Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
17 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
20100217 วิพากษ์ AC MILAN vs MAN UNITED

จังหวะสุดท้าย ถึงจะมีน้อย แต่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า


ต้องออกตัวก่อนว่าโชคดีมากๆที่ได้ดูเกมเกมนี้ ไม่ใช่ว่าเพราะผลลัพธ์ที่ถูกใจหรอกนะครับ แต่คือตั้งแต่เบ๊คแฮมย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ ผมก็นึกอยากเห็นเบ๊คแฮมกลับมาเตะกับทีมเก่าของเขาอีกครั้งอยู่ตลอด เพราะนอกจาก ลี ชาร์ป ที่เป็นไอดอลในใจผมตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ก็มีเบ๊คแฮมนี่แหละครับ ที่เป็นเหมือนคนที่เข้ามาแทนที่ชาร์ปในฐานะไอดอลคนต่อมาของผม (ร็อบสัน-ก็องโต้-ชไมเคิล-โอเล่-กิ๊กส์ ถึงแม้แต่ละคนจะเป็นตำนานในใจผม แต่ก็ยังไม่ใช่ไอดอลอ่ะครับ) และหลังจากเบ๊คแฮมย้ายออกไปแล้ว ก็ไม่มีคนไหนมาเป็นไอดอลได้สมบูรณ์แบบในใจผมอีกเลย (ตอนนี้รอรูนี่ย์อยู่ครับ) เมื่อเป็นดังนี้แล้ว การที่น้องพราวหลับสนิทตลอดทั้งเกมเมื่อคืนนี้ ผมจึงได้ดูบอลเกือบครบตลอดเก้าสิบนาที ซึ่งอาจจะมีงัวเงียๆบ้างในบางช่วง ก็ขอให้เข้าใจว่าเนื่องจากผมได้พักผ่อนน้อยมากๆในช่วงนี้ บางคืนได้นอนแค่สองสามชั่วโมงเท่านั้น รายละเอียดบางอย่างจึงอาจจะถูกละเลย ไม่ได้พูดถึง ผมก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ก่อนเกม ก็มีการเกทับบลัฟแหลกกันพอหอมปากหอมคอแบบน่ารักน่าเอ็นดู โดยเฉพาะเคสที่ว่า เบ๊คแฮมจะฉลองไหม หากยิงประตูได้ รวมทั้งเรื่องการชมเชยเซดอร์ฟและรูนี่ย์ผลัดกันไปมา ก็น่ารักดีครับ ดูการจัดทัพฝั่งเจ้าบ้านเจ้าของสนามซาน ซิโร่ ที่ยูไนเต็ดไม่เคยยิงประตูได้ในฐานะสนามเหย้าของเอซี มิลาน มาก่อน (ข้อมูล S.S. เมื่อวาน ผิดพลาดก็ขออภัยนะ//ฮ่าฮ่าฮ่า) เลโอนาร์โด้สามารถเข็นแผงหลังลงสนามได้เยอะกว่าที่คาด เริ่มจากผู้รักษาประตู ดีด้า แผงหลังสี่คนไล่เรียงไปด้วย ดานิเอเล่ โบเนร่า, อเลสซานโดร เนสต้า, ติอาโก้ ซิลวา และ ลูก้า อันโตนะเนี่ย เอ๊ย...อันโตนินี่ มาถึงแผงกลาง ได้เดวิด เบ๊คแฮม ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยยืนร่วมกับ อันเดรีย ปิร์โล่ และ มัสซิโม อัมโบรซินี่ แนวรุกข้างหน้าทางซ้ายมอบหมายให้ โรนัลดินโญ่ ทางขวาเป็นอเล็กซานเดร ปาโต้ และให้คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ ค้ำตรงกลาง

ส่วนทางฝั่งผู้มาเยือนของกุนซือเฒ่าสารพัดพิษนั้น หลังจากฮาร์โก้ถูกอุ้มหายไปเที่ยวโรงพยาบาลอย่างไม่มีกำหนดแล้ว กิ๊กส์ยังปิดเทอมร่วมเดือนอีกต่างหากจากอาการกระดูกแขนแตก วิดิชเองก็เจ็บกระปริบกระปรอยไม่หายขาดสักที ทำให้ทางเลือกมีค่อนข้างจำกัด น้าเอ็ดยังคงได้รับความไว้วางใจในหว่างเสาเหมือนเคย สมกับที่กำลังจะได้ต่อสัญญาไปอีกปี แผงหลังประกอบไปด้วย ราฟาเอล ดา ซิลวา, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี่ เอแวนส์ และ ปาทริซ เอวร่า มิดฟิลด์ตรงกลางสามคนมี พอล สโคลส์, ไมเคิล คาร์ริค และดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ส่วนผู้รับผิดชอบทางริมเส้นมี หลุยส์ นานี่ ทางขวา ปาร์ค ชี ซอง ทางซ้าย และหมูฮ็อต เวย์น รูนี่ย์ ค้ำเป็นหน้าเป้าคนเดียวในเกมนี้ โดยวางกำลังมาเน้นรับแล้วโต้ในสไตล์ 4-5-1

เริ่มเกม ยังไม่ทันไร ก็ดันมาโดนไปเสียก่อน จากจังหวะที่เหมือนไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำไป ยูไนเต็ดเสียฟรีคิกในจุดที่ค่อนข้างห่างเยื้องไปทางด้านแบ๊คซ้าย เบ๊คแฮมรับอาสาเปิดตามฉายาเจ้าพ่อลูกนิ่ง ลูกเปิดครอสหน้าปากประตู เอวร่าเทคขึ้นตีลังกาสกัดออกมา บอลปลิ้นมามุมเขตโทษเสาสอง โรนัลดินโญ่ ยิงสวนด้วยอีขวาทันที บอลเหมือนไม่แรงมากนัก แต่ดันแฉลบคาร์ริคที่ปรี่มาบล็อค ลูกจึงเปลี่ยนทางย้อนเข้าประตูไปง่ายๆตั้งแต่นาทีที่ 3 เท่านั้น ทำเอาผมเริ่มหงุดหงิด เพราะบอลในระดับนี้ มันไม่ใช่จะมายิงแซงกันง่ายๆ ยิ่งการออกไปเป็นทีมเยือนอย่างนี้ด้วยยิ่งยากไปใหญ่ อีกทั้งระดับนักเตะของเอซี มิลานเองก็ค่อนข้างเหนือกว่าเมื่อเทียบตัวต่อตัว ผมจึงเหลือลุ้นเพียงอย่างเดียวก็คือ เวลาเราบุกเพื่อทวงประตูคืนนั้นอย่าให้โดนสวนกลับมาเสียเพิ่มอีกล่ะ ไม่งั้นได้จองศาลาตั้งแต่เลกแรกนี่แน่ๆ

แล้วก็เป็นอย่างที่ผมคาดไว้ แท็คติคทุกอย่างของทีมเราที่กุนเฒ่าสารพัดพิษวางหมากไว้นั้น ป่นปี้ยับเยินตั้งแต่สามนาทีแรก แท็คติคการเล่นในวันนี้ ตามมุมมองของผม ถูกวางหมากมาเพื่อเน้นการทำลายเกมตรงกลางของคู่แข่งโดยเฉพาะ และเป็นการเน้นเกมรับตรงกลางสนามมากเป็นพิเศษ โดยมีตัวรับและไล่บอลตรงกลางถึงสามสี่คนที่ถูกวางมา และจะอาศัยเกมสวนกลับที่มีนานี่และรูนี่ย์เป็นตัวทีเด็ดทะลุทะลวงยามคู่แข่งหนุนเกมสูง เปรียบให้เห็นภาพก็นึกถึงเกมที่เซิ้งกับอาร์เซน่อลนั่นแล ที่มิดฟิลด์ตรงกลางเน้นการทำลายเกมคู่แข่ง แล้วตัดบอลจ่ายยาวสวนขึ้นไปให้แนวรุกควบเข้าไปทำ แต่แท็คติคนี้มันจะไม่ได้ผลอะไรเลย หากคู่แข่งดันทะลึ่งออกนำเราไปก่อนแล้วเพลย์เซฟ เพราะเขาสามารถเลือกเล่นได้ตามใจฉันมากกว่า หากมิลานเลือกที่จะติ๊ดชึ่งเพลย์เซฟสกอร์ 1:0 ในบ้านแบบไม่เสียอเวย์โกล์ ก็จะเป็นเราต่างหากที่จะเดือดร้อนในเลกสอง นั่นก็เป็นการบีบให้เราต้องเปิดเกมรุกหาอเวย์โกล์ในเกมนี้ ซึ่งเท่ากับจะส่งผลให้มิลานมีพื้นที่เข้ามาโจมตีสวยๆ เพื่อประตูที่สอง ที่สามต่อไป และนี่คือสิ่งที่ผมหวาดหวั่นมากที่สุดนั่นเอง เมื่อเห็นทีมรักถูกออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็วแบบนี้

หลังจากถูกออกนำไป รูปเกมเราก็เสียมวยไปดื้อๆ การตั้งเกมรุกยังไม่เข้าที่เข้าทาง การเซ็ตเกมขึ้นหน้าก็ติดๆขัดๆ เหมือนนัดนี้ไม่ได้วางแผนมาบุกสู้ยังไงยังงั้น รูนี่ย์ถูกประกบ ถูกบีบให้ต้องหนีออกมาเล่นต่ำบ้าง ทางกว้างบ้าง เพราะสาเหตุสำคัญคือ นานี่ถูกอันโตนินี่บีบให้อยู่ทางกว้างตลอด ไม่สามารถหุบเข้ามาประสานได้ รวมกับราฟาเอลที่มัวแต่สาละวนกับเหยินเล็กจนไม่มีเวลาจะสอดมาเติมเกมช่วย ทำให้นานี่ไม่สามารถแผลงฤทธิ์ได้ถนัด อีกทั้งฟอร์มในวันนี้ก็เหมือนกับถูกใบแดงพรากวิญญาณอวตารไปครึ่งร่าง การเล่นเป็นทีมถึงแม้จะยังดีอยู่ พยายามเล่นกับเพื่อนดี แต่ลีลาและความสามารถเฉพาะตัว เมื่อเจอกับอันโตนินี่ตัวตัว มันก็ไปไม่ค่อยเป็นอยู่ดี แถมลูกเปิดวันนี้ยังน่าอนาถอีกต่างหาก ปาร์คจากที่เคยพล่านตามกราบซ้าย วันนี้จึงต้องหุบเข้ามาเล่นตรงกลางบ้าง ทางขวาบ้าง ตามแท็คติค เฟล็ทช์เองก็โยกมาเล่นตามกราบเรื่อยๆ โดยเฉพาะทางขวา ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้เกมรุกทางกราบอย่างน้อยก็สามารถทำงานได้สักข้างหนึ่ง ไม่ใช่บอดทั้งสองข้างไปซะ

เกมของทีมเยือนพยายามหาจังหวะเปิดสู้เพื่อทวงประตูคืน แต่ยังจบได้ไม่หวาดเสียวมากนัก กลับกัน เจ้าบ้านที่ฉวยโอกาสจากจังหวะผิดพลาดของทีมเยือนนั้น สร้างโอกาสหวาดเสียวได้มากกว่า และแผงหลังแผงกลางยูไนเต็ดก็ช่วยกันสร้างความผิดพลาดในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกบ่อยได้ใจดีมากๆ จนป๋าเองต้องออกมาเปิดบริการไดร์เป่าผมสัญจรนอกบาร์เบอร์ใส่น้องแวนซ์เต็มๆไปดอกหนึ่ง เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับสะดุ้งเฮือกไปเหมือนกัน และก็เหมือนกับยังมีโชคอยู่พอสมควร ที่มิลานเองไม่สามารถอาศัยความผิดพลาดมากมายของทีมเยือน(ทั้งเอแวนส์, ราฟาเอล, สโคลส์, เอวร่า) เจาะประตูเพิ่มได้ ทั้งจากการยิงของเหยินเล็ก, ฮุนเตลาร์, อันโตนินี่ หรือ ปาโต้ ไม่สามารถส่งบอลซุกก้นตาข่ายทีมเยือนเพิ่มได้สักคน โอกาสของยูไนเต็ดที่จะกลับมาจึงยังคงเปิดอยู่

มิลานที่ทำเกมได้เหนือกว่าชนิดที่ต้องเรียกว่ายำข้างเดียวนั้น ช่วงก่อนจะเสียประตูคืนให้ทีมเยือน มิลานทำงานได้ดีมากๆ ปาโต้สะกดนะจังงังใส่เอวร่าจนไม่ต้องคิดถึงการเติมเกมบุก โรนัลดินโญ่ก็เล่นเอาราฟาเอลกับริโอลิ้นห้อย เดือดร้อนถึงมิดฟิลด์ต้องมารุมสองสามสามคนช่วยแทบตลอด ฮุนเตลาร์ก็ปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้ ไหนจะมีการวางบอลของทั้งปิร์โล่ ทั้งเบ๊คแฮมอีก งานนี้ทำเอาเจ้าพ่อบอลยาวอย่างสโคลส์ของเราตอนนี้ ชิดซ้ายไปเลยทีเดียว ฟอร์มช่วงนี้ต้องบอกว่า ผมลุ้นปัสสาวะหนียวก็ได้ ไม่ให้เสียประตูที่สองและต้องขอบคุณน้าซาร์เป็นพิเศษ ที่ช่วยไว้ได้หลายครั้ง ไหนจะนานี่เองก็ถูกปิดหนทางทำมาหากินซะเรียบ แถมเปิดห่วยแตกในวันนี้ เล่นเอาเจ้าหมูเดือดปุดๆ และไม่ยอมส่งบอลให้บังอีกเลยในตอนหลัง แต่สุดท้ายแล้วเอกลักษณ์ของฟุตบอลก็ทำงานของมันอีกครั้ง เมื่อทีมที่เหนือกว่ากลับไม่สามารถทำอะไรเพิ่มได้อีก ทีมที่ดูแล้วไม่มีอะไรแท้ๆ เมื่อมีโอกาสก็กลับทำได้แบบขี่ดวงมาซะงั้น จากลูกที่เหมือนไม่มีอะไร

ลูกตีเสมอของทีมเยือนมาได้ในนาทีที่ 36 เมื่อได้โอกาสสวนเร็ว บอลหลุดมาถึงปาร์คทางกราบขวามุมเขตโทษ และปาร์คพยายามโยกหาจังหวะเข้าไป เมื่อมีเฟล็ทเชอร์เติมสอดหลังขึ้นมาปาร์คจึงดึงจัวหวะไว้ ก่อนจ่ายตัดหลังขึ้นไปให้ เฟล็ทเชอร์เปิดกลับเร็วเข้าไปในกรอบหน้าปากประตูมีสโคลส์เติมสูงทะลุขึ้นมาวอลเลย์ด้วยอีขวาเต็มๆ... วืดเต็มๆสิครับ ดีที่บอลหลุดมาชนขาซ้ายที่เป็นขาหลักก่อนจะกลิ้งหลุนๆเข้าไปชนโคนเสาสองเข้าประตูไปแบบดีด้าหมดปัญญาจะทำอะไร การเสียประตูนี้แบบช็อคอารมณ์มิลานทั้งปวงนั้น เท่ากับเป็นการตัดทอนโมเมนตัมของมิลานลงไปด้วยในตัว หลังจากโดนมิลานปูพรมซะไปไม่เป็นมาร่วมๆเกือบสี่สิบนาที และหลังจากได้ประตูนี้ไม่ทันไร จุดเปลี่ยนสำคัญก็มาบังเกิด เมื่ออันโตนินี่มีอาการบาดเจ็บและเล่นต่อไม่ไหว เลโอนาร์โด้จึงต้องส่ง จูสเซ็ปเป้ ฟาวัลลี่ ลงมาแทน และนั่นเอง คือจุดเริ่มต้นของหายนะของมิลานในสายตาผม

เมื่อแผงหลังยูไนเต็ดประกอบไปด้วยราฟาเอล และเอแวนส์ ที่วันนี้ถูกแรงเสียดสีจากนักเตะระดับท็อปกดดันจนจิตตกฟอร์มร่วงหลุดตำแหน่งไปทั้งคู่ ในขณะที่มิลานเองก็ส่งฟาวัลลี่ ที่กลายเป็นบ่อลงมาแทนอันโตนินี่ ประกอบกับสกอร์ที่กลับมาเท่ากันแล้ว จึงทำให้สถานการณ์มันกลับมาห้าสิบ-ห้าสิบอีกครั้ง แต่ผู้เสียหายมากกว่ากลับเป็นมิลาน เนื่องจากอันโตนินี่ที่กดดันทางกราบซ้ายร่วมกับเหยินเล็กได้ดีมากๆ ต้องหายไป เปลี่ยนมาเป็นฟาวัลลี่ที่ทำให้เกมริมเส้นด้านนี้ดร็อปไปเห็นๆ แผงหลังยูไนเต็ดก็เริ่มตั้งหลักได้ดีขึ้น และการประสานงาน การเติมเกมรุกของมิลานก็เริ่มค่อยๆเฝดลงไปเรื่อยๆ กลายเป็นถูกแผงมิดฟิลด์ของยูไนเต็ดทำลายเกมได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ แต่โอกาสของมิลานก็ยังมีอยู่นะครับ จากจังหวะทักษะและความสามารถของสามผู้เล่นแดนหน้า เพียงแต่ยังทื่ออยู่มากเท่านั้นเอง

ครึ่งหลัง ป๋าเราแก้เกมกลับมาได้ดีกว่าและเลือกเจาะจุดอ่อนของมิลานอย่างฟาวัลลี่เต็มที่ โรนัลดินโญ่เองต้องถอยลงต่ำเมื่อบอลมาไม่ค่อยถึง เพราะฟาวัลลี่เติมไม่ได้ รับก็ไม่ดี ถูกนานี่เจาะยางได้ตลอด แต่นานี่ดันเปิดได้ห่วยแตกคงเส้นคงวาจริงๆครับในเกมนี้ สุดท้ายป๋าก็ต้องส่งวาเลนเซียลงมาแทนนานี่ และแค่สองนาที (นาทีที่ 66) วาเลนเซียก็สบโอกาสลากบอลทางกราบขวาที่เป็นพื้นที่รับผิดชอบของฟาวัลลี่ วาเลนเซียโยกออกนอกและกระชากไปสุดเส้นก่อนจะเปิดโด่งมาเสาสอง รูนี่ย์ขึ้นเทคข้างหลังผู้เล่นมิลานแต่โดดได้สูงกว่า ก่อนจะโหม่งบอลย้อยย้อนศรกลับไปทางสามเหลี่ยมเสาแรกชนิดที่ดีด้าป้องกันไม่ได้อีกแล้ว ลูกนี้เท่ากับปลดล็อคทุกๆอย่างของยูไนเต็ดไปในทันที และทำให้นักเตะยูไนเต็ดเริ่มเล่นได้ง่ายขึ้น ประกอบกับมิลานเองเหมือนจะหมดด้วยครับ ในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายนี้ จ่ายบอลผิดพลาด บังคับบอลไม่ค่อยได้ดั่งใจ ฮุนเตลาร์นี่หายไปเลยนะ ปาโต้ยังดีที่มีโผล่มาให้เห็นบ้าง ส่วนเหยินเล็กตอนนี้กลับกลายมาเป็นถูกราฟาเอลประกบเดี่ยวๆไปแล้วแถมยังเสียเหลี่ยมให้ราฟาเอลบ่อยๆอีกต่างหาก

หลังจากนั้น เลโอนาร์โด้ถอดเบ๊คแฮมออก แล้วเอาโจ๊กเกอร์เวทีแชมเปี้ยนส์ลีกอย่าง คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ลงมาแทน แต่ยังไม่ทันไร ยูไนเต็ดก็มาได้ประตูที่สามในนาทีที่ 75 จากลูกวางยาวเร็วขึ้นหน้า รูนี่ย์พักบอลได้หน้าเส้นเขตโทษก่อนจะจ่ายย้อนคืนให้เฟล็ทเชอร์ที่เติมขึ้นมาโล่งๆทางกราบซ้าย แล้วรูนี่ย์แอบๆหลบเข้าไปในเขตโทษท่ามกลางแนวรับมิลานที่ตั้งไลน์ป้งกันในเขตโทษถึงสามคน แต่กลับไม่มีใครตามรูนี่ย์แม้แต่คนเดียว รูนี่ย์สอดเข้าไปในช่องว่างระหว่างตัวรับ พร้อมๆกับที่เฟล็ทเชอร์บรรจงเปิดบอลเข้าไปให้รูนี่ย์ที่เทคขึ้นมาโล่งๆต่อหน้าต่อตาดีด้า โหม่งเข้าไปง่ายๆเป็นประตูที่สามได้สำเร็จ เล่นเอานักเตะมิลานช็อคไปตามๆกัน รวมทั้งผมด้วยที่ไม่คิดว่าแผงหลังมิลานจะเปิดพื้นที่ให้เล่นได้ง่ายๆแบบนั้นในจังหวะนั้น ไม่ต้องโทษใครเลยครับ สองคนข้างหน้าข้างหลังรูนี่ย์นั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบรวมทั้งตัวที่ต้องเข้าเฟล็ทเชอร์ด้วย ที่ปล่อยให้เจ้าตัวได้แต่งบอล เงยหน้า รอรูนี่ย์สอด แล้ววางเท้าเปิด อะไรมันจะมีเวลามากขนาดนั้น

หลังจากได้ประตูที่สามไปแล้ว มิลานเองก็พยายามหาทางกลับมา ด้วยการส่งศรัณยู วงศ์กระจ่าง เอ๊ย ฟิลิปโป้ อินซากี้ ลงมาแทนฮุนเตลาร์ที่ไม่มีบทบาทเลยในครึ่งหลัง ในขณะที่วาเลนเซียกับรูนี่ย์ก็ต่างเพลิดเพลินเจริญใจกับการปั่นป่วนแผงหลังมิลานกันเหลือเกิน นักเตะยูไนเต็ดสุดท้ายก็เลยออกลูกประมาทจนได้ บอลจากการสกัดจังหวะรุกของมิลานหลุดมาที่ราฟาเอลที่เลือกจะลุยขึ้นไป แทนที่จะออกบอลง่ายๆให้เพื่อน จึงถูกตัดบอลไปได้และเปิดย้อนกลับเร็วมาทางกราบซ้ายโรนัลดินโญ่เลื้อยหาจังหวะก่อนจะเปิดเข้ากลางให้เซดอร์ฟสอดเข้ามาไขว้บอลเข้าประตูไล่ขึ้นมาเป็น 2;3 ในที่สุด และก็เรียกแพสชั่นของมิลานกลับมาได้เต็มๆ แล้วในช่วงห้านาทีสุดท้าย มิลานโหมเร่งเครื่องหนักหน่วงแต่ก็ไม่สามารถเจาะตาข่ายเพิ่มได้อีกจนเข้าสู่ช่วงทดเจ็บ ที่บราวน์ลงมาแทนราฟาเอล และคาร์ริคดันไปโดนเหลืองที่สองแบบไม่น่าเสีย สุดท้ายก็จบไปด้วยชัยชนะของทีมเยือน

หลังจบเกมจะว่าไปผมก็เสียดายลูกที่เสียไปให้เซดอร์ฟนะ เพราะมันเกิดจากความประมาทแท้ๆเชียว แต่ถ้าจะมองในแง่ดี หากใครมาบอกก่อนเกมว่าเราจะชนะเกมนี้แถมได้อเวย์โกล์ถึงสามลูก เราก็คงไม่เชื่อหรอก เอาเป็นว่า นี่คือบทเรียนสำคัญๆที่ราฟาเอลต้องรับและจดจำมัน เพื่อพัฒนาตัวเองให้ก้าวข้ามผ่านจุดนี้ไปเป็นนักเตะชั้นดีในอนาคตต่อไป ผมเชื่อว่าโอกาสที่มีมากมายและบทเรียนหลายบทที่ผ่านมาของราฟาเอล ทั้งจุดโทษ ทั้งการเสียฟาล์ว ทั้งใบแดง ต่างมีประโยชน์ต่อการพัฒนาของเจ้าตัวทั้งนั้น เช่นเดียวกับเอแวนส์ที่ต้องจัดการนักเตะระดับโลกหลายคนในเกมนี้ เขาต้องพัฒนาตัวเองให้รับมือกับความตื่นเต้นตรงนี้ให้ได้ ปรับสภาพจิตใจให้นิ่งและมีสมาธิพร้อมตลอดเวลา โดยไม่ต้องกริ่งเกรงศักดิ์ศรีคู่ต่อสู้ ดูตัวอย่างโอเชียได้ครับ หลอกแตะบอลลอดหว่างขาฟิโก้ก็ทำมาแล้ว//ฮ่าฮ่าฮ่า หรือไม่ก็ดูบราวน์ก็ได้ ขนาดถูกเผาเห็นๆ ถูกหลอกล้มหัวทิ่มเห็นๆ ถูกลากตัดหน้าไปยิงต่อหน้าต่อตา บราวน์ก็ยังไม่เคยทำท่าลนลาน หรือมีสีหน้าตื่นเต้นเลย ยังนิ่งได้ใจมาตลอด//หยอกเย้า นี่แหละ กองหลังดีกรีสองแชมป์ยุโรป//ฮ่าฮ่าฮ่า

ผมคงต้องของดเว้นที่จะกล่าวถึงเกมเลกที่สอง เพราะอะไรหลายๆท่านคงทราบดี แต่กับเกมนี้ รายละเอียดที่อยากจะพูกถึงก็คือ ถึงแม้มิลานจะอุดมไปด้วยนักเตะปูชนียบุคคล อย่างพี่ตั้ว เอ๊ย พี่กุ้ง, เซดอร์ฟ, เนสต้า, ปิร์โล่, เหยินเล็ก, เบ๊คแฮม ที่อาจจะมีอาการเหนื่อยล้า หรือที่เรียกว่า หมด ได้ง่ายกว่านักเตะเรา แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่พวกนี้มีมากกว่าก็คือ ความเก๋า, ความนิ่ง, ความชาญฉลาดในการเล่น และทักษะการเอาตัวรอดในแต่ละสถานการณ์ จะเห็นว่า ถึงแม้จะหมด แต่พอถึงเวลาต้องรีด พวกนี้ก็สามารถรีดก๊อกสองมากดดันเราได้อย่างต่อเนื่องในช่วงท้ายๆจนเราเองก็เป่ไปเป๋มาเหมือนกัน ดังนั้นการติดประมาทในการเล่น จึงไม่ใช่เรื่องที่จะยอมรับได้ และป๋าก็คงตำหนินักเตะเราไปหลายดอกในเรื่องนี้

สำหรับนานี่ นี่คือการพิสูจน์ตัวเองในอีกสังเวียนหนึ่ง ถึงแม้จะมีฟอร์มที่ทะลักจุดเดือดมาในช่วงหลังๆ แต่กับระดับบอลอิตาเลี่ยนมันมีอะไรต่างออกไปจากอิงลิชเยอะ ถึงแม้จะเหมือนมีพื้นที่ให้เล่น แต่คุณจะพบว่าคุณไม่สามารถผ่านอันโตนินี่ได้ง่ายๆเลยสักช็อต นี่ดีที่เปลี่ยนมาเป็นฟาวัลลี่แล้วนานี่ยังทำอะไรได้มากขึ้นเยอะ ถึงแม้จะยังเปิดได้ไม่ดีก็ตาม ส่วนรูนี่ย์เองก็ควรจะต้องพัฒนาอารมณ์ร่วมต่อเกมให้มันอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ถึงแม้เพื่อนจะทำเสีย จ่ายไม่ดี เราอาจออกแอ็คชั่นตามอารมณ์ร่วมได้ แต่มันก็ควรจบลงตรงนั้น มีหลายช็อตที่รูนี่ย์แก้แค้นเอาคืนด้วยการเลือกที่จะพาบอลไปเอง หรือยิงเองทั้งๆที่การเลือกจ่ายให้นานี่ที่หลุดไป จะทำให้โอกาสได้ประตูเปิดมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ตรงนี้คือสิ่งที่รูนี่ย์ต้องหาทางแก้ไขอารมณ์ตัวเองอย่าให้มันมาอยู่เหนือเหตุผลทางด้านฟุตบอล คุณอาจได้แสดงให้คนอื่นๆเห็นว่า ถ้าแกเล่นไม่ดี ฉันไม่จ่ายนะ แต่คนที่เสียประโยชน์กลับไม่ใช่เพื่อนคุณที่คุณไม่จ่าย แต่กลายเป้นทีมเป็นทั้งทีม กับการที่สูญเสียโอกาสที่ควรจะเป็นประตูได้ดีกว่านี้

ส่วนทางด้านมิลาน แพ้นัดนี้ไม่ใช่ว่าจะตกรอบ เพราะการได้ลูกที่สองก็เท่ากับปลุกชีพกลับมาได้ค่อนตัวทีเดียว หากนัดหน้าเลโอนาร์โด้วางแผนมาดีๆ ไม่รีบร้อนเร่งเกมเกินไป และหาประตูขึ้นนำปลดล็อกได้ก่อน โอกาสก็จะกลับมาเกือบๆเท่ากันอีกครั้ง และมิลานสามารถเล่นเพลย์เซฟประคองจังหวะ รอประตูที่สองได้เรื่อยๆ โดยแทบไม่ต้องเร่งเกมอีกเลยด้วยซ้ำไป ดังนั้น แมนฯ ยูไนเต็ดเองโดยท่านเซอร์เฟอร์กี้ ก็ต้องหากลเม็ดเคล็ดลับ ในการที่จะรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องของตาข่ายฟากเราให้ได้นานที่สุด เป็นการกดดันมิลานมากขึ้นตามเวลาที่ล่วงเลยไป ในขณะที่ตัวเลือกในการจัดทัพของเรา ก็จะถูกจำกัดลงไป จากการโดนแบนของไมเคิล คาร์ริค นั่นเอง ซึ่งสุดท้ายท่านเซอร์จะเลือกหมากอะไร จัดทีมอย่างไร มิลานโดยเลโอนาร์โด้ จะมาสู้ด้วยแท็คติคอะไร จัดทัพแบบไหน อีกไม่นานเกินรอ เราจะได้ทราบกัน

แล้วมาลุ้นกันครับ

สงบใจ

ปล. เกมนี้ ผู้เล่นที่ได้คะแนนมากที่สุดคือ รูนี่ย์ โดยไม่จำเป็นต้องให้เหตุผลประกอบใดๆ รองลงมาคือปาร์คนะครับ ที่พล่านทั้งเกมรับและรุกได้อย่างน่าชื่นชม มีส่วนร่วมกับเกมตลอดเวลา ที่สามคือ น้าซาร์ ที่เซฟเป็นพัลวัน ตามด้วยดับเบิ้ลแอสซิสต์เพลย์เยอร์ อย่างเฟล็ทเชอร์ ส่วนลำดับที่ห้า คือโรนัลดินโญ่ครับ (เครดิต สกาย สปอร์ตส์ – top rated @ 10:30AM)

ปล. สอง เกมนี้ ผมอดดีใจแทนเฟล็ทเชอร์ไม่ได้ ที่เมื่อก่อนเคยถูกตราหน้าว่าเป็นลูกไล่เบ๊คแฮมมาตลอด ถ้าเบ๊คแฮมไม่เจ็บก็ไม่ได้ลง พอได้ลงมาก็ถูกนำไปเปรียบกับเบ๊คส์ตลอด เพราะทีแรกถูกวางมายืนขวาเหมือนกัน อีกทั้งตัวประมาณนี้แต่ละคนก็ถูกรัศมีเบ๊คส์ บดบังจนต้องย้ายออกไปตามๆกัน ตั้งแต่ กรีนนิ่ง, แช็ดวิค, กิลเลสพี, ครัฟฟ์ หรือ แม้แต่โพบอร์สกี้ แต่เจ้าตัวกลับเลือกที่จะก้มหน้าก้มตาอดทนซ้อมหนักรอโอกาสต่อไป จนตอนนี้ กลายเป็นมิดฟิลด์ที่ทีมเราขาดไปไม่ได้เสียแล้ว และเกมนี้ เขาก็เป็นมิดฟิลด์ที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในสนาม เหนือกว่า ปิร์โล่, เบ๊คแฮม, อัมโบรซินี่ ด้วยซ้ำไป ดีใจแทนเจ้าตัวครับ



Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2553 11:54:38 น. 1 comments
Counter : 217 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:39:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.