Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
8 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
20091208 วิพากษ์ WEST HAM UNITED vs MAN. UNITED

คนแถวสอง


สวัสดีครับ ไม่ได้คุยกันเสียนานนะครับ และผมก็คงต้องขออภัยด้วย ทั้งการที่ธุระรัดตัวจนไม่สามารถเขียนวิพากษ์เกมชนะสเปอร์สผ่านเข้ารอบลีกคัพได้ ไหนจะบทวิพากษ์วันนี้ที่ดีเลย์ไปพอสมควร เนื่องจากติดวันหยุด แล้วยังจะมีเกมในคืนวันนี้ ที่ผมก็คงไม่มีโอกาสวิพากษ์ เนื่องจากไม่มีคิวถ่ายทอดสดนั่นเองครับ เลยอดเห็นฟอร์มลูกชายซีอีโอ (เดวิด กิลล์) เลยแฮะงานนี้ เห็นว่าชื่อโอลิเวอร์ กิลล์ แล้วผมเองออกจะงงๆพอสมควรว่าแอบไปเซ็นสัญากันตอนไหน แล้วแอบไปยื่นรายชื่อกับยูฟ่ากันตอนไหนเนี่ย ทำไมอยู่ดีๆก็โผล่ออกมาซะงั้น แต่ก็เอาล่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไว้ผมค่อยมาดูไฮไลต์หรือรีรันอีกทีก็ได้ ว่ากันถึงวิพากษ์วันนี้ดีกว่า ผมขออนุญาตสรุปประเด็นคร่าวๆเลยก็แล้วกัน คงไม่ลงรายละเอียดอะไรมากมาย เนื่องจากมันก็ดีเลย์ไปมากแล้วนะครับ

ทั้งสองทีมมีปัญหาเรื่องการจัดตัวจนกุนซือทั้งเซอร์อเล็กซ์และโซล่า ต่างก็เวียนเฮดไปตามๆกัน ฝั่งเจ้าบ้าน การขาดหายไปของคาร์ลตัน โคล และ แม็ทธิว อัพสัน ทำให้งานของแนวรุกและแนวรับน่าจะมีปัญหามาก เนื่องจากทั้งคู่ก็เป็นตัวหลักของทีม แถมเป็นแคนดิเดตทีมชาติทั้งคู่อีกด้วย แถมยังอุตส่าห์มีคีรอน ดายเออร์หายเจ็บกลับมาแต่โซล่าก็เกรงว่าอาจจะยังไม่ฟิตมั้ง เลยจับนั่งสำรองไปก่อนคู่กับฌูเลียง โฟแบร์ งานนี้โซล่าจึงเหลือตัวหลักให้เลือกใช้น้อยมาก ผู้รักษาประตูนั้นต้องเข็นโรเบิร์ต กรีนลงมาเฝ้าเสาทั้งๆที่เพิ่งเป็นไข้ ส่วนแผงหลังเลือกเอา โจนาธาน สเป็คเตอร์ (ใช่เด็กเก่าเราไหมเนี่ย?), เจมส์ ทอมกินส์, แดนนี่ แก็บบิดอน และอิเลิงก้า แผงมิดฟิลด์นำโดย สก๊อตต์ ปาร์คเกอร์, ราโดสลาฟ โควัค, แจ๊ค คอลลิสัน และ จูเนียร์ สตานิสลาส มีกิลเยอร์โม ฟรังโก้ และ ซาวอน ไฮนซ์ เป็นกองหน้า

ไม่ต่างกับผู้มาเยือนที่ต้องปรับทัพมากมายหลายจุดเช่นกัน เนื่องจากอาการบาดเจ็บของแผงหลังและผู้รักษาประตู โดยล่าสุดเหมือนจะยืนยันว่า จอห์น โอเช กับ จอนนี่ เอแวนส์นั้น น่าจะกลับมาได้ช่วงปีใหม่โน่น ริโอเองก็คงอีกหลายวีค จากแผ่นหลังเรื้อรัง วิดิชยังดีที่แค่เป็นไข้ ทำให้นัดนี้ ท่านเซอร์ต้องส่งคุสแซ็คมาเฝ้าเสา ใช้เอวร่าเป็นแบ๊คซ้าย คนนี้ไม่สาย ไม่ขาด ไม่ลาจริงๆนะฮะ//ฮ่าฮ่าฮ่า แบ๊คขวาใช้ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ขัดตาทัพไปก่อน คู่เซ็นเตอร์ใช้แกรี่ เนวิลล์จับกับเวส บราวน์ โดยแผงกองกางนั้นไล่จากทางซ้ายมีไรอัน กิ๊กส์, อันแดร์สัน, ดาร์รอน กิ๊บสัน, พอล สโคลส์ และอันโตนิโอ วาเลนเซีย ทิ้ง เวย์น รูนี่ย์ เป็นหน้าเป้าคนเดียว

รูปเกมในครึ่งแรก ยังคงน่าอึดอัดสำหรับกองเชียร์ผีแดงอย่างผม ถึงแม้จะครอบครองเกมได้ดีกว่าเยอะ ถึงแม้โอกาสจบสกอร์จะมีหลายครั้ง แต่หากตั้งอกตั้งใจดูจริงๆ จะพบว่า โรเบิร์ต กรีน นั้นก็ยังไม่ได้ออกแรงเซฟอะไรมากมายสักเท่าไหร่เลย เช่นเดียวกับ โทมัส คุสแซ็คของเรา แมนฯ ยูไนเต็ดเองนั้น ยังออกอาการเดิมๆก็คือ ตื้อ และประสานงานในแนวรุกไม่ค่อยไหลลื่นในจังหวะสุดท้าย บอลของกลางไปไม่ถึงรูนี่ย์ในกรอบ เพราะเจ้าตัวชอบถอยลงมาต่ำทำให้มักจะได้บอลบริเวณหน้ากรอบซะมากกว่า อันตรายก็ลดน้อยลง แต่เกมรุกเรายังพอขึงเขาได้เรื่อยๆ ทำให้ความหวาดเสียวว่าจะเสียประตูยังไม่เกิดขึ้นมากนัก

ทีมเยือนมาได้ประตูออกนำในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในที่สุด จากจังหวะเตะมุม เวสต์แฮมเคลียร์บอลไม่ขาด ตกมาถึงแถวสองหน้ากรอบที่มีสโคลส์ยืนรออยู่อย่างกับโจรมุมตึก สโคลส์จับด้วยขวา บอลตั้งมาทางซ้ายอย่างสวยงาม แต่สโคลส์ก็ถูกรั้งไว้ในจังหวะแต่งจะยิง เจ้าตัวไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ขืนตัวไว้เต็มที่ แล้ววางเท้าสับด้วยอีซ้ายบอลเหินติดปลายมือกรีนเล็กน้อยแต่ไม่พอจะเซฟได้ บอลพุ่งเสียบหน้าต่างอย่างสวยงาม การได้ประตูออกนำในนาทีเช่นนี้ หลังจากลุ้นซะน้ำปัสสาวะเหนียวย่อมทำให้ผมดีอกดีใจอย่างที่สุด เพราะเกมมันเหมือนจะรอเพียงแค่ประตูนี้ประตูเดียวเท่านั้นเอง เมื่อมันมาได้ถูกที่ถูกเวลาแบบนี้ ผมอดใจนั่งรอครึ่งหลังแทบไม่ไหวเชียวครับ โดยไฮไลต์ครึ่งแรกนี้อยู่ที่เนวิลล์เจ็บโคนขาหนีบตอนสปริ๊นต์ออกตัว สุดท้ายต้องถูกถอดออกแล้วส่งคาร์ริคลงมายืนเซ็นเตอร์แทน เล่นเอาเนวิลล์เม้งแตก ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเม้งเพราะเจ้าตัวไม่อยากเจ็บ หรือเม้งเพราะเห็นกองกลางมายืนเซ็นเตอร์กันแน่ ส่วนทางฝั่งเจ้าบ้าน ไฮนซ์เองก็เจ็บ จนครึ่งหลังโซล่าต้องส่งเดียมานติลงมาแทน

ล่วงเข้าครึ่งหลัง เกมยังเหมือนเดิม เวสต์แฮมยังไม่ผลีผลาม โซล่าน่าจะกำชับและวางแผนมาได้ดี ลูกทีมยังเก็บอาการได้ดีมากแม้ถูกนำออกไปในบ้าน เจ้าบ้านก็ยังคงแพ็คเกมต่อไป แล้วทิ้งฟรังโก้ กับเดียมานติไว้ข้างหน้าเช่นเดิม ปัญหาของเวสต์แฮมก็ยังคงเป็นปัญหาเดิมๆครับ คือเมื่อเน้นแพ็คเกมแล้วมันก็ทำให้กลางกับหน้าต่อไม่ติด ระยะทางการให้บอลมันห่างกันเกินไป ถึงแม้จะถอยฟรังโก้ลงมาเป็นตัวเชื่อมก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น เนื่องจากกลางของยูไนเต็ดวันนี้ส่งมาแพ็คเกมตรงกลางสนามถึงสามตัว บีบพื้นที่ซะจนปาร์คเกอร์ทำอะไรไม่ถนัดแล้วต้องหันมาเน้นรับมากกว่า ซึ่งนั่นน่าจะทำให้จินตนาการในเกมรุกของเวสต์แฮมหายไปนั่นเอง แถมเกมรุกทางด้านขวายังด้วนเสียอีก ด้านนี้โซล่าดูเย็นใจเกินไปที่ไม่ปรับอะไรทั้งๆที่เงียบมากๆ เงียบจนเอวร่าเล่นเหมือนเป็นปีกทั้งเกมเลย ส่วนทางฝั่งซ้ายนั้นก็กดดันเฟล็ทเชอร์แบ๊คจำเป็นน้อยเกินไปจริงๆ ทั้งๆที่จะว่าไป ไฮนซ์ หรือสตานิสลาสเองก็ความเร็วจัด น่าจะกดดันได้ดีกว่านี้

เมื่อยูไนเต็ดรู้สึกไม่กดดัน แถมมีประตูนำตุนอยู่ ก็ยิ่งเล่นง่าย กลางและปีกเริ่มแผ่ขยายการครองบอลออกไปทางด้านกว้างมากขึ้น การแพ็คเกมของเวสต์แฮมก็ถ่างออกทีละนิดๆ จนในที่สุด ช่องก็เปิดอีกครั้ง กิ๊บสันรับบอลไหลจากกิ๊กส์บริเวณหน้ากรอบโทษทางขวา เจ้าตัววิ่งเข้ามายิงด้วยอีขวาข้างถนัดทันที ส่งบอลพุ่งวาบเสียบหน้าต่างขวามือ กิ๊บสันทำได้อีกครั้งหลังจากตั้งศูนย์เล็งมาสองสามรอบ เป็นประตูที่สามจากสองนัดของเจ้าตัว พอเสียประตูนี้ โซล่าใจเย็นไม่ได้แล้วครับ ส่งคีรอน ดายเออร์ลงมาแทนโควัคทันที ในขณะที่ทีมเยือนก็ส่งเบอร์บาตอฟลงมาวาดลวดลายเป็นกองหน้าแทนกิ๊บสัน กลับมาเล่น 4-4-2 อีกครั้งหนึ่ง

เวสต์แฮมยังเหมือนงงๆและช็อคไม่หาย เกมยังไม่กระเตื้อง สุดท้ายก็โดนอีกสองลูกรวดจากการเปิดเรียดเข้ากลางของแอนนี่ทางซ้ายให้วาเลนเซียชาร์จ ตามด้วยเปิดเรียดทางขวาจากวาเลนเซียให้รูนี่ย์ชาร์จ พอเสียสองลูกรวด เวสต์แฮมถึงเพิ่งตื่นจากภวังค์ เริ่มเล่นเกมรุกกดดันทีมเยือนหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆหลังจากกรีนเล่นต่อไม่ไหวต้องส่งคูรุคซ์ลงมาแทน ในขณะที่โอเว่นก็ถูกส่งลงมาแทนรูนี่ย์ เวสต์แฮมกดดันได้ดีขึ้นเรื่อยๆจนคุสแซ็คต้องโชว์เทพดีเฟ้นซ์หลายครั้งในเกมนี้ นับว่าคุสแซ็คยังโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง จะมีต้องตำหนิหน่อยก็คือจังหวะเตะจากลูกส่งคืนนี่แหละที่ยังลนๆและเตะผิดเตะถูกอยู่เรื่อยๆ ภาพรวมของคุสแซ็คตอนนี้ผมว่าเบ็นน่าจะคิดได้และยอมรับการถูกส่งไปยืมตัวอีกรอบ เพื่อโอกาสในเวิลด์คัพของเขานั่นเอง

ช่วงท้ายๆ บราวน์มีอาการเจ็บอีกคน ต้องเดินออกจากสนาม และท่านเซอร์ก็ถอยเอวร่ามาเล่นเซ็นเตอร์คู่คาร์ริค ปรับเอากิ๊กส์มายืนแบ๊คซ้าย ผมมองว่านี่คงเป็นแผงหลังที่คลาสสิคที่สุดในโลกแล้วครับ เฟล็ทเชอร์-คาร์ริค-เอวร่า-กิ๊กส์ แหม... ซี๊ดส์อูยยยจริงๆนะเนี่ย สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติมอีก จบเกมไปด้วยสกอร์ 0:4 ที่ส่งให้แชมป์เก่าทะยานขึ้นมาไล่จี้เชลซีเหลือเพียง 2 แต้มเท่านั้น เมื่อเชลซีเองพลาดท่าออกไปพ่ายแมนฯ ซิตี้ซะงั้น ถึงแม้ว่าชัยชนะช่วงสามเกมล่าสุดของเราจะดูสวยหรู ยิงได้สิบเอ็ดประตูจากสามเกมก็จริง แต่ผมยังคงมองว่า นั่นคือภาพลวงตาที่เกิดขึ้นอย่างมีจังหวะและมีวาสนาพอสมควร ทั้งๆที่บางเกมรูปเกมเราก็ไม่ได้เหนือกว่าขนาดนั้น แถมจังหวะประสานงานเพื่อประตูยังไม่ค่อยต่อเนื่องอีกด้วย แต่มันก็ยังมีแง่ดีๆให้มองเหมือนกันนะครับ

เนื่องจากเกมรุกของเราที่ปัญหาการประสานงานในจังหวะสุดท้ายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สองฤดูกาลก่อน แต่ว่าโรนัลโด้ได้ปิดจุดอ่อนนี้ด้วยฝีเท้าและความคมของเขา มาปีนี้ เมื่อไม่มีโรนัลโด้ จุดอ่อนนี้จึงดูเหมือนเห็นได้ชัดเจนขึ้น และทำให้หลายๆนัด ต้องลุ้นเอาตัวโยกกว่าจะได้มาสักลูก ป๋าก็คงมองเห็นแหละครับ นัดหลังๆเราจึงเห็นความพยายามของแถวสองมากขึ้น มิดฟิลด์พยายามสอดขึ้นมามากขึ้น และเน้นการโมตีจากการครอสริมเส้นเพิ่มขึ้นอีกทางเพื่อดึงแบ๊คสองข้างถ่างออกจากพื้นที่ เปิดช่องให้หน้าและกลางทำได้สะดวกมากขึ้น นี่คือการปรับเปลี่ยนมิติในช่วงนี้ของแมนฯ ยูไนเต็ด ถึงแม้หลายคนจะบอกว่าวาเลนเซียมีดีแค่โยกออกข้างนอกเพื่อเปิด แต่นั่น มันก็คือการดึงแบ๊คออกจากโซนด้วย ยิ่งหลังๆนี้ เมื่อวาเลนเซียมีมิติตัดเข้าในเพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้การดึงตัวประกบทำได้ดีขึ้น กลางเราก็เล่นได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

จะว่าไป การที่ดาร์รอน กิ๊บสันได้ลงมากขึ้น ก็คือการเพิ่มมิติของทีมในช่วงที่เราต้องการนั่นแหละ เมื่อหน้าฝืด ต่อเกมจังหวะสุดท้ายไม่เนียน เข้าทำไม่สะดวกไม่จะแจ้ง ทางเลือกก็คือต้องเพิ่มมิติอื่นใส่เข้าไปในเกม นั่นก็คือการยิงจากแถวสองนั่นเองที่เราเพิ่มเข้าไปในช่วงหลัง ซึ่งสุดท้ายมันก็นำสามแต้มมาให้เราได้อย่างต่อเนื่องจริงๆ เมื่อรวมกับการเสียสามแต้มของเชลซีนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าอุณหภูมิของเกมลูกหนังอิงลิชนั้นน่าจะสูงทะลุปรอทแน่ๆครับ ในช่วงคริสต์มาสต่อเนื่องปีใหม่นี้ และผมแนะนำให้ทุกๆท่านอย่าพลาดแมทช์ในช่วงนี้เด็ดขาด เพราะมันอาจพลิกผันได้ทุกๆสัปดาห์เลยครับ

วันนี้ ผมคงขออนุญาตสั้นๆ เท่านี้ เนื่องจากดีเลย์ไปหลายวัน แถมผมเองก็กำลังจะออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ แถวๆ สมุทรปราการด้วย เอาไว้หลังเกมเสาร์-อาทิตย์นี้นะครับ ผมจะกลับมาเขียนเต็มๆให้อ่านกันอีกครั้ง และ อย่าลืม ช่วงนี้ห้ามพลาดเกมอิงลิช พรีเมียร์ลีกเชียวครับ เดี๋ยวจะหาว่าหงบไม่เตือน

แล้วมาลุ้นกันนะครับ

สงบใจ



Create Date : 08 ธันวาคม 2552
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 9:25:34 น. 0 comments
Counter : 214 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.