Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
30 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
20091130 วิพากษ์ PORTSMOUTH vs MAN. UNITED

นกหวีดอลหม่าน, กรรมการอลวน กับคนเฝ้าประตูผี


สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับศึกพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ก็หวังว่าจะสุขสมอารมณ์หมายกันไปบ้าง และหากจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้วนั้น เมื่อคืนนี้ช่างเป็นอะไรที่หักมุมสวนทางความคาดหวังผมเสียเหลือเกิน เฮ้อ...อย่างที่เขาบอกๆกันล่ะมั้งครับว่า อะไรก็พึ่งพาไม่ได้เท่าตัวเราเอง เอาล่ะ สุดท้าย เราก็คงต้องทำผลงานเราเองให้ดีที่สุดต่อไปเรื่อยๆ และหวังว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับมาเข้าทางเราบ้างนะครับ อย่างน้อยเส้นทางก็ยังเหลืออีกยาวไกลให้เราได้เดินทางกันกว่าจะถึงจุดหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ อย่าเพิ่งท้อ อย่าเพิ่งยอมแพ้ นั่นเองครับ

โปรแกรมวันเสาร์ที่ผ่านมา เราต้องออกทริปแดนใต้ล่องลงไปเยือนแฟร็ตตัน ปาร์คของเดอะปอมปีย์ ปอร์ทสมัธ ทีมที่เคยหักหน้าเราเป็นประจำภายใต้การคุมทีมของแฮร์รี่ เร้ดแนปป์ ถึงแม้ปัจจุบันนี้จ่าจะแยกทางเดินกับทีมนี้ไปแล้ว แถมยังเสียนักเตะกำลังหลักออกไปแทบจะยกชุด แต่ผมก็ยังหลอนๆกับประวัติเก่าๆของเขาอยู่ดีนั่นแหละ เจ้าบ้านวันนี้ไม่มีเดวิด เจมส์ ทำให้อัฟราม แกรนท์ กุนซือหมาดๆต้องส่งเบโกวิชลงมาเฝ้าหว่างเสาแทน ส่วนผู้เล่นที่น่าจับตตามองก็มี อารูน่า ดินดาน ที่เริ่มจะร้อนแรงขึ้นตามลำดับ มีเควิน ปริ๊นซ์ บัวเต็ง ยืนตระหง่านกลางสนาม แถมยังมีอีกหนุ่มที่ชื่อคุ้นๆ ได้แก่ มาร์ค วิลสัน ผมคุ้นๆว่าเคยดันหมอนี่ขึ้นทีมชุดใหญ่ของแมนฯยูไนเต็ดสมัยเล่น CM รุ่นแรกๆนะ นอกนั้นก็ยังมี เจมี่ โอฮาร่า กับไมเคิล บราวน์ ที่คุ้นหูคุ้นตากันดี แถมยังมีเอ็นวานโก้ คานู รออยู่ข้างสนามอีกคน

ส่วนทางฝั่งผู้มาเยือน ซึ่งเป็นทีมรักของเราๆนั้น ท่านเซอร์ดร็อปเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ซึ่งมีข่าวว่ามีอาการบาดเจ็บ และเลือกที่จะส่งโทมัส คุสแซ็คลงมายืนเฝ้าเสา ซึ่งถ้าจำไม่ผิด นี่น่าจะเป็นเกมลีกนัดแรกที่หมอนี่ได้ลงตัวจริงเลยมั้งในซีซั่นนี้ แผงหลังได้แกรี่ เนวิลล์ ยืนทางขวา ปาทริซ เอวร่าทางซ้าย คู่เซ็นเตอร์เป็นเนมานย่า วิดิช กับเวส บราวน์ มิดฟิลด์ตรงกลางสามคนเลือก พอล สโคลส์ จับคู่กับไมเคิล คาร์ริค และ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ กราบให้ไรอัน กิ๊กส์ ลากซ้าย อันโตนิโอ วาเลนเซียเลื้อยขวา และทิ้งหมูอวกาศ เวย์น รูนี่ย์ เป็นหน้าเป้าตัวเดียว ดูเหมือนจะมาในรูปแบบ 4-5-1 แตอันที่จริงเมื่อดูในสนามแล้วมันออกจะเป็น 4-3-3 มากกว่า โดยให้กิ๊กส์ และวาเลนเซียเล่นออกแนวกองหน้าตัวริมเส้น และมีมิดฟิลด์สามตัวขึงแนวกลางสนามไว้

รูปเกมไม่มีอะไรมากมายเลยจริงๆครับ เป็นยูไนเต็ดที่พยายามตั้งเกมบุกขึ้นเกมรุก พยายามครอบครองเกมเอาไว้ แต่ ปอร์ทสมัธเองก็ทำการบ้านมาได้ดีมากๆ เกมของยูไนเต็ดที่วันนี้เล่นแบบไม่มีกองหน้าตายตัวเท่าไหร่ คือรูนี่ย์เองน่ะชอบถอยตัวเองลงต่ำ หรือไม่ก็ฉีกตัวเองไปรับบอลริมเส้นเป็นงานอดิเรกตลอดเวลา ทำให้ป๋าเลือกที่จะลองเซ็ตเกมในรูปแบบใหม่ โดยให้กิ๊กส์ และวาเลนเซียมาเดินเกมในลักษณะหุบเข้าในมากขึ้น คล้ายๆกับการสอดเข้ามาทดแทนตำแหน่งของรูนี่ย์นั่นแหละ หมากนี้ก็คงมีวัตถุประสงค์อีกอย่างคือเพื่อเปิดแนวรับของปอมปีย์ให้มีที่ว่างมากขึ้นนั่นเอง ไม่งั้นหากยังเล่นรูปแบบเดิมๆอยู่ อาจจะเจอกับกำแพงสองชั้นได้ง่ายๆแต่เจาะยากๆ นั่นแหละครับ

อีกอย่างคือ การที่เรามีผู้เล่นมิดฟิลด์ทยอยกลับจากอาการบาดเจ็บมาเรื่อยๆ ทำให้ตัวเลือกตรงกลางในปัจจุบันนี้เริ่มที่จะมีมากขึ้น และก็เริ่มที่จะปวดเศียรเวียนเกล้ามากขึ้นในการจัดตัว อีกทั้งการป่าวประกาศโครมๆว่าจะไม่เอาใครมาเพิ่ม ทำให้คาดหมายได้ว่า เราต้องฝ่าฟันกันไปกับสามกองหน้าที่มีคือ รูน, เบิร์บ และเว่น ซึ่งหากมีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นกับกองหน้า เราก็คงต้องมองหาวิธีการเล่นใหม่ๆมารองรับ การใช้กลางสามตัวก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ เช่นในเกมนี้ และการทดลองรูปแบบการเล่นในสูตรนี้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทีมในอนาคตเมื่อถึงเวลาที่ต้องปรับกระบวนท่า ซึ่งเท่าที่เห็น หากไม่นับว่าการประสานงานในจังหวะสุดท้ายยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก (มันก็ปัญหาเดิมที่เจอตอนเล่น 4-4-2 นั่นแหละ ดังนั้นขออนุญาตตัดปัญหานี้ทิ้งไปก่อน) เกมรุกดูมีมิติมากขึ้น วูบวาบและรวดเร็วเนียนตามากขึ้น มองเห็นแววว่าจะมีโอกาสได้จบด้วยการยิงมากกว่าเดิม แต่ปัญหาก็ยังมีจุดใหญ่ๆอยู่จุดหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวจะได้พูดถึงต่อไป

ปอร์ทสมัธเองก็ทำการบ้านมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว รู้จักเล่นอย่างอดทน และผ่อนสั้นผ่อนยาว ไม่ผลีผลาม ไม่ได้ลงมาตั้งหน้าตั้งตาอุดเพียงอย่างเดียว แต่เกมรุกของพวกเขาสามารถเล่นงานจุดอ่อนของเราได้เป็นอย่างดี เกมนี้ขนาดเราที่เปลี่ยนรูปแบบการเล่นไปจากเดิม แกรนท์ก็ยังสามารถปรับเกมตามและอ่านจุดอ่อนใหญ่ๆของเราได้ง่ายดายพอดู แถมยังเลือกเล่นงานได้ตรงเป้า เหมือนกับเป้าหมายมีไว้พุ่งชนนั่นแหละครับ เกมรุกของยูไนเต็ดดูดีมากขึ้น และสามารถใช้ความเร็วของตัวรุกเข้าทำตามพื้นที่ ตามช่องว่างได้ค่อนข้างดี วาเลนเซียที่มีปัญหาในการจูนกับแบ๊คขวานั้น เมื่อได้แกรี่มาช่วยก็ดูดีขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ที่ทำได้ดีมากขึ้นก็คือการที่ป๋าเลือกเล่นคล้ายๆ 4-3-3 นี่แหละ ที่ทำให้พื้นที่มันมีค่อนข้างมาก วาเลนเซียและกิ๊กส์สามารถหุบเข้ามาต่อบอลข้างในได้บ่อยๆ โดยมีแบ๊คและมิดฟิลด์เติมมาช่วยเรื่อยๆ เพียงแต่การประสานงานในจังหวะเข้าทำยังคงปวดตับอย่างแรงเหมือนเดิม รูปเกมในแดนสุดท้ายจึงยังทำอะไรไม่ได้มากนัก

เมื่อเราไม่สามารถประสานงานข้างหน้าในจังหวะสุดท้ายได้ดีนัก ทำเอาสถิติการทำงานในพื้นที่สุดท้ายต่ำเอามากๆ ตรงนี้ทำให้เราต้องเติมเกมและดันกันขึ้นมาช่วยเยอะขึ้น และตรงนี้คือจุดอ่อนใหญ่ของการเล่นสูตรใหม่ที่หลายๆคนยังไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ มิดฟิลด์ตัวกรองบอลลอยสูง และปอร์ทสมัธเลือกที่จะเล่นตรงนั้น การวางบอลยาวข้ามมิดฟิลด์มาข้างหน้าให้ดินดานและ ปิกิออนคอยเข้าโจมตีนั้น ทำเอาแผงหลังเรามีปัญหาหนักอกหนักใจพอสมควร ยิ่งการที่ปอร์ทสมัธไม่ค่อยเน้นจังหวะแบบฉาบฉวยนัก แต่มีการพิถีพิถันในการเข้าทำด้วย ประการหนึ่งอาจเป็นเพราะพื้นที่มีเยอะเมื่อยูไนเต็ดลอยสูง ตัวรุกของปอร์ทสมัธจึงไม่ค่อยจำเป็นต้องเร่งจังหวะมากนัก เก็บบอลได้ก็ลากหาช่อง หาจังหวะ มีเพื่อนเติม มีตัวสอดตลอดเวลา ได้ยิงเหน่งๆก็บ่อย ทำเอาแผงหลังเราปรับกระบวนกันจ้าละหวั่น

เกมเหมือนจะวัดกันที่จังหวะสุดท้าย เมื่อทั้งสองฝ่ายมีโอกาสเข้าทำด้วยกันทั้งคู่แต่ยังไม่สามารถจัดการให้เป็นประตูได้ แถมคุสแซ็คยังต้องออกแรงเซฟหนักหน่วงกว่าฝั่งเจ้าบ้านอีกต่างหาก ดีนะครับ ที่ดินดานพกสากกะเบือลงสนาม ไม่งั้นงานเข้าเราแน่ๆ แต่ไปๆมาๆ กลายเป็น ไมค์ ดีน ที่มอบความมันให้บังเกิดแก่เกม ด้วยการมอบลูกโทษสามลูกในเกมนี้ ซึ่งเริมจากจังหวะเคานท์เตอร์ของทีมเยือน วาเลนเซียลากบอลมาจากแดนตัวเองด้วยความเร็วสูง มีรูนี่ย์วิ่งประคองตรงกลางทำชิ่งหนึ่งสองก่อนรูนี่ย์จะรับบอลทะลุเข้ากรอบแล้วถูกไมเคิล บราวน์แหย่ขาสกัดจนหัวทิ่ม ไมค์ ดีนยืนตรงนั้นพอดี (วิ่งมาทันด้วยแฮะ) ชี้ไปที่จุด เป่าปรี๊ดดดดด รูนี่ย์ลุกขึ้นมายิงหนีปลายมือเบโกวิชเข้าไปทางขวาให้ยูไนเต็ดออกนำไปก่อน ซึ่งจุดโทษลลูกนี้โอเคว่าฟาล์วแน่ๆ เพียงแต่ผมสังเกตว่ามันฟาล์วแบบเบาๆนะ ถ้าเป็นกรรมการคนอื่นอาจไม่ให้ก็ได้ แต่ก็เอาเถอะครับ ไหนๆจะนกหวีดขวัญอ่อนไปแล้วนี่ ก็อ่อนซะตลอดเกมเลยแล้วกันนะดีนนะ

ล่วงมาไม่นาน นกหวีดของดีนก็ต๊กกะใจขึ้นมาอีก เมื่อโอฮาร่าเปิดฟรีคิกเข้ามาหน้ากรอบ คุสแซ็คออกมาชกบอลทิ้งแล้วล้มลงจากการกระแทกกับผู้เล่นปอมปีย์ แล้วเสียงนกหวีดของดีนก็ดังขึ้น ผู้เล่นปอร์ทสมัธเดินเซ็งๆกลับแดนก่อนจะรู้ตัวว่า อ้าว...ทีมตรูได้ลูกโทษนี่หว่า แล้วนักเตะยูไนเต็ดก็กรูเข้าไปถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งจากภาพช้าเราก็เห็นว่าวิดิชมีการดึงเสื้อปิกิออนซะแทบขาดก่อนคุสแซ็คจะออกมาชกบอลได้ ซึ่งจังหวะแบบนี้ก็เบาหวิวอีกละมีทุกเกมทุกคู่ให้เห็น แต่อย่างว่าครับ ถ้าจะพูดกันตามตำรามันก็ฟาล์วนั่นแหละ และถ้าเกิดในกรอบก็จุดโทษนั่นแหละ และจังหวะนี้ก็ทำให้บัวเต็งได้เข้ามาสังหารจุดโทษเป็นลูกตีเสมอได้สำเร็จ หลังจากนั้นเกมก็เริ่มมันขึ้นเรื่อยๆ ปอร์ทสมัธได้ใจและตั้งเกมบุกได้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยตัวเคลื่อนเกมของฝั่งเจ้าบ้านมีเจมี่ โอฮาร่า ที่ดีวันดีคืน เป็นมิดฟิลด์ที่เล่นได้ดุดัน ยิงหนักหน่วง เติมเกมได้ดีและเล่นเกมรับได้ดีอีกด้วย แหม...มันน่าสอยมาปั้นต่อนักเชียวเด็กคนนี้ ยิงให้คุสแซ็คช์ได้หลายลูกทีเดียว

เกมในครึ่งหลังเปิดมาไม่นาน สงสัยปอร์ทสมัธจะเริ่มได้ใจที่บุกกระหน่ำทีมเยือนได้น้ำได้เนื้อน่าดู จึงเริ่มที่จะเดินเกมลุยเข้าใส่ต่อทันที แต่กลับถูกทีมเยือนอาศัยจังหวะสวนกลับเล่นงานจนเสียประตู เมื่อกิ๊กส์ได้บอลสวนกลับตรงกลางวิ่งขึ้นไปโดยมีรูนี่ย์ประคองไปทางซ้าย กิ๊กส์บรรจงเปิดบอลถวายพานให้รูนี่ย์หลุดเดี่ยวเข้าไปแปจังหวะเดียวย้อนเข้าเสาแรกได้อย่างสุดสวย เป็นประตูขึ้นนำได้อีกครั้ง แล้วไม่นานนกหวัดของดีนก็ขวัญอ่อนอีกจนได้ เมื่อกิ๊กส์พัวพันแย่งบอลกับปิกิออนทางสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจะได้เหลี่ยมดีกว่า กิ๊กส์บังบอลได้และกำลังจะพาเข้าหน้าประตู แต่แล้วก็ถูกปิกิออนเหนี่ยวตัวล้มลง ดีนเป่าปรี๊ดดดดทันทีอีกครั้ง เล่นเอางงไปตามๆกันที่วันนี้ดูท่าไมค์ ดีน จะขวัญอ่อนเป็นพิเศษและเหมือนพกตำรากติกาลงมาด้วย แต่เป่าไปแล้วก็ยิงครับ รูนี่ย์ลุกขึ้นมาสังหารเป็นประตูที่สามและเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวได้สำเร็จ

เกมหลังจากนั้น ปอร์ทสมัธเลยออกอาการช็อตๆไปพอสมควร และยูไนเต็ดทีมเยือนเล่นได้สบายขึ้นเยอะ ความผิดพลาดในช่วงแรกๆที่เสียบอลบ่อยตรงกลางจนโดนสวนหวุดหวิดจะเสียประตูนั้นได้ค่อยๆหายไป ซึ่งตรงนี้ครับ ช่วงแรกของเกม คาร์ริคและสโคลส์เสียบอลตรงกลางจนโดนลากไปยิงบ่อยๆ ดีที่คุสแซ็คกับบราวน์ยังช่วยกันสกัดปัดป้องไว้ได้ แต่พอมาได้ประตูที่สาม ก็ดีขึ้นมาทันตาเห็น รูปเกมเริ่มออกแนวประคองแล้วคอยดักตีหัวเมื่อเผลอ แกรนท์ถอดปิกิออนออกแล้วส่งคานูลงมาซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่เนื่องจากไม่ได้บอลจากเพื่อนมากนัก แถมยังเจอด่านมิดฟิลด์ที่ไม่จำเป็นต้องลอยสูงเติมเกมแล้ว แต่หันมาช่วยขึงเกมตรงกลางเป็นแนวรับที่สองแทน ยิ่งทำให้งานของเจ้าบ้านยากขึ้นไปอีก เฟล็ทเชอร์ไล่บอลตรงกลางอย่างเมามัน มีคารริคประคองจังหวะกับสโคลส์ แล้วสโคลส์ก็วางบอลยาวซ้าย-กลาง-ขวาให้เพื่อนเข้าทำ

ท่านเซอร์ส่งอันแดร์สันลงมาแทนคาร์ริค และแกรนท์ส่งจอห์น อูทากาลงมาแทนเย็บด้าที่ไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไหร่ และหลังจากนั้นไม่นาน ทอมมี่ สมิธก็ถูกแกรนท์ส่งลงมาแทนดินดานที่พลาดโอกาสหลายๆครั้งอย่างน่าเสียดายในเกมนี้ ในช่วงท้ายยูไนเต็ดมาได้ประตูปิดฝาโลงจากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเยื้องมาทางฝั่งซ้าย รูนี่ย์วิ่งข้ามบอลหลอก ก่อนที่กิ๊กส์จะวิ่งเข้ามาซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งโค้งเสียบหน้าต่างอย่างสวยงามเป็นประตูที่หนึ่งร้อยในพรีเมียร์ลีกของเจ้าตัวและเป็นลูกที่สี่ ให้ทีมเยือนออกนำขาด นี่ยังถือเป็นประตูที่ 151 ของเขาในนามสโมสรแห่งนี้ด้วย ถือเป็นของขวัญวันเกิดที่กิ๊กส์เองคงปลื้มใจไม่ใช่เล่นนะครับ เกมหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากจังหวะโชว์เทพของคุสแซ็คที่พุ่งปัดลูกลังกาหลังฟาดหน้าเน็ตของอูทากาให้ไปชนคานเป็นการปฏิเสธประตูตีตื้นของเจ้าบ้าน

เกมนี้จบลงไปก็เท่ากับผมสามารถถอนหายใจอย่างโล่งอกจากภาพหลอนๆของปอร์ทสมัธได้เสียที ไอ้ภาพที่เราถูกปอมปีย์เขี่ยตกรอบเอฟ เอ คัพปีไหนก็จำไม่ได้ ที่บุกกระหน่ำเขาจนโงหัวไม่ขึ้นนั่นแหละ และถ้าจำไม่ผิด เกมนั้นก็เป็นคุสแซ็คด้วยมั้งที่เฝ้าเสาให้เรา โอ้โห เกมนั้นผมนั่งละเลียดฟองเบียร์ดูอย่างสบายอกสบายใจ เพราะเรากระหน่ำข้างเดียวจริงๆ นี่คือเกมในแบบที่เขาเรียกกันว่าพับสนามนั่นแหละครับ แต่จังหวะสวนของปอร์ทสมัธแค่ครั้งเดียวและถ้าจำไม่ผิดอีกครั้ง น่าจะเป็นเดโฟรึเปล่า ที่ควบบอลมาถูกคุสแซ็คตะครุบน่ะ แล้วคุสแซ็คก็ถูกใบแดง เราเสียลูกโทษ จำไม่ได้ว่าใครมาเฝ้าเสาให้แทน ริโอมั้ง สุดท้ายก็เสียประตูแล้วก็ตกรอบไปแบบผมช็อคสุดๆ หลังจากนั้นเราก็ไม่เคยได้เล่นเกมง่ายๆจากทีมนี้โดยเฉพาะในบ้านเขาเลยสักครั้งเดียวครับ แต่มาคราวนี้เท่ากับลบภาพฝันร้ายออกไปจากใจเสียทีนะ

รูปเกมในเกมนี้คงไม่มีอะไรมากเท่ากับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่น ผมมองว่าเป็นการถือโอกาสดี ที่เบอร์บาตอฟกับโอเว่นไม่จำเป็นต้องเสี่ยงให้เกิดอาการเจ็บ หรือฟิตน้อยลง และยังเป็นการลองปรับระบบทีมดูบ้างกับการใช้มิดฟิลด์สามคนตรงกลาง เท่าที่ผมเห็นก็ยังคงต้องปรับรายละเอียดอีกเยอะครับหากจะใช้จริงๆจังๆ ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอ่ะนะ หนึ่งคือโอเคครับว่ามิดฟิลด์ทั้งสามคนตรงกลางนั้น มีความสามารถพอที่จะหมุนเวียนการยืนตำแหน่ง และทดแทนตำแหน่งกันได้ตลอดเกม ไม่ได้ตายตัวว่าคนนี้ต้องซ้าย คนนั้นต้องขวา แต่สามคนนี้ผลัดกันรุกกันรับ ผลัดกันคุมเกมหรือเป็นตัวจ่ายได้พอๆกัน ยิ่งเฟล็ทเชอร์เริ่มมีพัฒนาการด้านการหาจังหวะยิงไกลและเติมเข้าไปในกรอบได้ดีขึ้นเนี่ย ยิ่งทำให้มิติการขึ้นเกมตรงนี้ มีความหลากหลายมากขึ้นไปอีก

ประกอบกับฟอร์มของกิ๊กส์ในเกมนี้ที่ค่อนข้างเด่นกับบทบาทมิดฟิลด์ตัวริมเส้นกึ่งกองหน้า โดยมีการสนับสนุนจากเอวร่า ทำให้อิสระในการทำเกมของกิ๊กส์ในวันนี้คืออาวุธที่หนักที่สุดในการเข้าทำ และฟอร์มของเขาในวันนี้ก็ดีถึงขนาดที่ผมให้เป็นอันดับสามของเกม รองจากเจ้าหมูที่เป็น MOMจากแฮตทริกเครดิต และรองลงมาจากคุสแซ็คที่โชว์ฟอร์มชนิดเบน ฟอสเตอร์ต้องฝันร้ายไปหลายคืนทีเดียว นอกจากกิ๊กส์แล้ว วาเลนเซียทางขวาก็ทำงานได้วูบวาบดีมากๆ จังหวะเคานท์เตอร์ของเขาเริ่มที่จะเข้าระบบได้มากขึ้น จากเมื่อก่อนที่จะวิ่งควบตะลุยขึ้นมาทางกราบแบบปีกเต็มที่ มาตอนนี้วาเลนเซียเริ่มที่จะสวนโดยการวิ่งลุยขึ้นมาตรงกลางบ่อยขึ้น และมองหาตัวประคองเพื่อเปิดไลน์วิ่งได้ดีขึ้น ไม่ได้ก้มหน้าก้มตาวิ่งจนสุดเส้นเหมือนก่อน ซึ่งนั่นทำให้เกมของวาเลนเซียดูอันตรายมากขึ้นทุกที ในความเห็นผมคือตอนนี้ถ้าไม่จำเป็นนี่ดร็อปไม่ได้เลยนะครับ บอลกำลังเข้าทางปรับตัวแล้ว อย่าให้สะดุดเชียว

ส่วนจุดอ่อนที่เกิดขึ้น ข้อใหญ่ๆก็อย่างที่บอกครับ การที่เราประสานงานในแดนสุดท้ายกันไม่ค่อยดี ทำให้หลายๆครั้งเราจบไม่ลงแล้วกลายเป็นต้องขึงแทน ภาพนึงมันก็เหมือนกับว่าเราพับสนาม แต่อีกภาพนึงก็คือการบอกกลายๆว่า เจาะไม่เข้า หาช่องไม่เจอนั่นแหละครับ และเมื่อขึงไปนานๆ กลางต้องเติม แบ๊คต้องสอด นั่นแหละคือปัญหาข้อใหญ่ เพราะนาทีนี้ มิดฟิลด์ที่มีทั้งสามคน ไม่มีใครที่มีสปีดจะกวดกองหน้าคู่ต่อสู้ได้ยาวๆเลย คาร์ริค ความเร็วไม่ใช่จุดเด่น สโคลส์นี่ก็นับถอยหลังแล้ว แค่จังหวะสกัดยังช้าไปครึ่งก้าวหลายครั้งจนจะโดนแดงเมื่อไหร่ก็ได้ มีเพียงเฟล็ทเชอร์คนเดียว ที่พอจะมีความเร็วอยู่บ้าง แต่ถ้าโดนสวนในจังหวะที่เขาเติมขึ้นไปก็จบข่าว แล้วปอร์ทสมัธก็รอคอยจังหวะนี้ตลอดเวลา การวางบอลข้ามหัวกองกลางเรา การพัวพันแย่งบอลจากเท้ากองกลางแล้วลากบอลสวนเร็ว หรือแม้แต่การพาบอลตะลุยตามกราบซ้ายของเขาที่ต้องเจอเนวิลล์ นี่คือปัญหาใหญ่ที่เราต้องเจอกับการเล่นลักษณะนี้

หลายๆท่านอาจจะแย้งว่า ต่อให้เล่น 4-4-2 ก็เจอปัญหานี้เหมือนกันเวลาเสียบอลแล้วโดนสวนตอนลอยสูง ใช่ครับผมตอบเลยว่ามุมนั้นน่ะใช่แน่ แต่ความต่างของมันอยู่ที่โอกาสเสียการครอบครองบอลมันจะน้อยกว่าสำหรับการเล่น 4-4-2 เนื่องจากแต่ละคนมักจะคุ้นเคยกับ 4-4-2 อันเป็นฟอร์เมชั่นฟอร์แมตมาตรฐานสากลเหมือนๆ ISO 9000 นั่นแหละ เมื่อหลายๆคนคุ้นเคย ก็สามารถเล่นได้เป็นธรรมชาติ ประสานงานกันลงตัวกว่า และโอกาสผิดพลาดน้อยกว่า นั่นคือความต่างครับ เพียงแต่ว่า ด้วยการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในซีซั่นนี้ ทำให้การประสานงานของเราก็ยังไม่ค่อยลงตัวนัก ดังนั้น ในมุมมองของป๋าก็คงคิดว่า ในเมื่อ 4-4-2 เองก็ยังไม่สามารถที่จะลงตัวได้ดีนักจากการโรเตชั่นไปมา ดังนั้นไอ้การจะลองเปลี่ยนฟอร์เมชั่นดูบ้างก็คงไม่ได้เลวร้ายเพิ่มเติมมากนัก (ดีที่มีคุสแซ็คอ่ะนะ) และเกมนี้ก็ถือเป็นโอกาสเหมาะที่จะทดลอง เพราะปอร์ทสมัธเองก็ยังคงเพิ่งเปลี่ยนโค้ช ก็น่าจะยังไม่ลงตัวเหมือนกัน

เอาล่ะครับ เกมนี้ รายละเอียดหลายๆอย่างอาจจะเลือนๆหรือเพี้ยนๆไปบ้าง นั่นก็เพราะเกมนี้เตะคืนวันเสาร์ ไอ้ผ่านไปแล้วสองวันน่ะมันไม่เท่าไหร่ครับ แต่ที่เป็นประเด็นน่ะคือเมื่อคืนผมเพิ่งเสพดราม่าไปอีกสองคู่ซ้อน ทำเอารายละเอียดหลายๆอย่างมันตีกันนุงนังไปหมด แถมผลลัพธ์ยังเซ็งจิตอีกต่างหากสิครับ เฮ้อ...ลุ้นไม่ขึ้นเอาซะเลยนะ ทั้งสองคู่เลยนะ ฮ่วยยยยย.....


แล้วเรามาลุ้นกันต่อกับลีกคัพ กลางสัปดาห์นะครับ

สงบใจ



Create Date : 30 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2552 11:17:31 น. 0 comments
Counter : 415 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.