Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
20090514 วิพากษ์ WIGAN ATHLETICS vs MAN. UNITED

Tevez Ignites United Passion Again. Sign Him, Please


สวัสดีเช้าวันชุ่มฉ่ำหัวใจของบรรดาเร้ด อาร์มี่ครับ ก็เสียวหัวใจไม่ใช่เล่น สำหรับการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดตกค้างเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งกว่าที่ยูไนเต็ดเราจะบุกไปคว้าสามแต้มกลับมาจาก เจเจบี สเตเดี้ยมได้ ก็เล่นเอาน้ำลายเหนียวคอไปตามๆกัน วันนี้ผมจะขอพูดเบาๆถึงรูปเกม แต่จะขอเพิ่มเติมความเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวของเตเวซที่ยังค้างคากันอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากใกล้จะปิดฤดูกาลเต็มทน เตเวซก็ใกล้จะเป็นอิสระจากสัญญาที่มีกับยูไนเต็ดแล้ว และผมเองก็มีหลายๆอย่างที่อยากจะเขียนถึงเรื่องนี้ แม้ว่ามันอาจจะไม่มีข้อเท็จจริงรองรับมากนัก แต่ผมก็เชื่อว่าอาจมีส่วนเป็นไปได้เช่นกัน มาอ่านกันเลยนะครับ

การจัดทัพในเกมนี้ ท่านเซอร์ยังคงต้องการเดินหน้าการันตีถ้วยแชมป์ให้ได้เร็วที่สุดตามคาด น้าซาร์ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริง ตามด้วยแผงหลังสี่คนที่ดูพร้อมที่สุด ไล่ตั้งแต่ จอห์น โอเชีย, เนมานย่า วิดิช, โจนาธาน อีแวนส์ และปาทริซ เอวร่า ส่วนแผงกองกลางนัดนี้วางมิดฟิลด์ตัวรับลงมาสองคนคือ พอล สโคลส์ และ ไมเคิล คาร์ริค พร้อมทั้งหย่อนอันแดร์สันลงมาเป็นตัวรุก ในระบบ 4-3-3 มีหน้าสามตัวคือ โรนัลโด้, รูนี่ย์ และเบอร์บาตอฟ ปรายตามายังม้านั่งสำรองข้างสนาม ยังประกอบไปด้วย โทมัส คุสแซ็ค, ราฟาเอล ดา ซิลวา, แกรี่ เนวิลล์ และเพื่อนกิ๊กส์, ปาร์ค ชี ซอง, หลุยส์ นานี่ และคาร์ลอส เตเวซ

ส่วนทางเจ้าบ้านนั้น สตีฟ บรู๊ซ อดีตเด็กในคอนโทรลป๋า ไม่สามารถใช้งานคริส เคิร์กแลนด์ได้ ทำให้ต้องส่งริชาร์ด คิงสันลงมาเฝ้าเสาแทนในเกมนี้ ส่วนอาเหม็ด ฮอสซัม มิโด้ นั้น ก็เพิ่งฟิตกลับมา จึงมีชื่อเพียงสำรองข้างสนาม แผงหลังประกอบไปด้วย มาริโอ เม็ลช็อตต์, เอ็มเมอร์สัน บอยซ์, ไตตัส บรัมเบิล และมายเนอร์ ฟิเกอรัว แผงกองกลางมีไมเคิล บราวน์, พอล ชาร์เนอร์, ลี แค็ตเตอร์โมล และอันโตนิโอ วาเลนเซีย คู่หน้าต้องดันเอา ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย มาเล่นคู่กับ ฮูโก้ โรดาเยก้า

สภาพสนามที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน และสายฝนหนาตา ชนิดที่มองเห็นได้ชัดเจนจากจอโทรทัศน์ ประกอบกับการเล่นในบ้านกับแชมป์เก่า ที่ถือสถิติชนะบรู๊ซซี่มาแปดนัดรวด ตรงนี้ครับ ที่ทำให้ความมุ่งมั่นและกระหายในการไล่บอลของนักเตะเจ้าถิ่น ดูมีเหนือกว่าว่าที่แชมเปี้ยนซีซั่นนี้มากมายนัก ยิ่งสภาพสนามไม่อำนวยในการคอนโทรลบอลแบบนี้ สตีฟ บรู๊ซ ก็เลียปากแผล่บๆ สั่งการให้ลูกทีมติดเครื่องเต็มสูบ เดินหน้าเข้าหาลูกบอลรวดเร็วทุกจังหวะ ทุกคนที่คุมพื้นที่ ต้องเข้าหาบอลในเขตปกครองของตัวเองทุกช็อต นั่นทำให้เกิดอาการ 2 รุม 1 กับนักเตะยูไนเต็ดตลอดเวลา โดยเฉพาะแผงกลาง และจะกลายเป็น 3 รุม 1 ทันทีที่บอลเดินเข้าไปถึงหน้ากรอบวีแกน และไม่ทราบว่าไปโด๊ปอะไรกันมา วีแกนถึงได้บ้าพลังขนาดนั้น วิ่งขึ้นวิ่งลงกันไม่รู้จักหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ทำเอาเราเดินเกมไม่ได้ถนัดเลย

ด้วยการถูกบีบเร็ว และถูกรุมแย่งบอลเร็วตลอด ทำให้ยูไนเต็ดต้องออกบอลเร็วกว่าปกติ แต่ด้วยสภาพสนามที่ลื่นปรื๊ด ลื่นปรื๊ด และฝนที่เทลงมาค่อนข้างหนัก ทำให้การคอนโทรลทิศทางบอลและน้ำหนักบอล ทำได้ยาก การวางบอลยาวไปยังที่ว่าง(ที่มีไม่มากนัก) ก็ไม่ได้ผล เนื่องจากสนามที่ชุ่มน้ำ พอบอลตกก็พุ่งไปข้างหน้าเร็ว ทำให้กวดกันไม่ค่อยทัน วีแกนมาไม้นี้ ก็เหมือนตัดการคอนโทรลบอลที่แม่นยำออกจากยูไนเต็ดได้สำเร็จ ดิมี่ต้องลงมาล้วงลูกต่ำบ่อยๆ โรนัลโด้และรูนี่ย์ก็ต้องอาศัยจังหวะฉาบฉวยเพื่อลากบอลไปเอง ซึ่งเพิ่มความแน่นอนในการเคลื่อนบอลได้มากกว่า แต่วีแกนนั้น เล่นรับได้รัดกุม บีบพื้นที่ได้ดี และด้วยบอลสวนกลับที่มีพื้นที่มากเหลือเกินในแดนแมนฯยูฯ รว่มๆครึ่งสนาม ก็ทำให้ว่าที่แชมป์ต้องสะอึกได้ก่อน จากที่เกือบๆจะได้ประตูตั้งแต่สองนาทีแรก ก็มาได้ประตูนำไปจนได้ เมื่อครึ่งชั่วโมงผ่านไป

ความคล่องของวาเลนเซีย ที่ครองบอลหลอกล่อโยกหนีวิดิชและอีแวนส์, ความหนักของโรดาเยก้า ที่ขึ้นเทคกับวิดิชได้หนักหน่วงทุกจังหวะ เมื่อรวมกับสนามที่ลื่นปรื๊ด ทำให้การป้องกันการโจมตีทำได้ยากขึ้น ยิ่งพื้นที่มีมากจากการบุกขึ้นไปแทบทุกคนอย่างนี้ วีแกนสวนมาแต่ละดอก บอลตกทีไร อีแวนส์มีลื่นทุกทีไป และโหม่งทีไรโรดาเยก้าก็กดวิดิชได้ทุกทีจากการชิงจังหวะที่ทำได้ดีกว่า สุดท้ายลูกหนักในการเทคของโรดาเยก้าก็ชนะวิดิช ที่โหม่งแล้ววิดิชลงพื้นไม่ดีเท่า ทำให้ลื่นไปสองจังหวะ ในขณะที่โรดาเยก้าพอหาบอลเจอก็หวดตูมสวนน้าซาร์เข้าไป แม้ว่าวีแกนจะนำไปก่อนในครึ่งแรก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีโอกาส ลูกโหม่งจ่อๆโล่งๆของน้องหมูที่ดั๊นนนน โหม่งไปไหนไม่รู้ กับลูกโฉบเข้ามายิงของคาร์ริคข้ามสามเหลี่ยมเสาสอง ล้วนน่าเป็นประตูทั้งนั้น แต่วีแกนเองก็น่าจะได้หลายลูกอยู่เหมือนกัน

ครึ่งหลัง เกมยังคงเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนยูไนเต็ดจะเริ่มปิดทางวีแกนได้ดีขึ้น เกมเพรสซิ่งกลางสนามของวีแกนยังคงทำได้ดี แต่นักเตะยูไนเต็ดก็เคลื่อนที่หาช่องมากขึ้น และให้บอลกันด้วยความแน่นอนขึ้น ถ่ายบอลลดสปีดเกมตรงกลางลงมาเพื่อดึงจังหวะของวีแกนไว้ แต่ก็ยังไม่สามารถเบิกสกอร์ได้เสียที ในขณะที่เกมสวนกลับวีแกนก็ยังคงน่ากลัว เกมนี้ ตรงกลางสนามกลายเป็นแค็ตเตอร์โมล, บราวน์ และชาร์เนอร์ ที่เด่นในเกมเพรสซิ่งมากๆ ประกอบกับ เอ็นซอกเบียและโรดาเยก้าที่กดดันแผงหลังเราได้น่ากลัวสุดๆในครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังเราระมัดระวังหลังบ้านมากขึ้น ก็ช่วยลดความน่าหวาดเสียวไปได้พอสมควร แต่โอกาสของเราเองก็ยังมีไม่มากนัก ดิมี่ต้องลงมาทำเกมมากกว่าปกติ โรนัลโด้ไม่ค่อยได้โอกาส ฟรีคิกก็ติดกำแพง ในขณะที่น้องหมูก็มักถูกรุมประกบตอนหุบเข้าในไม่ต่างกับโด้ เรียกว่าสามประสานในเกมนี้ ถูกวีแกนจำกัดการประสานงานได้ค่อนข้างสนิท

ป๋ารีบส่งเตเวซลงมาทันที และแพสชั่นของเต ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จากที่วีแกนไม่ต้องระวังแอนนี่มากนัก เพราะเกมนี้เร่งเกมจนเสียหลายครั้ง และมุ่งแต่ช็อตคิลเลอร์มากเกินไป พอเปลี่ยนเป็นเตจัง ที่สามารถส่ายหาที่ว่างได้ดีกว่า และกดดันแผงหลังในกรอบได้ดีกว่า ทำให้กองหลังวีแกนต้องมาพะวงกับเตเวซเพิ่มขึ้น อีกทั้งเตเวซเองก็ยังขยัน ช่วยไล่บอลให้ทีมได้ดี ทำให้วีแกนตั้งบอลยากขึ้น ตั้งแต่เตเวซลงมา เกมของวีแกนก็เริ่มเงียบลงไปอย่างเห็นได้ชัด และแค่ห้านาทีเตเวซก็ยิงตีเสมอได้ จากลูกกึ่งยิงกึ่งผ่านของคาร์ริคจากกราบขวา ลูกพุ่งเข้าทางเตเวซที่สอดเข้ามาในกรอบ แต่ออกจะตัดหลังเจ้าตัวไปนิด เตเวซไม่รอช้า เอี้ยวตัวไขว้บอลย้อนเข้าเสาแรกทันที ทำให้ยูไนเต็ดตีเสมอได้สำเร็จ และรูปเกมก็กลับมาเข้าทางยูไนเต็ดมากขึ้นแล้วในตอนนี้ ท่านเซอร์ปรับเอาสโคลส์ที่เริ่มหมดออกมาและส่งกิ๊กส์ลงแทน ไล่ๆมาด้วยบรู๊ซซี่ ที่เห็นลูกทีมเริ่มโดนบดมากขึ้น ก็ถอดเอ็นซอกเบียออก แล้วส่งมิโด้ลงมาเพื่อช่วยโจมตีทางอากาศกับโรดาเยก้า

ยูไนเต็ดกดดันหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่ได้ประตูขึ้นนำเสียที กิ๊กส์ที่ลงมาก็ช่วยทะลุทะลวงตรงกลางได้ดีขึ้น แต่การให้บอลโดยรวมของทีมในจังหวะทีเด็ดทีขาดยังไม่แม่นยำนัก สุดท้าย ความพยายามมาสัมฤทธิ์ผลเอาในห้านาทีก่อนหมดเวลา เมื่อโอเชียผ่านบอลขวาหน้ากรอบจากขวาเข้ามาตรงกลาง บอลไหลเข้ามาพอดีกับที่คาร์ริคสอดเติมขึ้นมาและซัดโดยไม่ต้องจับ ส่งบอลพุ่งเสียบตาข่ายเสาสองอย่างสุดสวยเป็นประตูขึ้นนำและเป็นประตูชัยในที่สุด จากนั้น ป๋าส่งปาร์คลงมาแทนเบอร์บาตอฟทันที และทั้งสองทีมก็ผลัดกันทำเกมรุกแต่ก็ไม่ได้ประตูเพิ่มกันทั้งคู่ จบเกมด้วยสามแต้มของแชมป์เก่าในที่สุด แต่ก็ทำเอาแฟนผีเฉพาะกิจซึมไปเป็นแถว

โดยรวมแล้วผมว่านัดนี้ต้องชื่นชมเตเวซมากเลย ที่ลงมาก็สร้างแพสชั่นให้ทีมได้มากและยังทำประตูที่ทีมต้องการในเวลาที่ถูกต้องที่สุด ประตูนี้ ผมว่ามีค่าต่อทีมมากทีเดียว อาจจะมากกว่าประตูของคาร์ริคด้วยซ้ำ ในแง่ที่ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเกมที่หามาร่วมชั่วโมง มันเพิ่มความมั่นใจให้นักเตะทุกๆคน และสร้างแรงกระตุ้น ความกระหายในชัยชนะ ให้มันพุ่งสูงขึ้นจนมาได้ประตูที่สองในช่วงท้ายเกม และประตูนี้ อาจช่วยเพิ่มแรงกดดันต่อบอร์ดบริหารได้บ้าง ที่จะเร่งเรื่องสัญญาให้ลุล่วงเสียที สำหรับคนที่เล่นได้น่าผิดหวังในเกมนี้ก็คงเป็นแอนนี่ ที่ดูลุกลี้ลุกลน และเหมือนจะผิดที่ผิดทางอยู่หลายๆจังหวะ เบอร์บาตอฟเองก็ดูจะไม่เหมาะกับเกมลักษณะนี้ ที่เขาถูกรุมสามสี่คนแซะเอาบอลไปตลอดเวลา ถึงแม้การออกบอลหลายๆจังหวะจะยังเนียนตาอยู่ แต่ในภาพรวมแล้ว เกมนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือความเร็วในการเข้าทำจังหวะสุดท้ายก่อนที่วีแกนจะตั้งตัวได้ในเกมรับ ซึ่งเกมนี้เตเวซดูจะมีประโยชน์ในแง่นั้นมากกว่า

ทางด้านโรนัลโด้ เกมนี้ออกจะเพี้ยนๆไปสักหน่อย เมื่อได้ฟาล์วจากกรรมการน้อย ทำเอาเจ้าตัวออกอาการงอน เล่นกระปริบกระปรอย เดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย ถือว่าไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีครับ เกมนี้ พอสนามลื่น อีแวนส์เปิดตัวได้ไม่ดี เล่นเอาทั้งอีแวนส์และวิดิชออกอาการตื่นๆเหมือนกันนะ ในจังหวะห้าสิบห้าสิบที่เคยแน่นอนก็พลาดง่ายๆ อาจจะเพราะเกร็งกับการทรงตัวกลัวล้มมากเกินไปก็เป็นได้ ทำให้จังหวะเหมือนจะเสียไปทั้งคู่ ลูกของวาเลนเซียในนาทีที่ 2 นั้น วิดิชก็พลาดก่อนจากการไม่ขึ้นโหม่งทีแรก ทำให้บอลหลุดมาถึงวาเลนเซียที่อีแวนส์ก็ไม่ได้คิดว่าวิดิชจะปล่อยหลุดมา เจ้าตัวถึงกับออกตัวล้อฟรีและลื่นไป ดีที่วิดิชยังสปีดตามมาเบียดได้ในจังหวะสุดท้าย ไม่งั้นก็งานเข้ายาวเลย ซึ่งถ้าจะให้คะแนนในภาพรวมนั้น ผมยังมองว่าคะแนนเฉลี่ยของนักเตะวีแกนน่าจะเหลื่อมๆนักเตะเราอยู่พอสมควรในเกมนี้ครับ ก็ต้องยอมรับว่าเราเองมีโชคดีด้วย ที่เก็บสามแต้มได้จากวันที่ฟอร์มโดยรวมไม่ค่อยดีนัก

เอาล่ะครับ มาคุยกันถึงเรื่องเตเวซสักหน่อย ประเด็นเรื่องค่าตัวที่ยังไม่มีข้อสรุปนั้น ผมเองก็ยังเชื่อลึกๆว่า เคียคงต้องการ 32 ล้านจริงๆ โดยไม่ต้องหักค่าเช่าออกไป เพราะถ้าหมดสัญญาเช่า เขาก็ไปเร่ขายใครก็ได้ในราคา 32 ล้านใช่ไหม ทำไมต้องมาขายยูไนเต็ดในราคาที่โดนหักไปสิบล้านด้วยล่ะ ในแง่ธุรกิจมันคือขาดทุนชัดๆ อีกอย่างหนึ่งเตเวซเองก็เหมือนยังเคารพสัญญาที่ทำไว้กับเคียอยู่มาก จึงออกมาให้ข่าวว่าถ้ายูไนเต็ดไม่เอา เขาก็คงต้องไปที่อื่น ซึ่งก็เป็นไปตามเงื่อนไขของเคียนั่นแหละ แต่ยูไนเต็ดก็คือยูไนเต็ด สโมสรที่มักจะถูกปั่นราคานักเตะที่ต้องการซื้ออยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องต่อรองเจรจาราคาค่าตัวกันจนวินาทีสุดท้ายเป็นประจำ โดยเฉพาะกับพวกสตาร์ดังๆ เช่นเบอร์บาตอฟ หรือฮาร์กรีฟส์เป็นต้น แต่เมื่อคู่เจรจา หรือจะบอกว่าเจ้าของเตเวซนั้น ไม่ใช่อีกสโมสรฟุตบอลหนึ่ง แต่เป็นบริษัทที่ครอบครองนักเตะในลักษณะของการลงทุน เรื่องมันจึงยิ่งยากเข้าไปใหญ่ หากจะบอกว่ายูไนเต็ดเขี้ยว บริษัทพวกนี้ยิ่งเขี้ยวหนัก เพราะเขาทำธุรกิจเรื่องนี้โดยเฉพาะนั่นเอง

การที่เคียยังไม่บรรลุสัญญากับยูไนเต็ด นั่นแสดงว่าการเจรจายังไม่จบ และการเจรจาที่ว่าก็คงหมายถึงการต่อรองราคานั่นเอง เคียคงเห็นว่า ยูไนเต็ดเขี้ยวนัก จึงเดินเรื่องกดดันยูไนเต็ดโดยดึงสโมสรอื่นเข้ามากดดันอีกทาง การเริ่มพูดคุยกับสโมสรอื่นก็หมายถึงการไม่ง้อเกลเซอร์นั่นเอง และเหมือนจะแสดงออกว่าถ้ายูไนเต็ดไม่จ่ายก้อนนี้ กรูก็ไปหาจากที่อื่นก็ได้ ยิ่งการที่เตเวซออกมาให้ข่าวอีกทางว่าคงต้องย้ายแน่ ก็ยิ่งเร่งเชื้อไฟเข้าไปอีก ว่าเคียและเตเวซก็ไม่ง้อยูไนเต็ดเหมือนกันนะ แต่ยูไนเต็ดไม่สนใจอยู่แล้ว เนื่องจากราคาค่างวดสามสิบกว่าล้านนั้น สโมสรในอังกฤษที่ต้องการเตเวซจนต้องจ่ายเงินขนาดนั้น เอาเข้าจริงจะมีแค่ไหนกันเชียว เชลซีเองก็เริ่มนโยบายรัดเข็มขัดแล้ว ลิเวอร์พูลล่ะ เล่นหน้าเดี่ยวก็มีตอร์เรสอยู่แล้ว จะเอาเตเวซไปนั่งทำไมอีก และสไตล์ก็เหมือนเคาท์ เหมือนคีนอีกต่างหาก คีนยังไม่ค่อยได้ลงเลย เตเวซจะไปทำไม สุดท้ายก็คงเหลือซิตี้ทีมเดียว ที่มีจ่ายขนาดนั้นได้ง่ายๆ มองอย่างนั้นแล้วยูไนเต็ดจึงยังชะล่าใจอยู่นั่นเอง

เห็นไม่ได้ผล เคียก็เดินเกมใหม่ด้วยการดึงลิเวอร์พูลมามีเอี่ยวมากขึ้น มีการเล่นข่าวว่าเตเวซพร้อมไปลิเวอร์พูล และลิเวอร์พูลเองก็สนใจ หากเตเวซจะมาร่วมทีมด้วย ตรงนี้ครับ ที่ผมมองว่าคือการกดดันยูไนเต็ดชนิดที่โยนระเบิดใส่กันเลยทีเดียว หากยังจำกันได้ถึงคดีของไฮน์เซ่เมื่อสองปีก่อนก็จะทราบว่าป๋าเราอ่อนไหวเรื่องนี้แค่ไหน สำหรับลิเวอร์พูลเองก็ไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว แถมยังได้ปั่นหัวเซอร์ให้เสียสมาธิจากเกมฟุตบอลช่วงสามนัดสุดท้ายได้อีก ลิเวอร์พูลมองมุมไหนก็มีแต่ได้ เมื่อเคียมาเหลี่ยมนี้ ยูไนเต็ดก็ออกหมัดสวนทันควันเหมือนกัน ด้วยการให้ข่าวว่ากำลังให้ทนายศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างนักเตะอาชีพในอังกฤษ โดยเฉพาะกฎบอสแมน ตรงนี้ก็เหมือนจุดสลบของเคียเช่นกัน เพราะในอังกฤษจะไม่อนุญาตให้นักเตะนั้นอยู่ภายใต้สังกัดเจ้าของที่ไม่ใช่สโมสรฟุตบอลอีกต่อไป (เตเวซคือรายสุดท้าย) นั่นหมายถึงใครจะเอาเตเวซก็ต้องซื้อขาดเท่านั้น และที่สำคัญ สัญญาของเตเวซกับเคียจะต้องถูกยกเลิก หากเตเวซจะค้าแข้งในอังกฤษต่อไป

และเมื่ออิงจากกฎบอสแมน เตเวซที่กำลังหมดสัญญายืมตัวกับยูไนเต็ด ก็จะถือว่าเป็นฟรีเอเย่นต์ทันที (เพราะอังกฤษไม่รับรองสัญญาที่มีกับเคียนั่นเอง) และทำให้สโมสรไหนๆในอังกฤษก็สามารถเซ็นสัญญาฟรีๆกับเตเวซได้ ไม่จำเป็นต้องเฉพาะแค่ยูไนเต็ดเท่านั้น แต่การจะทำอย่างนั้นได้ก็คือเตเวซต้องเป็นอิสระจากสัญญาเคียเสียก่อน นั่นคือระเบิดที่ยูไนเต็ดโยนกลับไปทางเคีย เพราะหากสุดท้าย ไม่ว่าใครก็ตามที่สามารถหาช่องทางที่เตเวซจะหลุดจากสัญญาเคียได้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกสัญญาจากตัวเตเวซเอง หรือช่องว่างทางกฎหมายในอังกฤษต่างๆ ที่อาจถูกหยิบยกมาอ้างอิง เพราะกฎหมายแต่ละประเทศนั้นต่างกัน เคียเองก็คงไม่ได้เช็ครายละเอียดจากทุกๆประเทศตอนทำสัญญากับเตเวซหรอก และถ้าจะเล่นกันแง่นี้ ก็เป็นไปได้ที่จะพบว่าสัญญาบางข้อของเตเวซกับเคีย อาจจะขัดกับข้อกฎหมายในอังกฤษได้ ซึ่งถ้าทำได้ขึ้นมาจริงๆเคียก็สลบเหมือดได้เหมือนกันครับ เพราะหงส์แดงก็สามารถเซ็นเตเวซฟรีได้ด้วย เคียก็จะไม่ได้ค่าตัวเตเวซสักแดงเดียว ทีนี้เคียก็จะเหลือแค่ชอยส์เดียว คือนำเตเวซไปขายนอกอังกฤษ ซึ่งเตเวซก็จะพ้นสภาพหอกข้างแคร่ของป๋าไปด้วย แต่มันจะง่ายไหม เมื่อเตเวซเองก็บอกด้วยตัวเองว่าต้องการอยู่ในอังกฤษต่อไป เพราะทุกอย่างมันลงตัวแล้ว

หากมองในมุมนี้แล้ว ข่าวแต่ละระลอกที่ออกมา มันก็คือการหักเหลี่ยมเฉือนคมกันทางธุรกิจนั่นเองครับ ซึ่งเมื่อเคียไม่ได้เจรจากับยูไนเต็ดแบบคู่สัญญาปกติ แต่เริ่มดึงบุคคลที่สาม(สโมรสรอื่นๆ ไปจนถึงลิเวอร์พูล) มากดดันทางอ้อม ยูไนเต็ด ที่ก็ขึ้นชื่อเรื่องความเขี้ยวเหมือนกันก็ไม่ยอมแพ้ จัดการกดดันกลับอย่างเจ็บแสบได้ชนิดสมน้ำสมเนื้อ และหากจำกันได้ เคสของมาสเชราโน่ไปลิเวอร์พูล ยูไนเต็ดก็ให้ มัวริซ วัตกิ้นส์ ซึ่งเป็นบอร์ดคนหนึ่งและเป็นเหมือนมือกฎหมายของสโมสร ลงไปช่วยเหลือดูแลด้านกฎหมายให้เคสมาสเชราโนด้วย เพราะมันจะส่งผลถึงเคสของเตเวซที่ยูไนเต็ดกำลังสนใจตอนสมัยเตเวซยังอยู่กับเวสต์แฮม ตรงนั้นก็ทำให้สโมสรพอรู้ตื้นลึกหนาบางของเคียพอสมควร และก็ทำให้เคียเองนั้นก็พอรู้ว่ายูไนเต็ดก็รู้ทันเกมตัวเองด้วย จะพูดไปก็คือไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่นั่นแหละ

เกมเจรจานี้ จะจบลงอย่างไรก็ไม่ทราบ แต่วันนี้มีข่าวจากเว็บสโมสร ออกมาว่า ใกล้ได้ข้อสรุปอยู่เหมือนกัน เมื่อท่านเซอร์ให้สัมภาษณ์แมนฯยูฯทีวี ว่าเดวิด กิลล์ได้จัดการยื่นข้อเสนอไปแล้ว และหวังว่าเตเวซจะพอใจ ตามนี้ "I think we've had progress today," the manager told MUTV. "David Gill's had a good meeting today, I've spoken to Carlos and we've given him an offer we hope he accepts. That's where we are. (manutd.com) ซึ่งเราก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดีนะครับ

เอาล่ะ มาถึงบรรทัดนี้ ก็เหลืออีกหนึ่งแต้มที่ต้องการในการปิดฉากไล่ล่าสุดระทึกของซีซั่นนี้ เรามาร่วมเชียร์ให้ยูไนเต็ดทำได้ดั่งที่หวังไว้ในเกมหน้าที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด กันเลยนะครับ



แล้วมาลุ้นกันครับ

สงบใจ



Create Date : 14 พฤษภาคม 2552
Last Update : 14 พฤษภาคม 2552 14:00:37 น. 0 comments
Counter : 239 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.