Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
20080303 วิพากษ์ FULHAM vd Man UTD

สวัสดีครับ ทุกๆท่าน ก็กลายเป็นหนังแอ๊คชั่น ดราม่า ผสม แฟนตาซี และลึกลับซะแล้วครับ สำหรับศึกพรีเมียร์ลีกในปีนี้ เนื่องจากว่า ผู้เข้าชิงชัยสองอันดับแรก ต่างผลัดกันออฟ ผลัดกันออนเป็นว่าเล่น เดี๋ยวคนนั้นนำ เดี๋ยวถูกทิ้งห่าง เดี๋ยวไล่มาทัน เดี๋ยวแซงไปนำ แล้วก็โดนแซงกลับมาอีก เรียกได้ว่า ความห่างของสองอันดับหัวตาราง ตั้งแต่คริสต์มาสมานี่ ยังไม่คงที่เลยนะครับ มองกันในแง่ดี มันก็เป็นความมันในอารมณ์อย่างหนึ่งของผู้ชมอย่างผมอย่างท่าน และแฟนๆอาร์เซนอล แต่อีกแง่หนึ่ง นั่นคือการปลุกผีเชลซีชัดๆ จากที่เคยถูกทิ้งไปไกลช่วงก่อนปีใหม่ มาตอนนี้ เชลซีกลับมาแล้ว ด้วยแต้มห่างจ่าฝูงแค่เจ็ด กับเกมในมืออีกหนึ่ง นั่นทำให้ทีมที่เข้าชิงชัยกลายเป็นสามทีมอย่างเต็มตัวไปแล้วครับ

เมื่อเริ่มเกม พอเห็นรายชื่อนักเตะ ผมก็นึกแล้ว...โรเตชั่นอีกแล้ว คราวนี้โรเตชั่นเต็มเหนี่ยวเลยอีกต่างหาก ทั้งๆที่เป็นทีมเยือนด้วย การดร็อปรูนี่ย์, โรนัลโด้ และ วิดิช ออกจากทีม ทั้งๆที่เล่นเป็นทีมเยือน นั่นทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายหัวใจเลยครับ ยิ่งเห็นทีมชีตอย่างนี้ด้วย

เตเวซ ซาฮา
นานี่ สโคลส์ ฮาร์กรีฟส์ ปาร์ค
เอวร่า บราวน์ ริโอ โอเช
ซาร์

นอกจากจะดร็อปวิดิชแล้ว ยังขยับเอาบราวน์มายืนเซ็นเตอร์คู่กับริโอ แถมยืนในด้านที่ต้องคอยประคองการเติมเกมของเอวร่าอีกต่างหาก ผมล่ะหวั่นใจเหลือเกิน ว่าวันนี้ ฟูแล่มเห็นแบบนี้ อาจจะวางแผนให้เป็นวันมามากทางด้านนี้ของเราซะเหลือเกิน นอกจากนั้น การใช้สโคลส์ยืนกับฮาร์กรีฟส์ และให้มีปีกอย่างนานี่และปาร์ค ที่การประสานงานและความเข้าใจกันและกัน รวมทั้งความเข้าใจกับซาฮา ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามอันเบ้อเริ่ม

แต่สิ่งที่หวั่นใจ และความสงสัยก็เริ่มหมดไปทีละเล็กทีละน้อย เมื่อเริ่มเกมขึ้นและเวลาล่วงเลยไป เกมจากที่ดูเชิงกันอยู่ประมาณห้านาทีแปดนาที ก็เริ่มกลายมาเป็นเกมในครอบครองของผู้มาเยือน และเริ่มกลายเป็นเกมในจังหวะของผู้มาเยือนอย่างยูไนเต็ดอย่างแท้จริง เมื่อขุนพลยูไนเต็ด นำเกมรุกโดยสโคลส์ และนานี่ เริ่มจะหาจังหวะและคุมเกมรุกได้อยู่หมัดมากขึ้นเรื่อยๆ ฮาร์กรีฟส์ ปักหลักยืนหยัดหน้าแผงหลังเวลาเจ้าถิ่นได้บอลสวนขึ้นมาได้ค่อนข้างดี และน่าจะเป็นเกมแรกด้วยซ้ำ ที่เขาลองคุมจังหวะของทีมอยู่ตรงกลางสนามในบางโอกาสครับ

เกมนี้ ในครึ่งแรก นานี่ และปาร์ค ต่างทำผลงานทางกราบได้อย่างสุดยอด โดยที่นานี่ออกจะเด่นกว่าอยู่หนึ่งช่วงตัว ด้วยการลากเลื้อย และล่อหลอกแผงหลังของฟูแล่ม ทั้งเพื่อเปิดป้อน และตัดเข้ามายิงเอง ซึ่งนานี่โชว์เพลงแข้งได้โดดเด่นติดต่อกันมาหลายนัดแล้วด้วย ทำให้ท่านเซอร์เองไม่กล้าดร็อปนานี่อยู่เหมือนกันนะครับ ยังไงก็ต้องลงสนาม อาจจะจริงหรือสำรองแค่นั้น ในหลายๆนัดที่ผ่านมา สโคลส์ ก็เริ่มที่จะแสดงให้เห็นว่า ฟอร์มดีๆของเขาก่อนจะเจ็บไปนานนั้น ไม่ได้หายไปอย่างถาวร แต่เริ่มที่จะกลับมาให้เราเห็นกันแล้ว ผมคล้อยตามท่านเซอร์แล้วว่า เป็นโอกาสที่ดีครับ ที่ท่านเซอร์เลือกใช้สโคลส์กับเกมแบบนี้ เพื่อเรียกฟอร์มและความมั่นอกมั่นใจกลับมาให้ได้เร็วที่สุด

เมื่อผ่านไปได้สักสิบนาที ผมก็เริ่มสบายใจและรอคอยเพียงประตูของเราเท่านั้น เพราะรูปเกมดูเหมือนจะเทมาอยู่ข้างเดียวแล้ว การต่อบอลของเราอาจจะติดขัดในแดนหน้าบ้าง นั่นอาจเป็นเพราะชุดนี้ เป็นทีมลูกผสม ที่ไม่ค่อยได้เล่นกันเท่าไหร่ คววามเข้าอกเข้าใจจึงอาจสะดุดอยู่บ้าง แต่ก็มาได้ประตูนำในที่สุด จากลูกฟรีคิกสุดสวยของฮาร์กรีฟส์ครับ ถือเป็นประตูแรกของเขาเลยตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเรา และเป็นการโชว์ให้โรนัลโด้ดูด้วยว่า ฟรีคิกบางครั้งไม่จำเป็นต้องแรง ยิ่งลูกนี้ ระยะทำการใกล้ประตูมาก หากยิงแรงคงลำบากที่จะบังคับวิถีลูก แล้วฮาร์กรีฟส์ก็บรรจงปั่นลูกโค้งเสียบหน้าต่างอย่างสวยงาม ส่งให้ยูไนเต็ดขึ้นนำได้สำเร็จ

หลังจากนั้น เกมก็กลายเป็นของยูไนเต็ดอย่างเด็ดขาด สโคลส์ยืนปักหลักอยู่เลยกลางสนามเล็กน้อยคู่กับฮาร์กรีฟส์ ทั้งคู่คอยตัดบอลโต้กลับของฟูแล่ม แล้วเปิดป้อนขึ้นหน้า ออกปีก เล่นเหมือนซ้อมใหญ่ในเกมรุกก็ไม่ผิด ทั้งเตเวซ และซาฮา ต่างพยายามโชว์ฟอร์มแต่ก็ไม่สามารถสลัดตัวประกบให้หลุดได้บ่อยนัก การประกบเตเวซและซาฮาได้ดีของแผงกองหลังฟูแล่ม กลับกลายเป็นการทำให้ตัวอื่นของยูไนเต็ดมีพื้นที่ว่างมากขึ้น นานี่ และ ปาร์ค เล่นอย่างสบายใจ แม้แต่สโคลส์เอง ยังสอดขึ้นมาโหม่งจ่อๆได้อีกต่างหาก เพียงแต่นัดนี้ นีมี่เองก็โชว์ฟอร์มดี สกัดลูกยิงของผู้มาเยือนได้บ่อยๆ

เกมโต้กลับของฟูแล่ม ไม่ใช่ว่าไม่อันตรายนะครับ แต่ละลูกที่หลุดจากกองกลางของเรามาได้ โดยการคุมเกมของบูลลาร์ดนั้น น่ากลัวมากๆ การจ่ายและเปิดป้อนของบูลลาร์ดให้เพื่อนนั้น น่ากลัวทุกลูก อีกทั้งยังมีลูกยิงไกลของแดนนี่ เมอร์ฟี่ ที่ถือเป็นจอมสังหารแมนฯยูฯอีกคน ที่ทำให้น้าซาร์ต้องงัดซูเปอร์เซฟเหาะมาปัดไว้ได้ด้วยปลายนิ้วจริงๆ การขึ้นเกมโต้กลับของฟูแล่มนั้น มักขึ้นสวนการเติมเกมของเอวร่า ซึ่งบราวน์ที่คอยซ้อนนั้น มีปัญหากับการจัดการเอ็ดดี้ จอห์นสัน และบูลลาร์ดพอสมควรเลยครับ แต่ก็ยังถือว่า ทั้งแนวรับ ยังทำผลงานได้ดีอยู่ ด้วยการไม่เสียประตูในเกมนี้

แมนฯยูฯมาได้ประตูที่สองก่อนหมดครึ่งเวลาแรก จากการขึ้นเกมแบบสวยงามของนานี่ และสโคลส์ นานี่ได้บอลบริเวณมุมกรอบโทษด้านขวา ก่อนที่สโคลส์จะวิ่งอ้อมหลังขึ้นมาทางขวา นานี่ป้ายบอลให้ทันที สโคลส์เปิดโค้งเข้าหน้ากรอบมาพบกับอาตี๋ปาร์ค ที่เทคตัวรออยู่แล้ว ขวิดเข้าไปเต็มๆ ชนิดนีมี่ไม่ทันได้ขยับตัว เป็นอันจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ ฟูแล่ม 0 แมนฯยูฯ 2

เมื่อเริ่มครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวแต่อย่างใด ยูไนเต็ด ดูจะเน้นเกมครองบอลมากกว่าเปิดเกมรุกเต็มตัวเหมือนครึ่งแรก อีกทั้งฟูแล่มมีการปรับหมาก มาใช้การเพรสซิ่งที่เร็วขึ้น ขยันมากขึ้น และไล่บอลมากขึ้นทุกคน ทำให้เกมของยูไนเต็ดในครึ่งหลังไม่ต่อเนื่องเหมือนในครึ่งแรก เมื่อได้บอลก็มักจะถูกนักเตะฟูแล่มไล่บดบี้ ไล่บีบจนออกบอลเสียบ่อยๆ แถมเกมรุกของฟูแล่มยังดูได้น้ำได้เนื้อมากกว่าครึ่งแรกเยอะ เล่นเอาแนวรับของยูไนเต็ดต้องตั้งรับกันจ้าละหวั่น และหวุดหวิดจะเสียประตูหลายครั้ง ยังดีที่เช็คไลน์กันไม่พลาด ทำให้ลูกยิงของฟูแล่มเป็นลูกจากตำแหน่งล้ำหน้าเพียงแค่ครึ่งก้าวเท่านั้นเอง

เมื่อเกมผ่านมาถึงช่วงหกสิบห้า เจ็ดสิบนาที ฟูแล่มก็ถอดเมอร์ฟี่ออก เอาสเมอร์ตินลงมาแทน ส่วนยูไนเต็ดนั้น ถอดซาฮาและเตเวซออกมาพัก แล้วส่งโรนัลโด้กับรูนี่ย์ลงมายืดเส้นยืดสายก่อนเจอลียงในวันอังคารที่จะถึงนี้ ยูไนเต็ดมาได้ประตูที่สามในที่สุด จากจังหวะขึ้นเกมเร็ว เมื่อโอเชหนุนสูงเข้ามาในกรอบโทษ ก่อนจะเปิดบอลเข้าหน้าปากประตู และไซม่อน เดวี่ส์ ก็โชคร้าย ที่เตะผิดเหลี่ยม ส่งลูกเข้าไปที่เสาหนึ่งอย่างที่นีมี่ไม่ได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย เป็นประตูที่กระชากความหวังของฟูแล่มไปในทันที และเป็นประตูที่มำให้เกมรุกของฟูแล่มที่กำลังดีๆอยู่ ต้องช็อตหายไปดื้อๆ

หลังจากนั้น ยูไนเต็ดถอดเอานานี่ออกมา และส่งอันแดร์สันลงมาเล่นในช่วงสิบห้านาทีสุดท้าย ซึ่งเกมก็กลายเป็นเกมฉาบฉวยของยูไนเต็ดไปแล้ว ยูไนเต็ดเน้นการครองบอลมากขึ้น เปิดเกมบุกตามช่องที่มี และโอกาสที่อำนวย ผู้เล่นหลายๆคน เล่นตามจังหวะ และออกแนวเผาเวลา ไม่ค่อยเน้นเต็มที่เท่าไหร่ มีลูกโชว์ มีลูกเล่นให้เห็นจากโรนัลโด้เป็นระยะๆ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ฟูแล่มได้ทำเกมบ้าง โดยที่มีฮาร์กรีฟส์คอยไล่อยู่หน้าแผงหลัง ซึ่งก็ทำให้ฟูแล่มไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดนัก และก่อนที่จะหมดเวลา ฟูแล่มก็ปลี่ยนตัวสองคนรวด เอากามาร่า และเนฟแลนด์ ลงมาแทน โวลซ์กับเอ็ดดี้ จอห์นสัน ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไรในเกมนัก จบเกม จึงเป็นยูไนเต็ดที่คว้าสามแต้มเต็ม จ่อเข้ามาใกล้อาร์เซนอลเพียงแค่แต้มเดียวแล้วในตอนนี้

หลังเกมจบลง ความรู้สึกผมเกี่ยวกับความหวังในปีนี้ มันก็สลับไปสลับมาเวลาคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ผมดีใจ ที่ทัพนักเตะเราพร้อมกว่าปีที่แล้วเยอะ ดีใจที่บรรดาตัวสำรองและกองหนุนต่างมีความกระหาย และโชว์ฟอร์มได้ดีกันทุกคน ผมดีใจที่เก็บแต้มกดดันอาร์เซนอลได้เหลือแค่แต้มเดียว แต่ผมยังไม่ค่อยพอใจนัก กับจังหวะปิดสกอร์ของซาฮา ที่ยิงได้ไม่ค่อยคมเอาซะเลย นัดนี้ เขาสมควรมีสกอร์อย่างน้อยหนึ่งลูก แต่ก็ทำไม่ได้ การปิดสกอร์ในจังหวะหลุดเดี่ยวของซาฮา เหมือนของรูนี่ย์ไม่มีผิด คือมักจะไม่เข้ากรอบ หรือไม่ก็ตรงตัวผู้รักษาประตูซะมาก

นอกจากนั้น ผมค่อนข้างพอใจ กับฟอร์มของสโคลส์ในนัดนี้ และดีใจ กับฟอร์มของฮาร์กรีฟส์ และประตูแรกของเขา ปาร์ค และนานี่ ก็แสดงให้เห็นว่า ไม่ได้โชว์ฟอร์มดีแค่บางนัด แต่ทำได้ดีทุกครั้งที่ได้โอกาสในระยะหลังๆ ผมไม่ค่อยพอใจบราวน์ ที่ยังมีความผิดพลาดเป็นระยะๆ และหลายครั้ง เป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าเกิดขึ้น เช่นการโหม่งสกัดผิดเหลี่ยม การเข้าชาร์จวืดวาด และการอัดหนักแบบไม่ความจำเป็น

ผมขอยกความดีความชอบในเกมนี้ให้กับนานี่ ที่สร้างสรรค์ผลงานสุดยอดออกมาอีกนัด ตามมาด้วยฮาร์กรีฟส์ ที่เริ่มลองบทบาทใหม่ๆในเกมนี้บ้างเมื่อไม่ต้องพะวงเกมรับนัก ทำให้เขาดันตัวเองขึ้นมาคุมเกมตรงกลางได้ในบางจังหวะ ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีขึ้นจากเมื่อก่อน ส่วนฟูแล่ม ผมคงยกให้นีมี่, บูลลาร์ด และเมอร์ฟี่ เป็นสามคนที่ผลักดันทีมนี้อย่างแท้จริงครับ บูลลาร์ดนั้น ค่อนข้างโชคร้าย ที่เจ็บไปกว่าปี แต่สุดท้าย เขาก็กลับมาเล่นได้ดีอีกครั้ง เมื่อเล่นกับเมอร์ฟี่ ทั้งคู่ก็สามารถทำผลงานตรงกลางสนามได้ดี เพียงแต่กองหน้าของทีมยังพึ่งพาไม่ค่อยได้เท่านั้นเอง แม็คไบรด์หายไปจากจอ โผล่มาให้เห็นนับครั้งได้เลย นั่นทำให้เกมของฟูแล่มไม่มีพิษสงจากกองหน้าเลย อีกทั้งความสามารถเฉลี่ยของทั้งทีม ยังคงต่ำอยู่มาก นั่นทำให้ยูไนเต็ดสามารถเล่นเกมนี้ได้ง่ายขึ้น

มามองถึงเกมของอาร์เซนอลกันบ้าง นักเตะปืนใหญ่นั้น ยังคงมีไซด์เอฟเฟคท์เล็กๆอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ตกรอบเอฟ เอ คัพ ทำให้ยังความหาชัยชนะไม่เจอในสามนัดหลังสุด และเกมนี้ ก็มาไล่ตีเสมอได้ในนาทีสุดท้าย ซึ่งสำคัญต่อสภาพจิตใจของนักเตะอาร์เซนอลมากทีเดียว การตีเสมอได้ในนาทีสุดท้ายนี้ ทำให้จ่าฝูงไม่เปลี่ยนมือ อย่างน้อยสองสามสัปดาห์ เพราะสัปดาห์หน้า เป็นเกมเอฟเอคัพ แถมอาร์เซนอลซึ่งตกรอบไปแล้ว จะได้แข่งพรีเมียร์ลีกอีกต่างหาก ด้วยการไปเยือนวีแกน หากอาร์เซนอลเก็บสามแต้มได้ ก็จะออกนำเป็นสี่แต้มทันที ซึ่งในอีกสองสัปดาห์ต่อมา (วันที่ 15 ) ทั้งคู่จะต้องลงสนามเหมือนๆกัน และทำให้ตารางยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเรื่องผู้นำฝูง

แต่ในวันที่สิบห้านั้น หากอาร์เซนอลพลาด (กับโบโร่) แล้วยูไนเต็ดไม่พลาด (กับดาร์บี้) จะทำให้ช่องว่างที่อาจเป็นสี่แต้ม แคบลงมาทันที และยูไนเต็ด ก็จะเล่นเกมกลางสัปดาห์วันที่ 19 กับ โบลตัน ซึ่งผลในเกมนี้ อาจเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าจ่าฝูงได้ครับ ขอให้ติดตามกันต่อไป ซึ่งที่ยกมาพูดนี้ พอจะเขียนเป็นตารางให้อ่านกันง่ายๆดังนี้ครับ

8 มีนาคม วีแกน-อาร์เซนอล (ยูไนเต็ดลงเอฟ เอ คัพ)
15 มีนาคม อาร์เซนอล-โบโร่ ดาร์บี้-ยูไนเต็ด
19 มีนาคม ยูไนเต็ด-โบลตัน
23 มีนาคม เชลซี-อาร์เซนอล ยูไนเต็ด-ลิเวอร์พูล

นั่นคือยกแรกของโค้งสุดท้าย ประจำปีนี้ครับ ห้ามพลาดเด็ดขาดเชียวครับ

มาว่ากันถึงผลกระทบจากนัดนี้กันบ้าง ยูไนเต็ดนั้น แน่นอนว่าจะสามารถฟูลทีมได้ในการเจอลียงพรุ่งนี้แน่นอน ถึงแม้บางคนอาจจะมีอาการเจ็บหรือล้า แต่ที่แน่นอนเช่นกัน ก็คือกำลังเสริมในปีนี้ ค่อนข้างไว้ใจได้ จะหนักใจหน่อย ก็ตรงแผงหลังเท่านั้นครับ แต่ก็ถือว่าดีกว่าปีที่แล้วเยอะมาก ที่ขาดทั้งหลัง ทั้งกลางพร้อมๆกัน ทำให้ลำบากมาก ในการเจอกับมิลาน ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เกมเจอกับลียงพรุ่งนี้ เราน่าจะมีความสดมากกว่า ฟิตมากกว่า และน่าจะมีประโยชน์ในเกมมาก สำหรับการวางแท็คติค และการลงเล่นในสนาม

ส่วนอาร์เซนอล แน่นอนเหมือนกัน สำหรับกำลังใจที่สามารถพลิกสถานการณ์ในนาทีสุดท้ายได้ ทำให้ยังเป็นจ่าฝูงต่อไป และน่าจะฮึกเหิมมากขึ้น ก่อนจะเจอกับมิลานในวันพรุ่งนี้ ตัวแปรของทั้งสองทีมนั้น อยู่ที่ผลการแข่งขันวันพรุ่งนี้ค่อนข้างเยอะ หากทีมใดต้องกระเด็นตกรอบไป มันอาจกระทบชิ่งพาให้ฟอร์มรูดกราวลงมาได้ง่ายๆ ไม่เว้นแม้แต่ยูไนเต็ดเองก็ตาม เพียงแต่ยูไนเต็ดนั้น ผ่านบททดสอบนี้ในปีที่แล้วมาแล้ว จากการตกรอบต่อมิลาน แล้วยังคงรักษาเส้นทางในลีกได้ต่อไป ในขณะที่อาร์เซนอลยังไม่สามารถพิสูจน์ข้อนี้ได้ในปีที่แล้ว แต่เรื่องของปีที่แล้ว เอามาเทียบในปีนี้ มันก็เป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ต้องเกิด ดังนั้น อะไรจะเกิดในกลางสัปดาห์นี้ และจะกระทบต่อเกมต่อๆไปหรือไม่ ต้องมาตามดูกันอย่างใกล้ชิดครับ



Create Date : 03 มีนาคม 2551
Last Update : 3 มีนาคม 2551 9:38:12 น. 2 comments
Counter : 200 Pageviews.

 
แต่ถ้ามองในอีกแง่นึง ถ้าอาร์เซนอลแพ้มิลานอาจจะทำให้โปรแกรมเตะน้อยลง ผู้เล่นมีความตั้งใจในลีกมากขึ้นก็ได้ ทำให้ยากที่จะพลาดแชมป์ลีก


โดย: Fansmith IP: 58.137.141.11 วันที่: 3 มีนาคม 2551 เวลา:13:31:29 น.  

 
มาถึงตรงนี้แล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับผม

ต้องดูอย่างใกล้ชิด ห้ามกะพริบตาเด็ดขาดเชียวแหละ


โดย: สงบใจ IP: 58.10.84.81 วันที่: 3 มีนาคม 2551 เวลา:16:10:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.