Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
18 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
20090518 วิพากษ์ MAN. UNITED vs ARSENAL

18th Champion Celebration, but sad for him, APACHE T_T


สวัสดีครับ หวังว่าคงจะฟื้นจะสร่างกันแล้วนะครับ สำหรับการฉลองแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งที่ 18 ในคราวนี้ และเป็นจำนวนครั้งสูงสุดเทียบเท่าคู่กัดตลอดกาลอย่างลิเวอร์พูลเสียด้วย ถึงแม้ป๋าจะจัดทัพตัวจริงลงเต็มพิกัดในเกมนี้ แต่รูปเกมก็ดูเหมือนการประคองตัวรอเสียงนกหวีดมากกว่า ซึ่งผมคงไม่พูดถึงรูปเกมมากนัก ขอให้เป็นอารมณ์ฉลองกันน่าจะสนุกกว่า ถึงแม้จะไม่เต็มที่ เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของเตเวซก็ตาม

ทัพนักเตะ ป๋ายังคงพักริโอ เฟอร์ดินานด์ต่อไป และผมก็คาดว่า เราน่าจะได้เห็นเขาอีกทีก็คงที่โรมโน่นเลยครับ ป๋าไม่น่าเข็นลงมาแล้วล่ะ นอกจากจะเอาลงมาเรียกฟีลลิ่งสักสิบนาทีสิบห้านาทีในเกมกับฮัลล์ ซิตี้ นักเตะที่เลือกลงสนามเกมนี้ยังได้น้าซาร์มายืนระหว่างเสาเหมือนเดิม แผงหลังมี โอเชีย, วิดิช, อีแวนส์ และเอวร่า กองกลางมีโรนัลโด้, คาร์ริค,เฟล็ทเชอร์, กิ๊กส์ และ รูนี่ย์ หน้าตัวเดียวใช้คาร์ลิตอส

ส่วนทางฝั่งผู้มาเยือนนั้น เวนเกอร์ต้องพักอัลมูเนียที่มีอาการเจ็บ จึงต้องเอาฟาเบียนสกี้มาเฝ้าเสาแทน แผงหลังต้องเอาอเล็กซ์ ซง มาจับคู่โยฮัน ฌูรู ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ โดยมี ซาญ่าและกิ๊บบส์ เป็นฟูลแบ๊ค มิดฟิลด์วางมาห้าตัวเช่นเคยประกอบไปด้วยอาร์ชาวิน, เชส, นาสรี่, เดนิลสัน และดิยาบี้ มีฟาน เพอร์ซี่ ยืนเป็นหน้าเป้า โดยไม่มีเงาของอาเดบายอร์แม้แต่ในรายชื่อผู้เล่นสำรอง

เริ่มเกม แมนฯยูฯเจ้าบ้านเปิดเกมลุยเข้าใส่ทันทีแบบไม่ให้ทีมเยือนตั้งหลักได้ทัน และเกือบจะปิดสกอร์ได้สองสามครั้ง แต่ยังไม่เด็ดขาดเพียงพอจะทำได้ เจ้าบ้านโหมใส่อยู่ประมาณห้าหกนาที ก่อนที่อาร์เซน่อลจะเริ่มตั้งตัวได้และเริ่มจะครองบอลเซ็ตเกมของตัวเองกลับมาบ้าง ซึ่งพออาร์เซน่อลครองบอลกลับมาได้นั้น ยูไนเต็ดก็เริ่มหันมาเน้นประคองเกมมากขึ้น ไม่เล่นเสี่ยง และพยายามไล่เพรสซิ่งเอาบอลคืนกลับมา อาร์เซน่อลเองก็เริ่มเพรสซิ่งได้ดีขึ้น และเกมตรงกลางของอาร์เซน่อลก็ค่อยๆเบียดยูไนเต็ดลงเรื่อยๆ จนมาครองเกมได้ดีกว่าในที่สุด ยูไนเต็ดหันมาเล่นรับแล้วสวนอย่างเต็มตัว ซึ่งลักษณะเกมแบบนี้ ไม่ค่อยเหมาะกับเตเวซมากนัก

เกมของอาร์เซน่อลยังคงรูปแบบเหมือนเดิม นั่นคือ ครองบอล ถ่ายบอลเร็ว บอลจากเท้าสู่เท้าแม่นยำ ยิ่งมีเดนิลสันและน่าสรี่มายืนตรงกลาง การปิดเกมรุกของยูไนเต็ดก็ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม เชสสามารถขึ้นเกมได้มีอิสระมากขึ้น และอาร์ชาวินเองก็สามารถพล่านทางริมเส้นทางขวาได้ดี เพียงแต่อาร์เซน่อลก็ยังเป็นอาร์เซน่อล ทีมที่ทีเด็ดทีขาดยังน้อย เราเห็นการถ่ายบอล เห็นการคอนโทรลบอลและขึงเกมที่สวยงาม คลาสสิค แต่จังหวะจบเกิดขึ้นน้อยมากๆ อาร์เซน่อลทีมนี้ ก็ยังคงเล่นการผ่านบอลมากเกินไปเหมือนเคย ยิ่งผ่านมากครั้ง ยิ่งเสียเวลามากขึ้น สิ่งที่ขาดหายไปของอาร์เซน่อล ผมว่าคือความกล้า ความกล้าที่จะสอดทะลุเข้าไป และความกล้าที่จะแทงทะลุเข้าไปให้ นั่นทำให้อาร์เซน่อล ยังคงต้องผ่านบอลกันต่อไปหน้ากรอบ เพื่อหาความชัวร์ ทั้งๆที่ผู้เล่นยูไนเต็ดประมาณแปดเก้าคน ก็ยืนจังก้าขวางทางเต็มไปหมดนั่นเอง

ครึ่งหลัง ยังคงไม่มีการเปลี่ยนตัว เจ้าบ้านลงมาก็ยิ่งเน้นเกมรับมากขึ้น หวังประคองตัวและไม่แลกเท่าไหร่นัก หลังจากเห็นการแลกที่ไม่เกิดสกอร์มาแล้วในครึ่งแรก และที่สำคัญ น่าจะไม่ต้องการให้เกิดการเสี่ยงบาดเจ็บขึ้นมาในขณะที่ผู้เล่นยังมีเกมใหญ่รออยู่ในอีกสิบวันข้างหน้า ผู้เล่นยูไนเต็ดเองก็เกร็ง เพราะรักษาสกอร์นี้ไว้ก็ยังได้แชมป์ แต่หากเจ็บขึ้นมาก็งานเข้า เอวร่าที่โดนเสียบจนกลิ้ง ยังลุกขึ้นมาจะเอาเรื่องคืน ก็เพราะหากเขาเจ็บจากจังหวะนี้และชวดลงนัดชิง นั่นคงเป็นอะไรที่เจ้าตัวทำใจได้ยากน่าดู

อาร์เซน่อลครองบอลได้ดีกว่า มีจังหวะจบมากกว่า แต่ที่หวาดเสียวจริงๆก็ไม่ได้มีมากนัก ถึงกระนั้นก็เล่นเอาผมนั่งใจตุ๊มๆต่อมๆ ตลอดเกม รูนี่ย์ลงมาช่วยเอวร่าเยอะมากๆ โรนัลโด้เองก็ลงมาช่วยป้องกันลูกเซ็ตพีซ ส่วนเตเวซก็มาไล่บอลต่ำกลางสนาม ทำให้เกมสวนกลับเราไม่เหลือคนและพลังมาวิ่งมากนัก ยิ่งเอื้อให้อาร์เซน่อลคลายความกดดันในเกมรับและเติมมาช่วยเกมรุกได้มากขึ้น เจ้าบ้านก็ยิ่งเกร็งกันมากขึ้นไปอีก แต่อย่างน้อย วันนี้มีคนหนึ่งครับ ที่ผมขอเรียกว่าเป็น [u]ซูเปอร์สตาร์ คิลลิ่ง แมชชีน[/u] อย่างแท้จริง คนนั้นคือ จอห์น โอเชีย แหม...ก็ดูประวัติเขาสิครับ ฟิโก้เหรอ, สลาตันเหรอ, อีเนียสต้าเหรอ กรูเคยปิดสวิทช์มาหมดแล้ว วันนี้เลยโชว์สเต็ปให้เห็นอีกครั้ง ด้วยการออกผลงาน D.I.Y. How to Switch off Arshavin ให้แฟนๆได้ดูกัน

เมื่อรูปเกมเป็นรอง และเกมสวนกลับก็ไม่สามารถคาดหวังได้มากนัก ท่านเซอร์จึงเปลี่ยนแท็คติคก่อน ด้วยการเอาปาร์ค ลงมาวิ่งไล่ด้านกราบ แทนเตเวซ เล่นเอาเรียกเสียงเชียร์อาปาเช่ได้ระงมสนามทีเดียว เจ้าตัวเองก็เดินปรบมือให้แฟนๆตอนออกจากสนามด้วยลักษณะที่คุ้นตาแฟนเก่าๆ นั่นคือ [u]เบ๊คแฮม กู๊ดบาย แคลปปิ้ง[/u] นั่นเองครับ ทำเอาผมนี่รู้อย่างแน่ชัดเลยว่า ไปแน่ครับ เตเวซไปแน่ๆ พอปาร์คลงมาก็มาเน้นวิ่งปิดเกมทางริมเส้น โดยดันเอาโรนัลโด้ขึ้นไปยืนเป็นกองหน้าเต็มตัว แต่รูปเกมก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก เวนเกอร์เปลี่ยนตัวตามทันที โดยเอาวัลคอตต์และเบนท์เนอร์ ลงมาแทนอาร์ซาวินกับนาสรี่ ซึ่งทีแรกผมยังหวั่นใจ แต่พอเห็นตำแหน่งการยืน ก็ค่อยโล่งอกมาหน่อย

ผมว่าเวนเกอร์กังวลมากไปนิด ที่จับเบนท์เนอร์มาเล่นนอกกรอบ ยิ่งเอาวัลคอตต์ไปเล่นซ้ายยิ่งเห็นชัด ตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขาคือทางขวา ในขณะที่เบนท์เนอร์เองก็คือหอกเป้า แต่เวนเกอร์กลับไม่เลือกคอนดิชั่นดังกล่าว ทำให้โอเชียเปิดหลักสูตรคิลิ่งวัลคอตต์ตามมาอีกหลักสูตรหนึ่ง ส่วนเบนท์เนอร์ก็โดนวางหมากล้อมหน้ากรอบอีกคน เกมนี้ฟาน เพอร์ซี่ย์เลยเงียบไป หากเวนเกอร์ดันเบนท์เนอร์ขึ้นหน้า ถอยเพอร์ซี่ย์มาหน้ากรอบแทน และโยกวัลคอตต์มาขวา ผมว่าจะมันกว่านี้เยอะ และสามารถใช้ลูกโด่งมากดดันคู่เซ็นเตอร์ได้ด้วย เกมผ่านไป อาร์เซน่อลส่งเอบูเอ้มาแทนกิ๊บบส์ แต่ไม่มีอะไรเพิ่มเติม นาทีสุดท้ายอันแดร์สันก็ลงมาแทนรูนี่ย์ และก็จบเกมไปแบบโนสกอร์ นั่นหมายถึงยูไนเต็ด เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยที่ 18 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ควันหลงจากเกมนี้ ก็คงมีพอสมควร จากการเล่นเกมรับที่ค่อนข้างมีวินัย ส่อให้เห็นความแข็งแกร่งที่กลับคืนมาในแผงหลังของเรา ถึงแม้จะไม่มีริโอ แต่อีแวนส์ก็ทำผลงานทดแทนได้ไม่ขัดลูกตาเลย อีกคนที่ควรต้องลงเป็นตัวจริงในเกมที่โรมอย่างไม่ต้องสงสัย ก็คือคาร์ริค เกมนี้คาร์ริคอาศัยการอ่านทางบอลที่ชาญฉลาด สามารถวิ่งปิดทางจ่ายบอลของอาร์เซน่อลหน้ากรอบเราได้แทบหมดจด ไม่ว่าจังหวะแรกๆ หรือจังหวะสุดท้ายที่ตามไปบล๊อคได้หลายครั้ง โอเชียเองก็โชว์สเต็ปให้เห็นแล้ว และเป็นที่คาดว่า เขาคงได้ยืนเป็นแบ๊คขวาตัวจริงที่โรม เพราะไม่มีตัวเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่านี้อีกแล้ว แต่น่าเสียดายผึ้งงานเฟล็ทเชอร์ ที่จะไม่มีโอกาสลงสนามในนัดนั้น น่าเสียดายมากๆ ทั้งๆที่เห็นฟอร์มเขาพุ่งแรงขึ้นมามากจริงๆในปีนี้

กองหลังนี่ค่อนข้างหมดห่วง เราคงได้ชุดที่ดีที่สุดลงสนามที่โรมครับ ซึ่งตอนนั้นริโอได้กลับมาแน่นอน ส่วนกองกลางคงต้องไปวัดเอาว่าท่านเซอร์จะจัดทีมอย่างไร จะเป็นตัวกลางสามหรือสอง จะเป็นหน้าเดี่ยวหรือคู่หรือสาม ตรงนั้นต้องไปเดาใจป๋าให้ได้ก่อน แต่อย่าให้ผมพูดตอนนี้เลยครับ มันจะแสลงเปล่าๆนะ เดี๋ยวงานเข้าอ่ะ

เมื่อได้แชมป์ครั้งนี้ เราเห็นภาพการฉลองที่คุ้นตา บรรยากาศที่เยี่ยมยอด อลังการ แต่มันไม่สุดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มันไม่ได้อารมณ์ชื่นมื่นเต็มที่ นั่นก็เพราะภาพเตเวซที่เห็นทางหน้าจอโทรทัศน์นั่นเอง ตั้งแต่วินาทีที่เตเวซถูกเปลี่ยนตัวออกและเห็นสัญญาณ Goodbye Clapping เรียกเสียงเชียร์จากแฟนๆได้ลั่นโรงละคร และป๋าเองก็เรียกเสียงโห่จากแฟนๆใส่ตัวได้เต็มๆเหมือนกันเมื่อถอดเตเวซ แต่เมื่อเวลาจบเกมมาถึง ซึ่งควรเป็นเวลาแห่งการฉลองแชมป์ สีหน้าเตเวซที่เห็นผ่านหน้าจอกลับไม่สนุขมากเหมือนเพื่อนๆ มันแฝงไปด้วยอารมณ์เศร้า และดูเป็นการดีใจแบบแกนๆ ยิ่งเห็นภาพในห้องแต่งตัวหลังเกม ในขณะที่เพื่อนๆฉลองแชมป์ในสีเสื้อแดง เตเวซกลับเปลี่ยนมาใส่เสื้อฟ้าขาวแห่งอาร์เจนติน่า ก็สื่อให้เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่า เขาคงไปแน่

ผมเห็นอากัปกิริยาทั้งหลายจากเกมนี้ ทำให้อดคิดย้อนไปถึงกรณีเบ๊คแฮมไม่ได้ มันเหมือนกันราวกับลอกออกมาจากหนังเรื่องเดียวกัน สิ่งที่สโมสรทำกับเตเวซ หากจะว่าไป ก็ค่อนข้างทำร้ายความรู้สึกเตเวซและแฟนๆไม่ใช่น้อย กับการที่มีการแสดงออกว่าต้องการได้ตัวเตเวซมาอยู่แบบถาวร แต่กลับไม่ได้แสดงให้เห็นทางด้านการกระทำในการพยายามรั้งตัวเขาไว้ เรื่องความลับในการเจรจาสัญญานั่นก็เรื่องหนึ่งที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ แต่อีกด้านล่ะ การแสดงออกให้เตเวซมั่นใจ ให้แฟนๆมั่นใจ ว่าสโมสรมีความปรารถนาอย่างที่สุด ที่จะเก็บตัวเขาไว้ นั่นกลับมีให้เห็นน้อยมาก ความเชื่อมั่นตรงนั้นต่างหาก ที่ผมมองว่า คือฟางที่ยึดเหนี่ยวเตเวซไว้ในขณะนี้ และฟางเส้นนั้น ก็กำลังจะขาดอยู่รอมร่อในสายตาเตเวซ

แต่ภาพทุกภาพ มันย่อมมีอย่างน้อยสองด้านเสมอ ในขณะที่ด้านหนึ่ง ยืนยันว่ากำลังเจรจา อีกด้านหนึ่งกลับไม่แสดงความเชื่อมั่นให้เตเวซได้มั่นใจกับเรื่องนี้ แต่ภาพด้านที่เหลือ ที่คนไม่ค่อยพูดถึงล่ะ ด้านที่บอกเล่าความเป็นจริงในสนาม นั่นคือท้ายที่สุดแล้ว หากว่ายูไนเต็ดเซ็นสัญญาคว้าตัวเตเวซมาได้จริง แต่เจ้าตัวต้องตกที่นั่งตัวสำรองหรือตัวเลือกที่สามที่ปักราคาสามสิบล้านปอนด์ เตเวซเองจะโอเคหรือไม่กับสภาพตัวแบ๊คอัพที่ต้องเป็น ทั้งๆที่ตัวเองพูดมาตลอดว่าต้องการการเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการันตีที่ว่างในทีมชาติของมาราโดน่า และที่สำคัญเงื่อนไขนี้ก็ไม่ต่างกัน หากเขาจะย้ายสำเนาทะเบียนบ้านไปอยู่ที่แม่น้ำเมอร์ซี่ย์ เนื่องจากระบบหน้าเดี่ยวของเขาก็ต้องรอทดแทนตอร์เรสอยู่นั่นเอง และยิ่งการที่ลิเวอร์พูลมี เจอร์ราร์ด ยืนหลังตอร์เรสอยู่แล้ว มิดฟิลด์คู่กลางก็เป็นตัวรับ มันก็เหลือแค่ปีกซ้ายและขวา เจ้าตัวจะยอมรับได้หรือไม่กับตำแหน่งนั้นๆ ก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจตัวเองดี

และที่สำคัญที่สุดก็คือ อีโก้ตัวพ่ออย่างเซอร์อเล็กซ์นั่นเอง เมื่ออีโก้ตัวพ่อ มั่นอกมั่นใจเบอร์บาตอฟถึงขนาดลงทุนกล่อมบอร์ดด้วยตัวเอง ลงทุนขับรถไปลักพาตัวจากสนามบินด้วยตัวเอง จะให้อีโก้ตัวพ่อยอมรับว่าเตเวซดีกว่า ด้วยการเลือกเตเวซก่อนเบอร์บาตอฟนั้น มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก อย่างน้อย ท่านเซอร์ก็ต้องไว้หน้าอีโก้ตัวเอง ด้วยการบอกว่าเบอร์บาตอฟไม่สามารถเล่นเกมหนักอย่างต่อเนื่องได้ ตรงนั้นคือโอกาสของเตเวซ (แล้วมันต่างจากตัวสำรองตรงไหน?) หรือว่า การที่เบอร์บาตอฟสามารถเล่นในมิติที่แตกต่าง ซึ่งจะเพิ่มความหลากหลายในการเข้าทำของเรา มันก็หมายความว่า เตเวซนั้น เป็นสไตล์ที่ซ้ำกับผู้เล่นที่มีอยู่ ซึ่งเบิร์บจะมีประโยชน์มากกว่าในแง่เพิ่มความหลากหลายในจังหวะรุก มันก็คือเลือกการเบอร์บาตอฟก่อนเตเวซอยู่ดีนั่นแหละ

มาถึงบรรทัดนี้ ก็คงต้องยอมรับอย่างเจ็บปวดว่า เราคงต้องเริ่มนับถอยหลังถึงวันลาจากกับคาร์ลอส เตเวซกันแล้ว ด้วยเงื่อนไขที่สลับซับซ้อน ด้วยราคาค่าตัวที่ถือว่าแพงเอาการ ด้วยสถานภาพที่ไม่อาจการันตีตัวจริงในสนามได้ และด้วยความเป็นจริงที่ว่า เซอร์อเล็กซ์ต้องการเขาน้อยกว่าเบอร์บาตอฟ ทั้งหมดขยำมารวมๆกัน จึงมีน้ำหนักมากพอที่จะเชื่อได้ว่า เตเวซได้ลงสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในฐานะนักเตะเจ้าถิ่นเป็นนัดสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว และก็เหลือลุ้นอยู่แค่เรื่องเดียว ว่าท่านเซอร์จะตอบแทนความขยัน ทุ่มเท และเสียสละของเจ้าตัวอย่างไร ซึ่งผมมองว่า อย่างน้อยเขาน่าจะได้มีส่วนร่วมในเกมบ้าง แต่ถ้าหากว่าเขาไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมที่โรมแม้แต่นาทีเดียว ก็ต้องยอมรับว่า ป๋าใจร้ายกับเตเวซมากเกินไปแล้ว และนั่น คงการันตีได้ร้อยเปอร์เซนต์เลยว่า เตเวซไปแน่นอน

สิ่งที่คาร์ลอส เตเวซร่วมฟันฝ่ากับทีมมาสองปีเต็มๆ เอาแค่ถ้วยเมเจอร์นะ ได้มาสองแชมป์พรีเมียร์ลีก หนึ่งแชมป์ยุโรปที่มีสิทธิ์เป็นสองในสัปดาห์หน้า หนึ่งแชมป์คาร์ลิ่งคัพ มันน้อยไปไหมกับการโน้มน้าวให้สโมสรเซ็นสัญญากับเขา อันนี้เราซึ่งเป็นคนนอกก็คงพูดอะไรไม่ได้เต็มปากนัก แต่ถ้าจะให้พูดในฐานะแฟนสโมสร ผมก็คงพูดได้เต็มปากว่า เตเวซมีคุณค่าต่อทีมอย่างมาก และสมควรได้รับการตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกว่านี้ อย่างน้อยหากสโมสรตั้งใจจะเอาตัวเขามาเล่นแค่เพียงการเช่าสองปี ก็ควรจะพูดตามตรงกันไปเลย ดีกว่าจะมาอ้ำๆอึ้งๆ พูดไม่เต็มปากอยู่แบบนี้ มันทำให้เจ้าตัวเสียความรู้สึกครับ และหากสุดท้ายเขาจะต้องไป ผมก็อยากพูดอะไรทิ้งไว้ให้เขาสักอย่าง นั่นก็คือ ขอบคุณครับ กับความสุขที่คุณสร้างสรรค์ให้เรา ขอให้คุณโชคดีกับอนาคตของคุณ หาที่ที่จะทำให้คุณมีความสุขให้สมกับที่คุณทุ่มเทให้กับงานของคุณเถอะนะ เตเวซ

ผ่านพ้นเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตา มาสู่ความจริงที่ยังเหลือในเส้นทาง การคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่นัดนี้ ทำให้นัดสุดท้ายกับฮัลล์ เป็นที่คาดหมายว่า ยูไนเต็ดน่าจะพักดาราไว้ข้างสนามชนิดยกกระบิ เพื่อเตรียมความพร้อมความสดไว้ลงสนามในนัดชิงที่กรุงโรมนั่นเอง เอาเป็นว่า อันดับแรกเรามาลุ้นกันก่อน ว่านัดที่เจอฮัลล์ จะมีใครลงสนามกันบ้าง และผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร


แล้วมาลุ้นกันนะครับ

สงบใจ




Create Date : 18 พฤษภาคม 2552
Last Update : 18 พฤษภาคม 2552 10:48:24 น. 0 comments
Counter : 256 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.