Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
28 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
20090528 วิพากษ์ BARCELONA vs MAN. UNITED in UCL FINAL

ยิ้มสู้ทั้งน้ำตา...ปีหน้าเราจะกลับมาใหม่


สวัสดีครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับสภาพแต่ละท่านเช้าวันนี้ หลังจากผลการแข่งขันไม่เป็นไปอย่างที่หวังใจไว้ แต่ไม่เป็นไรครับ ก็อย่างที่เห็นผ่านหน้าจอไปแล้ว เราสู้ไม่ได้จริงๆในวันนี้ และก็ควรต้องยอมรับผลการแข่งขันแต่โดยดี บาร์ซ่านั้นสมควรชนะในทุกๆแง่มุมแล้ว และเราก็ควรทำตัวเป็นผู้แพ้ที่มีน้ำใจนักกีฬาครับ

จะว่าไป รูปเกมการแข่งขันในนัดนี้ ออกจะกลับตาลปัตรกับที่ผมมโนภาพไว้แบบหน้ามือเป็นหลังเท้า เพราะสิ่งที่ผมวาดภาพในสมองไว้ล่วงหน้าก็คือ บาร์ซ่าควรจะมาครองบอลเปิดเกมรุกบุกเข้าใส่ตามสไตล์ถนัด แต่เจาะเข้าไปยิงไม่ได้สักที ด้วยเกมรับที่แข็งโป๊กของแชมป์อิงลิชนั่นเอง และในที่สุด แชมป์จากอิงลิชก็จะฉวยโอกาสสวนเร็วและยิงประตูออกนำไปได้จากจังหวะเคานท์เตอร์ที่แผงหลังของบาร์ซ่าเป็นชุดสำรองกว่าครึ่ง แต่เหตุการณ์กลับกลายเป็นตรงกันข้ามไปเสียนี่ และผมเองก็คาดการณ์ไว้อีกเรื่องด้วย ว่าประตูแรกที่เกิดขึ้น น่าจะตัดสินผลการแข่งขันได้เลย ซึ่งมันก็เป็นจริงในแง่นั้นครับ

การจัดทัพตัวผู้เล่น ก็นับว่าไม่ผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้แต่อย่างใด บาร์ซ่าในฐานะเจ้าบ้าน ให้บิคตอร์ บัลเดส เฝ้าเสาตามปกติ แผงหลังที่เจ็บที่แบนกันเพียบ มีการปรับโดยโยกเอา คาร์เลส ปูโยล ไปยืนฟูลแบ๊คด้านขวา เลือกซิลวินโญ่ยืนเป็นฟูลแบ๊คด้านซ้าย ส่วนคู่เซ็นเตอร์เป็นเคราร์ด ปิเก้ กับ ยาย่า ตูเร่ ที่ถูกถอยลงมายืนขัดตาทัพ ทางด้านมิดฟิลด์กลางสนามสามคน มี ชาบี เอร์นานเดซ, เซร์กี บุสเกตส์ และ อันเดรส อีเนียสต้า หน้าสามตัวใช้ซามูเอล เอโต้, ลิโอเนล เมสซี่ และ เธียร์รี่ อองรี โดยดร็อป เซย์ดู เกอิต้า ไว้ข้างสนาม

ทางด้านแชมป์เก่า ที่หวังป้องกันแชมป์ให้ได้เพื่อจารึกประวัติศาสตร์ของแชมเปี้ยนส์ ลีกนั้น ยังได้น้าซาร์เฝ้าเสาตามเคย แผงหลังเป็นชุดใหญ่ที่จัดได้ ไล่เรียงมาตั้งแต่ด้านขวา มีจอห์น โอเชีย, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช และ ปาทริซ เอวร่า กองกลางมีไมเคิล คาร์ริค, อันแดร์สัน และกิ๊กส์ ตัวรุกริมเส้นด้านซ้ายเลือกเวย์น รูนี่ย์ ด้านขวาเป็น ปาร์ค ชี ซอง ซึ่งก็เท่ากับเป็นคนเอเชียคนแรก ที่ได้ลงสนามในเกมแชมเปี้ยนลีก นัดชิงชนะเลิศ ส่วนโรนัลโด้ถูกวางเป็นหน้าเป้า ข้างสนามยังปรากฏชื่อของพวกเบอร์บาตอฟ, เตเวซ และสโคลส์ เป็นทางเลือกตัวรุกเพิ่มเติม

เมื่อเริ่มเกม มันก็กลับตาลปัตรอย่างที่ผมว่า เพราะยูไนเต็ดดูจะเพรสซิ่งได้ดีกว่า ทำเกมรุกเข้าใส่ มีโอกาสจบสกอร์งามๆสี่ห้าครั้ง ซึ่งเกือบทั้งหมดมาจากโรนัลโด้ ทั้งๆที่ผมคิดไปก่อนว่ายูไนเต็ดน่าจะมาแบบรัดกุมมากกว่า กลับกลายเป็นบุกเข้าใส่ และเพรสซิ่งกดดันทั้งสนามได้อย่างน่าดูชมยิ่งนัก เล่นเอาแฟนผีอย่างผมนั่งลุ้นประตูนำอย่างใจจดใจจ่อ แต่แล้วบาร์ซ่าดันมายิงนำไปได้ก่อน ทั้งๆที่เพิ่งได้ลุยขึ้นมาจริงๆจังๆครั้งแรกเท่านั้นในนาทีที่ 10 จากการออกบอลผิดพลาดตรงกลางในจังหวะขึ้นเกมบุกของยูไนเต็ดเอง ทำให้ถูกบาร์ซ่าตัดบอลลากสวนมาทางกราบขวา ชาบีแทงทะลุเข้ากรอบให้เอโต้ที่ลุยตัดเข้ามาจากกราบ ล็อกหลบวิดิชจนหัวทิ่มหนึ่งครั้งก่อนดีดด้งยขวาสวนลอดแขนน้าซาร์เข้าเสาแรกไปอย่างช็อคอารมณ์ผมยิ่งนัก และไม่ต้องโทษใครเลย เราเป็นฝ่ายเริ่มต้นจากความผิดพลาดง่ายๆตรงกลาง ทำให้โดนสวนแบบยังไม่ได้กลับมายืนตำแหน่งด้วยซ้ำไป

เสียประตูไป เกมตรงกลางยูไนเต็ดเริ่มออกอาการตื้อขึ้นมาเรื่อยๆ ในขณะที่บาร์ซ่าเองเริ่มค่อยๆตั้งลำได้ทีละเล็กละน้อย โอกาสของแมนฯยูฯมีน้อยลงเรื่อยๆตามเปอร์เซนต์การครองบอลของบาร์ซ่าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รูปเกมยิ่งผ่านไป ผมยิ่งคิดถึงไอ้ก๋องของผมมากขึ้น ชาบี, บุสเกตส์ และอีเนียสต้า ผ่านบอลกันเร็ว แม่นยำ เคลื่อนหาที่ว่างกันตลอดเวลา เมสซี่ถูกถอยลงมาเล่นต่ำหน้ากรอบมากเป็นพิเศษในเกมนี้ เพื่อช่วยเชื่อมเกมระหว่างกลางและหน้า ทำให้ดูเหมือนบาร์ซ่ามาเล่นในระบบ 4-3-1-2 โดยมีเมสซี่ยืนหน้าต่ำ และเอโต้กับอองรีคอยโจมตีจากด้านข้าง เป๊ปวางแผนการเล่นมาค่อนข้างดีทีเดียว เมื่อให้กลางบาร์ซ่ายืนกันต่ำหน่อย โดยมีเมสซี่เชื่อมเกมข้างหน้า อีเนียสต้าและชาบีมีไหวพริบและทักษะสูงพอจะเอาตัวรอดจากเกมเพรสซิ่งได้ไม่ยาก ยิ่งคนเพรสซิ่งคือกิ๊กส์ และแอนนี่ตรงกลาง ยิ่งไล่เขายากขึ้นเยอะ ทำให้เกมตรงกลางกลายเป็นของบาร์ซ่าอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่นาทีที่ 20 กว่าๆ

การที่แผงกลางบาร์ซ่าเล่นกันได้อย่างไหลลื่น คล่องแคล่ว และถ่ายบอลฆ่าเวลาได้ตลอดนั้น มันเกิดจากการที่แอนนี่เองยังขาดสิ่งที่ไอ้ก๋องของผมมี นั่นคือการเล่นกับคาร์ริคอย่างสอดประสาน เข้าใจ และรู้ใจกัน ทำให้หลายครั้งแอนนี่กับคาร์ริคไปไล่ในพื้นที่เดียวกัน เปิดให้อีกด้านโล่ง หรือบางครั้งการออกบอลให้กันยังติดๆขัดๆ วิ่งทับไลน์กันบ้าง ผิดช่องบ้าง ส่วนกิ๊กส์นั้นเล่า เมื่อบาร์ซ่าไม่เน้นวิ่งไปกับบอล แต่หันมาออกบอลเท้าสู่เท้า และใช้ผู้เล่นออฟเดอะบอลตลอดเวลา แค่นั้นก็แทบตัดกิ๊กส์ออกจากเกมรับของยูไนเต็ดได้แล้ว นี่เองที่ทำให้ภาระหนักตกเป็นของคาร์ริค และยังทำให้เจ้าตัวออกอาการลังเล ไม่มั่นใจทุกครั้ง ยามที่ต้องออกบอลให้เพื่อนในแดนกลาง เมื่อกิ๊กส์โดนปิดทางวิ่งในเกมรุก และแอนนี่เองก็มักจะหายหัวไปไหนไม่รู้อยู่ตลอดยามจะให้บอลไปข้างหน้า

ปกติเกมรับตรงกลางของเราในระบบ 4-3-3 แบบนี้ จะแน่นหนามั่นคง ก็เพราะการใช้มิดฟิลด์ตัวรับสองคนตรงกลางเป็นคาร์ริคกับเฟล็ทช์ที่เมื่อก่อนมีนิคเนมว่า “ก๋อง“ และเมื่อเจอกับพวกเล่นเกมรุกจัดๆด้วยบอลบนพื้น มิดฟิลด์ตัวรุกจะเป็นพวกวิ่งไม่มีหมดอย่างแอนนี่ เพื่อกรองบอลเป็นด่านแรก แต่เกมนี้ เมื่อไร้เงาก๋อง ที่แต่เดิมคอยพล่านช่วยงานคาร์ริคได้ดีมากๆ และในจังหวะสุดท้ายเราก็มักจะพบก๋องคอยดักสกัดหน้ากรอบกับคาร์ริคสองคนเสมอๆ วันนี้ เมื่อเปลี่ยนเป็นแอนนี่ ประสิทธิภาพตรงนี้ก็หายไป แอนนี่นั้นเหมาะจะไล่บอลด้านหน้ามากกว่า มาเล่นไล่ในแนวหน้ากำแพงตัวเอง ซึ่งเมื่อหลุดแล้วก็จะเข้ากรอบไปดวลแผงหลังทันที ตรงนี้ทำให้เกมรับเรามีปัญหาค่อนข้างมาก ยิ่งเมื่อเน้นเกมรุกมากขึ้นก็ยิ่งโดนเจาะง่ายขึ้น อย่างลูกแรกที่เสียไป เราเห็นได้ชัดว่า เรามีปัญหาในการยืนไลน์ซ้อนกัน และออกบอลกั๊กกันจนโดนตัดไป และลูกทะลุถึงเอโต้เร็วมากชนิดกลายเป็นดวลเดี่ยววิดิช ซึ่งถึงตรงนั้นก็ต้องทำใจสถานเดียว คาร์ริคตามมาสไลด์ก็ไม่ทันแล้ว นี่เองจึงเป็นสาเหตุที่ยิ่งเล่น ผมยิ่งคิดถึงไอ้ก๋องของผม

ครึ่งหลังท่านเซอร์ปรับเร็วทันทีด้วยการส่งคาร์ลอส เตเวซลงมาแทนแอนนี่ที่ไม่สามารถจัดการแนวกลางสนามของบาร์ซ่าได้ พร้อมทั้งปรับหมากหลายตลบเพื่อแก้เกมของเป๊ป ด้วยการโยกปาร์คมาเล่นทางซ้าย เอารูนี่ย์หนีปูโยลมาทางขวา และให้เตเวซเล่นหน้ารับคู่โรนัลโด้เลย ที่ว่าหน้ารับก็เพราะเตเวซสามารถไล่บอลในแดนหน้าได้ไม่ต่างกับตัวรับนั่นเองครับ เกมอาจจะดูวูบวาบขึ้นมาบ้าง แต่ก็เป็นในลักษณะฉาบฉวย ไม่ได้เกิดจากการครองบอลรุกแบบต่อเนื่อง สาเหตุก็มาจากการปรับหมากดังกล่าว มันไปลดจำนวนกองกลางเราเหลือสี่คน คือตรงกลางสอง และริมเส้นสอง ตรงนี้ยิ่งทำให้กลางบาร์ซ่าเดินเกมตรงกลางง่ายขึ้น และเริ่มดันขึ้นมายืนสูงกว่าครึ่งแรกมากขึ้นเรื่อยๆ ปูโยลเริ่มเติมเกมบ่อยมากขึ้น เพราะปาร์คเองกดดันปูโยลได้น้อยกว่ารูนี่ย์เยอะ ทำให้งานปูโยลง่ายขึ้น ภาระก็ตกหนักที่เอวร่า ที่ต้องดวลทั้งเอโต้, ชาบี, ปูโยล ไหนจะมีเมสซี่มาวนเวียนเยี่ยมอยู่บ่อยๆอีกต่างหาก

ผมแปลกใจพอสมควร ที่เป๊ปดูจะปรับทีมให้มีสมดุลได้เร็วมากๆทั้งรุกและรับ ทั้งๆที่กองหลังหายไปสามคน เกมนี้เป๊ปลดพลังเกมรุกลงประมาณสามสิบเปอร์เซนต์ หันมาเน้นเกมครองบอลรัดกุมมากขึ้นแทนหลังจากได้ประตูนำเร็ว เมื่อหันมาเล่นครองบอลแทนการเปิดเกมรุกสุดตัวเหมือนเคย ก็เท่ากับเป๊ปเอาจุดแข็งของตัวเองออกมาโชว์อย่างชัดเจน นั่นคือความสามารถของนักเตะแดนกลางอย่างชาบี, อีเนียสต้า, เมสซี่ และอองรี ที่เอาตัวรอดจากสถานการณ์หนึ่งต่อหนึ่งหรือสองต่อหนึ่งได้ไม่ยาก เมื่อยูไนเต็ดไล่บอลไม่จนเสียที บาร์ซ่าเสียบอลยาก ก็ทำให้ตัวรุกริมเส้นเราต้องถอยร่นลงมาช่วยกดดันไล่บอลตามกราบเพิ่ม ก็ยิ่งเปิดโอกาสให้ปูโยลและซิลวินโญ่เติมตามขึ้นมาได้อีกด้วย และบาร์ซ่าก็อาศัยจังหวะดักล้ำหน้าเล่นงานเกมเคานท์เตอร์ของยูไนเต็ดไปหลายต่อหลายครั้งตั้งแต่ครึ่งสนาม

ยิ่งเวลาผ่านไป บอลก็ไล่ไม่จนเสียที ยิ่งทำให้ความกดดันบนบ่านักเตะแปรเปลี่ยนไปเป็นความท้อถอยมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเพราะเอาบอลมาทำเกมสู้ไม่ได้เลย ปาร์คจึงถูกถอดออก แล้วเอาเบอร์บาตอฟลงมาเล่นแทน เป็นการเปิดเกมรุกเต็มสูบมากขึ้น แต่ก็แลกด้วยกลางที่ออกจะกลวงโบ๋แทน ท่านเซอร์ขยับแบบนี้ก็เท่ากับถอดใจในศึกแดนกลางเรียบร้อย และหวังจะใช้บอลยาวขึ้นหน้าข้ามตรงกลางบาร์ซ่ามาให้ตัวรุกแทน แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรนัก บาร์ซ่าก็กลับได้ลูกที่สองไปอีก เมื่อเคาะบอลสลับช่องหลุดไปถึงชาบีทางขวาโล่งๆ และชาบีมีเวลามากพอจะเงยหน้าหาเพื่อน ซึ่งก็พบเมสซี่ที่เติมเข้ามาโล่งๆทางเสาสอง ชาบีวางเท้าเปิดเข้าหาทันที และเมสซี่ก็โดดเทคสุดตัวโหม่งบอลย้อนกลับเข้าเสาแรกชนิดที่ผมรู้ว่าเข้าประตูตั้งแต่บอลออกจากหัวเมสซี่นั่นเลย

ตอนนี้สโคลส์ลงมาแทนกิ๊กส์ ก็เป็นการยืนยันว่าจะเล่นบอลยาวอย่างแน่ชัด และเกอิต้าก็ลงมาแทนอองรีก่อนหน้านั้นไม่นาน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งตรงกลางสนามให้มากขึ้นไปอีก เกมของยูไนเต็ดมีจังหวะวูบวาบมากขึ้น แต่บาร์ซ่าก็ยังตั้งรับอย่างเหนียวแน่น และเมื่อได้บอลก็ครองบอลหนีไปเรื่อยๆชนิดที่ยูไนเต็ดไม่เจอบอลเอาซะเลย เล่นเอาหลายๆคนเริ่มออกอาการอ่อนอกอ่อนใจอย่างเห็นได้ชัด ช่วงท้ายเกม เปโดร โรดริเกซลงมาแทนอีเนียสต้า เป็นการเปลี่ยนตัวที่ไม่มีผลอะไรทางแท็คติค เพราะเวลาเหลือแค่สองนาที และบาร์ซ่าก็ครองบอลฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ ส่วนยูไนเต็ดก็ไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้มากกว่าสิบนาทีแรกอีกเลย จบเกมด้วยชัยชนะของบาร์ซ่า และแชมป์ยุโรปสมัยที่สามของพวกเขา รวมทั้งเป็นทริปเปิ้ลแชมป์ในปีนี้อย่างยิ่งใหญ่ของบาร์เซโลน่าอีกด้วย เป๊ปเองก็ได้จารึกชื่อเป็นคนที่ 6 ที่สามารถคว้าถ้วยใบใหญ่นี้ได้ทั้งในฐานะนักเตะและโค้ช สมศักดิ์ศรีจริงๆครับ บาร์ซ่าปีนี้

กลับมาดูทางฝั่งเรากันบ้าง ท่านเซอร์ออกมายอมรับโดยดุษฎี ว่าบาร์ซ่าสมควรเป็นแชมป์อย่างไร้ข้อกังขา ผมเองก็ยอมรับอย่างนั้นเช่นกัน และเริ่มทำใจยอมรับตั้งแต่เมสซี่ยิงลูกที่สองแล้ว เพราะดูแนวโน้มเกมนี้บาร์ซ่ารัดกุมเหลือเกิน ไม่น่ามีโอกาสที่เราจะได้ประตูจากพวกเขาง่ายๆถึงสองลูกในช่วงเพียงยี่สิบนาที ยิ่งพิจารณาดูว่า บาร์ซ่าครองบอลเหนียวแน่นไหลลื่น ไล่ไม่จน โอกาสเสียลูกที่สามจึงมีมากกว่าที่เราจะยิงตีตื้นคืนมาได้มากนัก แต่ก็ถือว่าเราทำได้ดีแล้ว วันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นใจและอยู่ในมือบาร์เซโลน่าทั้งหมด วันนี้มันไม่ใช่วันของเรา นักเตะบาร์เซโลน่าแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสมควรชนะเกมนี้ด้วยประการทั้งปวง และผมเองก็เต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้ในนัดนี้อย่างไร้ข้อถกเถียงครับ

มาพูดคุยถึงแท็คติคกันเล็กๆน้อยๆ ผมว่าเป๊ปศึกษาเรามามากทีเดียว โดยเฉพาะเกมปีที่แล้ว ที่พวกเขายิงเราไม่ได้สักลูกทั้งๆที่ครองเกมแทบจะทั้งเกม เป๊ปคงค้นพบแล้วว่า วิธีการเอาชนะเรานั้น นอกจากต้องเก็บบอลไว้เล่นเองให้ได้มากๆแล้ว ในจังหวะเข้าทำ ยังต้องรวดเร็ว แม่นยำ และคม เพราะแผงหลังและกองกลางของเราถ้ามีเวลาพอ จะตั้งแนวรับได้เหนียวแน่นมากๆ แต่หากโดนเจาะทะลุเข้ามาเร็วๆ แม่นๆ อย่างนี้กองหลังเราเอาไม่ทันกองหน้าอย่างอองรี, เมสซี่ หรือเอโต้หรอกครับ ที่ปีที่แล้วพวกเขาไม่สามารถเจาะเข้าไปได้ ก็เพราะเล่นกันหลายจังหวะและมีสปีดในการเจาะช้าไปหน่อย ทำให้ตั้งแนวป้องกันได้ทันท่วงทีแทบทั้งเกม แต่เกมนี้ เป๊ปแก้ตรงนั้นมาได้ดีมากๆครับ จังหวะชิ่งเพียงหนึ่งสองก็ถึงจบได้เลย อันนี้ต้องยอมรับจริงๆ

ในขณะที่เกจิหลายๆท่าน รวมทั้งผมเองด้วย ต่างชะล่าใจกับแผงหลังบาร์ซ่าที่ออกแนวพิกลพิการในเกมนี้ ส่วนยูไนเต็ดขาดเพียงไอ้ก๋องของผมคนเดียว ทำให้คาดการณ์กันว่า ยูไนเต็ดจะเจาะบาร์ซ่าได้ง่ายกว่าโดนเขาเจาะ เป๊ปเองก็รู้ครับ จึงหันมาเน้นรัดกุมมากขึ้นในเกมนี้ ครองบอลเหนียวแน่นไว้ก่อน ตราบใดที่ไม่เสียบอลก็ไม่โดนเจาะ และการเอาปูโยลไปปิดรูนี่ย์ ถือว่าได้ผลมากๆ เมื่อรูนี่ย์ทำเกมเข้ามาในไม่ได้ ก็ตัดอาวุธหนักของยูไนเต็ดไปได้เต็มๆหนึ่งดอก ส่วนทางซิลวินโญ่เอง เมื่อดวลกับปาร์คก็ไม่ได้น่าหนักใจเท่าไหร่ มีเพียงโรนัลโด้ ที่เล่นงานยาย่า และปิเก้ในช่วงสิบห้านาทีแรกได้โดดเด่น แต่ก็แค่คนเดียว และแค่ช่วงนั้นช่วงเดียว ที่เราสามารถกดดันบาร์ซ่าได้เป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากนั้น บาร์ซ่าแทบจะคุมสถานการณ์ในแนวรับไว้ได้ทั้งหมด

เมื่อเป๊ปปิดจุดอ่อนของตัวเองได้ดีมากๆทางหนึ่ง อีกทางหนึ่งก็เล็งไปที่จุดอ่อนของยูไนเต็ด ที่เห็นกันจะจะก็คือการขาดหายไปของไอ้ก๋องของผม เป๊ปก็รู้ และใครๆก็รู้ ว่าเมื่อไร้เฟล็ทช์ หวยจะออกที่ใคร ไม่สโคลส์, ก็แอนนี่ หรือกิ๊กส์ แน่นอนสองในสามคนนี้ต้องได้ลง ซึ่งทีแรก ทุกคนก็เชื่อว่าความขยันของแอนนี่จะช่วยงานคาร์ริคได้มากในเกมรับ และเซนส์เกมรุกของเขารวมกับกิ๊กส์ จะช่วยให้ได้เปรียบในการขึ้นเกมรุก แต่เป๊ปก็ปิดตรงนั้นไว้ ด้วยการถอยเมสซี่ลงมาเล่นต่ำเชื่อมเกม ชาบี อีเนียสต้า และบุสเกตส์ ก็เริ่มต้นยืนต่ำกว่าปกติ ครองบอลถ่ายบอลกับฟูลแบ๊ค เป็นการดึงให้กลางยูไนเต็ดต้องมาไล่สูงขึ้น เปิดช่องว่างด้านหลังมากขึ้น เพื่อใช้โจมตีโดยเอโต้, อองรี และเมสซี่ที่รอเชื่อมและลากเลื้อย โดยมีอีเนียสต้าและชาบี เติมตามไปประคองเก็บบอลจังหวะสอง นี่คือจุดสลบของเราที่เป๊ปวางหมากมา และมันดันมาได้ผลเต็มๆซะด้วย แอนนี่กับกิ๊กส์ต่างผลัดกันหายไปจากเกมรับ เหลือเพียงคาร์ริคที่ง่วนหนักหน่วงอยู่ตลอดเวลาจากที่เห็นหน้าจอ แต่กิ๊กส์ยังดีครับที่มีส่วนร่วมในเกมรุกมากกว่าเพื่อน เพียงแต่ช่วยเกมรับไม่ได้เท่านั้นเอง

เกมนี้เท่ากับเป็นการพิสูจน์ว่า ไอ้ก๋องของผมคือนักเตะที่มีคุณค่ามากกว่าที่คุณๆคิด แม้จะไม่โดดเด่นออกนอกหน้ามากนัก แต่อย่างน้อยการที่มีเขาลงเล่นในเกมสำคัญๆในระบบ 4-3-3 จะพบว่าเขาคือฟันเฟืองสำคัญในเกมรับหน้าแผงหลัง และเป็นตัวที่ทำให้คาร์ริคร่ายเพลงเตะได้อย่างเป็นอิสระ และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับทีมที่เล่นบอลบนพื้นเนียนๆเช่นนี้ และตรงนี้ ก็อาจบอกได้เป็นนัยๆว่า ไอ้ก๋องของผม มีศักดิ์ และสิทธิ์ รวมทั้งความเหมาะสมทุกประการ ที่จะก้าวข้ามผ่านความเป็น “เทพ” ที่ถูกยกย่องมานานได้อย่างเต็มภาคภูมิ และพร้อมแล้ว ที่จะอัพเกรดเป็น ปริ๊นซ์ ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจใดๆ


เรื่องอื่นๆก็คงไม่มีอะไรมาก ก็อย่างที่ท่านเซอร์ได้กล่าวไว้หลังเกม ว่าประตูแรกนั้นฆ่าเราทั้งเป็น ทั้งๆที่เราเริ่มเกมได้อย่างสุดยอดแท้ๆ ซึ่งก็คล้ายกับความคิดของผมที่มองไว้ว่า ประตูแรกน่าจะตัดสินเกมนี้ได้เลย เพราะไม่ว่าใครได้ไปก่อน ก็จะสามารถเล่นด้วยจุดแข็งตัวเองได้เต็มที่ หากแมนฯยูฯได้ไปก่อน ก็สามารถเล่นรับลึกและสวนกลับเร็วเพื่อประตูที่สองได้ไม่ยาก เพราะคาร์ริค, แอนนี่, รูนี่ย์ และปาร์ค จะถอยลงมาเล่นลึกเพื่อรับอย่างมีวินัยเต็มที่ แทนที่จะต้องไล่กันสูงลิบถึงกลางสนามตามแท็คติคที่บาร์ซ่าใช้ในเกมนี้ แต่เมื่อบาร์ซ่าคือทีมที่ได้ประตูนำไปก่อน เขาก็สามารถครองบอลกับตัวและเล่นต่ำหน่อยเพื่อให้ยูไนเต็ดขึ้นมาไล่สูงแบบที่เราเห็น และเปิดพื้นที่ข้างหลังให้บาร์ซ่าโจมตีได้ง่ายเช่นนี้แหละ อีกทั้งเมื่อเสียบอล กลางบาร์ซ่า ยังตั้งลำเพรสซิ่งทั้งแนวได้ดีมากๆ ทำให้ยูไนเต็ดต้องถ่ายบอลขวางไปมา หรือย้อนหลังอยู่บ่อยๆแทนที่จะขึ้นหน้าได้เร็ว

เกมอาจจะไม่สนุกเร้าใจเหมือนที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านะครับ เพราะเดิมพันมันสูงมาก และสภาพทีมของเป๊ปเองก็ไม่พร้อมที่จะเปิดแลกเต็มสูบนัก ทำให้กลายเป็นเกมครองบอลชิงจังหวะแทน แต่ก็เป็นการสู้กันด้วยแท็คติคอย่างแท้จริงครับ และเป็นบาร์ซ่า ที่วางแท็คติคได้เอื้อกับตัวผู้เล่นที่มีมากกว่า รวมทั้งได้ประตูแรกไปก่อน ทำให้สามารถควบคุมทุกอย่างไว้ได้ ส่วนยูไนเต็ดของเรา ก็ต้องยืดอกยอมรับ และยินดีในชัยชนะของบาร์ซ่าอย่างจริงใจ


แต่เราจะกลับมาใหม่ในปีหน้า เพื่อทวงความสำเร็จกลับคืนมาอีกครั้ง
รวมทั้ง การต่อสู้อีกศึกหนึ่ง ในนาม The Race for 19th

แต่ตอนนี้พักรบกันก่อน และเมื่อถึงเวลาแล้ว เราค่อยกลับมาลุ้นด้วยกันนะครับ

สวัสดีส่งท้ายซีซั่น 2008/2009 ครับ

สงบใจ



Create Date : 28 พฤษภาคม 2552
Last Update : 28 พฤษภาคม 2552 11:15:44 น. 3 comments
Counter : 368 Pageviews.

 
เขียนได้ดีครับ

เห็นด้วยในเกือบทุกอย่าง ยกเว้นตรงเรื่องเฟล็ทเชอร์ครับ ผมคิดเหมือนกับคุณว่า ใครได้ประตูก่อน ก็ได้สิทธิในการเล่นเกมที่ตัวเองถนัด แต่ผมไม่คิดว่า ถ้ามีเฟล็ทเชอร์มันจะแตกต่างมากมายอะไร

การที่เชลซีจำเป็นต้องเล่นเกมอุบาทว์(มหาอุด)กับบาร์ซ่า ผมคิดว่า เพราะกุสก็กลัวว่า ถ้าโดนนำก่อน แล้วจำเป็นต้องบุก จะหาบอลไม่เจอ เหมือนกับที่แมนยูเจอ ผมว่ากุสมีประสบการณ์จากเกมที่เขาคุมรัสเซียเจอกับสเปนในยูโร 2008 นัดนั้น หลังจากโดนแล้ว กลายเป็นเล่นลิงชิงบอลเลย โดยรัสเซียเป็นลิง

ส่วนที่แมนยูบุกใส่ก่อน ผมคิดว่า ป๋าแกคงคิดว่า ถ้ารับแล้วรอสวนอย่างเดียว มันเสี่ยงเกินไป (เชลซีก็เกือบโดนหลายทีเหมือนกันตอนเจอบาร์ซ่า) แต่ถ้าล่อบาร์ซ่าตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งตัว อาจจะ 10 - 15 นาทีแรก ถ้าได้ก่อน มันก็จะเล่นง่ายขึ้นเยอะ เพราะจะได้เล่นในเกมที่ตัวเองถนัด

ลูกที่เอโต้ยิงนำ 1 - 0 ผมว่า ไม่ใช่ความผิดของใคร เอโต้มันเจ๋งเอง ใครจะไปคิดว่า มันจะหักหลบแล้วทิ่มเลย ผมว่า ต้องระดับโลก ถึงทำแบบนี้ได้ ถ้านัดบาร์ซ่าเจอกับเชลซี แล้วโดนแบบนี้ ก็อาจจะต้องเล่นลิงชิงบอลเหมือนแมนยู


โดย: tutorcat วันที่: 28 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:27:23 น.  

 
กรูก้อคิดแบบนั้นว่ะ บาร์ซ่าแม่มเจ๋งเอง ไม่ใช่แมนยูอ่อนหรอก


โดย: เออ IP: 124.121.180.148 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:08:13 น.  

 
T___T


โดย: D_YONG วันที่: 30 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:10:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.