Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
6 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
20081106 CELTIC vs UNITED in UCL

มีเหมือนกันนี่หว่า แมน ยู!!!


สวัสดีครับ เสียวท้องไส้กันไปตามๆกันใช่ไหมครับ กว่าจะรักษาสถิติไม่แพ้เกมยุโรปปีกว่าๆเอาไว้ได้ ก็เล่นเอาลุ้นกันเหงื่อแตกเหงื่อแตนเลย นี่ดีที่ป๋าเรายังกั๊กตัวสำรองไว้ข้างสนามบ้างเพื่อเปลี่ยนตัวนะ ไม่ได้ให้นอนเล่นที่บ้านในอังกฤษ ไม่งั้นคงดูไม่จืดพิลึกล่ะครับ กับผลการแข่งขันที่ทีแรกต่างพากันหมายมั่นปั้นมือ จะขย่มเซลติกเข้ารอบให้ได้ สุดท้ายก็เกือบตายยยย


เริ่มด้วยไลน์อัพสิบเอ็ดตัวจริงตามเคย นัดนี้มีการโรเตชั่นมากหน่อย โดยดร็อปเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ให้นอนเล่นที่บ้าน และส่ง เบน ฟอสเตอร์ลงมาเฝ้าเสา บราวน์ที่มีอาการบาดเจ็บติดตัวก็ไม่ได้มีชื่อในเกมนี้เช่นกัน ผู้เล่นกองหน้าตัวจริงถูกส่งลงมาคนเดียวคือคาร์ลอส เตเวซ และอัดแผงกลางมาสามคน ซึ่งดูแล้วก็แปลกๆหากจะว่ากันตามกราฟฟิคของการถ่ายทอดสด ซึ่งหน้าตาเป็น 4-3-2-1 ดังนี้

เตเวซ
นานี่ โรนัลโด้
กิ๊กส์ คาร์ริค เฟล็ทเชอร์
โอเช วิดิช ริโอ ราฟาเอล
ฟอสเตอร์

สำหรับรายชื่อผู้เล่นสำรองข้างสนาม ประกอบไปด้วย โทมัส คุสแซ็ค, ปาทริซ เอวร่า, จอนนี่ เอแวนส์, ปาร์ค จี ซุง, อันแดร์สัน, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และ เวย์น รูนี่ย์ ซึ่งตำแหน่งการยืนตามกราฟฟิคนั้น ผมเห็นแล้วออกจะแปลกๆใจพอสมควร เพราะแต่ไหนต่ไรมา ไม่เคยเห็นเราเล่นทำนองนี้แล้วได้ผลสักครั้ง ยิ่งกับการให้เตเวซยืนหน้าเดี่ยว ยิ่งตอกย้ำว่ามันออกจะแปลกๆไปสำหรับแท็คติคที่เราไม่ได้เห็นมานานแล้ว แต่ก็ขออดใจไว้รอดูเกมดีกว่า



พอกรรมการเป่าเริ่มเกมปุ๊บ ทั้งคู่ก็เริ่มตั้งเกมเร็วเข้าเล่นทันที แบบไม่ต้องเสียเวลาตั้งหลักรอดูเชิง อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงหลังๆ คู่นี้เล่นกันบ่อยจนจำหน้ากันได้ และยังมีการให้ข่าวจากทางฝั่งเซลติกอีกด้วยว่าจะเล่นเกมเพรสซิ่งเร็วทั้งสนาม เพื่อกดดันไม่ให้ยูไนเต็ดได้เล่นในเกมถนัด ซึ่งเซลติกก็เล่นอย่างนั้นจริงๆ ตั้งแต่นาทีแรกเลย การไล่เพรสซิ่งของนักเตะเซลติกทำได้ดีมากๆ ตั้งแต่แดนหน้าที่ไล่บี้แม้แต่บอลในการครอบครองของวิดิช หรือริโอ ที่หน้ากรอบยูไนเต็ดเอง!!! และการเล่นแผนนี้ก็ได้ผลสูงด้วยวินัยในการเล่นและความอึดของนักเตะเซลติก ที่วิ่งได้ไม่หยุดทั้งเกมและทุกๆคน บอลของยูไนเต็ดเซ็ตเกมรุกด้วยความแน่นอนขึ้นไปไม่ได้ถนัดเลย ทำได้แต่การคายบอลเร็ว หาช่องเร็ว หาที่ว่างเร็วและคิดเร็วทำเร็วตลอด ซึ่งนักเตะยูไนเต็ดไม่สามารถเล่นแบบนั้นได้ดีทุกๆคน ปัญหาจึงเกิดขึ้นให้เห็นมาก โดยเฉพาะจากวิดิช และโอเช ที่เป็นผู้เล่นที่มีทักษะความสามารถเฉพาะตัวต่ำกว่าคนอื่นๆ ส่วนกิ๊กส์นั้น เนื่องจากอายุอานามมากแล้ว และด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่ใช่พวกวันทัชฟุตบอล และไม่ถนัดเอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆเท่าไหร่ ทำให้เสียบอลค่อนข้างง่าย จ่ายผิดพลาดหลายครั้ง

บอลของเซลติกในช่วงแรกพยายามตั้งเกมสู้แลกหมัดกับยูไนเต็ดอย่างสูสี โดยใช้ทั้งบอลสั้น-ยาว และการวางบอลโด่งเข้าหากองหน้า รวมทั้งมีการขึ้นเกมริมเส้น ซึ่งผู้เล่นในแดนหน้าเซลติกครองบอลได้ดี และค่อนข้างแข็งแกร่ง เบียดสู้วิดิชและริโอได้ไม่เสียเปรียบมากนัก อีกทั้งยังเติมกันหลายคนเป็นแผง ทำให้กดดันยูไนเต็ดได้พอสมควรโดยเฉพาะช่วงสิบห้านาทีแรกที่ยูไนเต็ดมักจูนเครื่องยังไม่ติด ซึ่งก็นำมาสู่ประตูขึ้นนำช่วงต้นเกมจนได้ เมื่อได้เตะมุมและผู้มาเยือนเคลียร์บอลไม่ขาด ถูกโหม่งตั้งกลับเข้าไปในกรอบ สวนทางการเช็กล้ำหน้าผิดจังหวะ ทำให้สก๊อตต์ แม็คโดนัลด์ได้บอลโล่งๆคนเดียวในกรอบฝั่งขวา ริโอวิ่งเข้ามาปิดทันทีแต่ก็ไม่ทัน แม็คโดนัลด์บรรจงชิพข้ามมือฟอสเตอร์เสียบหน้าต่างเสาไกลอย่างสุดสวยตั้งแต่สิบกว่านาทีแรกของเกม




หลังจากได้ประตูขึ้นนำ เซลติกกลับผ่อนคันเร่งอย่างเห็นได้ชัด และพากันถอยร่นไปแพ็คเกมรับลึกมากขึ้น ทิ้งกองหน้าไว้แค่สองคนเพื่อเกมโต้กลับ และบางครั้งอาจมีผู้เล่นริมเส้นพาบอลสวนเร็วขึ้นไป แต่ก็ไม่ได้กดดันผู้มาเยือนหนักๆอีกเลยหลังจากได้ประตูไปแล้ว กลับเป็นยูไนเต็ดที่สามารถเริ่มครองเกมได้มากขึ้นเรื่อยๆจนสามารถคุมเกมไว้ได้ แต่ก็ได้แค่นั้น เมื่อไม่สามารถเล่นในเกมที่ถนัดของตัวได้ ถูกเซลติกไล่บี้ ไล่เพรสซิ่งเร็วถึงตัวทุกจังหวะ ทำให้ต้องเล่นยากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนั้น การที่กองกลางของเราถึงสองจากสามคน ไม่สามารถเล่นในเกมแบบนี้ได้ถนัดนัก การที่คาร์ริคผู้ที่วางบอลได้แม่นยำ ต้องถอยไปเล่นรับลึกเป็นไลน์แทบจะเดียวกับแผงแบ๊กโฟร์ตรงกลางสนาม ทำให้ความแม่นยำในการจ่ายบอลจากกลางขึ้นหน้าขาดหายไปเยอะ


กิ๊กส์ กับเฟล็ทช์ ในเกมนี้ส่วนมากจะแม่นยำในการจ่ายขวางสนามให้เพื่อนมากกว่าจะจ่ายขึ้นหน้าให้ตัวรุกทะลุไปทำ เพราะโดนกดดันเร็วตลอด ทำให้ไม่ค่อยละเอียดในการจ่ายบอลในจังหวะได้เสีย โดยเฉพาะกิ๊กส์ ที่เห็นได้ชัดว่ามีปัญหาในการถูกไล่บี้เร็วมากจริงๆ และปัญหาอีกอย่างก็คือ การสนับสนุนจากริมเส้นวันนี้ทำได้ไม่เข้าที่เข้าทาง โอเชเติมไม่ได้ ถึงเติมได้ก็ทำได้ไม่ดี เพราะเขาไม่ได้มีทักษะสูงนักอยู่แล้ว เมื่อต้องมารีบร้อนเล่นเพราะถูกกดดันเร็ว ทำให้ไม่สามารถต่อบอลเร็วกับนานี่ได้เลย นานี่ก็กลายเป็นโดดเดี่ยวมากกว่าทุกๆเกมที่ผ่านมา ส่วนอีกฝั่ง ราฟาเอล นัดนี้ถูกโจมตีเร็วในช่วงแรกๆจนเกือบเสียความมั่นใจไปเหมือนกัน แต่ก็กลับมาได้เร็ว เพียงแต่ยังไม่สามารถเล่นพาสซิ่งกับโรนัลโด้ได้ถนัด เพราะถูกประกบ ถูกซ้อน ถูกแซะตลอดเกมทั้งคู่ เกมเป็นลักษณะนี้จนหมดครึ่งแรก โดยจังหวะทำประตูจะจะของทั้งสองฝั่งก็ไม่ได้หวาดเสียวมากนัก



เริ่มครึ่งหลัง ยูไนเต็ดเปลี่ยนตัวทันที เมื่อเห็นว่าเตเวซคนเดียวกดดันแผงหลังเซลติกไม่ได้มาก แถมยังดูจะเหนื่อยฟรีอีกต่างหาก จึงส่งเบอร์บาตอฟลงมาและถอดนานี่ที่อารมณ์เริ่มเสียหลังโดนเหลืองในครึ่งแรกออกไป เกมยังคงเป็นวันเวย์ของยูไนเต็ด แต่ดูดีขึ้น เมื่อมีเบอร์บาตอฟมาร่วมเล่นบอลด้วย ทั้งนี้ การที่เบอร์บาตอฟสามารถครองบอลได้ดี และพลิกบอลเก่ง สามารถหาจังหวะจ่ายบอลสวยๆได้จากโอกาสแค่เล็กๆน้อยๆ ทำให้จังหวะได้เสียของยูไนเต็ดดูมีอนาคตขึ้น บอลสามารถต่อกันหนึ่งสองสามเข้าหาปากประตูบ่อยขึ้น ถึงแม้จังหวะจบสกอร์มักจะถูกพัวพันจนยิงไม่ถนัดก็ตาม เกมของยูไนเต็ดเริ่มต่อกันได้ดีมากขึ้น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาจังหวะบวกสกอร์ไม่ได้ การจบสกอร์หากไม่ถูกพัวพัน ถูกบังคับให้ส่องไกล ก็มักจะเป็นประเภทบอลทะลักมาถึงตัวแบบไม่ได้ทันตั้งหลัก ซึ่งน่าเสียดายสองสามจังหวะในลักษณะนี้มากๆครับ โดยเฉพาะลูกโขกจ่อๆเผาขนของวิดิช จากเตะมุมที่ดูเหมือนไม่ทันตั้งตัว ทำให้บอลออกนอกกรอบไปเยอะ

สตรัคคั่น เปลี่ยนเกมทันที ด้วยการส่งมัสซิโม โดนาติ ลงมาแทน เชอริแดน ในนาทีที่ 64 ซึ่งท่านเซอร์เองก็ส่งแผนใหม่ตามมาติดๆ ถอดราฟาเอลออก โยกโอเชมาฝั่งขวาที่ไม่ค่อยมีการโจมตีจากเซลติก และหย่อนเอวร่าลงมายืนฝั่งซ้ายเพื่อเติมเกมบุกริมเส้น เกมของยูไนเต็ดดีขึ้นมาอีกระดับ เมื่อได้เกมริมเส้นมาช่วยเพิ่มความหลากหลาย แต่การป้องกันการเปิดจากริมเส้นของฝั่งเซลติกก็ถือว่าสุดยอดมากๆ เก็บกินลูกเปิดได้หมดจด ทำให้เกมริมเส้นยูไนเต็ดต้องเปลี่ยนมาเป็นการตัดเข้ามาเล่นใน ซึ่งก็มีเกมรับแพ็คหนาแน่นอีก ยูไนเต็ดพยายามถ่ายบอลขวางสนาม ดึงบอลกลับหลัง หวังให้โซนของเซลติกขยายออกมา แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ถนัด ท่านเซอร์ต้องส่งรูนี่ย์ลงมาแทนเตเวซ เป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายของเกม ในขณะที่เซลติกก็ส่งโอเดียลมาแทน มาโลนี่ย์ ที่เล่นได้โดดเด่นอีกคนของเซลติก



เกมของเซลติกยังคงถูกกดอยู่ข้างเดียว แต่ก็ตั้งรับได้อย่างมั่นคง สมาธิยังดี และไม่ค่อยผิดพลาดให้เห็น กลับกัน รูนี่ย์ลงมาเพิ่มความหลากหลายในเกมรุกให้ยูไนเต็ด แต่ดูเหมือนว่าโซนที่แน่นหนาของเซลติก จะบังคับกลายๆให้ยูไนเต็ดไม่สามารถจ่ายบอลทะลุได้โดยง่าย ต้องทำชิ่งกันหลายจังหวะกว่าจะหาช่องหลุดไปได้ ซึ่งก็ช้าไป ทำให้ผู้เล่นเซลติกที่เหลือเข้ามาพัวพันปิดป้องได้ตลอดในจังหวะสุดท้าย ทำให้หลายๆจังหวะช่วงท้ายเกม นักเตะยูไนเต็ดมักจะเลือกยิงไกลมากขึ้น ซึ่งก็ยังไม่เกิดผลให้เห็น สตรัคคั่นเปลี่ยนคนสุดท้ายเมื่อเหลือประมาณเจ็ดแปดนาทีก่อนจบเกมด้วยการถอดสก๊อตต์ แม็คโดนัลด์ผู้ทำประตูเดียวของเกมนี้ออก และส่งเบน ฮัทชินสันลงมาแทน

เกมของยูไนเต็ดยังคงมองหาประตูตีเสมอต่อไป จนมาได้ในที่สุด เมื่อเหลืออีกห้าหกนาทีจะหมดเวลา โรนัลโด้ได้บอลหน้ากรอบเยื้องไปทางขวา ก่อนจะแต่งบอลหนึ่งจังหวะ แล้วสับไกทันที บอลพุ่งฮุคเข้าหากรอบ อาเธอร์ โบรุค พุ่งสุดเหยียด ปัดออกมาได้ แต่จังหวะนั้น ผูเล่นเซลติกชะงักไปนิดนึง มีแต่กิ๊กส์ที่ปรี่เข้ามาหาบอล นักเตะเซลติกจึงได้ไหวตัวและกวดตามมาแต่ก็ไม่ทัน กิ๊กส์พุ่งเข้ามาโหม่งบอลตุงตาข่ายเป็นประตูตีเสมอได้สำเร็จ เซลติกตั้งเกมรุกใหม่อีกครั้ง แต่เนื่องจากมังแต่ตั้งรับอยู่ร่วมๆเจ็ดสิบนาที และมีการเปลี่ยนตัวสามตำแหน่ง ทำให้เกมรุกของเซลติกไม่หนักเหมือนช่วงแรก แต่กลับเป็นการเปิดช่องให้ยูไนเต็ดได้หาโอกาสจบสกอร์สะดวกขึ้น ในนาทีสุดท้าย เบอร์บาตอฟโยนโอกาสคว้าสามแต้มทิ้งอย่างน่าเขกกะโหลกสุดๆ เมื่อเขาได้บอลโล่งๆที่เสาสองจากการเปิดจากกราบเข้ามา เบอร์บาตอฟพักหนึ่งจังหวะ ก่อนจะตวัดยิงโล่งๆออกไปอย่างไม่น่าเชื่อชนิดที่เจ้าตัวเองยังกุมหัวเสียดาย และจบเกมไปด้วยการแชร์แต้มในนาทีท้ายๆอย่างน่าระทึกหัวใจแฟนๆแมนฯยูฯ ชนิดที่ต้องอุทานออกมาว่า [b][u]เฮ้ย...มีเหมือนกันนี่หว่ามรึง...[/u][/b]//ฮ่าฮ่าฮ่า



มาพูดถึงการจัดตำแหน่งแปลกๆของท่านเซอร์กันบ้างนะครับ จากกราฟฟิคที่ขึ้นมา อย่างที่บอก เขาระบุว่าเป็น 4-3-2-1 แต่ผมดูรายละเอียดในเกมแล้วมันมีมากกว่านั้นพอสมควร คาร์ริค ยืนต่ำมากๆ น่าจะเพื่อเป็นตัวดักบอลตัวสุดท้ายก่อนทะลุมาถึงแผงหลัง บางครั้งที่คาร์ริคเติมขึ้นไป ก็จะมีเฟล็ทเชอร์ลงมาทำหน้าที่แทน จะเห็นว่าเกมโต้กลับในวันนี้ของเซลติค ถูกชลอไว้ทุกๆครั้ง ไม่สามารถทะลุพรวดเดียวถึงแบ๊คโฟร์ได้เลย แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน นั่นคือ การที่คาร์ริคยืนต่ำมาก ทำให้การเชื่อมเกมรุก กลายเป็นหน้าที่ของกิ๊กส์ และเฟล็ทเชอร์ ที่ยืนสูงกว่า แต่เมื่อถูกบีบ ถูกไล่บี้ถึงตัวตลอด ทั้งสองคนไม่ถนัดเกมลักษณะนั้น จึงมักจะต้องม้วนหนีก่อนทุกๆครั้ง และนั่นก็ทำให้เกมโต้กลับของเราขาดความเร็วไปเยอะ หากเทียบกับเกมปกติ ซึ่งดูแล้ว ไลน์อัพออกจะเป็น 4-1-2-3 ด้วยซ้ำไป

นอกจากนี้ การที่กิ๊กส์ กับ เฟล็ทเชอร์ ไม่สามารถทำเกมได้ถนัดตรงกลางสนาม โรนัลโด้ และนานี่ ไม่ได้รับกองหนุนที่ดี จากฟูลแบ๊คทั้งสองข้าง ทำให้ทั้งคู่ แสดงบทบาทได้แค่ตรงกราบเท่านั้น ไม่สามารถตัดเข้ามาเล่นในได้สะดวก เตเวซจึงโดดเดี่ยว บางครั้งก็ต้องลงมาเล่นต่ำ และลากเข้าไปเอง แต่ก็ติดโซนรับของเซลติค ที่วางกำลังมาดีมากๆ เราจะเห็นว่า เกมรุกช่วงครึ่งแรกก่อนเปลี่ยนตัวนั้น ฟูลแบ๊คแมบไม่มีส่วนร่วมเลย มีแค่ เตเวซ, โรนัลโด้ และนานี่ กับกิ๊กส์ในบางจังหวะเท่านั้น แต่มองดูโซนรับสองชั้นของเซลติค ชั้นในสี่คน นอกกรอบสี่คน ทำให้หาช่องว่างทะลุเข้าไปยากมากๆ จนเป็นเหตุให้ท่านเซอร์ต้องทยอยเปลี่ยนตัวในที่สุด และเหตุสำคัญที่ถอดราฟาเอลแทนที่จะเป็นโอเช ผมมองว่า เก็บตัวสูงและมีประสบการณ์ไว้น่าจะดีกว่า ถึงแม้ราฟาเอลจะทักษะสูง และเติมดีกว่า แต่เกมนี้ เมื่อเจอลูกใหญ่ และลูกบอมบ์วางยาวมา ราฟาเอลก็ไม่ได้เล่นง่ายๆเลย



การโรเตชั่นในเกมนี้หลายตำแหน่งของท่านเซอร์ ก็น่าจะเพื่อเก็บความสดเอาไว้พบกับอาร์เซนอลในเกมสุดสัปดาห์นี้นั่นแหละครับ อย่างที่ทราบๆกันดี อาร์เซนอลจะไม่มีอาเดบายอร์ที่ต้องพักสามสัปดาห์ และไม่มีฟาน เพอร์ซี่ ที่ถูกใบแดงนัดเจอสโต๊ค ซิตี้ นอกจากนี้ ยังต้องรอเช็คสภาพอาการบาดเจ็บและทดสอบความฟิตของ บาการี่ ซานญ่า รวมทั้ง ธีโอ วัลคอตต์ อีกสองคน ซึ่งหากอาร์เซนอลที่ต้องขาดแน่ๆแล้ว คือสองกองหน้าตัวจริง ยังอาจต้องมาขาดปีกและแผงหลังตัวเก่งไปอีกสองคน นั่นคงเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่ท่านเซอร์จะคิดถึงบุกไปเก็บสามแต้มออกมาแล้วล่ะครับ เพราะขืนรอให้อาร์เซนอลได้ตัวหลักมาครบๆ จะเป็นงานช้างขึ้นมาทันทีเลย เหตุผลดังนี้เอง ที่ผมมองว่าท่านเซอร์จึงตั้งใจเก็บตัวหลักหลายคนเพื่อส่งลงวันเสาร์ ในขณะที่อาร์เซนอลเอง ผมไม่ทราบว่าเกมโนสกอร์กับเฟเนบาร์เช่เมื่อคืนนั้น จะทำให้นักเตะเปลืองพลังงานขนาดไหน ซึ่งหากล้ามากๆนั้น ก็อาจส่งผลมากต่อเกมที่ต้องมาเจอกันวันเสาร์นี้แน่นอน

จากเกมนี้ ถึงแม้จะได้แค่ผลเสมอ แต่ก็ถือว่าไม่เสียหายอะไรเลยครับ (นอกจากจะเสียดายลูกสุดท้ายของดิมี่เท่านั้นเอง) เนื่องจากบียาร์เรอัลก็ทำได้แค่เสมอเช่นกัน ทำให้ยังเป็นจ่าฝูงร่วมกันอยู่ และผลเสมอเกมนี้ ยังทำให้เฮดทูเฮดเราชนะเซลติกแบบไม่ต้องคิดมากด้วย นั่นคงทำให้ท่านเซอร์สบายใจได้เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ เราได้พักน้าซาร์เต็มๆ พักแกรี่เต็มๆ รูนี่ย์เล่นแค่ยี่สิบนาที ดิมี่เล่นสี่สิบห้านาที คาร์ริคถูกวางตำแหน่งเป็นตัวรับ ที่เกมนี้ไม่ได้ถูกอัดให้เจ็บเท่าไหร่ จึงน่าจะส่งผลต่อความสดของทีมในวันเสาร์ได้มากพอสมควร และท่านเซอร์เองก็คงพอใจกับผลการแข่งขันของกลุ่มนี้ในวันนี้แล้ว และน่าจะวางแผนสำหรับวันเสาร์ได้ง่ายขึ้น เพราะสองเกมยุโรปที่เหลือในรอบนี้ ขออีกแค่แต้มเดียวก็การันตีการเข้ารอบได้แล้วครับ




หลังจากจบเกมนี้ลงไป ผมก็เช็คผลคู่บียาร์เรอัลอย่างใจระทึก ก่อนจะนอนหลับฝันดี เมื่อทราบว่า อัลบอร์กสามารถยันบียาร์เรอัลไว้ได้ด้วยสกอร์ไม่น่าเชื่อถึง 2-2 ทำให้ในกลุ่มนี้ ยูไนเต็ดยังมีแต้มเท่าบียาร์เรอัลที่ 8 คะแนน เป็นผู้นำร่วม ในขณะที่เซลติกกับอัลบอร์กนั้น มี 2 แต้มเท่ากัน ต้องรอลุ้นในนัดต่อๆไป ซึ่งยังคงมีโอกาสทั้งสี่ทีม ซึ่งมีข้อแม้ต่างๆกันไปครับ เซลติกกับอัลบอร์ก ทำได้เต็มที่ก็คือเป็นที่สองของกลุ่มด้วย 8 แต้มแทนสองทีมนำขณะนี้ หากทีมใดทีมหนึ่งระหว่างเซลติกและอัลบอร์ก สามารถชนะรวดอีกสองนัดที่เหลือ เซลติกนั้นเฮดทูเฮดแพ้ยูไนเต็ดเรียบร้อยแล้ว ทำให้หากต้องมาวัดกันเป็นที่สองของกลุ่มกับยูไนเต็ดก็จะพลาดตั๋วรอบหน้าแน่นอน ซึ่งผลตรงนี้ก็เท่ากับว่า หากนัดหน้าเซลติกสามารถปราบอัลบอร์กลงได้ ยูไนเต็ดก็เข้ารอบทันทีโดยไม่ต้องสนใจผลของตัวเองอีกต่อไป เพราะถึงแม้จะแพ้อีกสองนัดรวด ก็จะมีแปดแต้มอยู่ดี และเซลติคจะทำได้เต็มที่ก็แปดแต้มเท่ากัน แต่เฮดทูเฮดเซลติกแพ้เราครับ

ทีนี้ หากนัดหน้าเราไปเสมอบียาร์เรอัล เราก็จะจูงมือกันเข้ารอบต่อไปทันทีด้วยเก้าแต้มเท่ากัน ไม่มีทางที่สองทีมที่เหลือจะทำแต้มได้ทัน แต่หากเราชนะขึ้นมาหรือแม้แต่เสมอแบบมีสกอร์ เราก็จะเป็นที่หนึ่งของกลุ่มร้อยเปอร์เซนต์ทันที ด้วยเฮดทูเฮดเหนือกว่าบียาร์เรอัล ส่วนถ้าหากว่าเราชนะบียาร์เรอัลนั้น อัลบอร์กจะตกรอบทันทีด้วยเฮดทูเฮดที่แพ้บียาร์เรอัล แต่เซลติกจะมีฮึดในนัดสุดท้าย (ถ้าเซลติกเก็บสามแต้มจากอัลบอร์กได้) ด้วยข้อแม้หากชนะบียาร์เรอัลในบ้านตัวเองด้วยสกอร์ห่างมากกว่าหนึ่งลูก ก็จะเข้าเป็นที่สองทันที

แล้วมาลุ้นกันนะครับ นัดหน้านี่แหละ ที่ผลของกลุ่มนี้น่าจะชัดเจนมากขึ้น


November 2008

08 Nov Barclays Premier League Arsenal A
11 Nov League Cup (Carling) Queens Park H
15 Nov Barclays Premier League Stoke City H
22 Nov Barclays Premier League Aston Villa A
25 Nov UEFA Champions League Villarreal CF A
30 Nov Barclays Premier League Man City A



อ้อ...ขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์สักหน่อยนะครับ เกมวันเสาร์นี้ที่จะออกไปเยือนอาร์เซนอล ผมคงไม่ได้มีโอกาสมารับใช้ทุกๆท่านนะครับ เนื่องจากติดภารกิจ ต้องไปงานมงคลของเพื่อน ที่จัดขึ้นแถวๆสาทรน่ะครับ และเกมนี้ก็ดันมาเตะตอนค่ำซะอีกต่างหาก เห็นในโปรแกรมว่า ทุ่มสี่สิบห้านาที ทำให้ผมคงกลับมาดูไม่ทัน ต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยนะครับ


สงบใจ



Create Date : 06 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2551 10:30:17 น. 0 comments
Counter : 259 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.