Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
6 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
20081006 วิพากษ์ BLACKBURN ROVERS vs UNITED

ลับ ลวง พราง


สวัสดีครับ พบกันหลังจากผ่านไปอีกนัดหนึ่งก่อนจะเบรคให้โปรแกรมทีมชาตินะครับ และก็เป็นอีกสามแต้มเต็มๆ ที่ช่วยให้เรากลับมายืนอยู่ครึ่งบนของตารางได้อีกครั้งหนึ่ง และเริ่มกลับมาสู่ฟอร์มที่ดีกันอีกครั้ง กับเกมรุกและการประสานงานในการเข้าทำที่เราได้เห็นในเกมนี้


ท่านเซอร์ให้ข่าวก่อนเกมว่ารูนี่ย์มีอาการบาดเจ็บข้อเท้า น่าจะเป็นได้แค่สำรอง แต่นั่นคือการให้ข่าวลวงอีกแล้ว เพราะเราก็เห็นว่ารูนี่ย์ลงเล่นได้ตั้งแต่เริ่มเกมเลยทีเดียว โดยเกมนี้ ท่านเซอร์จัดตัวดูเหมือนนัดทั่วๆไป แต่กลับมีการพรางแผนการเล่นไว้ในการจัดตัวแบบลับๆ ซึ่งทีมชีตมีหน้าตาดังนี้ น้าซาร์เฝ้าเสาประตู แผงแบ๊คโฟร์เป็นเวส บราวน์ ยืนทางขวา เอวร่ายืนทางซ้าย คู่เซ็นเตอร์เป็นริโอ กับวิดิช (แกรี่ก็ยังมีข่าวว่าเจ็บต้นขาอยู่นะครับ ไม่รู้ว่าเป็นข่าวลวงอีกรึเปล่า) ส่วนมิดฟิลด์คู่กลางมี แอนนี่ กับเฟล็ทเชอร์ เพราะตัวอื่นเจ็บหมดเลย มิดฟิลด์ริมเส้นทางขวาให้โรนัลโด้ ทางซ้ายเป็นกิ๊กส์ คู่กองหน้าใช้เบอร์บาตอฟกับรูนี่ย์

ส่วนทางด้านกุหลาบเพลิงของพอล อินซ์ ไม่สามารถใช้งานเบ็นนี่ แม็คคาร์ธี่ และ พอล โรบินสันได้ จึงต้องปรับทัพพอสมควร ส่งเจสัน บราวน์ลงเฝ้าเสา แผงแบ๊คโฟร์มี อังเดร ออยเยอร์, คริสโตเฟอร์ แซมบ้า, ไรอัน นีลเซ่น และ สตีเฟ่น วอร์น็อค กองกลางสี่คนมีเบร็ตต์ เอเมอร์ตัน, ตูกาย เคริโมกลู, มาร์ติน โอลส์เซ่น และ มอร์เตน กั๊มพส์ พีเดอร์เซ่น คู่กองหน้าใช้แมตต์ ดาร์บี้เชียร์จับคู่กับโรเก้ ซานต้า ครูซ

ก่อนเริ่มเกม เราก็เห็นภาพน่ารักๆ ที่พอล อินซ์ คุยหัวร่อต่อกระซิกกันกับท่านเซอร์เฟอร์กี้อย่างอารมณ์ดี มีจับไม้จับมือ กระซิบข้างหูกัน และดูเหมือนจะลืมความบาดหมางเก่าๆไปได้แล้ว สำหรับสองคนดังกล่าว ก็นับเป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่งครับ


เมื่อเริ่มเกมขึ้น ทั้งคู่ดูเหมือนจะระมัดระวังตัวกันมากพอสมควร พยายามเล่นเกมช้าอยู่พักใหญ่ๆ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า อีวู้ด ปาร์คแห่งนี้ เป็นสนามที่ยากเสมอๆ สำหรับทัพนักเตะยูไนเต็ด และอีกอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากก็คือ แมนฯยูไนเต็ดเกมนี้ มีการปรับแผนการเล่นไปอย่างมาก ดังที่ผมได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่า เป็นการจัดตัวแบบพรางแผนการเล่น นั่นก็คือ ดูเหมือนเป็น 4-4-2 แบบคลาสสิคทั่วๆไป ที่ให้อิสระโรนัลโด้ตามปกติ แต่เกมนี้กลับให้โรนัลโด้ประจำการฝั่งซ้ายแบบเต็มๆ อยู่เกือบชั่วโมง ในขณะที่รูนี่ย์ถูกถ่างออกมาเล่นทางกว้างมากขึ้นทั้งเกม และเล่นสลับกันกับกิ๊กส์ทางฝั่งขวาและกลางสนาม ส่วนเบอร์บาตอฟนั้น เล่นเป็นหน้าเป้าแต่มีอิสระในการลงมาเล่นต่ำและสร้างเกมจากกลางสนามเป็นระยะๆ โดยทางฝั่งขวากลับไม่มีตัวริมเส้นยืนประจำการประจำ

รูปเกมในช่วงแรกจึงเป็นคล้ายๆการปรับจังหวะของทีมให้เข้ากับแผนการเล่นใหม่นี้ ทำให้ช่วงสิบห้า ยี่สิบนาทีแรก เกมของผู้มาเยือนยังไม่ค่อยอันตรายเท่าไหร่ เทียบกับตัวผู้เล่นที่ส่งลงมา แถมยังออกแนวจ่ายพลาด ส่งผิดกันซะเยอะด้วยซ้ำ ทำให้เจ้าบ้านมีโอกาสตัดบอลทำเกมรุกโต้กลับสวยๆจากซานตา ครูซ, เอเมอร์ตัน และดาร์บี้เชียร์ได้บ้าง พอให้แฟนๆได้ส่งเสียงเชียร์สนุกสนาน เกมของยูไนเต็ดมาเริ่มจับจังหวะได้เมื่อเกือบครึ่งชั่วโมงผ่านไป รูนี่ย์เริ่มประสานงานกับโรนัลโด้, กิ๊กส์ และดิมี่ได้มากขึ้น ครองเกมได้มากขึ้น จนแบ๊คได้เติมตลอดเวลา และมาได้ประตูออกนำในที่สุด จากลูกเตะมุมเล่นสั้น รูนี่ย์ครอสบอลมาเสาสองในขณะที่เวส บราวน์ขึ้นพร้อมๆกับวิดิชและเจสัน บราวน์ เวสลี่ย์นั้นดันวิดิชที่ขึ้นเบียดตัวเองจนไปปะทะกับเจสันที่ออกมาตัดบอลจนทั้งคู่เสียหลัก บอลหล่นมาเข้าหัวบราวน์โหม่งเบียดตัวคุมเสาสองเข้าไปได้สำเร็จ ท่างกลางความไม่พอใจของเจสัน บราวน์ที่ประท้วงว่าตนเองน่าจะได้ฟาล์วจากการถูกกระแทก

หลังจากได้ประตูนำ ยูไนเต็ดเล่นผ่อนจังหวะลงเล็กน้อย แต่แน่นอนมากขึ้น แอนนี่และเฟล็ทเชอร์เล่นประคองเกมตรงกลางสนามได้ดีและแน่นอนมากๆ ทำให้เกมโต้กลับของเจ้าบ้านไม่ค่อยได้ทะลุเข้ามาทำความหวาดเสียวกับน้าซาร์ได้มากเท่าไหร่ มีเพียงแค่จังหวะในช่วงแรกเท่านั้น ที่แบล็คเบิร์นสามารถคุกคามได้น้ำได้เนื้อหน่อย ก่อนจะค่อยๆเฟดเอาท์ไปเรื่อยๆจนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้


เริ่มครึ่งหลังยูไนเต็ดกลับมาครองเกมได้อย่างรวดเร็วหลังเริ่มเกม การต่อบอลและการประสานงานลงตัวกันมากขึ้น และลื่นไหลกันมากขึ้น โรนัลโด้จากฝั่งซ้าย เริ่มย้ายมาเล่นทางขวาบ้าง ในขณะที่กิ๊กส์และรูนี่ย์ยังเล่นทางกว้างเป็นตัวสร้างสรรค์เกมรุกสลับกับสอดขึ้นหน้าได้อย่างน่าดู ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟเล่นชักกะเย่อกับแผงหลังเจ้าถิ่นได้ดี เมื่อขึ้นบ้าง ลงบ้าง ออกทางกว้างบ้าง ช่วยดึงกองหลังเจ้าถิ่นออกจากตำแหน่งได้บ่อยๆ เปิดโอกาสให้เพื่อนๆสอดเข้ามาเติมกันได้เรื่อยๆ ในขณะที่เกมโต้กลับของแบล็คเบิร์นเริ่มหมดพิษสงลงไปทุกขณะ และยิ่งเลวร้ายมากขึ้นไปอีก เมื่อซานตา ครูซน่าจะมีอาการเจ็บ จนต้องถอดออกและส่ง เจสัน โรเบิร์ตส์ลงสนามมาแทน หลังจากนั้นไม่นาน กั๊มพส์ที่เงียบผิดปกติมาทั้งเกมก็ถูกถอดออก(ไม่ทราบว่าเจ็บหรือไม่) และส่งคีธ เทรซี่ย์ลงมาแทน

ยูไนเต็ดมาได้ประตูที่สองจากการประสานงานทางกว้าง เมื่อโรนัลโด้ควบไปรับบอลทางขวาหนีการสกัดของผู้เล่นเจ้าถิ่น ก่อนจะเปิดเข้ามาหน้ากรอบให้รูนี่ย์วิ่งมาปั่นด้วยขวาข้ามเจสัน บราวน์ บอลมุดลงเสียบเสาสองอย่างงดงาม ชนิดที่สามารถเรียกได้ว่า เป็นฟอร์มการยิงในแบบฉบับของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ และลูกนี้ หากสังเกตการเคลื่อนที่ของดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ เราจะเห็นเลยว่า จังหวะที่โรนัลโด้กระชากเข้ามาทางขวาและกำลังจะเปิดนั้น เบอร์บาตอฟกลับหนีออกนอกกรอบประตูลงมากลางสนามพร้อมๆกับดึงผู้เล่นของแบล๊คเบิร์นตามตนเองมาได้ถึงสองคน จากตรงนี้เองครับ ที่เปิดช่องให้รูนี่ย์สอดเข้ามายิงได้แบบมีพื้นที่เยอะแยะ แต่มีตัวตามประกบรูนี่ย์แค่คนเดียวซึ่งก็ช้าไปเสียแล้ว

หลังจากได้ประตูที่สอง ยูไนเต็ดก็ส่ง คาร์ลอส เตเวซลงมาแทนกิ๊กส์ ในขณะที่แบล็คเบิร์นก็ต้องเปลี่ยนตัวอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย โดยการส่ง คีธ แอนดรูวส์ลงมาแทน ตูกาย ที่วันนี้ก็เงียบผิดปกติเหมือนกัน เตเวซลงมาก็เพิ่มความวูบวาบในเกมรุกได้ทันที และมีโอกาสจบสกอร์เรื่อยๆ รวมทั้งประสานงานสวยๆกับเพื่อนร่วมทีมได้ตลอด เกมมาถึงตรงนี้กลายเป็นบอลของยูไนเต็ดแบบเบ็ดเสร็จแล้ว ช่วงนี้ริโอสามารถขึ้นเติมเกมสูงได้บ่อยขึ้น และเกมรับก็เริ่มซาลงเยอะ หลังจากเจ้าบ้านเสียโรเก้ เสียกั๊มพส์ และเสียตูกายไป ก็ดูเหมือนไม่เหลืออาวุธอันตรายในสนามให้เลือกมากนัก เจสัน โรเบิร์ตส์นั้น ถูกวิดิชล็อกตาย โดยมีริโอช่วยซ้อนบ้าง จนทำอะไรไม่ถนัด เหลือเพียงแค่ เบร็ตต์ เอเมอร์ตันคนเดียว ที่ยังแบกความหวังไว้ได้ แต่ลำพังเบร็ตต์คนเดียว ก็ไม่สามารถบงการเกมได้ เมื่อไม่ค่อยได้บอลมากนัก

ยูไนเต็ดเปลี่ยนตัวอีกสองคน ส่งโอเช ลงมาแทนเอวร่า และส่งปาร์คลงมาแทนรูนี่ย์ เกมหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมากนัก โอเชไม่ได้เติมเกมรุกสูงเหมือนเอวร่า เหมือนจะถูกสั่งมาให้ช่วยเล่นเกมรับด้วยซ้ำ จึงยืนต่ำอยู่กับวิดิช คอยหยุดเกมโต้กลับเป็นระยะๆของเจ้าบ้าน และเชื่อมเกมขึ้นหน้าให้แอนนี่กับเฟล็ทช์ ส่วนปาร์คก็ประสานงานกับเพื่อนได้สนุกเหมือนเดิม เกมของยูไนเต็ดเริ่มผ่อนคลายลง และเปิดโอกาสให้เจ้าบ้านได้โต้เข้ามาบ่อยขึ้น แต่ทั้งสองทีมก็ยังทิ้งขว้างโอกาสจบสกอร์กันอยู่เรื่อยๆ และในที่สุด ก็จบเกมไปด้วยสกอร์เท่านี้


หลังจากจบเกมลงไป ผมให้นึกสงสัยในหลายๆเรื่องครับ หนึ่งก็คือทำไมวันนี้ เกมของแบล็คเบิร์น โรเวอร์สดูเบาๆพิกล ไม่หนัก ไม่มุ่งมั่น ไม่ก้าวร้าวเหมือนเดิมในยุคที่มีมาร์ค ฮิวจส์คุมทีมอยู่ ไม่แน่ใจว่าเป็นผลจากคาแรคเตอร์ของโค้ชโดยส่วนตัว หรือเป็นเพราะการขาดนักเตะตัวหลักๆไปหลายคน ทั้งจากการเทรดออกไป และจากอาการบาดเจ็บ อย่างน้อย เกมรุกตอนนี้ก็ไม่สมดุลเอาซะเลย เมื่อขาดเบนท์ลี่ย์ทางขวา ทำให้เกมที่เคยขึ้นได้ทั้งสองข้างจากเบนท์ลี่ย์กับกั๊มพส์นั้น ขาดความสมดุล ยิ่งเกมนี้ กั๊มพส์ดูเหมือนไม่สมบูรณ์หรือไม่ฟิตก็ไม่ทราบ ทำให้เขาหายไปจากเกมแทบตลอดจนถูกถออดออกไปในที่สุด นอกจากนี้ การเสียศูนย์หน้าเพียงคนเดียวที่คุกคามแนวรับยูไนเต็ดได้เป็นชิ้นเป็นอันหน่อยอย่างโรเก้ออกไป นี่ยิ่งทำให้เกมของแบล็คเบิร์นหมดพิษสงลงไปอีก

นอกจากนี้ เมื่อเบ็นนี่ แม็คคาร์ธี่ ที่เป็นศูนย์หน้าที่เร็ว และคล่องอีกตัวยังไม่ได้ลงสนาม ก็ลดความจัดจ้านของเจ้าบ้านลงไปพอควร การเสียตูกายออกไปจากเกมก็ยิ่งทำให้เกมตรงกลางอ่อนลงไปอีก ทั้งหมดนี้น่าจะส่งผลให้เกมของแบล็คเบิร์น โรเวอร์สในวันนั้นดูไม่ดุดัน ไม่อันตรายเหมือนเดิม และยังอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ส่งให้ยูไนเต็ดสามารถเล่นเกมจากกลางสนามได้ง่ายขึ้นทั้งๆที่มิดฟิลด์คู่กลางสนามไม่ใช่มิดฟิลด์ตัวจริงของยูไนเต็ด นอกจากนี้ เกมของยูไนเต็ดเอง หลังจากตั้งหลักและจับจังหวะเกมได้แล้ว ก็เน้นการให้บอลเร็วเพื่อเลี่ยงการปะทะกับผู้เล่นเจ้าบ้าน และเพื่อฉีกแนวรับ ดึงผู้เล่นแบล็คเบิร์นออกจากตำแหน่ง ซึ่งก็ถือว่าทำได้สำเร็จตามเป้าครับ


จากที่เราได้เห็นกันไปผ่านทางหน้าจอ เราจะเห็นแววของคู่หูเบอร์บาตอฟและรูนี่ย์ ที่เริ่มจะปรับเข้าหากันได้มากขึ้นเรื่อยๆ การสลับกันเข้าทำ การผ่อนการเร่งจังหวะ และการหลอกดึงกองหลังออกจากพื้นที่นั้น ทั้งคู่เริ่มเข้าขากันได้มากขึ้น รูนี่ย์ก็เริ่มจะเล่นในตำแหน่งสร้างสรรค์เกมรุกตรงนี้ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ การสอดเข้าหาบอล การทำชิ่งกับเพื่อนเพื่อทะลุเข้ากรอบโทษ และการจบสกอร์จากแถวสองที่กลับเข้ามาสู่จังหวะเดิมๆได้มากขึ้น นั่นทำให้เกมข้างหน้าดีขึ้นมาทันตาเห็น ในขณะที่โรนัลโด้ที่ยังคงถูกโห่ทุกครั้งที่ได้บอล น่าจะมีต้นเหตุมาจากคดีจุดโทษสัปดาห์ก่อน ก็ยังไม่สามารถรีดฟอร์มสุดยอดกลับมาได้ ตอนนี้ยังมีแค่ความเร็วและการอ่านเกมเท่านั้นที่กลับมาเกือบสมบูรณ์แล้ว สิ่งที่เหลือยังมีให้รีดกลับมาอีกเยอะ ไม่ว่าความคมในจังหวะจบ, ความแม่นยำในการจ่าย ซึ่งนัดนี้มีไม่กี่ครั้งที่แม่นดั่งใจ นอกจากนี้ ยังเหลือความคล่องตัวที่ยังไม่กลับมา สังเกตได้จากการโยกการสับการใช้ทริคต่างๆ ยังไม่เข้าที่และติดกองหลังง่ายๆทุกครั้ง

นอกจากนี้แล้ว เกมนี้ผมยังมองว่าเป็นการปูพื้นแผนการเล่นใหม่ของท่านเซอร์ด้วย และอยากให้สังเกตต่อเนื่องไปอีกสักระยะครับ หากแผนการเล่นของทีมยังยึดถือแนวทางเช่นนี้ต่อไป สิ่งที่ผมคาดหมายไว้ก็อาจจะเป็นจริงก็ได้ นั่นคือให้สังเกตการเล่นของโรนัลโด้และนานี่ หากเกมต่อๆไปจากนี้ โรนัลโด้กับนานี่มีอิสระในการเล่นน้อยลง นั่นก็ใช่ครับ หมายถึงว่า พื้นที่ในการเล่นของทั้งคู่ จะถูกจำกัดให้อยู่ทางกราบมากขึ้น มีอิสระในการเข้ามาทำงานตรงกลางน้อยลง ในขณะเดียวกัน ผู้เล่นแนวรุกคนอื่นๆจะมีอิสระมากขึ้น เพื่อชดเชยน้ำหนักการรุกที่ขาดหายไปจากการจำกัดอิสระของโรนัลโด้และนานี่ ตรงนี้ผมมองว่าสำคัญมาก และน่าจะเป็นประเด็นที่เร่งด่วนที่สุดที่ต้องทำ หลังจากเบอร์บาตอฟปรับตัวเข้ากับทีมได้แล้ว เพราะอะไรน่ะเหรอครับ ก็เพราะการให้อิสระโด้ทำเกมมากๆนั้น มันไปจำกัดมิติเกมรุกของเราเกินไปนั่นเองครับ



โอเคว่าโรนัลโด้นั้น เป็นนักเตะที่อุดมไปด้วยเทคนิค ความหลากหลายและความเร็ว รวมทั้งความเป็นเพชฌฆาตตัวจบสกอร์ แต่การเปิดอิสระให้โด้มากเกินไป ก็เท่ากับเป็นการจำกัดบทบาทคนอื่น และเป็นการเชื้อเชิญคู่ต่อสู้ไปในตัวว่า มาเลยครับ มาปิดโรนัลโด้เลย แล้วเกมรุกของยูไนเต็ดจะถูกปิดสวิทช์ไปในตัว และทีมไหนที่ทำได้ ผลมันก็เป็นเช่นนั้นครับ ผมจึงมองว่า ท่านเซอร์น่าจะต้องปรับแผนตรงนี้อย่างเร่งด่วน โดยการลดอิสระโด้ลงไป ให้เข้ามาเลื้อยได้ในยามจำเป็น ไม่ต้องบ่อย แต่จะไปเพิ่มอิสระให้หน้าต่ำ และมิดฟิลด์ตัวกลาง รวมทั้งหน้าเป้ามากขึ้น เพื่อกระจายโมเมนตัมการทำเกมออกไป แนวรับคู่ต่อสู้ก็ต้องกระจายกันออกไปคุมคนมากขึ้น และมีโอกาสหลุดตำแหน่งมากขึ้น เหมือนที่หลุดตามเบอร์บาตอฟไปจนรูนี่ย์สอดมายิงได้นั่นแหละ และอย่างที่เห็นจากสามสี่นัดที่ผ่านมา สโคลส์, เฟล็ทเชอร์, แอนนี่ ต่างได้รับโอกาสให้สอดเข้ามาในกรอบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นอกเหนือไปจากนั้น การกระจายอิสระในการสร้างสรรค์เกมรุกให้เกลี่ยๆกระจายกันไปนั้น ยังเป็นการรองรับสถานการณ์ทีมในยามที่ไม่มีโรนัลโด้ลงสนามด้วย ไม่ว่าจะเจ็บ แบน หรือไม่มีโด้อีกต่อไป ทีมก็จะเสียขบวนน้อยลง เมื่อน้ำหนักการรุกถูกกระจายออกไปแล้ว และทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ได้อยู่กับโรนัลโด้คนเดียวอีกต่อไป หากต้องไม่มีโรนัลโด้ลงสนาม การประสานงาน การสร้างสรรค์เกมรุก ก็จะยังทำต่อไปได้ ถึงแม้จะขาดน้ำหนักจากโด้ไปบ้าง แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรต้องคิดให้มากก็คือ มันถูกหรือไม่ ที่เราวางทุกอย่างไว้กับโด้ ในเมื่อผู้เล่นคนอื่นที่มีอยู่ ชื่อชั้นและฝีเท้าก็ไม่ธรรมดาทั้งนั้น แต่กลับใช้ประโยชน์จากพวกเขาได้ไม่เต็มที่ เพราะบอลส่วนใหญ่ จะเน้นน้ำหนักไปที่โรนัลโด้ ทำให้การประสานงานระหว่างผู้เล่นคนอื่น ไม่ค่อยเกิดขึ้น และเมื่อถึงคราวจำเป็นต้องใช้ มันก็มักจะเกิดปัญหา ประสานงานกันได้ไม่ดีเท่าที่ควร จ่ายผิดช่องบ้าง จ่ายช้าเพื่อนล้ำหน้าบ้าง ให้แล้วไม่ไปบ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นบ่อยๆ แล้วประเด็นนี้ เรามาสังเกตกันนะครับ ว่ามันจะจริงหรือผมคิดไปเองคนเดียว//ฮ่าฮ่าฮ่า


จากการสังเกตผู้เล่นในเกมนี้ นอกจากแนวรับที่มีหลุดบ้างบางครั้ง ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทีมเรา เมื่อเริ่มลอยสูงเติมเกมรุกแล้วถูกโต้กลับ ก็มีหลุดตำแหน่งให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่กับนัดนี้ ดูเหมือนเราจะจัดการได้ดีพอสมควร สำหรับแนวรับของเรา ตอนนี้ก็ต้องลุ้นให้บรรดาผู้รักษาประตูหายเจ็บกลับมาเร็วที่สุดอย่างน้อยสักคนก็ยังดีครับ เพื่อความอุ่นใจในสถานการณ์สองฟากเสาโกล์ ส่วนแกรี่นี่ต้องเช็คละเอียดๆกันหน่อยว่าตกลงเจ็บจริงหรือไม่ เพราะข่าวที่ได้มาจากคำสัมภาษณ์ป๋าก็คือ แกรี่จะถูกส่งลงสนามแค่สัปดาห์ละครั้ง เพื่อเซฟร่างกาย แต่ในหน้า นสพ. กลับลงข่าวอย่างต่อเนื่องว่า แกรี่ไม่ได้ลงสนามเพราะมีอาการบาดเจ็บต้นขา ซึ่งไม่ทราบว่าจริงๆแล้ว มันอย่างไรกันแน่ และก็รอลุ้นให้ฟาบิโอกับราฟาเอลฟิตกลับมาเร็วๆ

ในพื้นที่ตรงกลางสนาม แอนนี่กับเฟล็ทเชอร์ยังไม่ได้รับบททดสอบอะไรมากในเกมนี้ แต่การยืนปักหลักเป็นตัวรับของทั้งคู่ก็ทำได้ดี และผลัดกันขึ้นไปสร้างสรรค์เกมรุกได้บ่อยๆ รวมทั้งถอยร่นกลับมาช่วยสกรีนเกมรับได้ทันท่วงทีอยู่เรื่อยๆ หากมองว่าเป็นคู่มิดฟิลด์ที่ยังไม่ใช่ตัวจริงของทีม ผมว่าทำผลงานใช้ได้เลยทีเดียวครับแต่น้ำหนักของเฟล็ทเชอร์ในเกมนี้ ดูจะเล่นได้เด่นกว่าแอนนี่พอควรด้วยซ้ำ สำหรับกองกลาง ก็รีบลุ้นให้ ฮาร์กรีฟส์, คาร์ริค, สโคลส์, พอสเซบอน หายกลับมาเร็วๆก็แล้วกันตอนนี้เหลือใช้แค่สองพระหน่อนี่เท่านั้น เกรงว่าระยะยาวจะอันตรายสิครับ

ในแผงรุก ดูไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไหร่นัก เมื่อตัวหลักต่างพาเหรดกันทำผลงานได้ดี มีเพียงแค่ลุ้นให้สโมสรรีบต่อสัญญาเตเวซเร็วๆเท่านั้นเอง เพื่อมัดใจเตเวซให้อยู่ทำงานกับเราต่อไปยาวๆ เพราะในแนวรุก นอกจากเบอร์บาตอฟ, รูนี่ย์, เตเวซ ที่ต้องสลับกันลงสนามแล้ว เรายังมีมานูโช่ กับเวลเบ็ครออยู่ข้างสนามอีกสองคน ไม่ถึงกับต้องดันเอาผู้เล่นตำแหน่งอื่นมาเล่น




เมื่อจบจากสัปดาห์นี้ ก็เป็นสัปดาห์ทีมชาติ ที่เราต้องลุ้นกันอีกแล้ว ว่าจะไม่มีใครเจ็บกลับมา ผมเองไม่ได้ตามรายละเอียดอะไร แต่คาดไว้ว่านักเตะอย่างรูนี่ย์, เตเวซ, เบอร์บาตอฟ, แอนนี่, เฟล็ทเชอร์, โรนัลโด้, นานี่, แอนนี่, ริโอ, วิดิช, บราวน์ และเอวร่า ไม่เว้นแม้แต่น้าซาร์ ก็น่าจะมีชื่อติดธงทั้งหมด ซึ่งต้องลุ้นกันครับ นี่มันตัวจริงทีมเราทั้งนั้นเลยนี่หว่า หากมีเจ็บเพิ่มอีกนี่งานเข้าหนักเลยครับ จะสบายใจหน่อยก็ตรงที่มีเวลาให้บรรดาตัวที่เจ็บอยู่ ได้พักฟื้นและฟิตซ้อมกลับมานั่นเอง ส่วนเกมลีกหลังจากสัปดาห์ทีมชาติ ก็ไม่ได้พบกับบิ๊กทีมด้วยกัน น่าจะพอหวังอะไรได้บ้างในช่วงเดือนนี้เดือนหน้า


แล้วมาลุ้นกันนะครับ

สงบใจ



Create Date : 06 ตุลาคม 2551
Last Update : 6 ตุลาคม 2551 10:45:24 น. 0 comments
Counter : 275 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.