Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
2008129 วิพากษ์ STOKE CITY vs MAN. UNITED

เมื่อซานต้า...มาจากอาร์เจนติน่า



สวัสดีครับ พบกันวันนี้ หวังว่าตลาดคงยังไม่วายนะครับ เพราะมันผ่านมาหลายวันแล้ว และที่สำคัญก็คือ ทีมอื่นๆ มีแมทช์แข่งเพิ่มขึ้นไปอีกแมทช์แล้ว เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ในขณะที่ยูไนเต็ดเราจะมีคิวแข่งคืนนี้ครับ เวลาตีสาม อย่าพลาดกันล่ะครับ และเนื่องจากบทวิพากษ์นี้ ออกจะล่าไปสักหน่อย ผมจึงไม่ขอเน้นมากนะครับ พรุ่งนี้ ก็จะมีอีกวิพากษ์นึงด้วยแหละ เดี๋ยวจะหมดมุขเปล่าๆครับ



ทีแรก ผมก็คาดหมายไว้พอสมควร กับการจะได้เห็นโรเตชั่นในเกมนี้ เนื่องจากผลการเจอกันต้นซีซั่น เราจัดการสโต๊คได้แบบไม่ลำบากนัก แต่เมื่อเห็นไลน์อัพ ผมก็แปลกใจเล็กน้อย เพราะเห็นเอแวนส์คู่วิดิช เห็นโอเช เห็นแกรี่ เท่านั้นยังไม่พอครับ ท่านผู้อาวุโสนอกจากแกรี่แล้ว เฮียกิ๊กซี่ เฮียสโคลซี่ ยังได้ลงสนามพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกต่างหาก นับเป็นครั้งแรกใรอบปีเลยมั้ง ที่ผมเห็นสามคนนี้ออกสตาร์ทพร้อมๆกันในเกมจริงๆจังๆ ครับ หน้าตาไลน์อัพ จึงเป็นเช่นนี้

รูนี่ย์ เตเวซ
กิ๊กส์ เฟล็ทเชอร์ สโคลส์ โรนัลโด้
โอเช เอแวนส์ วิดิช แกรี่
น้าซาร์


เริ่มเกม ยูไนเต็ดยังไม่เน้นมากนัก พยายามประคับประคองรูปเกมให้อยู่ในร่องในรอยในทิศทางที่ตัวเองคุ้นเคยก่อน ในขณะที่สโต๊คนั้น กระจายกันกดดันไล่บีบเร็วอยู่ตลอด และเล่นลูกกลางอากาศเป็นหลัก พยายามบอมบ์ใส่หน้าปากประตูยูไนเต็ดทุกครั้งที่มีโอกาส แถมตั้งแต่นาทีแรกก็เกือบสำเร็จ จากลูกวางยาวมาให้ ริคาร์โด ฟูลเลอร์เข้าชาร์จข้ามคานไปแบบกองหลังยังยืนงงๆกับน้าซาร์ว่าหลุดมาได้ไง เกมช่วงแรกยังออกก้ำกึ่ง ยูไนเต็ดพยายามเล่นบอลสั้นจ่ายตามช่อง แต่ผู้เล่นสโต๊คก็แน่นดีเหลือเกิน ทำให้ช่องว่างที่เกิดขึ้นมีไม่มากนัก และเกิดขึ้นชั่วแว่บเดียว ไม่ค่อยง่ายนัก ที่ยูไนเต็ดจะฉวยโอกาสได้บ่อยๆ ส่วนลูกขยันและหนักของสโต๊ค ก็เล่นเอานักเตะยูไนเต็ดหกล้มหกลุกกันตั้งแต่ต้นเกมทีเดียว

ยูไนเต็ดมาตั้งหลักได้เต็มที่หน่อยก็ต้องผ่านครึ่งทางไปแล้วนั่นแหละ เมื่อนักเตะสโต๊คโดนไปสองเหลืองจากการเล่นหนักหลายจังหวะ ในขณะที่ฝั่งเรา เอแวนส์ก็โดนบุ๊คไปหนึ่งคน ทำให้ผมเริ่มหวั่นในใจ ว่าเกมหนักๆแบบนี้ ใครโดนเชิญออกไปนั่งก่อนก็มีสิทธิน้ำตาตกได้ง่ายๆ เกมในปลายครึ่งแรกยูไนเต็ดตั้งลำเกมรุกได้ดีขึ้น แต่ยังไม่เจอจังหวะจบแบบเหน่งๆ ได้แต่ลัดเลาะไปตามหน้ากรอบโทษและเปิดข้ามไปข้ามมา โอกาสส่องไกลก็ไม่มากเท่าไหร่ เพราะนักเตะสโต๊คยืนกันแน่นไปหมด โรนัลโด้และกิ๊กส์ก็พยายามตัดเข้าในมาช่วยทำเกมหน้ากรอบ แต่เหมือนกับเป็นการไล่เพื่อนให้เข้าไปในกรอบมากขึ้น ทำให้ยิ่งแน่นเข้าไปใหญ่ เกมดูอึดอัดไปหมดในช่วงครึ่งแรก แต่ที่อึดอัดกว่านั้นก็เห็นจะเป็นลูกโต้กลับของสโต๊คนี่แหละ ที่ใช้ฟูลเลอร์และเครสเวลล์คอยรับบอลยาวและวูบวาบอยู่ข้างหน้า มีหลายช็อตที่เดือดร้อนให้น้าซาร์ต้องออกแรงเกินอายุไปไม่น้อยครับ



บอลในครึ่งหลัง สโต๊คทำได้ดีมากขึ้น สามารถไล่บี้กดดันนักเตะยูไนเต็ดได้มากขึ้น เร็วขึ้น และหนักขึ้น เกมรุกของสโต๊คในช่วงแรกๆของครึ่งหลังไม่ใช่แค่รับแล้วโต้เท่านั้น แต่หลายครั้งยังสามารถครองเกมกดดันยูไนเต็ดได้ด้วย ลูกครอสลูกโยนของสโต๊คแต่ละลูก เล่นเอากองเชียร์ยูไนเต็ดอย่างผมเริ่มระทวย เวลาผ่านไปบอลหนักของสโต๊คเริ่มออกฤทธิ์มากขึ้น ทั้งฤทธิ์ทางตรง ที่ทำให้นักเตะยูไนเต็ดพาเหรดกันกะโผลกกะเผลก ทั้งโอเช ทั้งวิดิช ทั้งโรนัลโด้ นี่ยังมีฤทธิ์ทางอ้อม ที่ส่งผลด้านจิตวิทยาให้นักเตะเลือดร้อนของยูไนเต็ดเริ่มอารมณ์เดือดมากขึ้น ยิ่งการที่กรรมการ คริส ฟอยล์ นัดนี้ ปล่อยเกมไหลเป็นสายน้ำ ไม่ค่อยเป่าหยุดเกม ทำให้อารมณ์หมูเดือดปุดๆ อารมณ์โด้หงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ และทั้งคู่ก็พ่ายแพ้ต่ออารมณ์ตนเอง ไปเล่นนอกเกมเอาคืนสโต๊ค แต่ก็ไม่ถูกกรรมการเล่นงานเช่นกัน (ตอนนี้มีข่าวออกมาแล้วว่าเอฟ เอจ้องจะฟันทั้งคู่ครับ ตามข่าวกันดีๆต่อไป)

ท่านเซอร์เริ่มร้อนรนนั่งไม่ติด ต้องส่งดิมี่ลงมาทำเกมแดนหน้าเพิ่ม โดยถอดเอาโอเชที่เริ่มเดี้ยงออกไป ถอยกิ๊กส์มายืนเป็นแบ๊คซ้ายแทน แต่รูปเกมโดยรวมยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ นักเตะสโต๊คและยูไนเต็ดยังคงออกันแน่นหน้าปากประตูสโต๊ค ลูกยิงทั้งไกลและใกล้ ถ้าไม่ออกนอกกรอบ ก็ติดผู้เล่นทั้งสองฝ่ายมั่ง ถูกโซเรนเซ่นเซฟสวยๆมั่ง ยูไนเต็ดเริ่มตันกับการบุกในลักษณะเดิมๆ จึงมีการปรับรายละเอียดเกมด้วยการถ่างผู้เล่นออกทางกว้าง และถอยตัวรุกบางตัวมายืนต่ำหน่อย เน้นการครองบอลรอบนอก เพิ่มช่องว่างและพื้นที่ในแดนหน้าเพื่อให้กองหน้ามีพื้นที่เข้าทำง่ายขึ้น สลับกับการใช้บอลยาวจากกิ๊กส์ จากสโคลส์ คอยป้อนยัดขึ้นไปข้างหน้าให้ตัวรุกเข้าเก็บบอลโจมตี


ในขณะที่ยูไนเต็ดพยายามอย่างสุดฤทธิ์ที่จะควานหาประตู สโต๊คเองก็ไม่ได้น้อยหน้า บรรดาอดีตแข้งเด็กผีที่ตอนนี้อยู่สโต๊ค ต่างพากันงัดฟอร์มสุดยอดปิดทางรุกยูไนเต็ดตลอดเวลา ส่วนจังหวะโต้กลับของสโต๊คก็ยังเผ็ดร้อน แดนนี่ พิวจ์ ทำผลงานในครึ่งหลังได้สะเด่าดีเหลือเกินด้วยการพาบอลขึ้นหน้าให้กองหน้าได้เล่นอย่างน่ากลัว เกมนี้โชคดีจริงๆของเราคือการที่ฟูลเลอร์มีปัญหากับสตั๊ด ยิ่งจังหวะครึ่งแรกที่กำลังหลุดเดี่ยวไปยิงแล้วสตั๊ดหลุด ลื่นหัวทิ่ม ลูกนั้นเล่นเอาผมดีใจสุดๆ เพราะฟูลเลอร์กำลังง้างเชียว สโต๊คนั้นโต้กลับได้น่ากลัวจริง แต่การจบสกอร์ของสโต๊คยังไม่คมพอ และน้าซาร์เองก็โชว์ฟอร์มเทพออกมาเต็มๆด้วยในนัดนี้ ทำให้ยังคงโนสกอร์ต่อไป

จุดเปลี่ยนของเกมมาเกิดขึ้น เมื่อวิลกินสัน ที่ตอดโรนัลโด้หนักมาตลอดเกม ดันมาเจอโรนัลโด้วิ่งจี้เข้าใส่ตลอดครึ่งหลัง และสุดท้ายก็พลาด เมื่อเขาสอยโรนัลโด้จากข้างหลังอย่างจัง ฟอยล์ไม่มีทางเลือกนอกจากแจกใบเหลืองที่สอง ให้วิลกินสันออกไปนั่งเล่นรอเพื่อนๆก่อน จากนั้น สโต๊คก็ถอดดีแลปออก ส่งเดวี่ส์ลงมาแทน และปรับหมากแผงหลังเล็กน้อย เกมกลายเป็นของยูไนเต็ดเต็มที่ และมายิงประตูขึ้นนำได้สำเร็จเมื่อเนวิลล์หลุดมาทางกราบขวาสุดเส้น ก่อนจะครอสต่ำเข้ากลาง เบอร์บาตอฟโฉบตัดหน้าแผงหลังสโต๊คมาหน้าเสาแรกเกี่ยวบอลได้แต่หมดเหลี่ยมที่จะเล่นต่อ จึงตวัดกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้ามาหน้าปากประตู บอลหลุดผ่านโซเรนเซ่นมาพบกับเท้าซานต้าเตเวซชาร์จเข้ามาพอดี ส่งบอลตุงตาข่ายเมื่อเหลือหกเจ็ดนาทีจะหมดเวลา หลังจากนั้น เกมก็เป็นไปในรูปแบบเดิม แต่เริ่มเข้มข้นมากขึ้น หวิดมีฟาดปากกันในสนามด้วยซ้ำ ทั้งสองทีมเปลี่ยนตัวกันอีกครั้งเมื่อจะหมดเวลา ซึ่งก็ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จึงจบเกมไปด้วประตูโทนลูกดังกล่าวของเตเวซ



เฮ้อ......ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกทันทีที่กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา เท่ากับว่าเราทำหน้าที่ได้สำเร็จแล้วครับ และบรรลุเป้าหมายทุกอย่างที่วางมา ตั้งแต่เก็บผู้เล่นบางคนไว้ให้สดกับเกมถี่ๆช่วงนี้ เช่นราฟาเอล, คาร์ริค, ปาร์ค, แอนนี่ ต่างถูกเก็บไว้ทั้งหมด มีเพียง คาร์ริคที่ได้ลงมาสองสามนาทีก่อนจบเกม เบอร์บาตอฟได้เล่นแค่ครึ่งชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้ผลสามคะแนนล้ำค่าออกจากสนามปราบเซียนแห่งนี้ด้วย หากจะมีเรื่องร้ายๆจากเกมนี้ นั่นก็คงเป็นการที่ริโอเกิดเจ็บหลังตอนวอร์ม (หลังอีกแล้ว) ทำให้ถูกถอดอกจากทีมในนาทีสุดท้าย และน่าจะต้องพักถึงสิบวัน ทำให้ริโอจะกลับมาได้ ก็น่าจะหลังเกมเอฟเอคัพต้นมกราหน้า นั่นคือริโอน่าจะพลาดอีกสองเกมครับ คือเกมรับโบโร่ในพรีเมียร์ลีก กับเยือนนักบุญแดนใต้ในเอฟเอ คัพนั่นเอง

หลังจากเกมของเราจบลง ลิเวอร์พูล และเชลซีต่างพาเหรดกันเก็บสามแต้มได้หมด มีเพียงอาร์เซน่อลเท่านั้น ที่ถูกแอสตัน วิลล่า ไล่ตีเสมอได้ในนาทีสุดท้าย ทำให้เรายังตามจ่าฝูงหงส์แดงอยู่เจ็ดแต้มเท่าเดิม ตามรองจ่าฝูงเชลซีหกแต้ม และขึ้นมาอยู่ที่สาม แซงหน้าวิลล่าได้สำเร็จ แต่ตอนนี้ที่ผมปั่นบทวิพากษ์อยู่นั้น ลิเวอร์พูลกับอาร์เซน่อลต่างเก็บอีกสามแต้มได้เมื่อคืนนี้ ในขณะที่เชลซีนั้นพลาดครับ ถูกฟูแล่มไล่ตีเสมอในช่วงท้ายเกม ทำให้กลายเป็นว่าเราตามหลังลิเวอร์พูลเป็นสิบแต้มเข้าให้แล้ว ถึงแม้จะเหลือเกมในมือถึงสามเกม แต่การยังไม่ได้แต้ม ก็ยังกดดันตัวเองอยู่ดีครับ มันทำให้เรารู้สึกว่าพลาดไม่ได้นั่นแหละ แต่เราเหลือตามเชลซีแค่เจ็ดแต้มเท่านั้น กับสามเกมในมือ หวังว่าเราจะไม่โยนโอกาสที่ดีในมือทิ้งไปนะครับ

โปรแกรมเดือนธันวาคม-มกราคมครับ

December 2008
29 Dec Barclays Premier League Middlesbrough H 20:00

January 2009
04 Jan FA CUP Southampton A 16:00
07 Jan Carling Cup Derby County A 19:45
11 Jan Barclays Premier League Chelsea H 16:00
14 Jan Barclays Premier League Wigan H 20:00
17 Jan Barclays Premier League Bolton A 15:00
20 Jan Carling Cup Derby County H 20:00
27 Jan Barclays Premier League West Bromwich A 19:45



หลังจากทีมชาติไทยถูกตีเสมอในวินาทีสุดท้าย เล่นเอาผมซึมไปหลายชั่วโมง สงสารคนไทยที่ตามไปเชียร์ถึงในสนาม เป็นเพียงคนไทยกลุ่มเล็กๆแทรกอยู่ในระหว่างคนดูเจ้าถิ่นเหงียนกลุ่มเบ้อเริ่ม ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น มันคงบาดใจผมไม่มากนัก แต่สิ่งที่บาดใจผมมากกว่านั้นกลับกลายเป็นว่า เราเล่นกันเหมือนขาดพลังยังไงไม่ทราบครับ ยิ่งผมเห็นเวียดนามเริ่มป้อแป้ในช่วงท้ายครึ่งหลัง แทนที่จะตบเกียร์ห้าเข้าใส่ แต่เรากลับไม่กระหายเอาซะเลย ครองบอลย้อนไปย้อนมา เสียบอลง่ายๆ รูปเกมที่ได้ใจคนดูทั้งประเทศในเกมแรกที่ราชมังฯมันหายไปไหนก็ไม่ทราบ เห็นแต่ลูกแอ๊คเต็มไปหมดจากหลายคน แต่ก็เอาเถอะครับ ผมถือว่ามันยังมีสิ่งดีๆแทรกอยู่ให้มอง เล่นด้วยฟอร์มนี้ มันเป็นสิ่งที่ปีเตอร์ รีดควรได้เห็นด้วยตาเขาเองนั่นแหละ นั่นก็คืออาการใจไม่เหี้ยมพอ และลูกประมาทเล็กๆน้อยๆตลอดเกมแบบนี้ ปีเตอร์ รีดได้เห็นแล้ว ก็หวังว่าเขาจะปรับให้ดีขึ้นได้

ผมเชื่อครับ ว่าทีมชุดนี้ยังมีศักยภาพพอที่จะพัฒนาขึ้นไปได้อีกมาก เพียงแค่ปรับปรุงให้ถูกจุด เพิ่มทัศนคติการเล่นเพื่อทีมให้มากขึ้นกว่าโชว์ออฟ เพิ่มพูนความฟิตให้มากขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญ ใช้การเล่นด้วยหัวใจไม่ใช่ด้วยอารมณ์ หากปีเตอร์ รีด และทีมงานได้รับโอกาสมากพอที่จะปรับเปลี่ยนตรงนี้ ผมเชื่อครับ ว่าเราจะแกร่งขึ้นกว่านี้อีกมากทีเดียว ไม่ว่าจะผิดหวังมากี่ครั้ง ยังไงคนไทยอย่างผม ก็ยังเชียร์ทีมชาติไทยครับ (ทีมชาติไทย ไม่ใช่สมาคมฯ)

ไปๆมาๆ จบที่บอลไทยซะงั้น T_T


พบกันใหม่ พรุ่งนี้ครับ
สงบใจ



Create Date : 29 ธันวาคม 2551
Last Update : 29 ธันวาคม 2551 10:15:49 น. 0 comments
Counter : 233 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.