Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
28 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
20090928 วิพากษ์ STOKE CITY vs MAN. UNITED

บอกโลก...ว่าน้า...ตายยาก


วันนี้มาพบกันล่าไปนิด เนื่องจากภารกิจติดพันมากพอสมควร และไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้ว ภารกิจจะหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆหรือไม่ จากการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ในที่ทำงานของผม ผมก็ได้แต่หวังว่า มันจะไม่หนักหน่วงตลอดไป อันจะพอทำให้ผมได้มีเวลามานั่งเขียนบทวิเคราะห์ได้บ้าง อย่างน้อยถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้ทุกนัดไป แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เขียนเอาซะเลย

รำพันมาตั้งนานแล้ว เอาล่ะครับ วันนี้เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า อาจจะสั้นกว่าปกติพอสมควร เพราะรูปเกมมันก็ไม่ได้มีอะไรให้พูดถึงมากมายนักนะครับ

การจิ้มขุนพลนักเตะวันนี้ ท่านเซอร์ยังคงไว้ใจ เบน ฟอสเตอร์ตามเคย ก็อย่างที่หลายๆท่านคาดไว้ ว่าหากดร็อปเบนไปเลย อาจมีอาการที่เรียกว่า “วูบยาว” ได้ ดังนั้นการให้โอกาสจึงเป็นสิ่งที่สมควรแล้วสำหรับเด็กปั้นของเราคนนี้ ส่วนการที่คุสแซ็คได้ลงในเกมลีกคัพเมื่อกลางสัปดาห์นั้น ผมก็มองว่ามันเป็นธรรมดาที่ป๋าไม่เคยให้โกล์ตัวจริงลงถ้วยนี้อยู่แล้ว ปีที่แล้วก็เป็นบิ๊กเบนที่ได้เฝ้าเสาถ้วยนี้แหละ ปีนี้จะเป็นคุสแซ็คก็ไม่แปลกหรอก เพราะเบนยังถือว่าเป็นโกล์ตัวจริงอยู่ ตราบใดที่น้าซาร์ยังไม่กลับมา ส่วนแผงหลังได้ชุดเก่งกลับมาครับ โอเช, ริโอ, วิดิช และเอวร่าได้ผนึกกำลังกันอีกครั้ง แผงกลางวันนี้มาเต็มสูบพอควร วาเลนเซีย, สโคลส์, เฟล็ทเชอร์ และนานี่ ต่างได้โอกาสอีกครั้ง แผงหน้าเลือกใช้บริการคนหมูเดือด เวย์น รูนี่ย์ กับดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

ส่วนทางเจ้าบ้าน ช่างปั้นหม้อ วันนี้อัดแผงกลางมาอีกแล้วห้าคน ตามพิมพ์นิยมทีมเล็กที่พบทีมใหญ่ และหลังจากที่เราเพิ่งได้เห็นอดีตเด็กปั้นเราลงสนามในเกมลีกคัพที่ให้วูลฟ์มาหมาดๆ เกมนี้เราก็ได้เห็นอดีตเด็กปั้นเราลงสนามอีกคน คือไรอัน ชอว์ครอส ที่เติบโตได้ดิบได้ดีจนมีชื่อในลิสต์เป็นที่ต้องการของทีมดังๆบางทีมไปแล้ว//ฮ่าฮ่าฮ่า นอกจากนั้น ผมก็คุ้นๆอีกคนคือ แดนนี่ พิวจ์ ที่ก็น่าจะเป็นอดีตเด็กปั้นเราด้วย ไม่ใช่คุ้นจากไหนหรอกฮะ ผมคุ้นๆว่าเคยดันหมอนี่ขึ้นชุดใหญ่ สมัยเล่น CM เวอร์ชั่นเก่าๆนั่นแหละ

เริ่มเกม ก็เป็นไปตามที่ทุกๆฝ่ายคาดการณ์ไว้ สโต๊กพยายามเร่งเกมใส่ หวังฉวยโอกาสตอนที่เรายังไม่ทันตั้งหลัก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ กลายเป็นยูไนเต็ดทีมเยือน ที่ค่อยๆตั้งลำและยึดครองเกมไว้ได้แบบเบ็ดเสร็จ แต่ก็เหมือนเดิมครับ ที่การครองเกมเอาไว้ได้ ก็ไม่ใช่หมายถึงการได้ประตู เมื่อเจ้าบ้านวันนี้มาแบบมีวินัยเกมรับมากจริงๆ แดนกลางช่วยเพรสซิ่งช่วยไล่ตลอด ส่วนแผงหลังก็พยายามคุมพื้นที่ลงกลอนแน่นหนา ยูไนเต็ดจึงได้แต่ครองบอลขึงเกม ออกบอลถ่ายบอลกันไปมา ส่วนจังหวะสุดท้ายไม่สามารถหาช่องเจาะไปเอาบอลจบสกอร์ได้เลย จะเปิดจากกราบก็ปวดตับเหลือเกิ๊นนน....

โอกาสเหน่งๆของทีมเยือนในครึ่งแรกก็คงมาจากอันโตนีโอ วาเลนเซีย ที่ได้ทะลุพรวดสวนขึ้นมาทางกราบขวา ถูกผู้เล่นกองหลังเจ้าบ้านสไลด์เข้ามาสกัด แต่บอลกลับกระดอนไปข้างหน้าเข้าทางวาเลนเซียที่โดดหลบข้ามไปได้ เขาควบตามไปเต็มที่ก่อนจะชิพบอลข้ามตัว โทมัส โซเรนเซ่นได้สำเร็จ แต่บอลเจ้ากรรมกลับหลุดโคนเสาไกลไปไม่กี่นิ้วเท่านั้นเอง นับว่าเป็นโอกาสที่น่าเสียดายเป็นที่สุดของทีมเยือนในครึ่งแรก รูปเกมของฝั่งเจ้าบ้านไม่ค่อยกระเตื้องนัก โอกาสได้ลุ้นได้ยิงในครึ่งแรกไม่มีเลยด้วยซ้ำไป ทีมเยือนวางหมากมารับลูกกดดันของสโต๊คได้ดีมากๆ ริโอ และวิดิช ปักหลักซดลูกสาด ลูกครอส ลูกเปิดกลางอากาศได้อย่างน่าซูฮกอีกครั้ง ริโอที่วันนี้มีเตะทิ้งหน้าตาเฉย ก็เท่ากับว่า ตัวเองได้เรียนรู้จากความผิดพลาดในเกมที่แล้วมาแล้ว เกมนี้จึงไม่มีการเล่นแผลงๆเกิดขึ้น

เจ้าบ้านวางเดฟ คิตสันมากดดันแนวรับยูไนเต็ด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดนัก ส่วนดีน ไวท์เฮดที่ถูกคาดหวังให้เอาลูกสูงใหญ่มาเล่นกดดันก็ทำอะไรไม่ได้มาก เมื่อถูกวิดิชชิงตัดจังหวะพักบอลกลางอากาศไปหมด โดยมีริโอคอยเก็บตกจังหวะสองให้ และอีกข้อหนึ่งก็คือ เกมนี้ฟอสเตอร์อ่านจังหวะบอลกลางอากาศดีมาก ออกมาเล่นออกมาคว้าไม่พลาดสักครั้ง เกมทางริมเส้นของเจ้าบ้านก็เติมไม่ค่อยได้ เพราะต้องคอยพะวงกับการเติมของแบ๊คทีมเยือนและการเล่นของปีกซะมาก ทำให้ความอันตรายของสโต๊กหายไปเยอะทีเดียว แม้แต่รอรี่ ดีแลปเอง ก็ไม่ได้ใช้ลูกทุ่มมหาประลัยให้เกิดประโยชน์ได้เลยแม้สักครั้งเดียว

เกมล่วงมาถึงครึ่งหลัง ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงการทำงานของปีกสองข้างของยูไนเต็ดที่ถูกส่งลงสนามมาใหนเกมนี้ว่า นานี่ยังไม่สามารถเล่นตามธรรมชาติของตัวเองได้เลย การกังวลในการตัดสินใจเล่นทุกช็อตของเขา มันยิ่งทำให้เสียเวลาในการเล่นจังหวะนั้นๆ และความต่อเนื่องของเกมก็สะดุดไปทุกครั้ง ยิ่งเจ้าตัวกังวลเท่าไหร่ บอลก็ถูกแย่งไปได้ง่ายขึ้นทุกครั้ง เล่นเอาเจ้าตัวอารมณ์เสีย และยิ่งกังวลหนักขึ้นไปอีก ผมสังเกตเห็นว่าการที่เจ้าตัวมีความสามารถหลากหลาย ทั้งเร็ว คล่อง สปีดต้นจัด และยิงแรง ตรงนี้กลับทำให้เจ้าตัวมีปัญหาในการตัดสินใจเล่นกับบอล ซึ่งนานี่นั้นพอได้บอลปุ๊บ เราคาดได้เลยครับ ว่าเจ้าตัวต้องเก็บบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนจะดึงหลอก โยก และพยายามจะไปในทางที่คู่ต่อสู้ขาตาย แต่สุดท้ายเขาก็จะช้าไปหนึ่งจังหวะตลอด นี่คือปัญหาของนานี่ตอนนี้ หากเจ้าตัวได้บอลปุ๊บแล้วพาบอลไปทันที หรือชิ่งคืนแล้วสลัดไปรับ อย่างนั้นน่าจะหลุดไปได้ง่ายกว่า เรื่องนี้ต้องรอให้เจ้าตัวปรับเองครับ การเรียนรู้ตรงนี้อยู่ที่ประสบการณ์ในเกมล้วนๆ

ส่วนทางฝั่งวาเลนเซีย การที่เจ้าตัวไม่เคยได้เล่นร่วมกับแบ๊คคนเดิมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังไม่สามารถจับแนวทางการเล่นร่วมกันได้เสียที ตรงนั้นคือเหตุผลหนึ่ง แต่อีกข้อก็คือ เจ้าตัวเองก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของตัวเองและศักยภาพที่ตัวเองมีออกมาด้วย หากต้องรอประสานงานแบ๊กโดยตัวเองไม่สามารถไปคนเดียวได้ อันนั้นก็คงต้องถือว่าเป็นของปลอมแล้วล่ะ แต่อย่างว่าครับ วาเลนเซียเพิ่งได้ลงมาไม่กี่นัด คงต้องให้โอกาสเขาอีกระยะหนึ่ง เพื่อจับแนวทางการเล่นของทีม ดูไลน์การวิ่ง การเล่นในกรอบ และการเติมการทำทางของเพื่อนๆให้เข้าใจกันกว่านี้ ถึงตอนนั้น ผมเชื่อว่าศักยภาพที่เขาเคยเล่นให้วีแกนจะฉายออกมาเองครับ อย่างเกมนี้ เจ้าตัวก็หลุดไปเปิดสวยๆได้หลายครั้ง แต่ด้วยการที่รูนี่ย์ถอยลงมาเล่นต่ำบ่อยๆ และเบอร์บาตอฟเองก็ไม่ได้ค้ำอยู่ในกรอบตลอด ทำให้เป้าในการครอสไม่ค่อยมี ตรงนั้นวาเลนเซียต้องจูนกับเพื่อนๆให้ดีครับ ซึ่งก็น่าจะใช้เวลาอีกสักสองสามเดือนนะ ผมว่า

เมื่อท่านเซอร์เห็นว่านานี่ดูจะมีปัญหา และเหมือนจะหนักหนาขึ้นเรื่อยๆกับการผ่านโรเบิร์ต ฮูธ ทำเอายิ่งเล่นฮูธยิ่งมั่นใจ ส่วนนานี่กลับแผ่วลงเรื่อยๆ ชักไม่เข้าท่า ป๋าจึงเอาน้าแก่ๆลงมาแทนเด็กเอ๊าะๆในที่สุด กิ๊กส์ลงมาก็สร้างความปั่นป่วนให้ไลน์รับเจ้าบ้านได้ทันที เมื่อเจ้าตัวไม่ได้ฟิ๊กซ์ตัวเองที่กราบซ้าย แต่เลือกที่จะเล่นกราบซ้ายบ้าง หุบเข้าในบ้าง สอดเข้าในกรอบบ้าง ทำเอาโซนรับเจ้าถิ่นเริ่มมีปัญหากับการจัดการ และกิ๊กส์ก็จัดให้สำเร็จ บอลจากเฟล็ทเชอร์ตรงกลาง เห็นช่องตรงแหนวทีเดียว เฟล็ทเชอร์เล็งลอดเป้าแล้วแทงพรวดขึ้นไปทันที กิ๊กส์ทะลุเข้าไปรับบอลทางริมกรอบด้านซ้ายโล่งๆชนิดฮูธตามมาไม่ทัน ก่อนที่กิ๊กส์จะปาดเรียดเข้ากลาง และเป็นเบอร์บาตอฟที่ตามมาชาร์จโล่งๆเข้าไปสำเร็จ ลูกนี้เบิร์บจิต้าแสดงออกทันทีว่าต้องขอบคุณกิ๊กส์ครับ

เกมเพิ่งมีเพียงแค่ประตูเดียว แต่สโต๊คดูเหมือนกู่ไม่กลับซะแล้ว สโคลส์ครองเกมตรงกลางได้อย่างหมดจด และคอยตัดเกมได้ดี ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเริ่มช้าลงในครึ่งหลังจนถูกจับเลทแท็คเกิ้ลเสียใบเหลือง และเกือบจะถูกแดงด้วยซ้ำไป จากการเอามือป้องหน้า กันลูกครอสริมเส้นด้านขวา แล้วบอลดันลอยมาถูกมือจริงๆ ดีที่เวบบ์ยังพิจารณาเป็นบอลทูแฮนด์ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเว็บบ์เองก็ปฏิเสธลูกแฮนด์บอลของสโต๊คที่ขวางการยิงในครึ่งแรกของเราครั้งหนึ่ง โดยพิจารณาว่าเป็นบอลทูแฮนด์ คราวนี้ก็น่าจะต้องใช้มาตรฐานเดียวกันในการพิจารณาครับ แต่ว่าก็ว่านะ ลูกนี้ก็หลายครั้งแล้วนะ สำหรับสโคลส์ การปรี่เข้าไปบล๊อกลูกเปิดหรือลูกยิงแบบนี้ หันหน้าหนีแล้วยกมือขึ้นป้องหน้าเอาไว้เนี่ย ดีนะ ที่คราวนี้ไม่โดนจับแฮนด์บอล ไม่งั้นสีเหลืองกับสีแดงจะได้สมานฉันท์กัน ก็วันนี้แหละ (สองเหลืองเป็นหนึ่งแดง//ฮ่าฮ่าฮ่า)

หลังจากเสียประตูไม่นาน พูลิสก็เปลี่ยนทีเดียวสองคน โดยเอาตัวรุกอย่างตุนชาย ซานลี่ และเจมส์ บีตตี้ลงมาแทนเดฟ คิตสัน และดีน ไวท์เฮด เพื่อเปลี่ยนมิติเกมรุกมาใช้ความเร็วจากบีตตี้ และการทำเกมของซานลี่ อีกทั้งคิตสันเองก็มีอาการเจ็บจากการสวนแข้งกับวาเลนเซียตั้งแต่ปลายครึ่งแรกด้วย ถึงเปลี่ยนตัวไปแล้วแต่เกมก็ยังไม่กระเตื้องเท่าไหร่ แถมยังเสียประตูที่สองอีกด้วย จากฟรีคิกด้านขวา กิ๊กส์เปิดย้อยเข้าไปหน้ากรอบ โอเชเทคขึ้นสูงกว่าใครและสะบัดหัวส่งบอลเสียบหน้าต่างเสาสองอย่างสุดสวยให้ทีมเยือนออกนำสองลูกก่อนจะถึงนาทีที่ 80 และอีกครั้งกิ๊กส์เกือบบวกประตูที่สามได้ เมื่อสปีดแซงกองหลังมาเอาบอลคิลเลอร์พาสของสโคลส์ แต่กิ๊กส์พลาดในจังหวะสุดท้าย จึงชวดทำประตูที่ 100 ในลีกไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้น รูนี่ย์กับสโคลส์ถูกถอดออก เปิดทางให้โอเว่นและคาร์ริคลงมายืดเส้นยืดสายแทน ส่วนพูลิสก็ส่งแดนนี่ พิวจ์ลงมาแทน เลียม ลอว์เรนซ์ เกมในช่วงท้ายไม่มีอะไรมากนัก ยูไนเต็ดพยายามประคองเกมและปิดเกมด้วยการครองบอลฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ แม้แต่โอเว่นเองก็ยังพยายามเก็บบอลไว้กับตัว เวลาถูกทดเนิ่นนานมาจนสี่นาทีกว่าๆ ก่อนโฮเวิร์ด เว็บบ์จะพ่นลมสุดท้ายผ่านนกหวีด เป็นอันยืนยันว่า ทีมเยือนได้สามแต็มเต็มๆ พุ่งทะยานขึ้นยึดหัวตารางได้สำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะผลอีกสนามฟ้องขึ้นมาว่า วีแกน 3 เชลซี 1 เราขึ้นครองจ่าฝูงได้สำเร็จแล้วครับ

รูปเกมที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้อะไรในเชิงลึกให้พูดถึงมากนัก นอกจากฟอร์มที่ยังต้องลุ้นของนานี่ ได้บอลทีไรได้ลุ้นตลอด ลุ้นว่าน้องแกจะเสียบอลยังไง ส่วนวาเลนเซียก็ยังคงต้องปรับจูนกับเพื่อนๆอีกระยะ บอลอย่างวาเลนเซีย เป็นบอลที่ต้องมีพื้นที่สักหน่อย บอลที่ใช้สปีดกับความคล่องแบบนี้ พูดไปก็เหมือนสมัยเรามีแคนแคนทางขวา ถ้าได้เล่นในเกมที่พื้นที่เปิดสักหน่อย จะเริ่ดหรูอลังการดาวล้านดวงมากๆ แต่กับหลายๆเกมที่ผ่านมา เราเจอแต่ทีมที่ปิดโซนแน่น กราบโดนล็อคสองชั้นสามชั้น เกมแบบนี้ต่อให้เป็นแคนเชลสกี้ก็ไปไม่เป็นเหมือนกันนั่นแหละครับ สังเกตดูว่า สมัยที่เขาเล่นให้กับวีแกน ใครเขาจะสนใจมาแพ็คพื้นที่แบบนี้กับวีแกนมั่ง ไม่มีหร๊อก วาเลนเซียจึงมีพื้นที่ให้เล่นพอสมควร ซึ่งตรงนี้ก็ต้องค่อยๆปรับ ค่อยๆจูนกันไป และผมเชื่อว่าสุดท้าย เขาน่าจะทำได้ดี และปรับตัวได้เร็วกว่านานี่ด้วยซ้ำไปครับ

ผลงานที่ส่งให้ขึ้นครองจ่าฝูงได้แต่หัววันอย่างนี้ ผมยังไม่เชื่อหรอกครับ ว่ามันจะเป็นแบบม้วนเดียวจบ ยูไนเต็ดเราไม่ใช่ทีมที่จะพีคสามแต้มได้นานๆ แต่มักจะมีช่วงหัวทิ่มหัวตำแบบไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นปีละสามสี่ครั้ง ซึ่งเราเพิ่งผ่านไปครั้งเดียวเท่านั้นกับเบิร์นลี่ย์ ยังต้องเหลือให้หัวทิ่มอีกพอสมควร ทีมเรานี่ก็แปลกนะครับ ทำไมถึงไม่เคยยืนระยะพีคได้เกินสิบนัดสิบสองนัดก็ไม่ทราบ พอชนะมารวดๆหน่อยเดี๋ยวก็โดนตบหัวทิ่มแบบดูไม่จืดอีกแล้ว เป็นอย่างนี้ทุกปี แต่เรามีข้อดีที่ไม่เป๋ยาว กลับมาได้เร็ว ถึงสามารถเรียกฟอร์มกลับมาได้ทุกครั้งไป คราวนี้ผมก็หวังใจให้เราทำประวัติศาสตร์ได้สำเร็จนะครับ จะหัวทิ่มบ้างก็ไม่เป็นไร ขอให้จบได้ตามที่หวังก็พอครับ

เกมนี้ ก็คงต้องชมกิ๊กส์เป็นคนแรก และป๋าด้วยที่จิ้มตรงเป้าจริงๆ น้าแกลงมาก็แอสซิสต์ซะสองดอก แถมเป็นตัวป่วนอย่างแท้จริง ส่วนสโคลส์ก็ต้องให้แกเล่นในเกมแบบนี้แหละครับ เกมที่ไม่มีสปีด ไม่เพรสซิ่งหนักมากนัก มีพื้นที่ มีเวลาให้เล่นตามใจชอบ ช่วงท้ายเราจะเห็นว่าสโคลส์มีดึงจังหวะ มีเบรกเกมบ่อยๆ เพื่อหยุดความต่อเนื่องของสโต๊คไม่ให้จังหวะเกมมันไหลตามธรรมชาติ และที่สำคัญ นักเตะอย่างเฟล็ทช์ก็จะได้เรียนรู้ในจุดนี้ด้วย เฟล็ทเชอร์และอันแดร์สันนั้นยังขาดความนิ่ง ความเก๋าในจุดนี้ ที่จะคอนโทรลรูปเกมให้อยู่กับเรา ไม่ไหลบ่าไปตามกระแสเกมจนเกินควบคุม ซึ่งสุดท้ายตรงกลางเราจะหลวมและโดนสวนได้ง่ายนั่นเอง อ้อ...เกมนี้ก็ต้องเห็นใจรูนี่ย์ที่ถูกฟอร์มของนานี่บดบังซะจนไม่มีช่องทางทำมาหากินเลย แต่ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีกับการพยายามหาบอลและทำทางครับ แผงหลังกับผู้รักษาประตูก็ต้องชมเป็นพิเศษที่กลับมาได้ดีในเกมนี้

หลังจากนัดนี้ เราจะเปิดบ้านรับหมาป่าด๊อยทช์ลันด์อย่างโวล์ฟสบวร์ก ซึ่งก็มีกองหน้าฝีเท้าจัดจ้านมากๆอย่างเอดิน เซโก้ และกราฟิเต้ ที่ฟอร์มแรงจริงๆ และอย่าหวังว่าเขาจะไม่รู้จักเรานะ เพราะเขาก็มีนักเตะคนหนึ่ง ที่มีชื่อว่าโอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ นั่นเองครับ ก็ขอให้อย่าประมาทก็แล้วกัน ส่วนเกมหลังจากนั้น ก็จะได้เปิดบ้านรับมือซันเดอร์แลนด์ที่เพิ่งโชว์ฟอร์มสะเด่าไปเลยเพ่...มาเมื่อคืนนี้ ก็หวังว่าเราจะยังยืนระยะสามแต้ม สามแต้ม ได้ต่อไปนะครับ

แล้วมาลุ้นกันครับ

สงบใจ



Create Date : 28 กันยายน 2552
Last Update : 28 กันยายน 2552 11:42:08 น. 2 comments
Counter : 303 Pageviews.

 
liverpool สุดยอดปายเรยว่ะ


โดย: thitima IP: 222.123.191.158 วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:22:19:29 น.  

 
liverpool เเพ้ fulham 1-3


โดย: bomb IP: 203.144.144.165 วันที่: 11 มีนาคม 2553 เวลา:10:11:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.