Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
21 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
20091221 วิพากษ์ FULHAM vs MAN. UNITED

เมื่อความจริงถูกเปิดเผยอย่างหมดเปลือก


สวัสดีเช้าวันสดใสอีกวันหนึ่งครับ เฮ้อ... เห็นฟอร์มทีมรักแล้วจากที่เคยทำใจว่า การโรเตชั่นเยอะ บาดเจ็บแยะในช่วงนี้ ทำให้ฟอร์มแกว่งลงแกว่งลง แต่ผลงานยังดีอยู่ ยังสามารถเกาะอันดับสองไม่ห่างจ่าฝูงได้ มาคราวนี้กลับต้องมานั่งกินน้ำใบบัวบกแก้วเบ้อเริ่มซะงั้น ก็ฟูแล่มน่ะสิครับ ไม่รู้พกความมุ่งมั่นและความเข้าอกเข้าใจกันมาจากไหน เล่นงานเราซะอ่วมทีเดียว แต่ผมว่าโชคดีครับ ที่เราค้นพบอาการที่เรียกว่า “จุดอ่อน” ที่ถูกพรางตาไว้ได้อย่างรวดเร็ว และค้นพบมันโดยการถูกทีมที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการลุ้นแชมป์อย่างฟูแล่ม เป็นคนกะเทาะมันออกมาจากเปลือก แทนที่จะเป็นทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์ด้วยกันอันอาจทำให้เกิดอาการใจวูบ ได้มากกว่านี้ และทีมที่ลุ้นนั้นอาจเกิดอาการ “ได้ใจ” เต็มที่ จนสปีดหนีกู่ไม่กลับก็เป็นได้ครับ

การจัดทัพในวันนี้ หลังจากมีข่าวว่า วิดิชอาจฟิตกลับมาทันและต้องลุ้นกันจนนาทีสุดท้ายนั้น สุดท้ายก็ไม่มีชื่อวิดิชแม้แต่ในซุ้มม้านั่งสำรอง ส่วนน้าซาร์ก็ยังเจ็บต่อไปอีก ทำให้ยังคงต้องโรเตชั่นกันวุ่นวายขายกล้วยปิ้งต่อไป โดยโทมัส คุสแซ็ค ได้ลงมาเฝ้าเสาอีกครั้ง แบ๊คซ้ายเป็นปาทริซ เอวร่า แบ๊คขวาเป็นดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ คู่เซ็นเตอร์เลือก ไมเคิล คาร์ริค และ ริทชี่ เดอ ลาท มิดฟิลด์ตรงกลางสองคนเลือก พอล สโคลส์ และ ดาร์รอน กิ๊บสัน มีอันแดร์สันถูกถ่างออกไปเหมือนจะช่วยงานเอวร่าทางด้านซ้าย และให้วาเลนเซียอยู่ทางขวา ใช้คู่กองหน้าเป็น เวย์น รูนี่ย์ และไมเคิล โอเว่น ค่อนข้างแปลกๆเหมือนกันกับการจัดตำแหน่งในวันนี้ แต่ทำไงได้ครับ ทางเลือกมันถูกจำกัด และเห็นได้ชัดว่า ท่านเซอร์วางใจเลือกประสบการณ์นักเตะมาก่อนการดันดาวรุ่งที่ตรงตำแหน่งอย่าง อบต. ลงมาเกิด ยกเว้นเพียงเดอ ลาท ที่ได้สิทธิ์จากตำแหน่งเซ็นเตอร์ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว

ส่วนทางฝั่งเจ้าบ้านฟูแล่มของรอย ฮ็อดจ์สันนั้น วันนี้เรียกได้ว่ามาเต็มสูบกันเลย ผู้รักษาประตู มาร์ค ชวาร์เซอร์ แผงหลังสี่คนได้แก่ จอห์น เพนต์ซิล, อารอน ฮิวจส์, เบรเด้ ฮันเกลันด์ และพอล คอนเชสกี้ กองกลางสี่คนมี เดเมี่ยน ดัฟฟ์, แดนนี่ เมอร์ฟี่, คริส แบร์ด และ โซลตัน เกร่า ส่งสองกองหน้าลงมาเป็นคลิ้นท์ เดมพ์ซีย์ และ บ๊อบบี้ ซาโมร่า พร้อมแผนเด็ดหัวเสือในใจของรอย ฮ็อดจ์สัน

รูปเกมในวันนี้ ก็เหมือนกับเกมอื่นๆในช่วงที่ผ่านมา นั่นคือเมื่อมีการสลับตำแหน่งทดแทนกันวุ่นวาย เกมของแชมป์เก่าจึงออกอาการสะเปะสะปะพอสมควร ต่อบอลต่อเกมกันไม่ค่อยติด ที่สำคัญมากๆคือบอลไปไม่ถึงกองหน้าเลย เพราะอะไร หนึ่งก็คือเพราะการที่มิดฟิลด์ตัวกลางที่จ่ายบอลได้ดีๆของเรานั้น ถูกถอยลงมายืนแบ๊คไปแล้วสองคน ทำให้ตัวเลือกที่ส่งลงมาแทนอย่างกิ๊บสันและอันแดร์สัน ไม่สามารถออกบอลได้อย่างไหลลื่น แม่นยำเหมือนก่อน ข้อที่สองได้แก่ พอล สโคลส์ มิดฟิลด์คุณภาพถึงคนเดียวในแผงกลางของเรา ต้องประคองทุกอย่างในพื้นที่ แบกภาระทั้งรุกและรับ ในวันที่ความสดและความเร็วถูกกาลเวลาขโมยไปแล้วนั้น มันจึงทำให้เขามีปัญหามากมายยิ่งนักกับการต่อกรกับ แดนนี่ เมอร์ฟี่ หรือ คลิ้นท์ เดมพ์ซี่ย์ แม้กระทั่ง คริส แบร์ด

ข้อที่สาม ที่สำคัญที่สุดก็คือ กิ๊บสันและ อันแดร์สัน ที่ยังไม่สามารก้าวขึ้นชั้นมาเป็นตัวหลักได้อย่างสมบูรณ์ ในกระทู้ที่แล้วผมเพิ่งคอมมเนต์สิ่งนี้ให้กิ๊บสันไปหมาดๆ วันนี้ต้องพูดอีกครั้ง และก็คงต้องแถมให้อันแดร์สันอีกคนไปพร้อมๆกัน นั่นคือ ความเข้าใจเกม ความเข้าใจระบบ และการเคลื่อนที่ในยามรับส่งบอลกัน เรื่องนี้คือเรื่องที่สำคัญมากๆ ตลอดทั้งเกม กิ๊บสันและอันแดร์สัน ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปช่วยต่อเกมหรือรับบอลจากคนอื่นอย่างได้เปรียบเลย ตรงนี้ยิ่งทำให้งานของสโคลส์ยากขึ้นไปอีกสิบเท่า เกมเพรสซิ่งของฮ็อดจ์สันนั้น ดูแววแล้วน่าจะทำการบ้านมาได้ดีมากๆ ไล่ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะการจัดการคุมอันแดร์สันและกิ๊บสันตลอด ไม่ให้รับบอลจากเพื่อนได้สะดวก แค่นี้ก็เหมือนตัดเอามิดฟิลด์สองคนนี้ออกจากเกมรุกได้หมดจด หน้าที่ของกิ๊บสันและแอนนี่ที่เหลือในเกมนี้ เราจึงเห็นเพียงการไล่บอลยามต้องตั้งรับเท่านั้น แม้แต่การเปิดเกมรุก หลายครั้งที่หากองกลางต่อบอลไม่ได้ ต้องเปิดกันจากแดนหลังบ่อยมากๆ

เมื่อรูปการณ์เป็นเช่นนี้ จุดอ่อนแรกก็ถูกฮ็อดจ์สันค่อยๆเปิดออกมา นั่นคือ คุณภาพเกมแดนกลางเราอ่อนลงไปมาก น้องกิ๊บและน้องแอน ไม่สามารถดันเลเวลเกมขึ้นมาเคียงบ่าเคียงไหล่สโคลส์ได้ สโคลส์ก็มีปัญหาทันทีเมื่อต้องแบกเกมอยู่ตรงกลางคนเดียว แถมเสียบอลง่ายบ่อยๆด้วย บอลจึงเคลื่อนที่ไปไม่ถึงกองหน้า รูนี่ย์ และโอเว่นไม่สามารถปักหลักเล่นเกมอยู่ในแดนหน้าได้ ก็ต้องถ่างออกมาริมเส้นบ้าง ลงมาเล่นต่ำบ้าง แต่มันก็ทำให้ความอันตรายในพื้นที่สุดท้ายหายไปเยอะ นี่คือจุดอ่อนแรกที่เราเห็น ส่วนจุดอ่อนที่สองในเกมนี้ที่ถูกเปิดออกมาเต็มที่ นั่นคือ เกมรุกทางซ้ายของเรา วันนี้ ป๋าเลือกที่จะแพ็คเกมทางดัฟฟ์มากกว่าปกติ จึงไม่ใส่ปีกลงไปทางนี้ นี่อาจไม่ใช่ความผิดพลาดของการวางหมาก แต่เกิดจากการประเมินฝีเท้าของดัฟฟ์ ซึ่งพอเราไม่เน้นเกมรุกทางนี้มากนัก เราก็ต้องยอมที่จะถูกดัฟฟ์เล่นงานอย่างมีอิสระมากขึ้น แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เอวร่านี้งานเข้าตลอด เวลาหนุนเกมสูงแล้วถูกดัฟฟ์วิ่งสวนขึ้นมา ส่วนริมเส้นทางฝั่งขวา เมื่อเฟล็ทเชอร์ไม่เติมช่วย (ซึ่งมันปกติครับ) วาเลนเซียก็ถูกคุมสองคุมสาม ซึ่งมันก็ทำให้เขาทำอะไรไม่ถนัด

สองจุดอ่อนได้ถูกเปิดออกมา และถูกเล่นงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเกม ประตูแรกที่เสียไปก็มาจากจุดอ่อนตรงการเคลื่อนที่และต่อเกมของมิดฟิลด์ แต่คนที่ควรถูกตำหนิมากที่สุดคือ สโคลส์ เมื่อดึงบอลแล้วถูกเมอร์ฟี่ฉกในจังหวะที่เรากำลังหนุนเกมรุกไปนั่นเอง เมอร์ฟี่ลากบอลสวนเข้าไปหน้ากรอบ เจอเซ็นเตอร์จำเป็นอย่างคาร์ริคที่ถอยประคองปิดทาง เมอร์ฟี่เล็งแล้วตั้งป้อมยิงทันที บอลพุ่งเบียดโคนเสาซ้ายมือเข้าไปอย่างสุดสวย สุดปัญญาที่คุสแซ็คจะพุ่งถึง เพราะขยับตัวช้าเหลือเกินลูกนี้ ผมไม่แน่ใจว่าเขาถูกบังอยู่รึเปล่านะครับ แต่อย่างว่า บอลมันพุ่งเบียดเสาขนาดนั้น ต่อให้ขยับไวกว่านี้ ก็ใช่ว่าจะปัดป้องได้ทัน ประตูนี้แหละคือหายนะของเราอย่างแท้จริง เพราะอะไรผมจะบอกให้

นั่นเพราะการวางเกมแพลนในเกมนี้และหลายๆเกมในช่วงที่ผ่านมาของเฟอร์กูสันนั้น วางบนปรัชญาที่เลือกจะทิ้งเกมรุกที่สวยงามทิ้งไปซะ แล้วหันมาเน้นความรัดกุมในเกมรับก่อน เพื่อประคองแผงหลังที่พิการเต็มทีของเรานั่นเอง ไม่ต่างจากหลายๆเกมที่ผ่านมา แต่ที่ผ่านมาทำไมถึงได้ผล นั่นเพราะคู่ต่อสู้ไม่เลือกที่จะหันมาเล่นงานเรา เพราะคู่ต่อสู้วางการแก้เกมมาเปิดจุดอ่อนเราไม่ดีพอ และที่สำคัญ เพราะคู่ต่อสู้ยังกริ่งเกรงชื่อเสียงของเราอยู่มาก จนเลือกที่จะเล่นรัดกุมมากกว่า นั่นทำให้เกมของเราไม่ได้ถูกกดดันมากซะจนมันพังทลายลงนั่นเอง แต่กับเกมนี้ ฮ็อดจ์สันได้ทำการบ้านมาดีมากๆ ประกอบกับปีที่แล้ว ฟูแล่มชุดนี้ก็เคยเปิดบ้านอัดเราพังพาบมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย จึงไม่จำเป็นที่ฟูแล่มต้องกลัวทีมแชมเปี้ยนชุดกองหลังกู้ชาติแบบนี้แต่อย่างใด ฮ็อดจ์สันวางทีมชุดใหญ่ลงมาเต็มพิกัด เน้นจุดแข็งคือการต่อบอลบนพื้นที่รวดเร็วแม่นยำ เกมริมเส้นของดัฟฟ์ที่คล่องแคล่ว และกองหน้าตัวใหญ่ที่เล่นได้แข็งแกร่ง ผนวกกับแผงหลังที่รู้ใจกัน

เกมของฮ็อดจ์สัน ถึงจะเป็นเก่งเล็กก็จริง แต่เมื่อเก่งเล็กเล่นในเกมที่ตัวเองถนัด เทียบกับเก่งใหญ่ที่ถูกบังคับให้เล่นในเกมที่ไม่ถนัดเอาซะเลย ทำให้เกมของฟูแล่มถึงจะครองบอลไม่ได้มาก แต่แต่ละครั้งก็สามารถปั่นป่วนแชมป์เก่าให้ใจหายใจคว่ำได้ตลอด สโคลส์กลายเป็นเป้าในการโจมตี หลังจากล็อคกองกลางสองสามคนที่เหลือเอาไว้แล้ว ทำให้สโคลส์ต้องจ่ายยาก และจ่ายเสียแทบตลอด เป็นอาเสี่ยไปอีกคนจนได้สิน่า บอลของสโคลส์ที่ถูกฉกไปแต่ละครั้ง นอกจากที่กลายเป็นประตูแรกแล้ว ที่เหลือก็สามารถสร้างความวอดวายให้เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่จะโทษสโคลส์คนเดียวก็ไม่ได้ ถึงแม้ว่าที่เห็นจะจะกับตาคือเขาช้า แต่เราก็ต้องดูกันทั้งแผงครับ ว่าหาคนต่อบอลจากเขาได้ยากเหลือเกิน ทำให้ความช้าของเขาถูกเห็นได้เด่นชัดขึ้นไปอีก ยังไม่หมดนะครับ จุดอ่อนที่สำคัญอีกจุดยังไม่ถูกผมระบุออกมา

จุดอ่อนอีกจุดนั่นก็คือ คาร์ริค กับ เดอ ลาท นั่นเอง ฮ็อดจ์สันรู้ดีว่าคาร์ริคเป็นมิดฟิลด์คุณภาพ ชั้นเชิงสูง แต่เขาก็ไม่ใช่เซ็นเตอร์อาชีพนี่ จึงใช้ซาโมร่าเข้ามาบีบด้วยลูกกลางอากาศเพื่อเก็บบอลให้คนอื่นเล่นงานต่อ ส่วนเดอ ลาท นั้นก็ยังมือใหม่หัดขับ แถมพื้นที่ที่ต้องดูแลก็มีมาก หลังจากเราเสียประตูแรกไปและต้องดันขึ้นแลก ตรงนี้ทำให้แบ๊คเราถูกทดสอบบ่อยมากเสียจนคุสแซ็คเองก็งานเข้าต้องโชว์ซูเปอร์เซฟเรื่อยๆ และหลังจากที่สโคลส์ดันไปเล่นหนักจนถูกใบเหลืองตั้งแต่ยังไม่ถึงสิบนาทีแรก นั่นยิ่งทำให้งานยากขึ้นไปใหญ่ ตัวที่เก๋าที่สุดในแผง ดันติดไข้เหลืองแปดสิบกว่านาที แล้วจะเหลือใครมากดดันแผงกลางของคู่ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกล่ะครับ ตรงนี้ทำให้แผงหลังของเรามีเวลาน้อยมากในการตั้งหลักป้องกัน เพราะบอลเท้าสู่เท้าของฟูแล่มทะลุพรวดๆแป๊บเดียวถึงหน้าบ้านเราตลอด

อย่างที่ผมบอกนะครับ รูปเกมของเรานั้น อยู่บนพื้นฐานที่ว่า เราตัดความอันตรายในเกมรุกลงไป เพื่อเน้นความรัดกุมในการช่วยแผงหลัง ซึ่งนั่นบอกเป็นนัยๆแบบอ้อมๆได้ว่า ไม่ได้รับอนุญาตให้เสียประตูไปก่อนนะครับ เนื่องจากความจัดจ้านในการเซ็ตเกมรุกถูกหั่นออกไปแล้วนั่นเอง ทีนี้ เมื่อดันทะลึ่งเสียประตูไปก่อนก็งานเข้าสิครับ (นึกถึงเกมวิล่าไว้สิ) การจะเอาแผงกลางชุดนี้เซ็ตเกมรุกอย่างเป็นระบบแล้วกดดันชุดใหญ่ของฟูแล่มในบ้านเขาเนี่ย มันไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ เกมตลอดครึ่งแรกที่เหลือจึงเหมือนน่าอึดอัดเสียเต็มประดา ครองเกมได้ แต่กลับไม่ได้ลุ้นเลย แถมดันมาถูกทีเด็ดของฮ็อดจ์สันตอนนกหวีดครึ่งหลังดังอีกต่างหาก เฮียรอยรู้ดีว่า กลางและหลังของเราเป็นชุดเฉพาะกิจ ชุดกู้ชาติ ซึ่งอาจจะต้องตั้งหลักจับจังหวะเกมพอสมควรตอนเริ่มเกมแต่ละครึ่ง เพราะไม่ใช่ธรรมชาติของตัวเอง ว่าแล้วก็สั่งลูกน้องบอมบ์เข้าทันทีพอเริ่มครึ่งหลัง และสำเร็จครับ เด็มพ์ซี่ย์ โหม่งตั้งคืนมาให้ซาโมร่าฮาล์ฟวอลเลย์ตุงตาข่ายเต็มๆ แค่ลูกนี้ผมก็รู้อนาคตทันที ว่าเกมนี้หมดโอกาสได้สามแต้มแน่ๆ

ลูกที่สองนี้เท่ากับดับความหวังของเราทันทีมในการคัมแบ๊คคว้าสามแต้มนะครับ เพราะโดยทั่วไปนั้น หากรูปเกมเราเป็นแบบนี้ เราหวังที่จะเกิดจังหวะอะไรก็ได้ที่จะเป็นจุดเปลี่ยน เช่นฟรีคิก, ลูกโทษ หรือ จังหวะโชคก็แล้วแต่ เพื่อประตูตีเสมอ ทำให้ทุกอย่างกลับมาเท่ากัน แล้วค่อยมาลุ้นประตูชัยต่อ แต่เมื่อโดนลูกที่สองแบบนี้นี่แทบหมดหวังแล้ว รูปเกมเป็นแบบนี้แล้วจะหวังว่าเราจะกดดันเขาจนได้ประตูเหรอ แล้วคิดว่าจะมีจุดเปลี่ยนหรือดวงเกิดขึ้นในเกมหนึ่งกันกี่ครั้งเชียว ผมดูสภาพเกมแล้วถึงได้มองว่า หมดหวัง กับสามแต้ม หลังจากเสียลูกที่สองนี้เกมของแชมป์ก็ยังไม่กระเตื้อง ท่านเซอร์รีๆรอๆสักพัก จนครบชั่วโมง (ทำไมช้าเยี่ยงนี้) ก็ทยอยเปลี่ยนตัว แต่ทางเลือกมันมีน้อยมาก ทำได้แค่ถอดเดอ ลาท ออก แทนที่ด้วยฟาบิโอ จากการเปลี่ยนตัวนี้ ก็หุบเฟล็ทช์เข้าไปยืนเซ็นเตอร์คู่คาร์ริค เอาฟาบิโอมายืนแบ๊คขวาแทน เพื่อเติมเกมช่วยวาเลนเซีย พร้อมๆกับถอดกิ๊บสันออกแทนที่ด้วยเบอร์บาตอฟ เพื่อเพิ่มตัวเก็บบอลที่ดีหน้ากรอบ และเพิ่มตัวเข้าทำ

การเปลี่ยนตัวคราวนี้ทำให้รูปเกมกระเตื้องขึ้นเยอะ แต่ก็ต้องยอมรับจุดหนึ่งด้วยว่าเป็นเพราะฟูแล่มได้ประตูที่ตัวเองต้องการไปแล้ว นั่นคือลูกที่สอง ทำให้สามารถเลือกที่จะเล่นรับแล้วสวนเจ็บๆได้เต็มที่ เมื่อฟูแล่มเลือกที่จะเปลี่ยนมาเล่นเกมแบบนี้ เท่ากับงานในการเจาะของยูไนเต็ดนั้น จะยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว แต่ด้วยการที่เรามีตัวเก็บบอลดีๆเพิ่มขึ้นในแดนหน้า ก็ช่วยให้การต่อเกม และจังหวะเข้าทำทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เกมทางด้านขวาที่มีฟาบิโอและวาเลนเซียเล่นประสานกันก็ทำให้ความวูบวาบด้านนี้ดูดีขึ้นมาด้วย เกมทางฝั่งซ้ายที่ได้รูนี่ย์ถ่างออกไปช่วยเอวร่ามากขึ้นก็น่ากลัวขึ้นตามไปด้วย แต่ดีแค่ไหนก็ยังเจาะแนวรับฟูแล่มไม่ผ่านอยู่ดี ท่านเซอร์ขยับอีกครั้งด้วยการส่งเว็ลเบ็คลงมาแทนโอเว่น ที่หายไปจากเกมตลอด เกมนี้จะไปโทษโอเว่นมากก็ไม่ได้ เพราะบอลไม่ถึงหน้า รูนี่ย์กับโอเว่นจึงต้องต่างคนต่างลงมาล้วงลูกต่ำ แล้วการประสานงานของทั้งสองคนนี้ยังไม่เนียนพอด้วย

และแล้วนรกก็บังเกิด!!! แชมป์เก่าเสียลูกที่สามจนได้ เมื่อดัฟฟ์จัดการสอยประตูจากการชงของซาโมร่าได้ในนาทีที่ 76 ประตูนี้ทำให้ผมหงายหลังลงเตียงทันทีด้วยความเซ็งห่าน สามลูก เกมเดียว ยิงไม่ได้ มันเกิดนรกอะไรกับแมนฯ ยูไนเต็ด ทำไมเล่นกันได้ห่วยแตกทั้งทีมเยี่ยงนี้หนอ เฮ้อ.... แล้วก็กดดันเขาได้แล้ว แต่เจาะไม่เข้า จบไม่ได้ มันยังไงกันเนี่ย เฮ้อ... หลังจากนาทีนั้น ผมก็ไม่ได้ดูด้วยความเอาใจใส่อะไรอีก เพราะแทบจะลุ้นไม่ขึ้นแล้วนั่นเอง ดัฟฟ์ถูกถอดพร้อมได้รับสแตนดิ้ง โอเวชั่นกันสนั่นสนาม กรีนนิ่งลงมาแทนและเกือบบวกลูกที่สี่อีกต่างหาก จากนั้นเมอร์ฟี่ถูกถอดออก แทนด้วยนักเตะชื่อแปลกๆ ดิ๊กกาคอย ใครเนี่ย แล้วในช่วงทดเจ็บ ซาโมร่าก็ถูกถอดแทนด้วย เนฟแลนด์ จบเกมกลายเป็นชัยชนะที่สวยหรูของฟูแล่มบนความขื่นขมระทมใจของผม T_T

เฮ้อ... จบเกมนี้ ต้องบอกว่าโชคดีมากๆ ที่น้องหงส์เองก็แย่ ทำให้ไม่ต้องรับมือศึกหลายด้าน เชลซีก็ทำได้แค่เสมอ อย่างน้อยแต้มก็ยังห่างแค่สี่ มีเพียงอาร์เซน่อลที่ชนะเพียงทีมเดียวจากบิ๊กโฟร์ แต่แต้มก็จี้เข้ามาติดๆกันแล้วด้วย นี่คงเป็นเพียงสิ่งดีๆที่มีเหลืออยู่จากความพ่ายแพ้ยับเยินในสัปดาห์นี้ พร้อมๆกับที่จุดอ่อนถูกเปิดถูกชำแหละออกมาเต็มที่ ด้วยฝีมือของฮ็อดจ์สัน และด้วยฝีเท้าของนักเตะฟูแล่มทั้ง 11 คน ที่ต่อบอลทำเกมกันอย่างไหลลื่น เนียนตาดีเหลือเกิน สวนทางกับฟอร์มการเล่นของแชมป์เก่า ที่ดูแล้วไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย การต่อบอลก็ไม่ดี เสียบอลง่าย ประสานงานกันห่วยทุกแผง แม้แต่เอวร่าเองที่เล่นคงเส้นคงวามาตลอดก็มาน๊อตหลุดเอานัดนี้เหมือนกัน เมื่อเจอดัฟฟ์พาวิ่งเล่นซะเมามัน ผมไม่อยากโทษใครเป็นการเฉพาะเจาะจงมากนัก เพราะดูจากภาพรวมแล้ว มันห่วยทั้งทีมจริงๆ เอาเป็นว่า ให้ป๋าได้เทศนาสั่งสอนกันเต็มๆ แล้วเรามาดูเกมต่อไป ว่าจะดีดตัวกลับมาได้เลยหรือไม่กันดีกว่าครับ

อีกข้อหนึ่ง ผมเข้าใจป๋านะครับ ที่ไม่ส่ง อบต. ลงมาแต่แรก นั่นคงเป็นเพราะการเน้นเกมรัดกุมช่วยแผงหลังนั่นแหละ จึงเลือกที่จะเอาผู้เล่นที่เด่นในการตั้งรับมาก่อน สามคน สโคลส์-กิ๊บสัน-แอนนี่ จึงได้รับโอกาสก่อน จวบเมื่อเราต้องการประตูเพิ่ม ตัวที่มีดีอย่างเบอร์บาตอฟ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเมื่อเราต้องการประตูและการต่อเกมข้างหน้า ส่วนฟาบิโอนั้นก็เพื่อให้การประสานงานทางปีกขวาทำได้ไหลลื่น และอันตรายขึ้น มันก็เท่านั้นเอง สำหรับเว็ลเบ็ค ผมมีความเห็นก้ำกึ่งมากๆครับ ระหว่างการเลือกเว็ลเบ็ค กับ อบต. โควต้าหนึ่งที่ที่เหลือควรจะเป็นของใคร ซึ่งมันก็จะมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป การเลือกอบต. คงคาดหวังเกมริมเส้นฝั่งซ้ายได้มากขึ้น จากการประสานงานร่วมกับเอวร่า แต่การเลือกเว็ลเบ็คก็ดูจะมีโอกาสในการเพิ่มจังหวะจบสกอร์ได้มากกว่า ซึ่งสุดท้ายเราก็ได้เห็นว่าป๋าเลือกที่จะเสี่ยงตรงไหน เรื่องที่ว่ามันผิดหรือถูกนั้นมันคงไม่ใช่ประเด็นที่ผมจะพูด เพราะตอนตัดสินใจนั้นเราไม่รู้อนาคต แต่พอผลลัพธ์เกิดแล้วเราถึงได้รู้ว่ามันเป็นอย่างไร

เกมหน้า เราจะกลับมาได้ไหม เราจะกลับมาอย่างไร นั่นคือปัญหาที่รอคอยคำตอบ และการพิสูจน์บนสนามครับ

มาลุ้นกันครับ

สงบใจ



Create Date : 21 ธันวาคม 2552
Last Update : 21 ธันวาคม 2552 11:04:37 น. 2 comments
Counter : 272 Pageviews.

 
ปีใหม่มีโปรแกรมไปเที่ยวไหนเปล่าคะ
ขอให้มีความสุขนะคะ
ขอให้มีโชคหมดทุกข์โศกโรคภัย
พ้นเคราะห์ที่เลวร้าย พันภัยด้วยเทอญ


โดย: chabori วันที่: 21 ธันวาคม 2552 เวลา:17:52:19 น.  

 

สุขสันต์วันคริสมาส ขอให้มีความสุขนะค่ะ




โดย: brackleyvee วันที่: 25 ธันวาคม 2552 เวลา:5:19:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.