Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
10 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
20080410 วิพากษ์ MAN UTD vs AS ROMA

สวัสดีเช้าวันพฤหัสบดีครับ ทุกๆคน มาพบกันหลังจากผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จอีกครั้งนะครับ ถึงแม้ครั้งนี้จะต้องลุ้นกันหลายๆเรื่องก็ตาม ทั้งอาการบาดเจ็บของริโ เฟอร์ดินานด์ ทั้งผู้เล่นที่ขาดหายไปนานมากๆอย่างแกรี่ เนวิลล์ และ มิคาเอล ซิลแวสตร์ ที่ได้รับโอกาสลงสนามมาในเกมนี้ อีกทั้งยังมีลูกจุดโทษของฝั่งโรม่าที่ไม่เป็นประตูอีกต่างหาก เรามาไล่เรียงดูกันเลยนะครับ ว่าค่ำคืนที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นกันในเกมและนอกเกมกันบ้าง

เริ่มกันที่การจัดทัพก่อนนะครับ วันนี้เรามาดูฝั่งผู้มาเยือนจากกรุงโรมกันก่อนบ้าง ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือหมาป่าแห่งโรมนั้น ยังคงไม่มี ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ศูนย์หน้าตัวความหวังของทีมที่ยังไม่หายดี จึงต้องส่ง มีร์โก วูซินิชลงสนามเป็นหน้าเป้าอีกครั้ง ส่วนกองหลัง ได้ฮวน หายเจ็บกลับมายืนเซ็นเตอร์คู่กับ เม็กแซส มีปานุชชี่ยืนแบ๊คขวา และ คาสเซ็ตติแบ๊คซ้าย ได้ ซิโมเน่ แปร์ร็อตต้า มายืนเป็นมิดฟิลด์ร่วมกับ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ และ ดาวิด ปิซาร์โร่ โดยที่มี มานซินี่ และ ตาดเด เป็นตัวป่วนทางกราบ

มาดูทางฝั่งเจ้าถิ่นยูไนเต็ดกันบ้าง นัดนี้ มีเซอร์ไพรส์ตรงที่ ท่านเซอร์ฝืนเข็นริโอ เฟอร์ดินานด์ ทั้งที่ยังไม่หายเจ็บดี ลงมายืนเป็นเซ็นเตอร์ตัวจริงคู่กับเคราร์ด ปิเก้ แบ๊คซ้ายใช้งานมิคาเอล ซิลแวสตร์ แบ๊คขวาเป็นเวสลี่ย์ บราวน์ กองกลางมีสามตัว จัดไมเคิล คาร์ริค, โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ และ อันแดร์สัน ลงมายืน มีกิ๊กส์ กับ ปาร์ค เป็นตัวลากเลื้อยริมเส้น และใช้ เตเวซเป็นหน้าเป้า โดยที่กราฟฟิคทางอีเอสพีเอ็นขึ้นมาเป็น 4-1-4-1 มีฮาร์กรีฟส์เป็นกลางรับ แต่ในเกมจริงที่เล่นกันนั้น ฮาร์กรีฟส์ยืนสูงนะครับ คาร์ริคเองต่างหากที่ยืนต่ำ ซึ่งที่กราฟฟิคผิดพลาดไป ผมเองพอเข้าใจครับ ว่าเป็นใครก็ต้องคิดแหละ ว่าฮาร์กรีฟส์ต้องเป็นตัวรับที่ยืนห้อยต่ำกว่าคนอื่น แต่งานนี้ ท่านเซอร์พลิกแผนครับ โดยรูปแบบที่เราเห็นจริงๆในการเล่นนั้น ผมมองเป็นแบบนี้


เตเวซ
กิ๊กส์ ปาร์ค
อันแดร์สัน คาร์ริค ฮาร์กรีฟส์
ซิลแวสตร์ ปิเก้ ริโอ บราวน์
ซาร์

ซึ่งหากดูที่การเล่น และการยืนตำแหน่งโดยทั่วๆไปในเกมนั้น ผมบอกได้ว่า เป็นการยืนแบบ 4-5-1 โดยที่น้ำหนักในการเล่นจะออกไปในทาง 4-5-1 มากกว่า 4-3-3 เพราะปีกสองข้างจะไม่ดันขึ้นสูงนอกจากจังหวะรุกเท่านั้น แต่จะยืนต่ำหน่อย คอยสกรีนเกมรุกทางกราบของโรม่าเป็นหลักมากกว่า


เริ่มเกม โรม่าบุกใส่ตั้งแต่นาทีแรกทันที แต่เมื่อยูไนเต็ดได้บอลคืนมาก็ดันเกมขึ้นบุกสวนเหมือนกัน และทำได้น้ำได้เนื้อดีกว่าโรม่ามาก ตัวรุกที่ประสานงานกันได้ดี ทั้งเตเวซ, ปาร์ค และฮาร์กรีฟส์ในนัดนี้ ปั่นป่วนเจาะช่อง และเปิดแผลในแนวรับของโรม่าได้ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิบนาทีแรก ทำเอาโรม่าปั่นป่วนและไม่กล้าโหมบุกหนักมากนัก ยูไนเต็ดมีโอกาสทำเกมเข้าไปถึงหน้าประตูโรม่าบ่อยๆจากการลากตะลุยทางกราบขวาของปาร์คและฮาร์กรีฟส์ ซึ่งทำได้ดีมากๆ และเปิดบอลสวยๆมาหน้ากรอบให้เตเวซได้หลายครั้ง

ผมสังเกตเห็นว่า ท่านเซอร์เองนอกจากจะตั้งใจดร็อปเอวร่า ที่พักหลังๆเติมเกมสูงแล้วโดนสอยกลิ้งไปกลิ้งมาบ่อยๆแล้วนั้น ก็ยังจะเน้นให้มิดฟิลด์อย่างคาร์ริคไม่เติมเกมสูง แต่คอยคุ้มกันแผงหลังอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้ริโอต้องรับบทหนักมากนัก เพราะอาการบาดเจ็บข้อเท้ายังไม่หายดีนั่นเอง นอกจากนี้ การให้กิ๊กส์ที่ฟอร์มหลังไม่ค่อยดี ลงมาเล่น ท่านเซอร์ก็เลือกที่จะให้กิ๊กส์เน้นเกมในพื้นที่ต่ำ คอยประคองซิลแวสตร์ในเกมรับมากกว่าเติมเกมรุกทางซ้าย ดังจะเห็นน้ำหนักการขึ้นบอลมักจะออกมาทางขวาโดยปาร์คและฮาร์กรีฟส์เป็นส่วนใหญ่ ส่วนเกมตรงกลางจะขึ้นด้วยแอนนี่เป็นหลัก มีเตเวซคอยค้ำข้างหน้าและลงมาล้วงมาไล่บอลเรื่อยๆ

รูปเกมหลังจากยูไนเต็ดบุกปูพรมในช่วงแรก ก็เล่นเอาโรม่าช็อตไปดื้อๆ จะบุกก็ไม่สุด จะรับก็กั๊กๆ ทำให้เกมรุกของโรม่ามีโอกาสป้วนเปี้ยนมาจบสกอร์น้อยครั้ง แต่ก็ยังมีจังหวะจบให้เห็นประปรายในขณะที่เกมรับทางด้านซ้ายยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่องเมื่อถูกเจาะโดยปาร์คและฮาร์กรีฟส์บ่อยๆ ฝั่งยูไนเต็ดเองก็มีรอยรั่วไม่แพ้กัน เกมรับที่ริโอไม่เต็มสูบนั้น เมื่อมารวมกับปิเก้ ที่ทั้งสองคนดูเหมือนยังไม่เข้าขากันเท่าไหร่ ทำให้เกมรุกต่อบอลเข้าช่องของโรม่า มีโอกาสหลุดเข้ามาได้บ่อยๆ แต่ผู้เล่นคนอื่นรวมทั้งน้าซาร์ ยังคงช่วยกันเซฟ ช่วยกันปัดป้องได้ดี ทำให้เกือบๆครึ่งชั่วโมงแรกนั้นเป็นเกมแลกหมัดกันระหว่างเกมรุกของทั้งสองทีม วัดกันที่ความผิดพลาดของแผงหลังและความคมของกองหน้า แต่โรม่าดูจะมีอาการตื่นๆมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การต่อเกมและการจ่ายบอล ออกบอลแต่ละจังหวะมีความผิดพลาดบ่อยๆ

โรม่ามามีลุ้นเอานาทีที่ 28 เมื่อมานซินี่ได้โอกาสลากเข้ากรอบมาทางซ้ายก่อนจะโดนบราวน์แหย่ขาสกัดคาบลูกคาบดอก คือโดนทั้งบอลและเท้า ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แต่เด รอสซี่กลับยิงข้ามคานไปเยอะ ทำให้ยังคงไม่มีสกอร์เกิดขึ้น หลังจากผ่านครึ่งชั่วโมงแรกไป โรม่าเริ่มตั้งเกมได้บ้าง และต่อบอลได้ดีขึ้น ยืนตำแหน่งกันดีขึ้น แต่ยูไนเต็ดก็ยังคงอาศัยช่องว่างในแผงหลังของโรม่า เจาะเข้าไปหาโอกาสจบได้เรื่อยๆ ในขณะที่โรม่าเองก็มีโอกาสจบสกอร์จากการเจาะเข้าช่องหลายๆครั้งรวมทั้งยิงไกล แต่ก็ยังทำอะไรกันไม่ได้

เริ่มครึ่งหลังมา โรม่าแก้เกมมาดีขึ้น เข้าหาบอลเร็ว และยืนตำแหน่งในแผงหลังดีขึ้น กองกลางไล่บอลและต่อบอลกันได้ดีมากขึ้น สปัลเล็ตติคงเห็นว่าในแผงหลังของยูไนเต็ดมีช่องว่างระหว่างปิเก้และริโอ จึงเน้นเจาะช่องตรงกลางมากขึ้น รวมทั้งหาโอกาสเปิดจากริมเส้นเข้าไปประปราย อีกทั้งการที่ซิลแวสตร์ซึ่งห่างหายไปนาน ทำให้การกลับมาวันนี้ยังต่อเกมกับเพื่อนไม่ได้ดีนัก โรม่าจึงเน้นการเข้าไล่บอลจากฝั่งนี้มากขึ้น ทั้งกิ๊กส์ และซิลแวสตร์ ที่อยู่ฝั่งเดียวกัน จึงมีงานเข้าอย่างมากมายในครึ่งหลัง เมื่อถูกไล่ ถูกบีบเร็วบ่อยๆ จนเสียบอล หรือเตะเสียหลายครั้ง แต่โรม่าก็ยังคงจบสกอร์ไม่คมเหมือนเดิม ทั้งๆที่ครึ่งหลังนี้ โอกาสและการทำเกมกลายเป็นของโรม่ามากขึ้นเยอะ แต่ก็จบไม่ลง ติดบล๊อค ติดเซฟ หรือออกนอกกรอบตลอด อีกทั้งยังเสียคาสเซ็ตติ ที่เริ่มเล่นได้ดีขึ้นในครึ่งหลัง จากการเบียดแย่งบอลกับคาร์ริคแล้วล้มลงจนไหล่ซ้ายเจ็บ ต้องส่งโตเน็ตโต้ลงมาแทน

และยูไนเต็ดมาได้ประตูหลังจากที่โรม่าเปลี่ยนตัวไปแค่นาทีเดียวเท่านั้น ชูลี่เพิ่งจะถูกส่งลงมาแทนดาวิด ปิซาร์โร่ แต่หลังจากจังหวะนั้น ยูไนเต็ดได้บอลสวนเร็วขึ้นไป เตเวซเก็บบอลได้ตรงกลางสนาม ควบขึ้นมาก่อนจะปาดออกขวาให้ฮาร์กรีฟส์ที่เติมขึ้นมาได้เร็ว ฮาร์กรีฟส์ลากขึ้นไปแล้วเปิดเข้ากลาง พอดีกับที่เตเวซพุ่งเข้ามาทิ้งตัวโหม่งเช็ดเข้าเสาสองไปอย่างสวยงาม เป็นประตูที่แทบจะดับความหวังของโรม่าอย่างสิ้นเชิง เพราะเวลาเหลือเพียงแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น จากการที่ยิงแค่สองลูกเพื่อยื้อโอกาสไปต่อเวลาจนยิงลูกโทษตัดสินได้ กลับกลายเป็นต้องยิงถึงสามลูกเพื่อเข้ารอบด้วยอเวย์โกล์ แต่ต้องยิงให้ได้ในยี่สิบนาทีที่เหลือเท่านั้นด้วย ซึ่งถือเป็นงานช้างทีเดียวสำหรับโรม่าในนาทีนั้น

หลังจากได้ประตู ท่านเซอร์ก็ส่งสำรองลงมาเปลี่ยน มีรูนี่ย์ ลงมาแทนกิ๊กส์ และ โอเชีย ลงมาแทนคาร์ริค ซึ่งการยืนตำแหน่งก็ปราศจากปีกซ้ายไปในทันที แต่ใช้กองกลางยืนทดแทน สลับตำแหน่งกัน ซึ่งเกมในตอนนั้นกลายเป็นการครองเกมของโรม่าไปแล้ว ยูไนเต็ดหันไปเล่นประคองและเน้นโต้กลับแทน ที่น่าห่วงคืออาการของริโอ ที่เริ่มเจ็บตั้งแต่ท้ายครึ่งแรก แต่ก็ยังฝืนยืนต่อมาได้ ทำให้โอเชียเองต้องยืนต่ำคอยช่วยริโอที่ช่วงท้ายเกมทำได้แค่ยืนสั่งการและบงการเกมรับแทน และจะวิ่งจะเข้าสกัดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เกมของโรม่ายิ่งเจาะเข้ามาจบยากขึ้นไปอีก เพราะมีผู้เล่นเจ้าถิ่นยืนออกันแน่นมาก

ทั้งสองทีมมาเปลี่ยนตัวสุดท้ายพร้อมๆกันในช่วงสิบนาทีก่อนจบเกม ทางโรม่าส่งเอสโปซิโต้ลงมาแทนตาดเด ส่วนเจ้าถิ่นส่งเนวิลล์ลงมาแทนอันแดร์สัน ไฮไลท์อยู่ที่การต้อนรับของแฟนๆที่มีให้เนวิลล์ โดยพากันปรบมือดังก้องไปทั้งสนาม น่ายินดีแทนจริงๆครับ และเมื่อถูกส่งลงมา ก็เท่ากับวันนี้ ยูไนเต็ดใช้กัปตันถึงสามคน จากกิ๊กส์ เป็น ริโอ และเป็นเนวิลล์ โดยเนวิลล์ตอนนี้ ยืนคู่กับโอเชียอยู่หน้าแผงหลัง กลายเป็นเซ็นเตอร์คู่ยืนตรงกลางสนามไปโดยปริยาย โดยจะเน้นการเข้าตัด เข้าสกัดการทำเกมรุกของโรม่า ก่อนจะหลุดเข้ามาถึงเซ็นเตอร์ของแท้อย่างปิเก้และริโอ อันเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของริโอได้มาก และการโต้กลับของยูไนเต็ด ก็จะใช้ผู้เล่นแค่รูนี่ย์, ปาร์ค และเตเวซ โดยมรีฮาร์กรีฟส์เติมมาช่วยบ้างในบางจังหวะ

เกมในช่วงสุดท้าย ยูไนเต็ดเน้นปิดเกมเต็มตัวในขณะที่โรม่าก็แทบหาช่องเจาะเข้าไม่เจอ เมื่อถูกแพ็คพื้นที่แน่นหนาไปหมด ในที่สุดก็จบเกมไปด้วยสกอร์เม็ดเดียวของเจ้าบ้านส่งผลให้ยูไนเต็ดเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับบาร์เซโลน่า ดรีมแมตช์ของผมได้จริงๆ

เกมในวันนี้ ก็ต้องขอชมเชยโรม่า ที่ถึงแม้จะมีอาการเกร็งๆในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก น่าจะเนื่องมาจากการถูกยูไนเต็ดเจาะช่องในแนวรับเข้าไปจบได้หลายต่อหลายครั้ง จนภาพเก่าๆเมื่อปีที่แล้วโผล่เข้ามาหลอนจิตใจ ยังดีที่ผู้ที่มีโอกาสจบสกอร์นั้น เป็นฮาร์กรีฟส์และปาร์คเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งก็เป็นแอนนี่ ทำให้ไม่คมเท่าที่ควร หากเป็นวันที่เหมาะเจาะ สกอร์อาจจะไหลไปก่อนตั้งแต่แรก และทำให้โรม่าเจองานช้างตั้งแต่ต้นก็เป็นได้ ที่ผมอยากชมเชยโรม่าก็เพราะ ทั้งๆที่เกมหลุด สมาธิหายไปถึงครึ่งชั่วโมง แม้แต่ เด รอสซี่ ยังถึงกับยิงลูกจุดโทษเหินไปไกล แต่สปัลเล็ตติก็กู้สถานการณ์ให้ลูกทีมกลับมาสู่เกม กลับมาครองเกมได้อีก โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่ทำกันได้ดีมาก เพียงแต่ยูไนเต็ดนั้น ได้เล่นในแท็คติคที่ง่ายกว่า ทำให้ไม่กดดันเท่าโรม่า และทำผลงานได้ดีในวันนี้


นักเตะโรม่าที่ทำผลงานในวันนี้ได้ดีมากๆก็ต้องยกให้โดนี่คนหนึ่ง ที่เซฟอุตลุตจากลูกยิงแต่ละช็อต อีกคนที่อยากพูดถึงก็คือ ฮวน ที่เข้าสกัดจังหวะสุดท้ายได้หลายลูกมากในนัดนี้ หากวันนี้ไม่มีคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้ สกอร์น่าจะกระจายครับ นอกจากสองคนนี้แล้ว ก็ยังมีเม็กแซสที่เติมเกมรุกในครึ่งหลังได้เด่นมาก รวมทั้งวูซินิช และแปร์ร็อตต้า ที่ช่วยกันเจาะหาช่องในแนวรับยูไนเต็ดได้หลายต่อหลายครั้ง แต่ที่เงียบเกินไปจนผิดวิสัยก็คือเด รอสซี่ครับ สงสัยว่าจะดาวน์ไปตั้งแต่พลาดจุดโทษนั่นแหละ ทำให้เกมของเด รอสซี่ในวันนี้ ไม่เด็ดขาด หนักหน่วงเหมือนเคย

มามองทางฝั่งเจ้าถิ่นดูบ้าง หากไม่นับหัวจิตหัวใจของริโอ ที่ดูโดดเด่นมากจริงๆในวันนี้ ก็คงมี ปาร์ค และ ฮาร์กรีฟส์ สองคนนี้ ที่ช่วยกันเล่นงานแผงหลังของโรม่าจนขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางขวา และการทำชิ่งถ่ายบอลกับเตเวซ สองคนคือปาร์คและฮาร์กรีฟส์ในนัดนี้ คือหัวใจในเกมรุกของทีมอย่างชัดเจนจริงๆครับ ที่เหลือก็คือน้าซาร์ครับ โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบได้อีกนัดในเกมนี้ และหวังว่าจะรักษาฟอร์มดีๆไปได้ตลอดจนจบซีซั่นนะครับ คาร์ริค, เตเวซ, ปิเก้, แอนนี่ และบราวน์ก็ทำผลงานได้ดีตามที่วางแผนมา แอนนี่นี่วิ่งพล่านตัดเกมและบังบอล พลิกบอลได้ดีจริงๆ เหลี่ยมได้เปรียบแทบตลอด อนาคตไกลแน่ๆครับ เด็กคนนี้ ขนาดวันนี้ลงไปเล่นกับนักเตะกองกลางระดับท็อปๆของอิตาลีด้วยนะครับ ทั้งปิซาร์โร่, เดรอสซี่, แปร์ร็อตต้า แม้แต่ ปานุชชี่ ก็ไม่เว้น ถูกแอนนี่เข้าประกบมาแล้ว และทำได้ดีซะด้วย


ส่วนการจัดทัพในนัดนี้ ที่เข็นริโอลงสนาม และยื้อจนจบเก้าสิบนาที ผมมองว่า เป็นการเสี่ยงที่ไม่แน่ว่าจะคุ้มหรือไม่ เมื่อริโอสามารถบงการเกมรับได้ดี และสั่งงานแผงหลังที่มีซิลแวสตร์ลงมายืนทางซ้ายได้ โดยไม่เสียประตูอีกนัด ทำให้ปิเก้มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น และรู้จังหวะทีมมากขึ้น เพียงแต่ว่า จะคุ้มกับการเข้ารอบไหม ก็ต้องดูว่าริโอนั้น จะมีอาการอะไรเพิ่มขึ้นจากการลงสนามนัดนี้หรือไม่ และจะยังได้ลงในเกมกับอาร์เซนอลวันอาทิตย์นี้หรือไม่ด้วย ซึ่งเท่าที่เราได้ดูกัน ริโอต้องโขยกเขยกเล่นร่วมๆห้าสิบนาที หากต้องเจ็บไปจริงๆ แล้วพลาดนัดอาร์เซนอล อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่ทราบนะครับ เมื่อกองหลัง ที่ไม่มีริโอ และวิดิช ต้องมาวัดกับ วัลคอตต์, ฟาน เพอร์ซี่, อเดบายอร์ และ ฟาเบรกาส อีกทั้งในตอนนี้ อาร์เซนอลนั้น ก็ไม่มีอะไรให้เสียแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ที่เกมวันอาทิตย์นี้อย่างเดียวเท่านั้น ที่จะต่อลมหายใจของซีซั่นนี้ของพวกเขา แค่คิด ผมก็เสียวแล้วครับ

นอกจากนี้ การที่ได้ดร็อป รูนี่ย์, โรนัลโด้, สโคลส์ และเอวร่า ไว้ถึงสี่คน การที่มีซิลแวสตร์ลงสนามในนัดนี้ และแกรี่ เนวิลล์ ได้ลงมาวิ่งในสนามให้เห็น ก็เป็นอะไรที่ช่วยให้อุ่นใจได้มากขึ้น หากเรามองว่า อาร์เซนอลต้องเปลืองพลังงานไปมากมายเมื่อวันก่อน ในขณะที่เราพักไว้สี่คน น่าจะทำให้เกมของเราคงความสดตรงกองกลางและกองหน้าไว้ได้บ้าง สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ หากนานี่หายไม่ทันเกมหน้า ผมอยากเห็นปาร์คลงมาป่วนเกมมากกว่ากิ๊กส์ครับ เกมกับอาร์เซนอล เราต้องสู้ด้วยความเร็วและความคล่องในจังหวะเข้าทำ ในจังหวะสวนกลับ ซึ่งปาร์คทำให้เห็นมาสองนัดติดๆกันแล้ว ว่าเขาทำได้ดีมากๆ ต่อบอล ถ่ายบอล ทำชิ่งกับรูนี่ย์ กับเตเวซได้เนียนดีจริงๆ และเซนส์บอล ก็พัฒนาขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด ผมอยากเห็นปาร์คลงสนามในเกมหน้าครับ และที่สำคัญ ขอให้ริโอไม่เจ็บจากเกมนี้ก็ดีสุดๆแล้วล่ะ

สำหรับเกมที่เหลือในซีซั่นนี้ พอจะเอาลงมาให้ดูได้ดังนี้ครับ

อาทิตย์ 13 เม.ย. เหย้า อาร์เซนอล
เสาร์ 19 เม.ย. เยือน แบล๊คเบิร์น
พุธ 23 เม.ย. เยือน บาร์เซโลน่า UCL
เสาร์ 26 เม.ย. เยือน เชลซี
อังคาร 29 เม.ย. เหย้า บาร์เซโลน่า UCL
เสาร์ 3 พ.ค. เหย้า เวสต์แฮม
อาทิตย์ 11 พ.ค. เยือน วีแกน

หากทำได้นะครับ อีกนัดซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของซีซั่นก็คือ
พุธ 21 พ.ค. มอสโคว์

จะเห็นได้ว่า เกมชี้เป็นชี้ตายของเรา อยู่ในห้านัดต่อไปนี่แหละครับ ซึ่งหนักทั้งนั้น ไม่ว่ารับมืออาร์เซนอล ที่หวังดับเราคาถิ่น เพื่อต่อชีวิตให้ความหวังในถ้วยเดียวที่พวกเขาเหลืออยู่ ไม่ว่าจะออกไปเยือนอีวู้ด ปาร์ค ของกุหลาบเพลิง ซึ่งตามมาด้วยการออกไปเยือนคัมป์ นู จากนั้น ไปสแตมฟอร์ด บริดจ์ และ เฝ้าบ้านรับบาร์เซโลน่า นี่คือ ห้านัดแห่งซีซั่น ที่เราจะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงนะครับ เกมกับอาร์เซนอล และเชลซี ที่ต้องตัดแต้มกันเองนั้น เป็นเกมที่สำคัญยิ่งยวดต่อการลุ้นแชมป์ปีนี้จริงๆ แพ้ไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งหากเปิดด้วยศูนย์แต้มกับอาร์เซนอล เกมที่เหลือจะบีบหัวใจไปตลอดทางเลยครับ และโมเมนตัมของเกม จะตกไปอยู่กับฝั่งเชลซีทันที

เหตุผลดังที่กล่าวไปนั้น ทำให้ท่านเซอร์จะต้องเน้นกันไปเป็นนัดๆอย่างแท้จริง เริ่มด้วยการต้องไม่แพ้อาร์เซนอลไว้ก่อน จากนั้น ต้องพยายามเก็บสามแต้มเต็มที่อีวู้ด ปาร์ค และไม่แพ้เชลซีให้ได้ หากทำได้ตามนี้ เราจะยังเป็นจ่าฝูงอยู่ครับ พร้อมเกมอีกสองเกมให้เล่น โดยที่เงื่อนไขที่ดีที่สุดก็คือ ลุ้นให้วิดิชหายเจ็บกลับมาทันเกมคัมป์นู หรือสแตมฟอร์ด บริดจ์ให้ได้ครับ ไม่งั้น สามนัดกับบาร์ซ่า และเชลซีนี้ ลุ้นหนักเลย

แล้วอย่าลืมตามเชียร์ ตามลุ้นกันนะครับ ซีซั่นนี้ มันส์ถึงใจดีจริงๆ


สงบใจ



Create Date : 10 เมษายน 2551
Last Update : 10 เมษายน 2551 10:54:25 น. 2 comments
Counter : 205 Pageviews.

 


โดย: นายแจม วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:12:09:52 น.  

 


โดย: ป้าตุ้ย (amornsri ) วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:9:41:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.