริคก็ทำหน้าที่ได้ดีครับ ไม่มีผิดพลาดให้เห็นมากนัก แต่รูนี่ย์ที่พลิกบทบาทมาเล่นเกมรับในวันนี้ กลับทำได้ดีผิดคาด หากมองว่าเขาคือกองหน้า



มาว่ากันถึงมุมมองส่วนตัวของผมสำหรับเกมวันนี้ที่เพิ่งผ่านไปกันนะครับ โดยส่วนตัวแล้ว หากไม่นับลูกที่โรนัลโด้พลาดจุดโทษดังกล่าว ผมค่อนข้างพอใจกับรูปเกมและสกอร์ที่ออกมาพอสมควร ถึงแม้หลายๆคนอาจจะมองว่าเป็นเกมที่ยูไนเต็ดเล่นแบบป๊อดๆ ใจไม่ถึง ไม่กล้าแลก ไม่กล้าบุก ผิดวิสัยทีม แต่ผมเองมองว่าเงื่อนไขมันเปลี่ยนไปครับ การขาดเนมานย่า วิดิช ที่เป็นกำลังหลักในแผงหลังของเรา ทำให้ต้องขยับบราวน์เข้ามาเป็นเซ็นเตอร์ ถอยฮาร์กรีฟส์ลงมายืนแบ๊ค นั่นทำให้ความมั่นใจในแผงกองหลังของท่านเซอร์ลดน้อยลงอย่างมาก และต้องจัดกำลังทัพใหม่ โดยเฉพาะตรงกลาง ที่เลือกปาร์คมาไล่บอลเป็นแบ๊คซ้ายตัวที่สองอยู่เหนือเอวร่า และให้รูนี่ย์เป็นแบ๊คขวาตัวที่สองอยู่เหนือฮาร์กรีฟส์ กำชับให้สโคลส์และคาร์ริคยืนต่ำกว่าปกติ ไม่ขึ้นถ้าไม่ได้โอกาสจริงๆ

การที่แผงหลังเป็นชุดที่ท่านเซอร์ไม่ค่อยวางใจนั้น ทำให้ต้องเน้นเกมรับมากขึ้นเป็นพิเศษ และระมัดระวังในการขึ้นเกมรุกไม่ให้โดนตีโต้เด็ดขาด แต่ก็เกิดขึ้นอยู่หลายจังหวะ เมื่อบาร์ซ่าตัดบอลสวนกลับเร็วของเรา แล้วกรูกันขึ้นบุกเป็นแผง นั่นยิ่งทำให้กองกลางทั้งสี่คนของเรา ยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้น ผมเชื่อครับ ว่า ถ้าวิดิชได้ลงเป็นตัวจริง ไลน์อัพจะเปลี่ยนไปแน่นอน อย่างน้อยสโคลส์, คาร์ริค และฮาร์กรีฟส์ จะได้ปักหลักตรงกลางค่อนข้างแน่ และทำให้ตัวรุกสามคน มีอิสระในการขึ้นเกมรุกมากกว่านี้

เราจะสังเกตได้ข้อหนึ่งครับ ว่า ท่านเซอร์เลือกตัวผู้เล่นวันนี้ที่เป็นอีเลฟเว่น สตาร์ทเตอร์นั้น แกเลือกพวกที่มีวินัยในการเล่นเป็นหลัก สโคลส์, คาร์ริค, ปาร์ค, เตเวซ และรูนี่ย์ ถูกเจาะจงให้ลงสนามมา เพื่อรักษาตำแหน่งและรัดกุมที่สุดในการเล่นทุกๆช็อต นักเตะพวกนี้ แทบไม่มีอิสระในการขึ้นเกมรุกเลย เหมือนถูกโปรแกรมมาให้เล่นอย่างที่สั่งอย่างเดียว ซึ่งผิดไปจากที่เราเคยเห็นกันอย่างชินตา อันแดร์สัน กลับไม่ถูกส่งลงมาทั้งๆที่เราต้องการแพ็คเกมตรงกลาง แต่กลับเลือกปาร์ค และรูนี่ย์มายืนกลางแทน นั่นยิ่งทำให้ผมเพิ่มความมั่นใจครับ ว่าท่านเซอร์ไม่ไว้ใจแผงหลังพอสมควรเลย โรนัลโด้แทบต้องเล่นคนเดียวในจังหวะสวนกลับเร็ว พาบอลไปเอง ฉีกออกไปเอง ดึงผู้เล่นบาร์ซ่า รอเพื่อนเติม ในขณะที่เมสซี่เล่นร่วมกับเอโต้ กับเดโก้อย่างเพลิดเพลินเจริญใจ นั่นคืออีกความแตกต่างที่ทำให้ฟอร์มการเล่นของเมสซี่และโรนัลโด้ค่อนข้างแตกต่างกันในเกมนี้




ถึงแม้โรนัลโด้จะมีจังหวะกระชาก จังหวะพริ้วหลุดกองหลังได้พอสมควร แต่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์นัก เมื่อผู้เล่นที่คอยเติมเกม ต่อบอลกับโรนัลโด้ในเกมนี้มีน้อยมาก เหมือนกับถูกสั่งมาไม่ให้เติมสูง ในขณะที่เมสซี่ สามารถหาเพื่อนต่อบอลได้ทุกจังหวะ ทำให้ทางเลือกในการเล่นของเมสซี่มีมากกว่าโรนัลโด้ และเขายังได้บอลแทบทุกๆจังหวะในการรุกของบาร์เซโลน่า นั่นคืออีกจุดหนึ่งที่ทำให้เกมของบาร์เซโลน่าลดความอันตรายลงเมื่อเปลี่ยนเมสซี่ออกจากสนามไป และส่งโบยานลงมาแทน ที่ถึงแม้ว่าโบยานจะเป็นเด็กพรสวรรค์ฝีเท้าสูง แต่กับการเล่นในเกมที่ไม่มีพื้นที่ให้วิ่ง ให้กระชากลากเลื้อย และกระทั่งเวลาจะง้างเท้ายิงนั้น ทำให้โบยานลดความน่ากลัวลงพอสมควร อีกทั้งการเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีม ยังเป็นรองเมสซี่อยู่ก้าวหนึ่ง ทำให้การต่อบอลเจาะทะลุแผงหลัง โบยานทำได้ไม่ดีเหมือนเมสซี่

ประเด็นที่ควรติดตามอีกข้อหนึ่งก็คือ หลังจากการยันเสมอบาร์ซ่าถึงคัมป์นูได้สำเร็จนั้น จะส่งผลอะไรบ้างในแง่เกมเยือนเชลซี และเกมรอรับบาร์ซ่าในนัดที่สอง สำหรับผมแล้ว ไม่ค่อยอยากชูประเด็นพลาดโทษของโรนัลโด้มาพูดมากนัก เพราะนั่นมันนาทีที่สองครับ ถึงแม้หากเรายิงได้ เกมของบาร์ซ่าก็น่าจะดุดันมากขึ้นกว่านี้เยอะ และนั่นทำให้เราไม่อาจคาดเดาผลการแข่งขันที่จะเกิดตามมาได้เลย ขนาดบาร์ซ่าบุกแบบไม่เต็มร้อย เรายังไม่ค่อยกล้าดันเกมรุกเท่าไหร่ในจังหวะสวนกลับ แล้วถ้าหากบาร์ซ่าเปิดเกมกดดันหนักๆ ผมคงบอกไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อาจจะดี หรืออาจจะแย่สำหรับเราก็ได้ แต่ที่สำคัญก็คือ การยันเสมอได้สำเร็จจากรูปเกมที่เราถูกบุกกดอยู่ข้างเดียวแบบนี้ น่าจะทำให้ขวัญกำลังใจของทีมดีพอสมควร และการจัดทัพไปเยือนสิงโตลอนดอน เราอาจได้เห็นเกมรับแล้วโต้อีกครั้ง เมื่อท่านเซอร์อาจมองว่า ไม่จำเป็นต้องเปลืองพลังงานในการเปิดเกมรุกเต็มที่ เพราะผลเสมอก็เพียงพอแล้วที่จะตัดกำลังเชลซีไปได้ในการลุ้นแชมป์




ส่วนทัพนักเตะที่น่าจับตามองในสองนัดถัดไปสำหรับผม ผมคาดว่าฮาร์กรีฟส์น่าจะถูกจัดลงทีมในเกมกับเชลซี และน่าจะถูกพักในเกมตัดบาร์ซ่านัดที่สองครับ เพราะติดใบเหลืองมาจากเกมนี้ และตำแหน่งการเล่นของฮาร์กรีฟส์ค่อนข้างเสี่ยงใบเหลืองพอสมควร หากโดนอีกใบ ก็จะทำให้ถูกพักแข้งในเกมรอบชิงถ้าเราผ่านบาร์ซ่าไปได้ ซึ่งเกมนั้น ไม่ว่าจะเป็นลิเวอร์พูลหรือเชลซีผ่านเข้ามา ผมมองว่าฮาร์กรีฟส์จำเป็นมากที่จะต้องได้ลงสนามครับ ส่วนกรณีเอวร่าที่มีเหลืองติดตัวเช่นกัน ผมยังมั่นใจว่า หากสมมติเราผ่านเข้าชิงได้แล้ว เอวร่าเกิดถูกแบนจากใบเหลืองในนัดหน้ากับบาร์ซ่า เกมรอบชิงน่าจะไม่กระทบมากนัก เพราะเราเน้นปิดเกมรุกคู่ต่อสู้ด้วยมิดฟิลด์เป็นหลักอยู่แล้ว


ดังนั้น เกมกับเชลซีในสุดสัปดาห์นี้ คาดหมายได้เลยว่าน่าจะเป็นชุดใหญ่ และน่าจะเป็นการจัดทัพเพื่อรองรับเกมรับแล้วโต้เหมือนเดิม เพื่อสงวนพลังงานของนักเตะให้มากที่สุด ส่วนเกมกับบาร์ซ่าในนัดที่สอง จะเป็นชุดใหญ่จริงๆที่เน้นเกมบุกแน่นอนครับ เพราะการที่เราไม่ได้อเวย์โกล์กลับมาจากคัมป์ นู น่าจะทำให้บาร์ซ่าไม่ต้องเปิดเกมบุก แต่อาจจะดึงช้า รอเวลาเปิดเกมรุกเผด็จศึกในช่วงสิบห้ายี่สิบนาทีสุดท้ายได้เลย แท็คติคที่บาร์ซ่าวางมา แน่นอนครับ คือการไม่เสียประตูก็ไม่ตกรอบ ดังนั้น บาร์ซ่าอาจเล่นรุกแบบไม่เต็มสูบนัก รอจนใกล้ๆหมดเวลา จึงค่อยโหม หมายความว่ายูไนเต็ดถ้าเสียในช่วงดังกล่าวก็ยาก ที่จะคัมแบ๊ค เพราะยิงคืนได้ลูกหนึ่งก็ตกรอบอเวย์โกล์อยู่ดี นั่นคือแท็คติคที่ผมคาดว่าบาร์ซ่าจะมาเล่นครับ ดังนั้นในมุมมองของผม แมนฯยูฯไม่น่าเสี่ยงเล่นติ๊ดชึ่งไปด้วยกับบาร์ซ่า เพราะอันตรายมาก ถูกยิงหนึ่งต้องยิงคืนสอง ยูไนเต็ดจึงน่าจะต้องเล่นเพื่อยิงประตูให้ได้ก่อนครับ




แล้วมาลุ้นกันนะครับ


สงบใจ





Create Date : 24 เมษายน 2551
Last Update : 24 เมษายน 2551 10:16:53 น. 3 comments
Counter : 337 Pageviews.

 
เป็นกำลังใจให้คุณสงบใจ วิพากษ์บอลแบบผู้รู้จริง


โดย: Antonymer วันที่: 24 เมษายน 2551 เวลา:10:37:54 น.  

 
ตามละเอียดทุกช๊อต อ่านแล้วเหมือนได้ดูไปด้วยเลยจริง
ถ้อยคำที่ใช้ก็สุภาพเป็นกลาง ไม่หยาบคาย
เป็นตัวอย่างที่ดีครับ
รับชอบใคร ก็แสดงออก แต่ไม่หยาบกับทีมอื่น
เป็นผู้มีนำใจนักกีฬาอยู่เต็มตัวทีเดียว ชื่นชมครับ


โดย: สัมมา IP: 58.9.141.44 วันที่: 24 เมษายน 2551 เวลา:11:02:00 น.  

 
ผมล่ะสงกะสัยจริงว่าทำไม ท่านเซอร์ไม่ส่งปีเก้ลงมายืนเซ้นเตอร์ในเกมล่าสุดกันบาร์ซ่า เพราะปีเก้เองก็มีประสบการณ์ในการเล่นในลีกกระทิงดุมาพอสมควร ซึ่งน่าจะช่วยให้ผีไม่ต้องเสียกองกลางอย่างฮาร์กรีพเพื่อไปเล่นแบ็ก
ซึ่งก็น่าจะช่วยให้ผีสามารถสวนกลับบาร์ซ่าได้ถนัดถนี่กว่านี้ เพราะการไร้ซึ่งประตูทีมเยือน ก็อาจทำให้นัดหน้าผีอาจเริ่มเกมด้วยความเกร็งๆ อาจส่งผลต่อการต่อบอลได้
รวมถึงไม่อยากจะคิดถึงว่าถ้าต้องดวลจุดโทษ ซึ่งทีมจากอังกฤษขึ้นชื่ออยู่แล้ว เรื่องโอกาสตกรอบ
ตกลงแล้วนัดหน้า คงตามเชียร์อย่างเสียวไส้ที่สุด คิดแล้วเหนื่อยจริงๆ
ส่วนนัดหน้าที่เจอกับเชลซี เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเซอร์คงมาด้วยรูปแบบเดิมๆ ที่ช่วยนี้ให้บ่อยมาก คือการเน้นเกมรัดกุม ซึ่งผมก็เชื่อว่าเกมรุกของเชลซีชั่วโมงนี้ คงกินแนวรับผีในยามที่ต้องการสกอร์ 0-0 ได้ยาก


โดย: อามู่ IP: 124.120.159.180 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:0:50:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.