Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
20100308 วิพากษ์ Wolverhampton VS Man. United

ป๋าไม่รู้ ป๋าไม่สนราคา ป๋าแค่ชอบดราม่า...


สวัสดีครับ แฟนๆทีมจ่าฝูงทั้งหลายทั้งปวง มีความสุขสมหวังกันดีไหมครับ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่หมายถึงว่าพวกคุณๆต้องไม่ใช่แฟนเฉพาะกิจ หรือเชียร์แบบมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงนะครับ เพราะชัยชนะเพียงหนึ่งเม็ด อาจทำให้ท่านสนุกได้ไม่สุด//ฮ่าฮ่าฮ่า เกมนี้ก็เป็นอีกเกมที่บ่งบอกถึงความเป็นกุนซือมากประสบการณ์ของป๋าได้เป็นอย่างดี เกมที่ชาวบ้านชาวช่องบอกว่า เอานะ เอานะ แบบนี้ แต่ป๋าเรากลับยักไหล่ พลางบอกว่า กลางสัปดาห์สำคัญกว่านะ ว่าแล้วป๋าก็เวียนผู้เล่นสำคัญตามคาด บวกกับรูนี่ย์ที่มีข่าวว่าบาดเจ็บหัวเข่าจากการลงสนามเวมบลีย์เป็นชั่วโมงๆในรอบสามสี่วัน ป๋าจึงไม่อยากเสี่ยงให้มีใครเจ็บหรือล้าเพิ่มในช่วงชี้เป็นชี้ตายแบบนี้ นี่คือสาเหตุที่ทำให้ทัพเรานัดนี้ออกมาน่ากลุ้มใจนิดนึง และผลงานเองก็น่าละเหี่ยใจพอควร ดีที่ว่ายังเก็บสามแต้มสำคัญพาทีมขึ้นจ่าฝูงได้สำเร็จครับ

เจ้าบ้านวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ วันนี้เปิดสนามโมลินิวซ์ กราวนด์ ต้อนรับผู้มาเยือน ด้วยทัพนักเตะที่เอ่อ...ผมไม่ค่อยคุ้นหูกระดิกหูเท่าไหร่นัก และคาดว่าผู้อ่านหลายๆท่านก็เช่นกัน เกมนี้ มิค แม็คคาร์ธี่ย์ แก้ตัวจากเกมเยือนโรงละครเกมก่อนที่ส่งชุดสำรองลงมาพ่าย แถมถูกเอฟ เอ ปรับซะหูตูบ ด้วยการส่งผู้เล่นชุดที่น่าจะใหญ่ที่สุดลงมาสู้แชมป์เก่า ผู้รักษาประตูเป็นมาร์คัส ฮาห์นีมันน์ แผงหลังสี่คนประกอบไปด้วย โรนัลด์ ซูบาร์, โจดี้ แคร็ดด็อก, คริสตอฟ เบอร์ร่า และ สตีเฟ่น วอร์ด แผงกลางวันนี้เอ็ม แอนด์ เอ็ม อัดมาห้าคน ได้แก่ เควิน โฟลีย์, เกดิโอร่า, คาร์ล เฮนรี่, เดวิด โจนส์ และ แม็ทธิว จาร์วิส โดยวาง เควิน ดอยล์ เป็นหน้าเป้าคนเดียว

ส่วนทางฝั่งแชมป์เก่าผู้มาเยือน ป๋าบอกตอนนี้ป๋าไม่สนหน้าเสื่อ ป๋าไม่สนราคา ป๋าไม่สนหน้าตาตัวเอง ป๋าเลือกที่จะจัดทัพที่ก้ำกึ่งสักหน่อย โดยพักผู้เล่นชุดใหญ่สำคัญบางคนเอาไว้ เพื่อเก็บความสดไว้ใช้ในระยะยาวช่วงชี้เป็นชี้ตายที่เหลือ เช่น ปาร์ค ชี ซอง, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, นอกจากนี้ ยังมีรูนี่ย์ที่อาการไม่ค่อยดีจากการเล่นเวมบลีย์ต่อเนื่องตามที่บอกไป ส่วนกิ๊กส์ยังไม่หายจากอาการแขนหัก โอเว่นก็ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นไปเป็นที่เรียบร้อยจากอาการเอ็นหลังหัวเข่า ทำให้นัดนี้หน้าตาทัพออกมาดังนี้ครับ เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ ยังคงเฝ้าเสา แผงหลังได้ เวสลี่ย์ บราวน์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช และ ปาทริซ เอวร่า มิดฟิลด์สามคนตรงกลางเลือก พอล สโคลส์, ไมเคิล คารริค และ ดาร์รอน กิ๊บสัน มีตัวริมเส้นสองคนเป็นนานี่ทางฝั่งซ้าย และวาเลนเซียฝั่งตรงข้าม หอกเป้าวางดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟไว้ลำพัง

เริ่มเกม ก็เป็นอย่างที่หลายๆคนได้เห็นเรื่องจริงผ่านจอไปครับ รูปเกมแชมป์เก่านี่หมดราคาทีมที่เคยบุกไปเอาชนะมิลานถึงซาน ซิโร่เลยครับพับผ่า เกมนี้นอกจากว่าวูล์ฟจะทำการบ้านมาเป็นอย่างดีแล้ว ก็ต้องขอชมเชยหัวจิตหัวใจนักสู้ของเจ้าบ้านด้วยว่า ทำได้ดีมากจริงๆ มิค แม็คคาร์ธี่ย์วางเกมแพลนเกมนี้มาได้ดีมากๆ ผู้เล่นทุกคนวิ่งไล่เพรสซิ่งเร็วบดบี้การทำเกมของแชมป์เก่าได้อย่างถึงพริกถึงขิงทุกๆลูก การเข้าหาบอลก็ทำได้ดีกว่า เร็วกว่า ในขณะที่จังหวะห้าสิบ-ห้าสิบก็ไม่ลังเลที่จะพุ่งเข้าหาเข้าแย่งบอล แตกต่างกับเกมของแชมป์เก่าอย่างสิ้นเชิง ที่ดูจะรุกก็ไม่เต็มสูบนัก เบอร์บาตอฟต้องออกอาการหัวเสียทุกครั้งที่เห็นตัวเองวิ่งไล่บอลข้างหน้าอยู่คนเดียว หรือไม่มีใครเติมมาช่วยเวลาได้บอลในแดนหน้า

หากจะบอกอย่างไม่อายว่า ลูกทีมของป๋าเกิดอาการมองข้ามช็อตก็คงไม่ผิดนัก เมื่อในอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็ต้องเปิดโรงละครแห่งความฝันต้อนรับเอซี มิลานในศึกยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาท์เลกที่สองนั่นเองครับ ตรงนี้ผมมองว่ามันได้ขโมยสมาธิและความมุ่งมั่น ความกระหายไปจากนักเตะทีมแชมป์เก่าไปพอสมควร ทำให้เกมนี้นักเตะอสูรแดงแต่ละคนออกอาการแทงกั๊กคนละนิดคนละหน่อย บอลห้าสิบ-ห้าสิบก็ลังเลที่จะพุ่งเข้าแย่งเข้าปั๊มกับคู่ต่อสู้ อาการวิ่งไล่บอล อาการทุ่มเท ความหื่นกระหายในการเล่นดูจะหายไปซะหมด ยิ่งเกมนี้ไม่มีตัวจุดแพสชั่นตัวพ่ออย่างเวย์น รูนี่ย์ลงมาด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนผมกำลังดูละครใบ้ไม่มีผิดเพี้ยน ถ้าไม่นับว่ามีช็อตที่เบิร์บโหวกเหวกโวยวายบ่อยๆด่าเพื่อนๆที่ไม่ค่อยช่วย ไม่ค่อยเติมด้วย คงทำให้กลายเป็นละครใบ้เต็มรูปแบบไปเลยแน่ๆครับ

การทำเกมของแชมป์เก่าที่แผงมิดฟิลด์เคยเป็นหน้าเป็นตาของทีม เป็นแกนหลักของทีมอย่างเป็นประจำนั้น เกมนี้กลับกลายเป็นคล้ายๆบ่อให้อีกฝ่ายได้ใช้พื้นที่เดินเกม โดยเฉพาะในครึ่งเวลาแรก แผงกองกลางเจ้าบ้านใช้ลูกขยัน ลูกหนักเข้าบดบี้ ไล่บอลเร็วทุกพื้นที่เสียจนกองกลางแชมป์เก่าทำอะไรไม่ถนัด บวกกับลูกวางยาวขึ้นหน้าและแทงออกปีกให้เควิน ดอยล์ และตัวริมเส้นที่เร็วและคล่องพาบอลตะลุยเข้าไปในแดนของแชมป์เก่าแต่ละครั้งเล่นเอาผมหัวใจจะวายให้ได้ แม็ทธิว จาร์วิส คือตัวตะลุยทางกราบซ้ายหรืออีกมุมหนึ่งคือทางแบ๊กขวาของเราที่เป็นเวสลี่ย์ บราวน์นั่นเอง บราวน์กลายเป็นเจองานหนักที่ทั้งจาร์วิส และดอยล์ร่วมกันประสานงานเล่นงานทางด้านนี้จนอ่วม ริโอต้องวิ่งถ่างมาซ้อน รวมทั้งวาเลนเซียเองก็ต้อยถอยร่นลงมาปักหลักช่วยแทบตลอด

เกมแบบนี้ในครึ่งแรกทำเอาเราปั่นป่วนไปไม่น้อย และป๋าเองก็ต้องออกมาเล่นงิ้วโวยวายกันหลายยก ดาร์รอน กิ๊บสันน่าจะเป็นเป้าใหญ่หน่อย ที่ครองบอลในแดนกลางไม่ค่อยได้ แถมยังประสานงานในจังหวะชี้เป็นชี้ตายไม่ได้ดีนัก ทำให้สโคลส์กับคาร์ริคต้องคอยประคองช่วยแทบตลอดจนเกมตรงกลางเราถูกความสดและคึกของวูลฟ์กลืนหายไปซะหมดในครึ่งแรก โดยที่กิ๊บสันเองจะทำได้ดีก็ในจังหวะที่ไม่มีใครมากดดันให้คายเร็ว จังหวะที่มีพื้นที่มีเวลากิ๊บสันก็สามารถดึงจังหวะ ดูทางบอล ออกบอลสวยๆได้ตลอด เพียงแต่ในเกมแข่งขันจริงในลีกระดับพรีเมียร์ลีกแบบนี้ การจะหวังให้มีพื้นที่มีเวลาเพื่อทำเกมง่ายๆแบบนั้น มันยากครับ และนักเตะที่จะก้าวขึ้นไปในระดับตัวจริงของทีมลุ้นแชมป์ในลีกนี้ มันต้องรับมือแรงกดดันตรงนี้ได้ดี กิ๊บสันเองก็เพิ่งขึ้นชั้นจากชุดเยาวชนมาสู่ทีมสำรอง ก่อนจะเลื่อนขั้นมาชุดใหญ่แค่ไม่นานนี้เอง ตรงนี้กิ๊บสันจึงยังต้องพัฒนาอีกมาก เพื่อทะลุข้ามกำแพงอันนี้ไปให้ได้เหมือนที่สโคลส์, บัตต์ และเฟล็ทเชอร์เคยทำให้ดูมาแล้ว ไม่งั้นก็คงเป็นเหมือนเวรอน ที่ไม่สามารถก้าวผ่านกำแพงความเร็วและหนักของลีกนี้ได้

เมื่อรูนี่ย์ไม่ได้ลงสนาม วาเลนเซียไม่สามารถเซ็ตเกมรุกได้ถนัดเพราะจาร์วิสกดอยู่ตลอดทางด้านขวา ส่วนทางซ้ายก็มีโฟลี่ย์ช่วยทำเกมที่ทำให้นานี่เสียฟาล์วตัดเกมหลายต่อหลายครั้งช่วยเอวร่า ดอยล์เองก็พล่านซ้ายทีขวาที เราจึงเห็นการสับสนุนกองหน้าของเราในเกมนี้น้อยมากๆ ทำให้เบิร์บไม่สามารถเล่นได้ด้วยตัวคนเดียวถนัดนัก ความเร็วก็ไม่จัดพอจะฉีกแผงหลังวูล์ฟให้ขาดเป็นริ้วๆได้ ความแข็งแกร่งก็ไม่มากพอจะเบียดกระแทกกองหลังเพื่อฝ่าวงล้อมออกไปได้ อีกทั้งตัวช่วยตัวเติมก็ไม่ค่อยมาตามนัดสักเท่าไหร่ ทำให้งานในแดนหน้าอึดอัดมากเป็นพิเศษ กลับกัน จังหวะบุกของวูลฟ์กลับทำเอาผมใจหายใจคว่ำได้ตลอดทุกครั้ง การได้ยิงของดอยล์ หรือจาร์วิส แต่ละครั้ง ทำเอาผวา ดีที่น้าซาร์เองก็ยังเด็ดขาด ป้องกันเอาไว้ได้หมด

ป๋าเริ่มปรับเล็กๆที่น่าจะเป็นการดูแนวทางให้ครึ่งหลังได้แก้เกมจริงจังนั่นคือการให้มิดฟิลด์ขยับทำเกมสูงขึ้นมาอีกหน่อย เพื่อช่วยประสานงานกับเบิร์บไม่ให้มันอยู่ห่างกันเกินไป ซึ่งก็เริ่มช่วยได้ดีขึ้น เมื่อสามารถบีบให้ผู้เล่นวูลฟ์ถอยเกมตัวเองลงไปได้บ้าง และกดดันแบ๊กเราน้อยลง กิ๊บสัน, คาร์ริค และสโคลส์ เริ่มที่จะรู้ตำแหน่งกันและกันมากขึ้น ตรงนี้สำคัญครับ เมื่อกิ๊บสันเริ่มปรับจังหวะเกมได้ และยืนขยับสูงขึ้นไปอีก ก็ช่วยลดระยะห่างระหว่างหลังบ้านได้มาก ทำให้สโคลส์และคาร์ริค สามารถประคองแก้ไขข้อผิดพลาดได้ง่ายขึ้น แต่ข้อเสียมันก็มี คือเวลาถูกทิ้งบอลยาวข้ามกลางสนามมา งานก็เข้ากองหลังเต็มๆ กับมิดฟิลด์ที่ต้องกวดตามมาแบบใส่เกียร์สุนัข แต่ยังดีที่วูลฟ์เองก็ไม่สามารถฉวยอะไรได้จากจังหวะลักษณะนี้ แต่ยูไนเต็ดแชมป์เก่า กลับมีโอกาสจบสกอร์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะจากแถวสอง แต่การที่ป๋าออกงิ้วบ่อยๆนี่มันสื่อถึงการที่มือขวาของป๋าทำงานไม่ได้ดั่งใจหรือเปล่า ทำไมไม่ออกมาเต้นเองเหมือนเคยรอซ เหมือนคิดด์ ทำไมต้องเดือดร้อนป๋ามาเต้นเองทำไมเนี่ย (อย่าโกรธเค้านะ ลูกโป่งฟีแลน)

ครึ่งหลัง ผลจากการถูกจาร์วิสและดอยล์กดดันจนต้องสับกงล้อตลอดเวลาก็ทำให้น้องน้ำตาลเจ็บ ข่าวออกมาว่าเป็นอาการเจ็บที่หัวเข่า ป๋าจึงต้องปรับด้วยการส่งแกรี่ เนวิลล์ลงมาแทน ผมเห็นปุ๊บก็...เฮ่ย ไงเนี่ย บราวน์สดๆกว่ายังเอาไม่ค่อยอยู่ แล้วเฮียเต๊ะจะไหวไหมเนี่ย ผมชักเห็นเค้าลางหายนะตั้งเค้าทะมึนมาแต่ไกล กับภาพที่จาร์วิสฉีกแกรี่กระจุยเป็นชิ้นๆในห้วงมโนภาพตัวเอง แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นทั้งหมด รูปเกมที่ปลายครึ่งแรกเริ่มเห็นว่าได้ผล ครึ่งหลังป๋าส่งแพทช์แก้บั๊กลงมาชุดใหญ่ทีเดียวครับ เมื่อรู้ว่าสปีดและความสดแกรี่เอาจาร์วิสไม่อยู่แน่ๆ ก็ไม่ต้องเล่นมันแล้วเกมรับ ว่าแล้วเราจึงเห็นแกรี่ รับภาระเกมรับน้อยกว่าที่บราวน์ทำ แต่กลับเน้นไปที่เกมรุกริมเส้นเพื่อเติมช่วยวาเลนเซียมากขึ้น ซึ่งเป็นงานถนัดของเฮียแกมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วด้วย จึงไม่ขัดเขินนักที่จะลุยขึ้นหน้า

ส่วนทางหลังบ้าน ป๋าถ่างริโอออกมาคุมพื้นที่ด้านหลังแกรี่อีกแรง โดยมีมิดฟิลด์ที่เหลือจากการเติมเกมสูงห้อยต่ำประคองแนวกลางสนามไว้คนหนึ่งตลอด ส่วนอีกสองคนก็เติมเข้าไป ข้างหน้ามีเท่าไหร่เติมให้หมด ส่วนทางซ้ายเอวร่าถูกลดบทบาทในเกมรุกลงมาหน่อยหนึ่ง เพื่อช่วยคุมพื้นที่ไลน์รับ เนื่องจากเอวร่ายังมีสปีดที่จัดที่สุดในบรรดาแผงหลังของเราตอนนี้ นานี่ได้รับอภิสิทธิ์ให้เลื้อยตามอิสระมากขึ้น หลังจากครึ่งแรกถูกจำกัดให้วิ่งทางซ้ายล้วนๆแต่คายพิษสงไม่ค่อยออก หลังจากการแก้เกมปรับแท็คติคลงมา ก็ช่วยให้เกมรุกของแชมป์เก่าขย่มเจ้าบ้านได้พักใหญ่ๆจนวูลฟ์กางตำรารับแทบไม่ทัน โดนโหมโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่แชมป์เก่าก็ไม่อาจจบสกอร์ได้เป็นชิ้นเป็นอันนัก พลาดซ้ายพลาดขวา ยิงนกตกปลาไปหมด จนวูล์ฟเองเริ่มตั้งหลักได้ และมิค เอ็มแอนด์เอ็มก็พลิกสถานการณ์ให้ลูกทีมกลับมาได้

วูล์ฟใช้เกมยาว ใช้บอลไดเร็กต์ในการตอบโต้เกมรุกของยูไนเต็ด จนสามารถเรียกโมเมนตัมกลับมาเท่าๆกันได้อีกครั้งในช่วงกลางครึ่งแรก เมื่อกลับมาเท่ากันได้แล้ว วูล์ฟก็เริ่มกดด้วยการโจมตีจากกลางอากาศ บอลยาวถูกงัดออกมาใช้บอมบ์เข้าใส่หน้ากรอบยูไนเต็ด เล่นเอาเราเป๋ไปเหมือนกัน เพราะพอเราจะมาตั้งหลักกับบอลกลางอากาศ วูล์ฟก็ยังเปลี่ยนมาเล่นบอลชิ่งสั้น ทะลุแนวได้เหมือนกัน ต้องบอกว่าวันนี้ จาร์วิสเล่นเป็นพระเอกจริงๆ โดยมีดอยล์ และ โฟลี่ย์ เป็นตัวป่วนแนวรับของยูไนเต็ด ยิ่งเล่นไปป๋าก็เริ่มร้อนรนจนเต้นงิ้วเป็นพักๆ สุดท้ายก็ต้องออกมาแก้เกมอีกครั้งด้วยการส่งบิแรม ดิยุฟ ลงมาแทนกิ๊บสันเพื่อเพิ่มเดิมพันในเกมนี้ให้สูงขึ้น กลับมาเล่นด้วยระบบ 4-4-2 และเป็นการเพิ่มทางเลือกในแดนหน้าอีกทางหนึ่ง อย่างน้อย ดิยุฟก็ต้องดึงตัวประกบได้บ้างแหละ และมันน่าจะช่วยให้เบิร์บทำงานของตัวเองได้ง่ายขึ้น

เกมยังคงเป็นวูล์ฟที่กดดันได้น้ำได้เนื้อมากกว่าโดยมีจาร์วิส และดอยล์เป็นตัวละครหลัก ช่วงนี้ป๋าเราเล่นงิ้วต่อเนื่องแล้วครับ แต่เหมือนป๋าปปลุกกระแสขึ้นมาได้จริงๆ บอลจากกราบขวาโดยวาเลนเซียทะลุขึ้นมาเร็วก่อนจะป้ายเข้าหน้ากรอบย้อนหลังไลน์รุกแรกที่เติมเข้าไป แคร็ดด็อกขืนตัวสกัดบอลออกมาจากกรอบ แต่ไม่แรงพอ กลายเป็นมาเข้าเท้าสโคลส์ที่เติมมาในไลน์ที่สอง สโคลส์ดึงจังหวะพาบอลหลบกองหลังสองสามช็อตก่อนจะตวัดยิงด้วยขวาส่งบอลกลิ้งผ่านมือฮาห์นีมันน์เสียบโคนเสาสองอย่างสุดสวยให้แชมป์เก่าทะยานออกนำได้สำเร็จในนาทีที่ 72 ทั้งๆที่รูปเกมตอนนั้นยังไม่เข้าเค้าว่าจะได้ประตูเมื่อไหร่กันแน่ด้วยซ้ำ (จริงๆต้องบอกว่ารูปเกมตอนนั้น ได้แต่ลุ้นว่าเมื่อไหร่พี่แกจะเลิกพลาดในจังหวะจบสกอร์ซะทีมากกว่า)

ป๋าปรับอีกรอบทันทีหลังขึ้นนำด้วยการส่งปาร์ค ชี ซองลงมาแทนนานี่ และนั่นคือจุดที่ผมรอคอย คนที่เข้าขากับเบิร์บที่สุดในทีมเราตอนนี้ไม่ใช่นานี่ ไม่ใช่แม้แต่หมูรูน แต่เป็นตี๋ดริฟท์คิงนี่แหละครับ ที่เล่นกับเบิร์บได้ทันกันที่สุดแล้วในสายตาผม และปาร์คยังมีความสดอยู่พอสมควร น่าจะทำอะไรได้มากกว่านานี่ในช่วงไม่ถึงยี่สิบนาทีที่เหลืออยู่ อีกทั้งนานี่เองอาจจะเป็นอีกทางเลือกในการจัดทัพรับมือมิลานของป๋าก็ได้ จึงจำเป็นต้องเก็บเอาไว้บ้างไม่ให้กรอบเกินไป ตอนนี้วูล์ฟเริ่มลุยแหลก เปิดพื้นที่มากขึ้นจนโดนสวนเกือบตายไปหลายดอก ดีที่ดิยุฟยังเขี้ยวไม่งอก ไม่นิ่งพอจะทำจังหวะสุดท้ายได้ดีจนเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้ แม้จะมีโอกาสแบบเหน่งๆจะๆ เลี่ยมทองฝังเพชรถึงสามครั้งสามครา จนผู้บรรยายเรียกว่า เป็นการพลาดแบบแฮ็ตทริกนั่นเองครับ แต่อย่างน้อยเกมนี้ก็น่าจะเป็นบทเรียนให้เจ้าตัวได้เรียนรู้ ได้ปรับปรุงและบ่มเพาะความนิ่ง ความเยือกเย็นในจังหวะสุดท้ายได้ดีขึ้น โดยเฉพาะลูกพุ่งโหม่งเดี่ยวๆห้าหลาหน้าประตูนั่นที่เข้าตาเหลือเกิ๊น

วูล์ฟมีการปรับทัพเพื่อทวงประตูคืนในช่วงท้ายๆด้วยการส่งแอนดี้ คิอ็อก(รึเปล่า?) กับซิลแว็ง อีแบงค์ส เบล็ก ลงมาแทนสตีเฟ่น วอร์ด กับ เกดิโอร่า แต่รูปเกมยังไม่ได้ต่างไปจากก่อนหน้ามากนัก แม็คคาร์ธี่ย์จึงส่งแซม โว้คส์ ลงสนามตามมาติดๆแล้วถอดเอาแม็ทธิว จาร์วิสออกมา ทีแรกไอ้กระผ้มก็นึกว่าจะสบายที่ดันถอดจาร์วิสที่เด่นที่สุดออกไป แต่ดันไม่ใช่ครับพี่น้อง ไม่กี่นาทีที่ไอ้หนูโว้คส์อยู่ในสนาม มันดันได้ยิงจ่อๆสองครั้ง ดีที่ดันไม่ตรงกรอบ ไม่งั้นคงมีเฮ พอมาคิดอีกรอบผมก็โล่งอก ถ้ามันยังเป็นจาร์วิสล่ะก็...เราคงน้ำตาตกเป็นแน่แท้ เพราะนี่มันช่วงทดเวลาแล้วด้วย สุดท้ายวูล์ฟก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จบเกมไปด้วยชัยชนะของแชมป์เก่าที่รับสามแต้มทะยานขึ้นไปนั่งแท่นจ่าฝูงเรียบร้อย ชนิดที่แม็คคาร์ธี่ย์ชอกช้ำมากจริงๆ เพราะทำได้ดีมาก เล่นกับแชมป์เก่าได้ดีขนาดนี้ แต่กลับลงเอยไม่ได้อะไรกลับมาเลย น่าสงสารแกจริงๆ

จบเกมไปด้วยรอยยิ้มแบบไม่ค่อยเต็มใจของผม เนื่องจากลุ้นกันจนขาแฉะ ถ้าไม่ได้สโคลส์มายิงลูกเดียววันนี้เราอาจจะเจ๊งไปเลยก็ได้ ดีที่สุดท้ายเก็บชัยชนะได้ด้วยฟอร์มของสโคลส์ที่เด่นมากในแดนกลางของเราในครึ่งหลัง คาร์ริควันนี้ฟอร์มดูจะดาวน์ๆลงไปส่วนหนึ่งอาจจะเพราะต้องประคองกิ๊บสันที่ยังโตไม่เต็มที่ ส่วนเอวร่าวันนี้ก็เล่นได้ดีครับ จะมีแย่หน่อยก็นานี่ ที่พอถูกจับไปซ้ายถึงแม้จะยังพยายามเล่นเป็นทีมเหมือนช่วงหลังๆแต่จังหวะมันไม่ใช่ครับ บอลที่เปิดออกจากเท้านานี่ฝั่งซ้ายไม่ได้อันตรายเหมือนยามอยู่ฝั่งขวาเลย ตรงนี้ต้องคิดหนัก ถ้าจะจับนานี่ยืนซ้ายจริงจะเสียของไม่ใช่น้อยเทียบกับยืนขวา แต่ขวาก็มีวาเลนเซียทั้งคนที่คงเป็นง่อยแน่ๆหากสลับไปยืนซ้าย ป๋าคงต้องคิดหนักเรื่องนี้หน่อยครับในช่วงนี้ว่าจะจัดการกราบซ้ายขวาของเราอย่างไร

แผงหลังเราตอนนี้ก็เริ่มกลับมาได้แล้ว ถึงแม้ฟอร์มจะยังลุ่มๆดอนๆเพราะขาดการยืนร่วมกันมานานมาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กลับมาจนจบซีซั่นไม่ใช่หรือ บราวน์เจ็บไป พร้อมกับข่าวโอเชียกลับมาก่อนกำหนด ตอนนี้เริ่มซ้อมได้แล้ว โอเว่นปิดซีซั่นไป มาเคด้าเพิ่งหายเจ็บกลับมา ยังไม่พร้อมลงสนาม กองหน้าตอนนี้คงต้องพึ่งพารูนี่ย์ที่ไม่รู้เจ็บมากและนานแค่ไหน กับเบอร์บาตอฟ และดิยุฟ สำรองที่ต้องเข็นมาให้ครบสี่คนก็คงเป็นโจชัว คิง ดาวยิงร่างเล็กอีกคนที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นในทีมสำรองของโซลชานั่นแหละครับ กับระยะทางที่ยังเหลืออีกสิบกว่ายี่สิบนัดจนจบซีซั่น จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เราคงต้องไปตามลุ้นชนิดห้ามกระพริบตาทีเดียว


แล้วมาลุ้นกันครับ

สงบใจ



Create Date : 08 มีนาคม 2553
Last Update : 8 มีนาคม 2553 10:54:51 น. 0 comments
Counter : 223 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.