Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
17 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
20070917 วิพากษ์ Everton VS Man Utd.

สวัสดีเช้าวันจันทร์ครับ ทุกๆท่าน หลังจากหลีกทางให้ทีมชาติลักพาตัวนักเตะไปตระเวนแข่งรอบคัดเลือกกันมาสองนัด และอังกฤษก็ทำผลงานได้ดีเกินคาดอย่างมาก ส่วนโปรตุเกสกลับแย่กว่าที่คาดไว้ ใช่ไหมครับ

หลังจากนัดกลางสัปดาห์ของทีมชาติ ผมก็กะไว้แล้วว่าฟอร์มในนัดถัดมาของเรานั้น มักจะออกไปในทางไม่เต็มสูบเท่าไหร่ ดูเหมือนจะค่อยๆประคองเกมเน้นเอาชนะแค่นั้น ซึ่งก็สมควรอยู่หรอกครับ เพราะกลางสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ก็ต้องไปเตะแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีกอีกแล้ว และนั่น ก็เป็นที่มาของการทดสอบการวางตัวในทีมชุดใหญ่ในอีกรูปแบบหนึ่งที่เราเห็นกันนะครับ

การที่ป๋าจับเอาซิลแวสตร์มายืนแบ๊กซ้าย และดันเอวร่าไปยืนปีกซ้ายนั้น ในมุมมองของผมเอง ก็คือเป็นการทดสอบการจับเอาซิลแวสตร์มาเคาะสนิมหลังจากไม่ได้ลงเล่นมานาน รวมทั้งการเสียไฮน์เซ่ไปจากทีม นั่นก็หมายถึงแบ๊กซ้ายของเราที่พอจะฝากฝังได้จริงๆจังๆ จะเหลือแค่เอวร่า กับซิลแวสตร์เท่านั้น ที่เคยผ่านประสบการณ์ในเกมทุกระดับมาแล้ว (ไม่นับโอเชนะ) แต่การที่จะดันเอาซิลแวสตร์ลงมาเล่นเพียงอย่างเดียวนั้น คงอันตรายไม่น้อย เพราะซิลแวสตร์เองก็ห่างเหินเกมไปนานมาก อาจเกิดช็อตเทพๆ ที่ทำให้เราๆหัวใจวายกันได้

ป๋าจึงดันเอวร่าไปยืนปีกซ้ายแทนปีกอาชีพที่มีเต็มทีม น่าจะเพราะเห็นว่า เอวร่ามีความเร็วจัด และเติมเกมบุกได้ดี ถึงแม้จะไม่เท่าปีกอาชีพก็ตาม แต่เอวร่านั้น ใช้ความเร็วเข้าโจมตีฟูลแบ๊กคู่ต่อสู้ได้ดีไม่แพ้ปีกจริงๆ อีกทั้งยังสามารถถอยไปช่วยประคองซิลแวสตร์ในเกมรับได้อีกด้วย และหน้าที่ทั้งการบุกและช่วยซิลแวสตร์นี้ เอวร่าน่าจะทำได้ดีกว่าปีกอาชีพครับ โดยเฉพาะหากเราเน้นที่การช่วยประคองเกมรับของซิลแวสตร์

อีกจุดหนึ่งที่มีการปรับเปลี่ยน ก็คือ การให้เตเวซยืนตำแหน่งต่ำกว่า กิ๊กส์ นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ลงสนามด้วยกันโดยที่กิ๊กส์จะยืนสูงกว่าเตเวซนะครับ ทั้งนี้ ในความเห็นของผมน่าจะเป็นเพราะท่านเซอร์เองคงเลิกฝืนเตเวซแล้ว นั่นก็เพราะรู้ดีว่า เตเวซเอง ธรรมชาติของเขาคือหน้าต่ำ หรือตัวฟรีหน้ากรอบโทษนั่นเอง ซึ่งการจะดึงดันเอาเขาไปยืนหน้าเป้า มันก็เท่ากับเป็นการถอดเขี้ยวเล็บของเขาออก แล้วให้เขาไปล่าเหยื่อในป่าคนเดียวนั่นเอง อีกทั้งการที่เขายังไม่เคยจับจังหวะการรุกของทีมได้เต็มที่ เพราะการสลับสับเปลี่ยนตัวรุกและมิดฟิลด์ลงสนามแทบทุกนัด ทำให้จังหวะของเกม ไม่ค่อยคงที่ให้เขาได้จับจังหวะสักเท่าไหร่

ผมจึงมองว่า ท่านเซอร์คงเข้าใจแล้วว่า เตเวซนั้น ในเมื่อยังไม่สามารถจับจังหวะการสอดประสานของเพื่อนได้เต็มที่ อย่างน้อย เขาก็ควรได้เล่นในตำแหน่งที่เขาถนัดมากกว่า เพื่อเค้นเอาฟอร์มและจังหวะเดิมๆของเขากลับมาให้เร็วที่สุด และเรียกความมั่นใจของเขากลับมาด้วย ส่วนกิ๊กส์นั้น ไม่มีทางเลือกมากนัก เมื่อฝั่งซ้ายต้องใช้เอวร่าในจุดประสงค์เพื่อประคองซิลแวสตร์ด้วย ส่วนหน้าต่ำ ก็เป็นตำแหน่งถนัดของเตเวซ ฝั่งขวาเป็นพื้นที่ของโรนัลโด้อยู่แล้ว กิ๊กส์ จึงมีทางเลือกเดียว คือเป็นหน้าเป้า จับคู่กับเตเวซซึ่งเป็นหน้าต่ำ

และเกมนี้ก็บอกเราได้อีกครั้ง เหมือนที่ผมเคยบอกไปสามสี่ครั้งแล้ว ว่ากิ๊กส์ ไม่เหมาะจะเป็นกองหน้าครับ เมื่อก่อนอาจจะไหวเพราะความเร็วความคล่องของเขา ช่วยให้เอาตัวรอดได้ แต่อย่าลืมว่า เมื่อก่อนนี้ กิ๊กส์ก็ไม่เคยยืนกองหน้าคนเดียวนะครับ อย่างไรก็มีหน้าอีกคนมาจับคู่ช่วยกันเล่น แต่เกมนี้ เตเวซนั้น ยืนหน้าต่ำซะมากกว่า ทำให้กิ๊กส์ค่อนข้างโดดเดี่ยวในแดนหน้า อีกทั้งอายุอานาม สังขารก็ร่วงโรยไปตามวัย ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยในแดนหน้า นอกจากวิ่งลงมาล้วงลูกในบางครั้ง และก็ทำให้แดนหน้าขาดตัวเข้าทำไป ในที่สุด ป๋าก็ต้องจับเอาซาฮาลงแทน และทำให้เกมดูวูบวาบขึ้นมาทันที จากการมีหน้าเป้าแท้ๆ ลงมากดดันแผงหลังคู่ต่อสู้นั่นเองครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การที่ซิลแวสตร์ต้องบาดเจ็บจากการล้มผิดจังหวะทำให้เข่าบิดและปรากฏว่า น่าจะต้องพักยาวตลอดซีซั่นไปอีกคน ซึ่งการบาดเจ็บนี้ เว็บสโมสรออกข่าวแล้วว่า เป็นอาการเดียวกับ อาตี๋ปาร์ค และเบ็น ฟอสเตอร์ ซึ่งเข้าคิวจองเตียงโรงพยาบาลกันในระยะยาวเลยทีเดียวครับ การสียซิลแวสตร์ในเกมนี้ ทำให้ต้องปรับเอาเอวร่าลงมายืนแบ๊กซ้ายแทน และเอานานี่ลงมาเล่นเป็นปีก กลับมาสู่เกมเดิมๆอีกครั้ง เหมือนเกมก่อนๆหน้านี้ นานี่ดูจะยังติ๋มไปหน่อยนะครับ สงสัยต้องถูกเคี่ยวมากกว่านี้อีกเยอะ หากจะกร้าวแกร่งได้เหมือนโรนัลโด้ เพราะดูแกจะยังกล้าๆกลัวๆอยู่ทุกครั้ง เวลาได้บอล ไม่ทราบว่ายังเกร็งอะไรนัก เล่นมาตั้งหลายนัดแล้วนะครับ สงสัยต้องให้เล่นทางขวาจริงๆอย่างที่คุณกระบี่ฯ เคยสังเกตไว้

ทีนี้ การที่ โรนัลโด้ เองไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้ในนัดนี้ น่าจะเป็นเพราะการที่เขาไปเล่นในนามทีมชาติมาสองนัด และผลงานของทีมฝอยทองเองก็ไม่ได้ดีอะไรเลย ยิ่งการที่เขากลับมาจากโทษแบนสามนัด ยิ่งเป็นแรงกดดันที่ทำให้เขาต้องการแสดงผลงานเอาชนะสิ่งย่ำแย่ที่เขาทำลงไป แต่สุดท้ายการกดดันตัวเองมากเกินไป ทำให้ผลงานของเขาออกมาไม่ดีเลยครับ ในนัดนี้ ยิ่งการยิงฟรีคิกแต่ละลูก ไม่ได้ลุ้นเอาซะเลย ผมว่าอีกไม่นานแล้วล่ะครับ ที่เจ้าโด้ น่าจะถูกถอดออกจากการเป็นมือยิงฟรีคิกของทีมสักที

ส่วนรูปเกมในนัดนี้ ก็เป็นอย่างที่ผมได้บอกไปแล้ว ว่ายูไนเต็ดนั้น ดูเหมือนจะเล่นแค่ เจ็ดแปดสิบเปอร์เซนต์เท่านั้น แต่กลับเป็นผลดีอย่างน่าแปลกใจ นั่นคือทำให้เอฟเวอร์ตันทำเกมบุกเราได้มากพอดู และทำให้เรามีพื้นที่ได้เล่นมากขึ้น ต่างไปจากสามสี่นัดแรกๆอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเรามีพื้นที่เล่นมากขึ้น มีโอกาสเล่นโต้กลับเร็ว และการที่เตเวซยืนหน้าต่ำ เป็นตัวสร้างสรรค์จังหวะเกมรุกอีกตัว นั่นทำให้รูปเกมรุกของเราดูดีขึ้นเยอะ และนี่อาจเป็นนัดแรกในซีซั่นนี้เลยทีเดียว ที่ผมได้เห็นเราทำเกมเร็วกันได้ครับ เตเวซดูอันตรายขึ้นมาก เพียงแต่ไม่มีใครให้เขาจ่ายได้เลย บอลมาถึงเตเวซ อันตรายทุกครั้ง แต่ข้างหน้าเขา กลับไม่มีใครอยู่ กิ๊กส์ ก็ลงต่ำมาช่วยแทบทุกครั้ง ทำให้ข้างหน้าขาดตัวเข้าทำในจังหวะสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย

แต่เมื่อได้ซาฮาลงมา เกมก็กลับมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่จังหวะสุดท้ายเท่านั้นเอง ที่ยังไม่เข้าที่เข้าทาง สิ่งหนึ่งที่ผมได้เห็นจากเกมนี้ ก็คือ เตเวซเมื่อเป็นหน้าต่ำ เขาได้เล่นบอลมากขึ้น ได้วิ่งพาบอลไปมากขึ้น ได้โอกาสส่องมากขึ้น และได้แสดงอะไรให้เราเห็นมากขึ้น ที่เหลือ ก็คือแค่รอเท่านั้นครับ เมื่อไหร่ที่เขาเริ่มยิงได้ นั่นแหละจึงจะเป็นจุดเริ่มต้นอย่างจริงๆจังๆของเขาสักทีครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ วิดิชเริ่มกลับมาเข้าฟอร์มดีอีกครั้ง เกมนี้เขาเก็บกินเรียบจนกระทั่งเราไม่เห็นริโอเลยจนผ่านไปชั่วโมงกว่าๆนั่นแหละครับ นอกจากนั้น เขาก็ยังทำประตูชัยได้อีกด้วย และนี่แหละคือสิ่งที่เราต้องการ สามเกมที่เล่นกันได้ไม่เข้าขา แต่ได้เก้าแต้มเต็มๆ ยังทำให้เราอยู่ในเส้นทางที่เราตั้งความหวังไว้

ริโอกับฟาน เดอร์ ซาร์ ทั้งๆที่ไม่ได้ถูกกดดันอะไรมาก แต่ในจังหวะที่น่าจะเสียประตู ทั้งคู่ก็โชว์ผลงานได้เข้าตาอีกครั้ง ยิ่งการที่ริโอเข้าไปบล๊อกลูกยิงได้ในจังหวะสุดท้ายหน้าปากประตูนั้น ยิ่งทำให้เขามั่นใจขึ้นอีกมาก

และนัดนี้ สโคลส์ก็ได้จับคู่กับคาร์ริคอีกครั้ง เพราะฮาร์จังเจ็บจากเกมทีมชาติ จากการที่ผมดูมาเรื่อยๆของการจับคู่ของมิดฟิลด์คู่นี้ ไม่ทราบว่า หลายๆคนรู้สึกเหมือนผมหรือไม่ครับ ว่า คาร์ริคนั้น เริ่มจะเปล่งประกาย และเริ่มบดบัง พอล สโคลส์ได้มากขึ้นทุกทีๆที่ได้ลงสนามคู่กัน เกมนี้ก็เช่นกัน ดูเหมือนว่าบอลจะมาพักที่คาร์ริคมากขึ้น คาร์ริคกล้าเรียกบอล กล้าเข้าไปรับบอลจากเพื่อนมากขึ้น และดูเหมือนว่า เขาจะทำหน้าที่เป็นกองกลางตัวหลักในเกมนี้แทนสโคลส์อีกต่างหาก ผมดูเอาจากการเคลื่อนที่ การรับ-ส่งบอลของทั้งคู่ในเกมนี้ ที่ดูเหมือนว่าคาร์ริคจะเป็นศูนย์กลางของเกมมากกว่าสโคลส์อยู่นิดๆนะครับ แต่อาจเป็นผมที่เห็นอยู่คนเดียวก็ได้

แต่ถ้าสิ่งที่ผมเห็น เป็นความจริง เป็นแพลนที่วางไว้จริง นั่นก็ยิ่งดีครับ ที่เราเห็นว่าคาร์ริคมีบทบาทมากขึ้นกับทีม และเริ่มจะบัญชาการเกมด้วยตนเองแล้ว ถึงแม้จะยังดูไม่ค่อยมีบารมีเท่าไหร่ก็เถอะ แต่ขอเวลาสักหน่อย ผมว่าเขาทำได้ดีแน่ๆครับ

สุดท้าย การที่เราได้ลูกโขกของวิดิชนั้น ทำให้เรากลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกที่ควรเสียที หลังจากหลงทางไปซะนาน และทำให้เรามีกำลังใจและความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น ช่วงนี้ ขอให้เราได้สามแต้มไว้ก่อน รูปเกมอาจจะไม่สวยไม่เป็นไรครับ ขอให้เราเก็บแต้มได้เรื่อยๆ ยังอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง เมื่อไหร่ ที่เราปรับกระบวน ปรับรูปเกมได้เข้าที่เข้าทาง เมื่อนั้น รูปเกมที่เราวาดหวังไว้ คงได้เห็นกันแน่นอนครับ

อ้อ. มาดูกันสิครับ ว่าใครเป็นใครในฝั่งของเรา

เดอร์ ซาร์ สกัดลูกอันตรายได้ทันท่วงทีก่อนถึงเท้าคู่ต่อสู้ แต่โดยรวม ไม่ได้ทำอะไรมากนัก 6
บราวน์ เติมเกมรุกไม่สุดสักครั้ง แต่ยังคุมเกมรับได้เหนียวแน่น 5.5
ซิลแวสตร์ โชคร้ายจริง ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไรมากนักเลยในเกมนี้ 5
ริโอ โดยรวมไม่ได้หนักหนาอะไรมากในเกมนี้ เพราะวิดิชเก็บกินไปซะมาก 6
วิดิช เก็บกินหมดจริงๆครับ แทบไม่หลือให้ริโอเท่าไหร่ โดยเฉพาะลูกกลางอากาศ แถมโหม่งประตูชัย เอาไป 8
โรนัลโด้ โอโห ไม่เป็นชิ้นเป็นอันในเกมนี้ โดยเฉพาะฟรีคิก ไม่สร้างความหนักใจให้คู่ต่อสู้เลย 5
เอวร่า เล่นได้เด่นมากพอตัว ทั้งกับปีก และแบ๊ก 7
สโคลส์ ทำเกมกลางสนามได้ตามระดับ ตามมาตรฐานของเขา 6
คาร์ริค นัดนี้ ในสายตาผม เขาเป็นคนคุมจังหวะเกมแทนสโคลส์ด้วยซ้ำ เพียงแต่สไตล์แกมันติ๋มไปนิด 6.5
เตเวซ เล่นได้อันตรายมากขึ้น เมื่อมีอิสระกับบทบาทหน้าต่ำ 6.5
กิ๊กส์ หายไปจากเกม ไม่มีบทบาทเลย โดยเฉพาะจังหวะทำประตู 5
นานี่ นี่ก็หายไปจากเกมอีกคน ไม่สามารถทำเกมกดดันคู่ต่อสู้ได้ 5
ซาฮา มีโอกาสน้อยในเกมนี้ ทำอะไรไม่ได้มากนัก แต่กดดันแผงหลังคู่ต่อสู้ได้ดีกว่ากิ๊กส์ 5.5
ปิเก้ ลงมาแทนนานี่ ที่ถูกเปลี่ยนมาแล้วหายไปจากเกม 5
คะแนนต่ำหน่อยเกมนี้ เพราะเล่นดูไม่ค่อยเต็มที่นักครับ

ส่วนของเอฟเวอร์ตัน ที่เด่นจริงๆผมยกให้ ลย์ตัน เบนส์ ครับ สุดยอดเลย คนนี้
ที่เหลือที่เป็นแรงบวกของทีมจริงๆ ก็มี ยาคูบู, อาร์เตต้า, เลสคอตต์, โยโบ

แมนออฟเดอะแมทช์ คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก วิดิช ครับ

แล้วพบกันใหม่ อาจจะเป็นกลางสัปดาห์ หากมีถ่ายทอดสด คู่ลิสบอน-แมนยู นะครับ

ไม่งั้นคงต้องเป็นวันจันทร์หน้าโน่นเลย กับหลังเกม แมนยู-เชลซี


สวัสดีครับ



Create Date : 17 กันยายน 2550
Last Update : 17 กันยายน 2550 9:23:00 น. 2 comments
Counter : 298 Pageviews.

 
สุดท้ายแมนชนะ เย้ เย้ วันเสาร์ที่ผ่านมามะได้ดูอ่ะ กลับบ้านดึกไปดูคอนเสริต AF มาเพราะได้บัตรฟรี อิอิ

แมนยูสู้ๆ


โดย: mam (mamminnie ) วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:9:40:26 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ...

กลับมาดูได้แค่ครึ่งหลัง เพราะใน True Magazine ลงไว้ว่าเตะ 6 โมง 45 ไอ้เราก็หลงเชื่อ เดินช็อปปิ้งซะเพลิน ทีหลังจะไม่เชื่อตารางใน Magazine แล้วค่ะ เปิดเว็บ man u ทุกวันดันไม่เช็ค ...

ดีใจค่ะ นั่งดูอย่างอัดอั้น จนวีด้ามาโขก ได้เฮค่ะ สู้ๆ


โดย: Crazy Victoria วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:12:51:48 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.