Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
10 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
---ของเก่า 17 สิงหาคม 2550--- Man City VS Man UTD ก่อนเกม

สวัสดีครับ มาพบกันตามคำเรียกร้อง พอดีวันนี้อยู่ชลบุรี ทีแรกคิดว่าจะไม่มีเวลา แต่พอเป็นประชุมตอนบ่าย เลยเข้ามาวิพากษ์ให้ได้อ่านตามคำเรียกร้องครับ

แต่วันนี้มีเวลาไม่มากนัก จะขอพูดกว้างๆเกี่ยวกับการปรับทีมของแมนยูในความเห็นผม หลังจากเสียสองคีย์แมนคนสำคัญอย่างรูนี่ย์ และโรนัลโด้ไป นะครับ ว่า จะมีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์นี้อย่างไรดี

เรามาเริ่มกันก่อน ตรงจุดที่ยังมีเขาทั้งสองทำผลงานให้เราได้ชมกัน 45 นาทีแรกของเกมการแข่งในปีนี้กันก่อนนะครับ เราจะเห็นว่า วันทัชฟุตบอลในแดนรุก น่ากลัวขึ้นอีกระดับ การที่มีรูนี่ย์ โรนัลโด้ กิ๊กส์ สโคลส์ คาร์ริค ที่เข้าขารู้ใจกันมากกว่าปีที่แล้ว ในการให้บอลเร็วขึ้น ทำชิ่งมากขึ้น และทะลุทะลวงได้ดีขึ้น ซึ่งตรงนี้ คู่แข่งก็น่าจะจับตามองอยู่พอสมควร เพราะเป็นถึงแชมป์เก่า และคู่แข่งคงต้องทำการบ้านอย่างหนัก เมื่อต้องรับมือกับเกมรุกเช่นนั้น และอย่างที่ทราบไป การเล่นกับแมนยูให้ได้ดี มีแค่ไม่กี่ช้อยส์ที่จะเลือกใช้

เรดดิ้ง ใช้เกมแพ็คแดนหลังห้าคน บวกกลางอีกสามถึงสี่ตลอด มีหน้าเป้าตัวเดียว และขึ้นมาช่วยอีกคนเวลาโต้กลับ จะมีสอดมาเพิ่มก็เฉพาะช่วงที่ได้บุกต่อเนื่องเท่านั้น การแพ็คเกมหลังแน่นอย่างนั้น แต่เรายังอุตส่าห์หาช่องเจาะทะลุทำชิ่งกันเข้าไปยิงได้บ่อยๆ แสดงให้เห็นถึงเกมรุกที่อันตราย และรวดเร็ว เพียงแต่ยังจบสกอร์ไม่ลงเท่านั้นเอง แต่พอครึ่งหลัง การขาดรูนี่ย์ไป ส่งนานี่ลงมา ทำให้แดนหน้าขาดตัวเข้าทำไปหนึ่ง มีกลางเพิ่มมาหนึ่ง ซึ่งก็ยังคงประคองเกมรุกได้ดีในระดับใกล้เคียงครึ่งแรก แต่จังหวะจบหลังจากขาดรูนี่ย์ไป หวังผลได้น้อยลง

ปอร์ทสมัธ เลือกการเล่นเพรสซิ่ง เข้าถึงตัวตลอด มีการคุมโซนเต็มแดนตัวเอง และเข้าบอลหนัก เตเวซหัวทิ่มหัวตำตลอดเวลาทำทาง ในขณะที่กิ๊กส์ ยังไม่สามารถเชื่อมการเข้าทำระหว่างตนเอง นานี่ และเตเวซ ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้เต็มที่ ทำให้การถ่ายบอลเร็วในแดนหน้า และชิ่งหนึ่งสองทำทางเข้าทำ ขาดๆเกินๆไปหลายต่อหลายครั้ง น่าจะเกิดจาก แกนรุกสี่คน เป็นคนใหม่ซะสอง ครึ่งต่อครึ่ง จึงทำให้จับจังหวะเดิมๆของการรุกของทีมได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งการเล่นเกมหนัก และตอดเล็กๆน้อยๆเรื่อยๆ ยังได้ผลทำให้โรนัลโด้ฟิวส์ขาด กระทำอัตวินิบาตกรรมตนเองจนได้พักร้อนสามนัด


จากนี้ไป เราจะขาดรูนี่ย์สองถึงสามเดือนค่อนข้างแน่ ขาดโรนัลโด้ สามนัดแน่นอน แล้วจะปรับทัพอย่างไร ซึ่งสิ่งที่แน่นอนอันหนึ่งก็คือ การที่ต้องมีนักเตะใหม่ลงสนามอย่างน้อยสองถึงสามคนทุกๆนัดค่อนข้างแน่ จะก่อให้เกิดความสับสนในการเข้าทำหรือไม่ อันนี้คงต้องมาเริ่มตรงที่การฝึกซ้อม เฟอร์กี้น่าจะต้องเคี่ยวให้นักเตะใหม่ซ้อมร่วมกับตัวจริงอย่างเอาจริงเอาจังมากขึ้น เพื่อรีบจับจังหวะเกมของทีมเราให้ได้ เมื่อลงสนามจะได้เกิดความผิดพลาด ความสับสนน้อยที่สุด และทำเกมได้ต่อเนื่องมากที่สุด ไม่เสียบอลให้เขาสวนกลับเร็วตอนที่เรายังบุกในแดนเขาอยู่

สำหรับผู้เล่นที่น่าจะได้ลงสนาม แดนหลังก็ยังน่าจะเป็นหน้าเดิม คือ น้าซาร์ บราวน์ ริโอ วิดิช และ เอวร่า ในขณะที่แดนกลาง เราเห็นแล้วว่า คาร์ริคพัฒนาขึ้นมาอีกระดับจากปีที่แล้ว สามารถตัดเกมได้ดีขึ้น ถึงแม้เขาจะไม่ใช่สไตล์บู๊ แต่ก็ถือว่าทำได้ดีมาก ส่วนสโคลส์ จากนัดที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอีกหัวใจหนึ่งในแดนกลางสนามของเรา ผมจึงมองว่า คาร์ริคกับสโคลส์ น่าจะถูกวางเป็นแกนหลักของทีมในพื้นที่กลางสนามครับ

ผมจะค่อยๆไล่ตัดตัวเลือกมาลงตำแหน่งดูนะครับ ถัดจากกลางสนามสองคน ที่แน่ๆ คือกองหน้าคนหนึ่งต้องเป็นเตเวซ ที่วิ่งทำเกมแดนหน้าได้ดีมาก และฉายแววเพชฌฆาตอกมาให้เห็นแล้ว จากจังหวะที่สามารถสับไกได้แม้จะไม่มีหลักยืนหลายครั้ง อีกทั้งการวิ่งทำทาง ดึงตัวประกบที่ส่งประโยชน์ให้สโคลส์สามารถสอดขึ้นมายิงประตูในนัดที่แล้วได้ น่าจะทำให้เขาสามารถการันตีตัวจริงได้แน่นอน

เราก็เหลือแค่สามตำแหน่ง ปีกซ้าย ปีกขวา และหน้าอีกตัวหนึ่ง ซึ่ง เรามีใครเป็นตัวเลือกบ้าง กิ๊กส์, นานี่, ฮาร์กรีฟส์, อันแดร์สัน, เฟล็ทช์, โอเช, อีเกิ้ลส์ กับสามตำแหน่งที่เหลือ กิ๊กส์ นั้นน่าจะสามารถการันตีประโยชน์จากความเก๋าตลอดสิบกว่าปีของเขาได้ค่อนข้างแน่ อีกทั้งหากกิ๊กส์สมบูรณ์ เขามักจะเป็นตัวเลือกแรกเสมอ ดังนั้นกิ๊กส์น่าจะนอนมาคนหนึ่งแล้ว อยู่ที่จะถูกจับเป็นปีกหรือ หน้าเท่านั้น อีกสองคน ผมขอตัดโอเช, อีเกิ้ลส์ กับ เฟล็ทช์ไปก่อน เนื่องจากดูแล้ว ไม่น่าเป็นตัวเลือกแรกของเฟอร์กี้ครับ ในการลงสนามเป็นตัวจริง แต่อาจเป็นสำรองได้ ทีนี้ก็เหลือแค่ นานี่, อันแดร์สัน และ ฮาร์กรีฟส์ ที่จะเบียดลงเป็นตัวจริงกับสองตำแหน่งที่เหลือ


สองคนที่ว่างอยู่ หากป๋าส่งกิ๊กส์เป็นกองหน้าหน้า ก็จะเหลือ ปีกซ้ายและขวา ซึ่งหวยน่าจะออกมาที่ นานี่ กับ ฮาร์กรีฟส์ อาจจะดูขัดลูกตาไปบ้าง แต่ฮาร์กรีฟส์ก็เล่นด้านขวาอยู่บ่อยๆ น่าจะทำผลงานได้ไม่ขี้เหร่นัก อีกทั้งประสบการณ์จากบาเยิร์น มิวนิค และการซื้อตัวข้ามปีระดับตำนาน ก็ไม่น่าจะทำให้เขาทำแค่นั่งอยู่บนม้านั่งสำรองหรอกครับ และถ้าเป็นแบบนี้ ทัพอสูรแดงในแดนหน้าก็จะมีหน้าตาเป็น





กิ๊กส์ เตเวซ

นานี่ คาร์ริค สโคลส์ ฮาร์กรีฟส์


แต่ถ้าป๋าเลือกกิ๊กส์ยืนเป็นปีกซ้าย อันแดร์สันอาจได้โอกาสเป็นกองหน้า หรือหน้าต่ำได้ครับ โดยที่ นานี่ หรือฮาร์กรีฟส์ ต้องแย่งโควตาทางฝั่งขวาเอา รูปแบบทีมก็จะออกมาเป็น

อันแดร์สัน เตเวซ

กิ๊กส์ คาร์ริค สโคลส์ ฮาร์กรีฟส์(นานี่)

ทั้งนี้ จะเห็นว่า เราใช้ตัวใหม่ลงสนามพร้อมหน้ากันถึงสามคนทีเดียว จากทั้งสองแผนที่กล่าวมา ซึ่งหากเฟอร์กี้คิดว่าเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้รูปเกมอาจไม่สามารถปะติดปะต่อกันได้ดี จนอาจส่งผลให้เกมรุกติดๆขัดๆ ก็อาจมีเซอร์ไพรส์ ด้วยการให้เฟล็ทเชอร์มายืนฝั่งขวาก็เป็นได้ (ซึ่งผมไม่เอานะป๋า)


ครับ สิบเอ็ดตัวแรก น่าจะออกมาอย่างที่ผมได้เกริ่นไปแล้ว แต่รูปแบบ อาจเป็น 4-4-2 หรือ 4-5-1หรือ 4-3-3 หรือแม้แต่ 4-2-3-1แต่ตัวผู้เล่นหลักๆแล้วก็คงไม่น่าผิดไปจากนี้มากนักครับ

มาว่ากันถึงรูปแบบการเล่นดูบ้าง เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าคู่ต่อสู้ต้องทำการบ้านมาดี เมื่อพบกับเรา ดังนั้น การจะคาดหวังที่จะเห็นเกมเปิดแลกกันมันหยดติ๋งๆ คงต้องทำใจไว้เลยครับ ว่าอิมพอสซิเบิ้ล ต่อให้นักเตะแมนยูมีหน้าใหม่ๆสามคน แต่ถ้ามาเปิดแลก ก็เท่ากับเปิดพื้นที่ให้นักเตะแมนยูได้แสดงความสามารถเต็มที่ ซึ่งคู่ต่อสู้คงไม่เลือกที่จะทำเช่นนั้น แต่น่าจะเลือกเกมอดทน และรอจังหวะมากกว่า ซึ่งจะทำให้พื้นที่ไม่เปิด เมื่อนักเตะเราไม่มีพื้นที่ให้เล่นมากนัก และการที่ยังไม่เข้าใจกันเต็มที่ ในขณะที่ต้องทำชิ่งหนึ่งสองหาพื้นที่หาช่อง ก็มีโอกาสที่จะผิดพลาดและเสียบอลง่ายขึ้น ซึ่งคู่ต่อสู้ทุกทีมน่าจะเล็งจุดนี้เหมือนๆกัน


เราจะรับมืออย่างไร มีหนทางเดียวครับ นั่นคือให้ลูกทีมฟิตซ้อมร่วมกันให้ดีที่สุด ให้จับจังหวะกันให้ได้มากที่สุด และเมื่อลงสนามก็ต้องไม่ประมาท ใช้ความอดทนในการขึ้นเกม ใช้สมาธิและความแน่นอนเข้าทำ ครองเกมไว้ให้ได้มากที่สุด และฉวยโอกาสที่มีทุกครั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประเภทลากเข้าไปถึงกรอบ มีเพื่อนยืนรอโล่งๆ ไร้เงาตัวประกบ แทนที่จะจ่ายดันเลือกยิงนก ไอ้อย่างนี้ไม่เอา ถ้าจะยิงต้องมั่นใจว่าใกล้เคียง ได้ลุ้น ครับ

อีกข้อหนึ่ง เน้นให้สโคลส์กับคาร์ริค เก็บบอลแถวสองให้ได้มากที่สุด เพื่อการครองเกมรุกอย่างต่อเนื่อง และถ้ามีโอกาส ให้ยิงจากแถวสองบ่อยๆ โดยที่กองหน้าต้องพร้อมเข้าทำในจังหวะที่ผู้รักษาประตูปัดป้องบอลออกมา

ข้อถัดมา เตเวซต้องพร้อมยิงฟรีคิกทุกๆจังหวะ เนื่องจากการครองเกมรุกเข้าทำอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายถึงโอกาสที่จะได้ฟรีคิกบ่อยมากขึ้น ผู้ที่บุกมากกว่า ใช้พื้นที่ในการเล่นส่วนมากอยู่หน้ากรอบคู่ต่อสู้ เวลาถูกทำฟาล์ว ก็ต้องได้ฟรีคิกอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว ดังนั้น เตเวซต้องยิงฟรีคิกทุกๆลูกให้ได้ลุ้น ให้เข้ากรอบ เหมือนที่นากามูระและเบ๊คแฮมทำอยู่ทุกๆปีครับ

ข้อสุดท้าย แผงหลังและผู้รักษาประตูต้องมีสมาธิ ไม่เล่นเสี่ยง ไม่ก่อความผิดพลาดมากนัก เพราะการครองเกมรุกอย่างต่อเนื่องนั้น ฟูลแบ๊กมักจะต้องขึ้นมาเติมเกมทางกราบ ดังนั้น เวลาลง ต้องลงให้ทัน กลางต้องช่วยกรองบอล หรือตัดเกมตั้งแต่กลางสนาม อย่ารอให้เขาสวนมาถึงกรอบแล้วไปทำฟาล์ว ไม่งั้นบุกอยู่ดีๆ เสียประตูจากการโต้กลับเร็ว หรือจากฟรีคิกที่ได้จากจังหวะสวนกลับก็จบกันครับ

ที่เหลือก็คือ บรรดาตัวสำรองพลิกเกมทั้งหลายข้างสนามครับ ผมอยากให้ป๋าเน้นๆหน่อย ถ้านักเตะอย่างฮาร์กรีฟส์ หรืออันแดร์สัน ไม่ฟิตพอจะลงเป็นตัวจริง แต่พอสำหรับพลิกเกมช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย ก็น่าจะใส่ไว้ไม่ใช่หรือ ไม่ใช่เอะอะก็โอเช หรือเฟล็ทช์ ซึ่งใครๆก็รู้ว่า ไม่ใช่นักเตะพลิกเกมนะครับ


สุดท้าย หวังว่า เราจะเก็บเก้าแต้มเต็มๆได้จากทั้งสามนัดนะครับ จะว่าโลภมากก็ยอมแหละ แหะๆ


หลังจากนั้น พอโรนัลโด้กลับมา ค่อยมาดูกันอีกทีเนอะ


สวัสดีครับ



Create Date : 10 กันยายน 2550
Last Update : 10 กันยายน 2550 15:50:42 น. 0 comments
Counter : 214 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.