Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
17 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
20090917 วิพากษ์ BESIKTAS vs UNITED in UCL

ของขวัญจากแดนไก่งวง


สวัสดีครับ มาพบกันช้าไปหนึ่งวัน เนื่องจากเมื่อวานผมติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัดจนไม่สามารถปลีกเวลาได้เลย วันนี้จึงมารีบปั่นชดเชยให้ทุกๆท่านได้อ่านกัน หวังว่าคงจะไม่ช้าเกินไปนะครับ เกมที่ตุรกีวันนั้นน่าจะเป็นเกมที่ผมค่อนข้างหวังไว้ไม่ใช่น้อย ถ้าเราจะแสดงให้ทุกๆคนในโลกเห็นว่าเรายังเป็นทีมที่ดี แม้จะไม่มีโรนัลโด้ แม้จะไม่มีเตเวซ เราก็ต้องพิสูจน์ให้ทุกๆคนเห็นตั้งแต่เกมนี้แหละ ด้วยการบุกไปคว้าสามแต้มจากดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็น นรกของทีมเยือน ครับ

สำหรับการจัดทัพนักเตะในเกมนี้ ผมคงไม่ขอก้าวล่วงไปวิจารณ์ทีมจากตุรกี เพราะการที่ไม่คุ้นชื่อคุ้นหน้านักเตะหลายๆคน อาจทำให้เกิดอาการเสียมวยได้ง่ายๆ ทั้งๆที่เบซิกตัสทีมนี้ ก็มีอดีตดาวดังหลายๆคนสิงสถิตอยู่ เช่น รุสตู เร็คเบอร์, นิฮัต คาห์เวซี่, ฟาเบียน แอร์นทส์, หรือมัตเตโอ แฟร์รารี่ แต่ก็ไม่ได้ถูกส่งลงสนามซะทั้งหมดครับ ส่วนทางด้านยูไนเต็ด ที่ผมเองตั้งความหวังไว้ว่าวิดิชควรได้พัก ก็กลับไม่ได้พัก กลายเป็นริโอที่เจ็บเล็กน้อย ได้พักไปแทน นอกจากนั้นผมยังเห็นพอล สโคลส์ตามคาด เพราะการติดโทษแบนในเกมลีกนัดหน้าก็ถือเป็นการได้พักอยู่แล้ว นัดนี้จึงถูกส่งลงสนามมาด้วย ส่วนอีกคนที่ถูกส่งลงมาอย่างต่อเนื่องก็คือแอนนี่นั่นเองครับ

รูปแบบการเล่นในวันนี้ ปรับกลับมาเป็น 4-5-1 อีกเหมือนเดิม ตามสไตล์ป๋าในเกมค่ำคืนยุโรป ผู้รักษาประตูยังคงเป็น เบน ฟอสเตอร์ แผงแบ๊กโฟร์ ได้แกรี่ เนวิลล์ มายืนฟูลแบ๊คด้านขวาอีกครั้ง และมีปาทริซ เอวร่า ยืนคุมทางซ้ายตามเดิม คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้แก่ เนมานย่า วิดิช กับจอนนี่ เอแวนส์ มิดฟิลด์ตัวกลางสามตัววันนี้ใส่มาเต็มๆ ไล่ตั้งแต่ พอล สโคลส์, ไมเคิล คาร์ริค และ อันแดร์สัน ปีกซ้ายได้นานี่เลื้อย และให้วาเลนเซียกระชากทางขวา หน้าเป้าส่งเวย์น รูนี่ย์ลงมายืนโดดเดี่ยวอีกนัด

รูปเกมในครึ่งแรก เบซิกตัสวางกำลังพลและแท็คติคมาได้ดีในเกมนี้ ด้วยการให้นักเตะช่วยกันไล่ ช่วยกันเพรสซิ่ง บีบเกมเร็วทั่วสนาม และเข้าประกบเร็ว แท็คเกิลหนัก เพื่อบีบให้ผู้เล่นทีมเยือนต้องคายบอลเร็วทุกช็อตโดยไม่ทันได้ตั้งสติสตัง ประกอบกับการวางหมากของป๋าที่ส่งกองกลางมาถึงสามตัวในนัดนี้ ทำให้เกิดการช่วงชิงพื้นที่แดนกลางสนามอย่างเมามัน นักเตะทีมเยือนครองเกมตรงกลางสนามได้มากกว่าเยอะก็จริง แต่ก็ถูกตอดถูกไล่ ถูกบีบให้คายเร็วจนไม่ค่อยได้ลุ้น การส่งมิดฟิลด์สามตัวลงมาพร้อมกันในเกมนี้ ผมก็มองว่าแปลกแล้วนะครับ แต่ที่แปลกใจผมมากกว่านั้นก็คือการจับแอนนี่ยืนต่ำกับสโคลส์ แล้วดันคาร์ริคยืนสูงคอยเชื่อมเกมกับรูนี่ย์ข้างหน้า ตรงนี้ต่างหากที่ผมค่อนข้างแปลกใจมากๆ

โอเคผมไม่เถียงว่า แอนนี่นั้นมีความขยันในการเล่นเกมรับและแม่นยำในการอ่านทางแท็คเกิลแย่งบอล ซึ่งจะมีประโยชน์มากในการสกรีนเกมรุกของคู่ต่อสู้ แต่การที่เจ้าตัวเพิ่งจะทำหน้าที่ได้โดดเด่นในบทบาทตัวรุกเมื่อสามสี่วันที่แล้วก็เท่ากับไม่มีประโยชน์อะไรเลยสิ ถึงถูกส่งมายืนต่ำในเกมนี้ กลับกัน คาร์ริคที่ยังอยู่ในช่วงฟอร์มตก และเค้นแพสชั่นตัวเองไม่ค่อยขึ้น เมื่อถูกส่งลงมายืนสูงในวันนี้ ก็เล่นไม่ค่อยออก และทำบอลเสียอยู่หลายครั้ง อีกทั้งยังถอยตัวเองลงมาต่ำอยู่บ่อยๆเพื่อเล่นร่วมกับสโคลส์และแอนนี่ ทำให้รูนี่ย์ถูกโดดเดี่ยวจากมิดฟิลด์ค่อนข้างมากในครึ่งแรก และดูจะเงียบๆเกินไป เมื่อเทียบกับสองเกมล่าสุดของเจ้าตัว

นอกจากนั้น การที่แกรี่ เนวิลล์ถูกส่งลงมาเคาะสนิมในเกมนี้ น่าจะเพื่อเปิดทางให้โอเชได้พักเติมความสดเตรียมตัวทำศึกดาร์บี้แมทช์วันอาทิตย์ แต่ผลเสียก็มาตกอยู่ที่วาเลนเซียอีกครั้งจนได้ครับ เมื่อแกรี่ที่วันนี้รู้ตัวเองดีว่าสปีดตัวเองตกลงไปกว่าสมัยรุ่งๆ ทำให้เจ้าตัวไม่ยอมเติมเกมสูงเลย และนั่นก็เท่ากับโดดเดี่ยววาเลนเซียเข้าให้จังเบ้อเร่อ เมื่อแกรี่ไม่เติม วาเลนเซียที่เป็นปีกสไตล์อนุรักษ์นิยม ก็เท่ากับถูกตัดอาวุธหนักไปครึ่งหนึ่ง เพราะทางเลือกในการเล่นไม่มีเหลือ ก็เขาไม่ใช่เจ๊ตโด้นะ อีกทั้งกองกลางยังคงง่วนอยู่กับการหนีสงครามเพรสซิ่งจากทัพนักเตะของเบซิกตัส แกรี่ก็ไม่กล้าเติม วาเลนเซียจึงต้องพาบอลไปเองทุกๆครั้งที่ได้บอล แล้วก็จะโดนรุมสองรุมสามทุกจังหวะ แบ๊คไม่เติมช่วย ไม่มีตัวสกรีนทำทาง ไม่มีตัวดึงกองหลังที่ประกบสองสามอยู่ออกไป ไม่มีใครมาช่วยดึงสมาธิตัวประกบ ก็เท่ากับวาเลนเซียต้องชงเอง กินเอง ล้างเองตลอดเวลา นั่นคือสาเหตุที่วาเลนเซียทำได้แค่วิ่งขึ้นวิ่งลง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้น่าหวาดเสียวกว่านั้น อย่างที่แฟนๆอยากเห็น หรือตั้งความหวัง แต่วาเลนเซียคนนี้แหละ ที่ดึงกองหลังทีละสองคน สามคนไปได้ตลอดทุกครั้งไม่ใช่หรือ

ยิ่งการที่เวย์น รูนี่ย์ ถูกวางเป็นหน้าตัวเดียวในเกมนี้ แถมถูกโดดเดี่ยวจากกองกลางและปีกซ้ายขวา เมื่อนานี่ และวาเลนเซียหาช่องเปิดเข้าไปได้แต่ละครั้ง ก็จึงกลายเป็นว่า รูนี่ย์ถูกรุมกินโต๊ะจนไม่สามารถขึ้นโหม่งถนัดๆได้เลย หรือไม่ก็หนักหนาสาหัสกว่านั้น ก็คือไม่มีใครอยู่ในกรอบเลยก็มีครับ รูปเกมแบบนี้ โอกาสของเราที่ดูดีที่สุด จึงมักจะมาจากเซ็ตพีซ และการทำเกมสอดขึ้นมาจากตรงกลาง เพราะรูนี่ย์ถูกบีบซะจนต้องหนีออกมาเล่นนอกกรอบ รวมทั้งริมเส้นอยู่บ่อยๆ รูปเกมในครึ่งแรกจึงดูเหมือนว่าเราครองเกมไว้ได้ แต่ก็ไม่ได้สร้างโอกาสที่น่าจะเป็นประตูมากนักจากโอเพ่นเพลย์ เช่นเดียวกับที่เบซิกตัสเองก็มักจะมีโอกาสจากจังหวะสวนกลับ แต่ติดที่กองหลังเรายืนกันค่อนข้างดี ทำให้งานของฟอสเตอร์ยังไม่ชุก เบซิกตัสเองก็มักจะจบด้วยการส่องไกลเช่นกัน

เกมล่วงมาถึงครึ่งหลัง ท่านเซอร์ปรับเกมเล็กน้อย เช่นเดียวกับเบซิกตัสครับ เกมของยูไนเต็ดที่ลงมาในครึ่งหลังพยายามเลี่ยงการผ่านบอลใกล้ๆกันตรงกลาง และเน้นการดึงโซนตัวเองออกจากพื้นที่กลางสนามมากขึ้น สโคลส์-แอนนี่-คาร์ริค ยืนกันห่างมากขึ้นเพื่อถ่างตัวคุมพื้นที่ และเพิ่มการวิ่งเพรสซิ่งให้นักเตะเจ้าถิ่นเปลืองแรง ในขณะเดียวกัน เจ้าถิ่นเองก็ปรับด้วยการดันเกมรุกสูงขึ้น และให้น้ำหนักกับการทำเกมรุกมากกว่าครึ่งแรก น่าจะหลังจากที่เห็นว่ายูไนเต็ดเองก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่นักในจังหวะเข้าทำของครึ่งแรก เกมของยูไนเต็ดหันมาเน้นริมเส้นมากขึ้น และให้น้ำหนักที่กลางสนามน้อยลง เพื่อเน้นการค้ำฟูลแบ๊คกับมิดฟิลด์ริมเส้นให้อยู่ห่างจากพื้นที่กลางสนาม และนั่นก็เท่ากับช่วยเสริมให้เกมตรงกลางสนามของเบซิกตัสดูดีขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ยูไนเต็ดดูจะเสียเปรียบมากขึ้นในแดนกลางหากมองเทียบกับครึ่งแรก แต่ผมมองว่านั่นคือการปรับแท็คติค เพื่อหนีไปเล่นการโจมตีทางริมเส้น และอีกจุดหนึ่งก็คือป๋าคงเห็นว่าเบซิกตัสเองก็กระหายที่จะเล่นเกมรุกเช่นกัน จากโอกาสหลายๆครั้งในครึ่งแรก แต่แท็คติคหลักของเขา ความสำคัญแรกก็คือเกมรับต้องมาก่อน ดังนั้น หากเราจะเปิดพื้นที่ของเบซิกตัสออกมา เพื่อหาช่องเข้าทำ เราก็ต้องแลกด้วยอะไรบางอย่าง ซึ่งป๋าเลือกที่จะเริ่มต้นแลกในครึ่งหลังด้วยการถ่างมิดฟิลด์ออกจากกัน และดึงบอลไปเล่นริมเส้นมากขึ้น เพื่อเปิดให้กลางและหลังหลวม เรียกได้ว่า ป๋ามาแลกพื้นที่กลางสนามกับช่องว่างและพื้นที่ที่จะเกิดขึ้น พอเบซิกตัสมีพื้นที่เล่นตรงกลางมากขึ้น เขาก็สร้างเกมรุกได้ต่อเนื่อง และสามารถกดดันเราได้สวยๆหลายครั้ง ซึ่งก็ต้องชมเอแวนส์และวิดิชครับ ที่เล่นหลังได้ดีมากๆ แต่เกมนี้ ผมให้เอแวนส์เด่นมากๆในการสกัดจังหวะหลุดสุดท้ายหลายๆครั้งได้สำเร็จ และกับการเซ็ตบอลเริ่มต้นของทีม ที่เขามีทักษะเล่นกับลูกบอลได้ดี

เกมตรงนี้สนุกกว่าครึ่งแรกเยอะ เบซิกตัสมีโอกาสมากขึ้น เราก็มีโอกาสมากขึ้น จากพื้นที่ที่ถูกเปิดออกมา แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เป็นประตู ป๋ามาเลือกปรับอีกครั้ง ด้วยการถอดรูนี่ย์และคาร์ริคออกมา หลักๆเลยก็คงเพื่อถนอมไว้ซดเรือใบนั่นแหละ แล้วป๋าก็ส่งไมเคิล โอเว่น กับ เบิร์บจิต้าลงมาแทน ตอนนี้ปรับมาเป็น 4-4-2 เต็มตัวอีกครั้ง ซึ่งทำให้เกมหน้ากรอบของยูไนเต็ดอันตรายมากขึ้นอีก หลังจากมีตัวค้ำในกรอบอย่างโอเว่นที่รอชิงจังหวะกับกองหลังเบซิกตัสตลอดเวลา ตรงนี้ทำให้เบซิกตัสเติมสูงมากไม่ได้ และช่วยกดหลังของเบซิกตัสได้ดี ส่วนเบอร์บาตอฟเองก็ลงมาปักหลักเป็นหน้าต่ำ คอยพักบอล เก็บบอลและเปิดช่องให้เพื่อนๆได้เติมเข้าทำสะดวกขึ้น กองหลังเจ้าบ้านเริ่มงานเข้ามากขึ้นแล้วในตอนนี้

และสุดท้ายเราก็ได้ประตูเสียที หลังจากนานี่ได้ลูกเปิดมาจากวาเลนเซีย นานี่แต่งบอลก่อนจะหวดเต็มเหนี่ยว บอลพุ่งเข้าหาผู้รักษาประตูเบซิกตัส ก่อนเจ้าตัวจะทุบออกมาแต่ดันไปเข้าทางสโคลส์ มิดฟิลด์หัวแดงเพลิงบรรจงตั้งหัวโหม่งส่งบอลพุ่งข้ามนายทวารเติร์กกระแทกเสาเข้าประตูไปอย่างเหมาะเจาะ ทำให้ทีมเยือนออกนำได้สำเร็จก่อนหมดเวลาสิบกว่านาทีเท่านั้น และปลดล็อคความกดดันไปในตัวด้วย หลังจากได้ประตูขึ้นนำ ยูไนเต็ดปิดเกมทันที และส่งปาร์ค ลงมาวิ่งไล่ในแดนหน้าแทนที่วาเลนเซียในช่วงท้ายเกม ซึ่งหลังจากนั้นก็ทำอะไรกันอีกไม่ได้ จบเกมไปเท่านี้

เกมนี้คงไม่มีรายละเอียดของรูปเกมอะไรให้พูดถึงมากนัก นอกจากการปรับทีมของฝั่งเราเองมากกว่า ที่ออกแนวเซฟตี้เฟิร์สท์อีกครั้งในเกมยุโรป การปรับทัพแบบนี้ในวันที่ไร้เงาโรนัลโด้มันก็เท่ากับทำตัวเองให้ตื้อไปเองนั่นแหละครับ เพราะที่ผ่านมา ที่แท็คติคนี้มันเคยได้ผล ก็ต้องยอมรับว่าเป็นผลงานของโรนัลโด้เอง ที่สร้างความแตกต่างได้ในเกมที่ไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนี้ เมื่อไม่มีมหัศจรรย์แห่งเขียงหมูอีกต่อไป การจะดื้อดึงใช้แท็คติคนี้ต่อ ก็ต้องยอมรับว่าโอกาสเข้าทำเราจะมีน้อยลงกว่าเดิม และหน้าตัวเดียวของเราก็จะกลายเป็นเป้าโจมตีของบรรดากองหลังคู่ต่อสู้อย่างง่ายดายครับ แต่ข้อดีของระบบนี้มันก็มีอยู่ นั่นคือการันตีว่าโอกาสเสียประตูแบบทะลุพรวดพราดมาถึงเนี่ย มันจะไม่มีบ่อยๆนั่นเอง

ส่วนอีกเรื่องที่อยากจะพูดถึงก็คือ เกมนี้ ผมเห็นและรู้สึกว่า นักเตะเราปล่อยของออกมาไม่หมด หลายๆคนมีกั๊กแรง กั๊กก๊อกสองเอาไว้ ไม่ทราบว่าเป็นความตั้งใจส่วนตัวของแต่ละคนเอง หรือจะเป็นคำสั่งป๋าว่าไม่ต้องเน้นมากเกินไป จะเป็นข้อไหนผมก็ไม่แน่ใจ แต่ผมเองก็เห็นด้วยกับการกั๊กของกันในวันนี้ เนื่องจากช่วงนี้ตารางการแข่งแน่นเหลือเกิน และตัวเจ็บเราก็มีเยอะแล้ว ผมเองก็ไม่อยากจะเห็นมีใครเจ็บเพิ่มไปกว่านี้ อันจะส่งผลให้โปรเจคท์ประวัติศาสตร์ล่มปากอ่าวได้ง่ายๆ และผมเองก็คิดว่า ซีซั่นนี้ตลอดทั้งซีซั่น เราอาจจะเห็นเกมกั๊กๆแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆค่อนข้างแน่ ทั้งกั๊กการจัดทัพ ทั้งกั๊กแรง กั๊กก๊อกสอง ทั้งนี้ เพื่อถนอมร่างกายให้สามารถยืนระยะได้นานๆ ไม่เร่งมากถ้าไม่จำเป็น น่าจะเป็นอย่างนั้น

ส่วนผู้เล่นในเกมนี้ ที่อยากจะพูดถึงก็คงมีเอแวนส์ก่อนเลย วันนี้ทำผลงานได้น่าประทับใจผมมาก ทั้งการอ่านเกม การอ่านจังหวะสุดท้ายของคู่ต่อสู้ รวมทั้งการเซ็ตเกมให้กองกลาง เอแวนส์นับว่าเป็นกองหลังลูกหม้อที่ดีที่สุดที่ผมเห็นก้าวเท้าขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของเรา หากจะเป็นรอง ก็คงรองจากแกรี่ เนวิลล์ เพียงคนเดียว ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วเป็นสิบปี นอกจากเอแวนส์ เกมนี้ยังต้องชมเอวร่าอีกคน ที่เล่นทั้งรุกและรับ รวมทั้งพยายามสร้างแพสชั่นให้ทีมร่วมกับรูนี่ย์ได้อย่างน่าชื่นชม ส่วนสโคลส์เองวันนี้ก็ทำหน้าที่ได้ดีครับ เป็นแกนของทีมตรงกลางได้โดดเด่น แถมยังทำประตูได้ด้วย ฟอสเตอร์ก็มีช็อตกลางอากาศน่าประทับใจเหมือนกัน แต่ลูกตะครุบกบหลุดออกมานั่นทำเอาเสียราคาไปไม่น้อยนะ//ฮ่าฮ่าฮ่า คาร์ริคยังคงอยู่ในช่วงเรียกความมั่นใจกลับมา แอนนี่ผมประทับใจนะ แต่ส่วนตัวแล้วอยากเห็นเขาเล่นบทตัวฟรีตรงกลางมากกว่า หรือไม่ก็เล่นรุกเต็มที่ไปเลย แต่อย่างว่า เป้าหมายของป๋าในเกมนี้มันไม่ใช่อย่างนั้น แอนนี่ก็ต้องทำตามหน้าที่ ไป

วาเลนเซียนั้นพยายามได้ดีแล้ว หากมองว่าเขาต้องทำอะไรเองทั้งหมดอยู่คนเดียว ไม่มีใครมาช่วยเหมือนนานี่ ที่มีเอวร่า มีรูนี่ย์เติมหลังตลอด แม้แต่นานี่เอง ผมว่านัดนี้เจ้าตัวก็ฝืนเกินไป จังหวะที่เขาต้องยิง หลายครั้งเห็นเขาลังเล และเลือกที่จะดึงบอลไว้ ก่อนจะป้ายให้เพื่อน หรือยึกยักจนเสียไปเอง รูนี่ย์เกมนี้เงียบไปหน่อย น่าจะเพราะโดดเดี่ยวและถูกรุม จนต้องหนีตายมาหายใจริมเส้นหลายครั้งมาก วิดิชก็ประคองแกรี่เต็มที่ ถือว่าทำหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง ปาร์ค, โอเว่น และเบิร์บ พวกนี้ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ตามที่ถูก assign มาครับ สำหรับทางเบซิกตัส ผมยกให้ ทาบาต้า และโฮลอสโก้ ที่เด่นมากๆ เป็นตัวทะลุทะลวงที่น่ากลัวของทีม ฟาเบียน แอร์นทส์ เองก็เด่นในเกมรับพอตัวเลยทีเดียว ส่วนกองหน้าเขาก็หาที่ว่างได้ดีพอตัว โอกาสยิงก็มีมาก แต่ก็คล้ายรูนี่ย์ คือโดดเดี่ยวไปหน่อยจนต้องยิงไกลซะมาก น่าจะชื่อออสกันใช่ไหมคนนี้

มาว่ากันถึงช็อตต่อไป เกมนี้หวังว่าจะไม่มีใครเจ็บเพิ่ม และสภาพความฟิตก็คงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี หากมองว่าแมทช์ขย่มเรือใบจะเตะกันวันอาทิตย์ ที่ผมห่วงก็คงเป็นเรื่องความล้ามากกว่า จากการเดินทางจากการเตะถี่ๆ คือผมมองว่า เรื่องความฟิตเนี่ย คงทดสอบ ผ่านกันหมดแหละ แต่ในเกมยาวๆ พอเกินหกเจ็ดสิบนาทีไปเนี่ย ความล้ามันจะแสดงออกมาเนี่ยสิ ตรงนี้เองที่ป๋าถึงต้องถอดรูนี่ย์ออกมาก่อน สองเด้งเชียวนะ เก็บความสดบ่มให้เต็มที่ กับกดดันให้เจ้าหมูเก็บกด แล้วไปปล่อยของนัดหน้า ก็หวังว่าจะทำได้อย่างนั้น ส่วนริโอคงต้องลุ้นกันหนัก ว่าจะเจ็บขนาดไหน มากหรือน้อย แต่เห็นฟอร์มเอแวนส์แล้วก็เบาใจไปเยอะ เล่นเอาผมลืมปิเก้ไปเลยอ่ะ อ้อ อีกเรื่องคืออยากรู้ครับ ว่าคาร์ริคไปทำอะไรมา ถึงได้ฟอร์มตกต่ำไปได้ขนาดนั้น หรือว่าเป็นเพราะเนือยตามสภาพ หลังจากปล่อยของมาตลอดสามปีล่าสุด ของหมดแล้วรึไงเฮียลูกเจี๊ยบ แต่สุดท้ายก็หวังว่าเฮียแกจะคัมแบ๊คสู่ฟอร์มที่ดีได้ในเร็ววันนี้นะครับ


แล้วมาลุ้นกันนะครับ

สงบใจ



Create Date : 17 กันยายน 2552
Last Update : 17 กันยายน 2552 11:48:43 น. 0 comments
Counter : 200 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.