Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
20 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
20081020 วิพากษ์ UNITED vs W.B.A.

เรื่อยๆมาเรียงๆ ยืนตัวเอียง อยู่ที่ 5


สวัสดีครับ ไม่ได้พบกันร่วมๆสองสัปดาห์ จากการพักให้ทีมชาติต่างๆลงทำการแข่งขันไปสองนัด ในรายการฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก หลังจากเราไม่ได้ชมทีมรักลงสนามมาสองสัปดาห์ เราก็ได้กลับมาชมกันอีกครั้ง เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปคุยกันเลยครับ

ก่อนเริ่มเกม ก็มีการให้ข่าวกันว่า ให้จับตาดูฟอร์มของเวยน์ รูนี่ย์ให้ดีๆ หลังจากโชว์ฟอร์มสุดยอด ยิงในเกมทีมชาติมาอย่างสุดฮ็อต ต่างกับเบอร์บาตอฟ ที่ถูกแฟนๆและผู้หลักผู้ใหญ่รุมต่อว่าหลังจากวิ่งน้อยมากๆในเกมทีมชาติของเขาที่เพิ่งผ่านไป ทำให้เกมนี้ ป๋าจัดการส่งหัวหอกทั้งคู่ ลงมาพิสูจน์ความสามารถให้เห็นกับตากันไปเลย โดยวางหมาก 4-4-2 ลงมาและมีการปรับทัพในแดนกลางพอสมควร โดยทีมชีตมีหน้าตาดังนี้

รูนี่ย์ เบอร์บาตอฟ
โรนัลโด้ กิ๊กส์ เฟล็ทเชอร์ ปาร์ค
เอวร่า วิดิช ริโอ ราฟาเอล
เดอร์ ชาร์

เราจะเห็นว่า ถึงแม้จะมีข่าวหายจากอาการบาดเจ็บของคาร์ริค แต่ป๋าก็ไม่ส่งลงมา ซึ่งผมดูแล้วก็เดาเอาตามความคิดของผมว่า ป๋าคงไม่อยากเสี่ยงให้พวกที่เพิ่งฟื้นจากการเจ็บมาลงสนามทันที โดยนอกจากนั้น ยังใส่ชื่อสำรองในแนวรับเยอะอีกต่างหาก ดูจากรายชื่อ แกรี่, บราวน์, โอเช, นานี่, เอแวนส์, กิ๊บสัน และคุสแซ็ค จะเห็นเลยว่า มีแนวหลังถึงสี่คน โกล์หนึ่ง และกลางอีกสอง ผมเองก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงไม่ใส่ชื่อเตเวซเป็นสำรองไว้บ้าง



หลังจากเริ่มเกม ทั้งคู่ก็ผลัดกันครองเกม พยายามทำเกมรุกเข้าใส่คู่ต่อสู้แต่กลับทำได้ไม่อันตรายนักทั้งคู่ ส่วนมากก็จะเสียบอลกันง่ายๆ จ่ายบอลผิดพลาด หรือโดนตัดบอลง่ายๆอยู่ตลอด เกมของเจ้าบ้านเองก็ไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร อาจจะเกิดจากการที่ป๋าจับเอากิ๊กส์มายืนคู่กับเฟล็ทช์แบบเต็มๆก็เป็นได้ การครองเกม การออกบอลจึงยังคงไม่สามารถสอดประสานกับแดนหน้าได้เท่าที่ควร ทั้งสองทีมไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสยิงสวยๆได้สักเท่าไหร่ ในช่วงยี่สิบ ยี่สิบห้านาทีแรก

หลังจากผ่านพ้นครึ่งชั่วโมงแรกไปไม่นาน เอวร่าก็มีอาการบาดเจ็บและต้องถูกเปลี่ยนตัวออก โดยป๋าส่งโอเชลงมายืนแทน เกมหลังจากช่วงนั้น ยูไนเต็ดเริ่มทำเกมได้ดีขึ้นแล้ว และเริ่มครองเกมได้ดีขึ้น แต่เมื่อเสียเอวร่าออกไปได้โอเชลงมา เกมรุกทางซ้ายก็กลับช็อตไปอีก โรนัลโด้กับปาร์คต้องฉีกตัวเองสลับฟากกันเป็นระยะๆ เพื่อหาช่องและสลัดตัวประกบออกไป ราฟาเอลเองการเติมเกมของเขาก็ดูจะเป็นการเติมในสไตล์มิดฟิลด์ซะมากกว่า คือมักจะเติมขึ้นสูงแล้วหุบเข้าในมากกว่าจะเติมไปรับบอลจากปีกแล้วขึ้นทางริมเส้น แต่เมื่อเจ้าบ้านตั้งหลักได้เต็มที่แล้วก็สามารถทำเกมได้ดีและไหลลื่นขึ้น

เกมมาเข้าทางเจ้าบ้านเต็มที่และทำเกมได้ไหลลื่นจริงๆ ก็เมื่อเกือบๆสี่สิบนาทีเข้าไปแล้ว โดยที่รูนี่ย์กับเบอร์บาตอฟต้องถอยลงมาเล่นต่ำร่วมกันทำเกมกับมิดฟิลด์อยู่บ่อยๆ แต่ก็ทำได้ดีมากๆ รูนี่ย์เริ่มมีจังหวะที่ดีขึ้น หาทางวิ่ง หาไลน์ที่เหมาะกับตัวเองได้ดีขึ้น เจ้าบ้านโหมบุกอย่างหนัก แต่จนแล้วจนรอดเหล่านักเตะแบ๊กกี้ส์ก็เคลียร์บอลออกไปได้หมด และหมดเวลาครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ ศูนย์-ศูนย์



เริ่มครึ่งหลังขึ้นมา เกมของเจ้าบ้านที่จับจังหวะกันได้แล้ว ก็แสดงผลออกมาทันที เมื่อสามารถตั้งหลักและครองเกมไว้ได้หมด รูนี่ย์เริ่มแสดงให้เห็นว่า เขาจับจังหวะตัวเองได้แล้วจริงๆ เมื่อสอดประสาน ทำเกม และหาช่องทะลุเข้าทำได้เรื่อยๆ นักเตะเจ้าบ้านต่างช่วยกันวิ่ง ช่วยกันไล่ และช่วยกันเข้าแย่งบอลจากนักเตะเวสต์บรอมวิชตลอดเวลา ริโอ และราฟาเอล ขึ้นเติมเกมสูงตลอด จนในแนวหลังของทีมเหลือเพียงแค่วิดิชกับโอเชเท่านั้น แถมบางช็อตที่โอเชเติมเกมสูง ก็เหลือแค่วิดิชคนเดียวอีกต่างหาก แต่กองหน้าของแบ๊กกี้ส์ ยังไม่สามารถกดดันวิดิชให้พลาดได้ ผู้มาเยือนปรับทัพก่อน ด้วยการส่ง มิลเลอร์ ลงมาแทนเบ็ดนาร์เมื่อเริ่มครึ่งหลังไปได้ไม่นาน

ความพยายามของเจ้าบ้านมาเป็นผลเอาเมื่อเกือบครบชั่วโมง เมื่อเบอร์บาตอฟเล่นกับรูนี่ย์ ก่อนรูนี่ย์จะควบบอลมาทางฝั่งซ้ายหลอกล่อกองหลังฝั่งตรงข้าม ตัดเข้าในและยิงลูกเรียดเสียบเสาแรกสุดปลายมือคาร์สันจะเซฟถึง เป็นการปลดล็อกลูกแรกได้สำเร็จ หลังจากนั้น ผู้มาเยือนก็ต้องเปลี่ยนเกมเพื่อทวงประตูคืน แต่ก็เท่ากับเปิดช่องว่างให้ถูกโจมตีกลับ ป๋าชิงเปลี่ยนเกมก่อน ด้วยการส่งแกรี่ เนวิลล์ ลงมาแทน ราฟาเอล หลังจากนั้นรูนี่ย์ก็จ่ายบอลทะลุให้โรนัลโด้หลุดเข้าไปยิงสวนตัวคาร์สันเข้าไปอีก ให้เจ้าบ้านออกนำสองเม็ด ก่อนที่จะเปลี่ยนอีกครั้ง ด้วยการส่งนานี่ลงมาแทนปาร์ค และก็ได้ลูกที่สามทันที เมื่อนานี่เล่นชิ่งกับกิ๊กส์ ก่อนจะเปิดเข้าหน้ากรอบ แผงหลังเวสต์บรอมฯสกัดไม่ดี บอลแฉลบมาเข้าทางเบอร์บาตอฟที่ทำเพียงแค่ตวัดเท้ายิงเท่านั้น ส่งให้เจ้าบ้านออกนำเป็นสาม-ศูนย์

หลังจากนั้น ผู้มาเยือนก็ส่ง มัวร์ลงมาแทน โคเรน ในขณะที่เจ้าบ้านยังไม่เพลาเกมรุกลงมากนัก เพียงแค่เน้นความแน่นอนมากขึ้น และก็มาได้ประตูปิดท้ายในช่วงนาทีสุดท้ายเมื่อเบอร์บาตอฟจ่ายให้รูนี่ย์ก่อนที่รูนี่ย์จะเปิดเข้ามาให้นานี่ยิงด้วยซ้ายเข้าที่เสาแรก เป็นประตูปิดกล่องให้ยูไนเต็ดคว้าสามแต้มเต็มเก็บเข้ากระเป๋า ขึ้นมาอยู่ที่ห้าของตารางได้สำเร็จ แม้จะออกสตาร์ทกระท่อนกระแท่นไปหน่อยก็ตาม


กลับมามองดูรูปเกมกันบ้างนะครับ จากที่ผมสงสัยมานานหลายต่อหลายนัด เรื่องเกมของเราที่มักจะเครื่องร้อนช้าเหลือเกินในช่วงหลังๆ จนทำให้หลายทีมมักจะฉวยโอกาสเล่นทีเผลอในช่วงห้านาทีสิบนาทีแรกของเกมตลอด ผมมาเห็นสาเหตุเอาก็เกมนี้แหละครับ เมื่อเห็นกิ๊กส์ และเฟล็ทช์ ลงมาเล่นคู่กันตรงกลาง นั่นทำให้ผมจับตามองเป็นพิเศษและก็พบคำตอบ ซึ่งคำตอบดังกล่าวก็คือ เราเครื่องร้อนข้าเพราะโรเตชั่นครับ

ท่านเซอร์เน้นการโรเตชั่นผู้เล่นมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้ ทำให้ผู้เล่นแดนกลางมักไม่ค่อยเป็นผู้เล่นชุดเดิม มีทั้งคาร์ริค, แอนนี่, กิ๊กส์, เฟล็ทเชอร์, สโคลส์ และฮาร์กรีฟส์ ไม่เว้นพอสเซบอน ก็ได้รับโอกาสทั้งนั้น ประกอบกับการที่มักจะโรเตชั่นมิดฟิลด์ริมเส้นด้วยควบคู่กันไป ไม่ว่า ปาร์ค, นานี่, โรนัลโด้, กิ๊กส์ หรือ แม้แต่เอวร่า, ฮาร์กรีฟส์เองก็เคยเล่นมาแล้ว บางเกมยังอุตส่าห์เล่นปีกตัวเดียว แล้วถอยกองหน้ามายืนด้วยกันก็มี ซึ่งการโรเตชั่นดังกล่าวนี้เอง ที่ทำให้ทีมต้องใช้เวลาในการจูนอัพให้เข้าที่เข้าทางก่อน บางเกมดีหน่อย ห้านาทีสิบนาทีก็เข้าที่ แต่เกมเมื่อคืนวันเสาร์เล่นปาเข้าไปร่วมยี่สิบนาทีกว่าๆเลยทีเดียว แต่หากมองไปที่ความจำเป็น มันก็ต้องยอมรับครับ ว่า ฟุตบอลสมัยนี้ โรเตชั่นเป็นสิ่งจำเป็นจริงๆในการยืนระยะให้จบฤดูกาลให้ได้


นอกจากการโรเตชั่นที่ผมสังเกตเห็นแล้ว ยังมีอีกสองสามเหตุผลครับ ที่ทำให้เราไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ในช่วงแรกของเกมนี้ อันหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ ผู้เล่นที่ผ่านเกมทีมชาติมาสองนัดติดๆ ทำให้จังหวะของตัวเองเปลี่ยนไป บางคนก็เปลี่ยนไปไม่มาก ผ่านเกมไปไม่นานก็คืนสู่จังหวะเดิมๆได้ ในขณะที่บางคนต้องตามหาจังหวะตัวเองอยู่นาน เช่นรูนี่ย์ในช่วงยี่สิบนาทีแรก หรือปาร์คก็ตาม แม้แต่เบอร์บาตอฟเองก็เป็น หากสังเกตให้ดีๆจะพบว่า ในแนวรุกของเรานั้น ยังมีการจ่ายผิดช่องแบบคนละเรื่องเกิดขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนไปซ้ายกลับจ่ายขวา เพื่อนหยุดเรียกบอลแต่จ่ายขึ้นหน้าไปให้ หรือเพื่อนวิ่งไปรับบอลแล้วแต่จ่ายย้อนหลังหัก ทั้งเกมเราจะเห็นลูกพลาดแบบนี้เยอะผิดปกติครับ ผมมองว่านั่นอาจจะเป็นผลที่มาจากการซ้อมและเล่นทีมชาติมาสองวีคติดๆนั่นเอง ที่ทำให้บางคน “ติด” กับจังหวะและแท็คติคของทีมชาติมาสู่เกมสโมสร

นอกจากเรื่องทีมชาติแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง นั่นคือ โรนัลโด้ ที่ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มสุดยอดของตนเองออกมาได้เสียที หลังจากพักฟื้นจากการผ่าตัดกลับมา ความเร็วนี่น่าจะได้แล้ว แต่จังหวะและสเต็ปของเขายังไม่กลับมาแบบเป๊ะๆครับ หลายครั้งที่เขาไม่ผ่านคู่ต่อสู้ ทั้งๆที่ถ้าเป็นเมื่อปีที่แล้วนี่คงกระชากหายไปแล้วแท้ๆ หลายครั้งที่คู่ต่อสู้ไม่ได้ทำอะไรนอกจากแหย่ขาเข้ามาขวางเฉยๆ แต่กลับได้บอลติดเท้ามาด้วยง่ายๆ ยังไม่นับลูกยิงและลูกฟรีคิก ที่พลังและความแรงของบอลดูจะด้อยลงกว่าเมื่อปีที่แล้วอย่างชัดเจน ความคมก็ยังไม่กลับมา นี่คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เกมรุกของเขายังไม่ แรง และส่งผลต่อเกมของทีมพอสมควร แต่เจ้าตัวเองก็ดูจะติดอีโก้อยู่ไม่น้อย เมื่อพยายามเหลือเกินที่จะเรียกฟอร์มกลับมาให้ได้ พยายามใช้ทุกจังหวะที่มีให้เข้าล็อกตัวเองให้ได้ เสียดายที่ในเกมนี้ มันยังไม่กลับมานะครับ


ผมคงไม่พูดถึงอาการบาดเจ็บของนักเตะ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ทุกๆทีมต้องพานพบ มันยุติธรรมในตัวมันเองสำหรับทุกๆทีมอยู่แล้วครับ แต่อีกเรื่องที่ส่งผลถึงฟอร์มการเล่นของโรนัลโด้ และส่งผลต่อฟอร์มของทีม ก็คือ การปรับลดบทบาทของโรนัลโด้ลง เกมนี้ โรนัลโด้ยังคงถูกลดบทบาทอย่างต่อเนื่องเป็นเกมที่สามที่ผมเห็น เราจะเห็นว่า อิสระในการเล่นของโด้ลดน้อยลง ถูกจำกัดที่ริมเส้นมากขึ้น และการลากตัดหุบเข้ามาในเป็นประจำนั้น เกิดขึ้นน้อยลงเยอะ บอลก็ผ่านไปที่โด้น้อยลง แต่จะไปพักที่รูนี่ย์ และเบอร์บาตอฟมากขึ้น รวมทั้งมิดฟิลด์คู่กลาง ที่มีส่วนร่วมกับเกมรุกมากขึ้นจากสามสี่นัดที่ผ่านมา ตรงนี้ยังสนับสนุนสมมติฐานของผมอยู่ครับ เรื่องที่ว่า ทีมกำลังลดความผูกขาดในเกมรุกของโด้ลงเพื่อเกลี่ยไปให้คนอื่นๆให้มีน้ำหนักเท่าๆกัน

ซึ่งจุดนี้ มันส่งผลดีในหลายๆเรื่องครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกระจายกันทำเกม การเพิ่มมิติความหลากหลายในการขึ้นเกมรุก การลดอีโก้ของโด้ลงมาบ้าง และรวมไปทั้งการเพิ่มน้ำหนักในการต่อรองของสโมสร ในขณะที่ลดทอนพาวเวอร์ของโรนัลโด้ในการเจรจาต่อรองกับสโมสรลงไป ทีมจะมีทีมเวิร์คที่ดีขึ้น และจะช่วยยืนยันความคลาสสิคของวาทะประจำสโมสรได้อีกครัง นั่นคือ “ไม่มีใครใหญ่กว่าทีม” หลังจากที่โรนัลโด้ เคยใหญ่กว่าทีมมาแล้วเมื่อตลอดปีกว่าๆที่ผ่านมาครับ



กลับมามองแผนการเล่นในนัดนี้บ้าง ซึ่งอาจจะมีอะไรให้พูดถึงน้อยจริงๆ เพราะไม่มีการแก้เกมอะไรมากนัก เป็นการเล่นและเอาชนะด้วยนักเตะ และแท็คติคที่ส่งลงมาในสนามตั้งแต่แรก การปรับเปลี่ยนคงมีเพียงแค่รายละเอียดในระหว่างเกมเท่านั้น นั่นก็คือ จากการที่เริ่มเกมโดยมีโด้ซ้าย และปาร์คขวา กิ๊กส์ปักหลักตรงกลางกับเฟล็ทช์ ก็มีการปรับให้โด้กับปาร์คสลับฟากกัน รูนี่ย์ลงมาต่อบอลต่ำและพยายามเล่นชิ่งกับดิมี่ มีการเล่นสั้นสลับยาว หากรูปเกมเอื้อให้ ริโอกับราฟาเอลจะเป็นตัวเติมเกมรุกตัวถัดๆไป เมื่อเอวร่าต้องถูกถอดให้โอเชลงมาแทน

กิ๊กส์กับเฟล็ทเชอร์ อาจจะมีปัญหาในการคุมเกมไม่มากนักในเกมนี้ แต่ผมก็มองว่า ทั้งสองคนยังชั้นไม่ถึงที่จะเล่นเป็นมิดฟิลด์คุมเกมตรงกลางสนามอย่างจริงจัง อาจจะทำได้บางนัดด้วยความขยันของเฟล็ทช์และความเก๋าของกิ๊กส์ แต่จะทำไม่ได้แน่นอน หากเป็นเกมใหญ่ที่ต้องดวลกับมิดฟิลด์คู่กลางระดับชาติด้วยกัน สังเกตง่ายๆว่าเกมนี้ทั้งคู่จะไม่เน้นไปที่การคุมจังหวะและการคอนโทรลเกม ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ทั้งคู่ถนัด เราไม่เห็นการดึงจังหวะ การเบรกการชะลอเกม หรือการสั่งเกมเพื่อนๆ แต่ทั้งคู่จะเน้นไปที่การเชื่อมเกมตัวเอง การจ่ายบอล การออกบอลให้เพื่อนทำเกม และการวิ่งไล่ตัดเกมคู่ต่อสู้มากกว่า นั่นคือสิ่งที่ทั้งคู่เคยทำและทำได้ดีจากการเล่นที่ผ่านมาของตน เราจะเห็นว่าทั้งคู่ช่วยตัดเกม ช่วยไล่สกรีนบอล และช่วยไล่บี้ตัดบอลคู่ต่อสู้ตลอด กิ๊กส์นั้น มีช็อตหนึ่ง ไล่ลืมแก่ไปเลยจากกลางสนามมาถึงจังหวะยิงที่ตัวเองไปช่วยบล๊อคที่กรอบโทษ เล่นเอาน้าซาร์ต้องมาตบไหล่



ผลการแข่งขันนัดนี้ นอกจากจะช่วยให้เราสบายใจมากขึ้น ที่ได้โรเตชั่นนักเตะบ้าง หลังจากต้องวิ่งกรำศึกให้ทีมชาติมา ทำให้เราได้ทัพนักเตะที่อาจจะสดขึ้น ในเกมที่ต้องเตะกับเซลติกกลางสัปดาห์หน้านี้ เตเวซกับบราวน์ได้พักเต็มๆ แกรี่ได้ลงเล่นครึ่งชั่วโมง ในขณะที่ราฟาเอลก็เล่นไม่เต็มเกม มีแค่การเสียเอวร่าเท่านั้น ที่ดูจะนอกเหนือการคาดหมายไปมาก และไม่แน่ใจว่า ในตำแหน่งเขา ฟาบิโอจะกลับมาได้หรือยัง หรือต้องเข็นโอเชลงอีก แต่ก็ถือว่าสภาพเรายังดี หากเทียบกับทีมอื่นๆที่เสียนักเตะจากทีมชาติไปกันพอสมควร

ผู้เล่นที่เล่นได้เด่นที่สุด ก็คงไม่พ้นรูนี่ย์ ที่บางสำนักให้ถึงสิบคะแนนเลย แต่ผมคงให้ที่เก้าคะแนนก็พอ ส่วนวิดิชก็ยืนเป็นตัวสุดท้ายแบบเดี่ยวไมโครโฟนได้ดีมากๆ เบอร์บาตอฟก็วิ่งน้อยเป็นธรรมชาติของเขา แต่การให้บอลแต่ละจังหวะ ถ้าเพื่อนทุกคนทันเขานี่ต้องบอกว่า สุดยอดครับ ทางฝั่งผู้มาเยือนที่เด่นจริงๆก็มีแผงหลังคนหนึ่ง ชื่อพอล โรบินสัน (แต่ไม่ได้เฝ้าเสา) สก๊อตต์ คาร์สันก็โชว์เซฟสวยๆบ่อยมากๆเช่นกันครับ แต่ยังไงเสีย MOM เกมนี้ก็ต้องยกให้เจ้าหมูเขาแหละครับ

หลังจากเกมนี้ โปรแกรมในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. เรามีดังนี้ครับ
October 2008
21 Oct UEFA Champions League Celtic H
25 Oct Barclays Premier League Everton A
29 Oct Barclays Premier League West Ham H


November 2008
01 Nov Barclays Premier League Hull City H
05 Nov UEFA Champions League Celtic A
08 Nov Barclays Premier League Arsenal A
11 Nov League Cup (Carling) Queens Park H
15 Nov Barclays Premier League Stoke City H
22 Nov Barclays Premier League Aston Villa A
25 Nov UEFA Champions League Villarreal CF A
30 Nov Barclays Premier League Man City A

อย่าลืมตามเชียร์กันนะครับ



สงบใจ



Create Date : 20 ตุลาคม 2551
Last Update : 20 ตุลาคม 2551 10:29:34 น. 0 comments
Counter : 225 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.