Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
8 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
20071107 วิพากษ์ Man UTD VS Kiev

สวัสดีครับ ทุกๆท่าน กลับมาพบกับผมอีกครั้งในวันนี้ หลังจากเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานั้น ยูไนเต็ดก็เปิดบ้านต้อนรับอาคันตุกะจากยูเครน ในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 4 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลก็อย่างที่ทราบกันนะครับ เราเข้ารอบไปแล้วด้วยชัยชนะนัดนี้ 4:0 ทำสถิติชนะสี่นัดรวด เก็บ 12 แต้มเต็มๆลอยลำเข้ารอบแน่นอน เหลือแค่ลุ้นว่าจะได้เป็นที่หนึ่งหรือเปล่าเท่านั้น ทีนี้ เรามาดูรูปเกมกันเลยนะครับ

จากผู้เล่นที่ลงสนาม เราก็เห็นจุดประสงค์ที่ค่อนข้างชัดเจนของเซอร์อเล็กซ์อยู่ประการหนึ่ง ก็คือ ต้องการพักผู้เล่นตัวหลักบ้าง เพื่อไม่ให้กรำศึกหนักจนเกินไปนัก นั่นก็คือ การส่งปิเก้ ลงมาแทน ริโอ เอาซิมป์สัน ลงมาแทน บราวน์ เพราะแกรี่ เกิดเจ็บน่องขึ้นมาอีก ทำให้ต้องเลื่อนการคัมแบ๊คออกไปอย่างช่วยไม่ได้ ในขณะที่ กิ๊กส์ ก็ต้องหลีกทางให้นานี่ ส่วนอันแดร์สัน นั้น ถูกถอดออก แล้วดันเอา เฟล็ทเชอร์ลงมาแทน โดยมายืนคู่กับคาร์ริค ซึ่งได้รับโอกาสเป็นตัวจริงอีกครั้ง และฮาร์กรีฟส์ก็ไม่ได้ถูกส่งลงเป็นตัวจริงเช่นกัน

การพักผู้เล่นในแดนหลังและกลาง แสดงให้เห็นว่า ท่านเซอร์ คงต้องการให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ลงมาสัมผัสเกมบ้าง และให้ตัวหลักได้พักหลังกรำศึกหนักมาเป็นเดือนแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน สามประสานเกมรุก ยังคงส่ง โรนัลโด้ รูนี่ย์ และเตเวซ ลงมาจบสกอร์เช่นเคย ซึ่งจุดนี้ ก็น่าจะเป็นการที่เราต้องการชัยชนะเพื่อการันตีการเข้ารอบนั่นเองครับ ถึงแม้จะพักหลังกับกลาง แต่หน้า ยังคงอันตรายเหมือนเดิม และสามในสี่ประตูที่เกิดขึ้น ก็มาจากสามประสานของเราเช่นเดิมนะครับ

ส่วนดินาโม เคียฟ หลังจากเพิ่งเปลี่ยนกุนซือไปก่อนหน้าที่จะพบกับเราเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว มาคราวนี้ ก็เปลี่ยนอีกครั้ง โดยเป็นโอเล็ก ลุชนี่ อดีตนักเตะอาร์เซนอล ที่ได้รับโอกาสคุมทีมชั่วคราว เนื่องจากกุนซือคนเดิมมีปัญหาด้านหัวใจครับ และอาจจะเป็นเพราะจุดนี้ด้วย ที่ทำให้ท่านเซอร์เอง กล้าพักตัวหลักหลายคนในนัดนี้


รูปเกมโดยทั่วๆไป ตลอดทั้ง 90 นาที ผมได้เห็นการเปลี่ยนแท็คติคการทำเกมของยูไนเต็ดมากกว่าสองสามครั้งนะครับ โดยที่ เกมของดินาโม เคียฟ ก็คล้ายๆกับศึกษาการเล่นของเรามามากพอดู ทำให้คราวนี้ พวกเขาเลือกตั้งรับลึก วางไลน์หน้ากรอบโทษ สองแนว คือแนวแบ๊กโฟร์ ลงมายืนกันประมาณกรอบโทษ และมีไลน์มิดฟิลด์ ยืนอยู่ข้างหน้าอีกที วางหน้าไว้คนเดียวโดดๆ บริเวณกลางสนาม การตั้งรับของเคียฟในนัดนี้ พระเอกในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ผมยกนิ้วให้กับ เดียคาเต้ เลยครับ พี่แกเก็บได้หมดจดจริงๆ แค่หลังจากนั้น พี่แกกลับมาทำเสียสี่ลูกรวดเต็มๆเลย ไม่ทราบว่าแกไปหลงทางตรงไหนระหว่างเกมนะครับ แต่โดยรวม ถือว่าแกช่วยทีมไว้เยอะทีเดียวในเกมรับ

ช่วงครึ่งชั่วโมงแรก แมนยูพยายามครองเกมบุกเข้าใส่ เคียฟ แต่น่าจะเป็นเพราะความเข้าอกเข้าใจระหว่างกันของบรรดาผู้เล่นชุดนี้ ยังไม่ดีเท่าตัวหลัก ทำให้การให้บอล ขาดๆเกินๆบ่อยครั้งมาก คิลเลอร์พาสแทบไม่มีให้เห็น เฟล็ทเชอร์ เป็นตัวสกรีนเกมโต้กลับ และมีคาร์ริคเป็นตัวเชื่อมเกมระหว่างกลางกับหน้า นัดนี้ คาร์ริคโชว์ฟอร์มการยืนกลางได้เด่นมากๆอีกนัด ทั้งรุกและรับ และคอนโทรลจังหวะเกมได้ดีมาก ในขณะที่เฟล็ทเชอร์ ออกจะได้บอลน้อยไปหน่อย แต่หากสังเกตดีๆ นัดนี้ เขาจะออกไปทางปิดทองหลังพระมากกว่าครับ คือไล่บี้ ไล่ประกบติด และสกรีนจังหวะสวนของเคียฟให้ช้าลง เราจึงไม่ค่อยเห็นเขาเล่นกับบอลเท่าไหร่นัก

หลังจากที่เดียคาเต้โชว์ฟอร์มพระเอกมาได้ร่วมครึ่งชั่วโมง เขาก็พลาด เมื่อปิเก้โถมเข้ามาจากข้างหลัง แย่งเทคขึ้นไปโหม่งบอลตุงตาข่ายเป็นประตูแรกได้สำเร็จ ทั้งๆที่รูปเกมก่อนหน้านี้ จังหวะอันตรายของทั้งสองทีมมีแทบนับครั้งได้ ส่วนใหญ่จะออกไปทางต่อบอลกันขาดๆเกินๆทั้งสองทีมมากกว่า และหลังจากนั้น เมื่อบอลจากการเข้าปั๊มแย่งกันกลางสนาม ทะลักมาทางเตเวซ และได้ควบเข้าหากรอบโทษ เดียคาเต้นั้น เลือกเข้าประกบเตเวซในจังหวะที่เขาทำชิ่งหนึ่งสองเข้าไปหน้าประตู แต่ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้น เดียคาเต้กลับหยุดวิ่งซะเฉยๆ ปล่อยให้เตเวซหลุดเข้าไปยิงโล่งๆ เป็นประตูนำ สองศูนย์ ในช่วงท้ายครึ่งแรก อีกสองประตูที่เกิดขึ้นนั้น ก็มีผลจากเดียคาเต้อีกเช่นกันครับ เมื่อนานี่หลุดมาทางกราบขวา เปิดเข้ากลางประตู เดียคาเต้ที่ประกบรูนี่ย์อยู่ กลับถูกรูนี่ย์ปาดหน้าเข้าไปยิงซะเฉยๆอย่างนั้น และลูกสุดท้าย ก็เป็นเดียคาเต้ ที่ถูกโรนัลโด้โยกหลอกทางฝั่งซ้ายจนหลุดออกไปทางขวา แล้วได้โอกาสยิงเป็นลูกปิดท้ายเกม จบเกมนี้ เดียคาเต้คงนอนไม่หลับแน่ๆ เพราะนัดที่แล้ว กับอีกครึ่งชั่วโมงแรกของเกมนี้ เขายังเป็นพระเอกของทีมอยู่เลยครับ

ทีนี้ มาว่ากันถึงจุดที่น่าสังเกตของทั้งสองทีมกันนะครับ ด้านเคียฟเองนั้น หากลองพิจารณาการขึ้นเกม หรือการตั้งรับก็แล้วแต่ จะพบว่า เกมทางกราบซ้ายตลอดทั้งแนวของพวกเขา แทบไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย บอลที่มาจากฝั่งซ้ายของเคียฟ ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายเลยแม้แต่น้อย ซึ่งตรงนี้เอง ที่น่าจะทำให้ท่านเซอร์สังเกตเห็นตั้งแต่นัดแรก และกล้าๆส่งซิมป์สัน กับปิเก้ ลงมาพร้อมกัน และยืนในด้านเดียวกัน คือ ฟูลแบ๊กด้านขวา กับเซ็นเตอร์ทางฝั่งขวา ในขณะที่ทางฝั่งซ้าย ยังคงใช้งานเอวร่า กับวิดิชเหมือนเดิม และการเปลี่ยนตัวเอา อีแวนส์ลงมาในช่วงท้ายนั้น ก็มาแทนปิเก้อีกต่างหาก คือเหมือนกับว่าดูออกเลยครับ ว่าเกมทางกราบซ้ายของเคียฟคือจุดอ่อนจริงๆ แม้กระทั่งซิมป์สันเอง ก็ยังไม่เจอบททดสอบหินๆสักครั้ง สกัดวืดวาดไปสองจังหวะ แต่บอลก็ไม่ไปไหน แถมซิมป์สันยังได้โอกาสหลุดไปส่องประตูอีกต่างหาก

ซึ่งทางด้านลุชนี่เองก็คงทราบเช่นกัน แต่คงไม่สามารถทำอะไรกับทรัพยากรที่มีจำกัดได้มากนัก เมื่อตัวเองจัดทีมลงมาเน้นแพ็กไว้ก่อน ทั้งๆที่ก็เห็นอยู่ว่า แผงหลังของยูไนเต็ดทางซีกขวานั้น เป็นตัวสำรองทั้งคู่ ก็ยังไม่เน้นมาเจาะด้านนี้ และเมื่อเคียฟเสียไปสองประตู ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากส่งผู้เล่นแนวรุกลงมาเพิ่ม ทั้ง เรบรอฟ, รินคอน และบันกูร่า ลงมาเพื่อหวังจบสกอร์ให้เด็ดขาด และยิงประตูคืนให้ได้ แต่ก็อย่างที่ได้เห็นกัน คือ เกมรุกของเคียฟนั้น ขาดมิติทางซ้ายจริงๆครับ ทำให้ แมนยูเหมือนกับจะสามารถระวังแค่ด้านเดียวก็พอ แต่ในช่วงสุดท้าย เหมือนกับจะเริ่มมองเห็น เมื่อท้ายๆเกม ลุชนี่เริ่มให้แนวรุก ขยับมาทำเกมทางซ้ายเพิ่มมากขึ้น ทั้ง รินคอน และ บันกูร่า รวมทั้ง เรบรอฟ ซึ่งก็สามารถเพิ่มความปั่นป่วนให้แผงหลังเจ้าบ้านได้มากทีเดียว และคุสแซ็คเอง ก็ต้องออกแรงหลายครั้งเหมือนกัน ทั้งๆที่ในครึ่งแรก ตอนเป็นน้ายีราฟนั้น แกแทบไม่ได้เดินด้วยซ้ำ

และอีกข้อหนึ่งก็คือ นัดนี้ เหมือนกับว่า โรนัลโด้จะพยายามโชว์มากไปหรือเปล่า กับการฝืนลาก ฝืนลุย แทนที่จะเปิดง่ายๆ หลายต่อหลายครั้งที่บอลมาเสีย มาโดนแย่งจากเท้าของเขาเลยนะครับ และจากตรงนี้ ผมก็เห็นว่า นานี่เอง ก็พยายามฝืนหลายครั้งเหมือนกัน อาจจะเพราะเห็นโด้มันทำหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่บอกตรงๆว่า ผมขัดลูกตามากเลยกับนัดนี้ของเจ้าโด้ ยังดีที่สามารถเปิดบอลสวยๆได้หลายต่อหลายครั้ง อีกทั้งยังทำสกอร์ได้ด้วย เลยน่าจะรอดพ้นจากการถูกสื่อสับได้บ้างนะครับ เรียกได้ว่า มีความดีความชอบมาช่วยชีวิตก็ว่าได้

หากท่านผู้ชมการถ่ายทอดหลายๆท่าน ที่ได้ชมเกม ยูไนเต็ดยกพลไปเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และติดอกติดใจในรสชาตของความมันระดับห้าดาวในเกมนั้น เมื่อได้มาชมเกมเมื่อคืน อรรถรสคงตกลงไปเยอะทีเดียวครับ ผมเองก็ยอมรับว่าเป็นเช่นนั้น เกมของยูไนเต็ดเมื่อคืน ต่อบอลขาดๆเกินๆบ่อยมาก จังหวะให้แล้วไป ไม่เกิดขึ้นแบบทะลุทะลวงเหมือนเดิม คิลเลอร์พาส ก็หายไปจากเกม แต่อยากให้ทุกๆท่านลองสังเกตจุดหนึ่งนะครับ ที่นักเตะยูไนเต็ดได้แสดงให้เห็นเมื่อคืนนี้ นั่นก็คือ ความยืดหยุ่นในเกมที่มีมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ และเหมือนกับว่า ท่านเซอร์ได้ทำการบ้านสำเร็จลุล่วงไปแล้วสองข้อ นั่นก็คือ

1. ก็คือ การทำให้สามประสานแนวรุก เข้าอกเข้าใจกัน นัดนี้ ทำให้เราเห็นว่า ถึงแม้จังหวะจ่ายอันตรายๆจากกลางจะหายไป แต่การสอดประสานในแดนหน้า ยังคงมีอันตรายไม่ด้อยลงไปกว่าเดิม แสดงถึงความเข้าขากันที่เริ่มพัฒนาจนถึงระดับที่สามารถเล่นกันได้ ทั้งๆที่บอลจากกลางแทบไม่มีคิลเลอร์พาส นั่นคือ สามคน ทำเกมเอง ทำทางเอง หาที่ว่าง ช่วยกันเอง และหาจังหวะจบสกอร์ได้เองแล้ว
2. การยืดหยุ่นเกมของตัวเอง นัดนี้ ท่านเซอร์แสดงให้เห็นการพัฒนาของลูกทีมในแง่การยืดหยุ่นเกม ที่สังเกตได้จาก ครึ่งชั่วโมงแรกที่เคียฟตั้งรับลึก แล้วเราพยายามครองบอลเปิดเกมรุกเข้าใส่ แต่เจาะไม่เข้าสักที คล้ายๆเกมแรกๆของฤดูกาล แต่สิ่งที่ต่างกันคือ เมื่อรู้แล้วว่า เคียฟมาเน้นแพ็ก เราก็ผ่อนเกมลง พยายามเน้นการถ่ายบอลออกทางกว้างของสนาม ดึงผู้เล่นเคียฟขึ้นมาบุก และเปิดพื้นที่บริเวณสามสี่สิบหลาหน้าประตูเคียฟออกมาให้มากขึ้น สิ่งนี้แหละครับ ที่เราขาดไปในปีที่แล้ว รวมถึงเมื่อต้นฤดูกาลนี้ แต่ตอนนี้ เหมือนกับว่า เราทำได้แล้ว โดยการเปลี่ยนจากครองเกมรุกกดดันเข้าใส่ มาเป็นถ่ายบอลหาจังหวะ แล้วค่อยโหมเข้ากดดันเมื่อมีช่องว่างเป็นระยะๆ และยังเปลี่ยนเป็นตั้งรับรอสวนกลับ แต่ก็สามารถกลับมาตั้งเกมโหมกดดันได้อีกในบางช่วง ทำให้เห็นว่า มีความหลากหลายในการคอนโทรลเกมมากขึ้นแล้วครับ

จากการที่เราแก้ไขข้อบกพร่องได้สองข้อดังกล่าว ทำให้งานในสนามเราง่ายขึ้น นั่นก็คือ เราเหนื่อยน้อยลง ไม่ต้องตะบี้ตะบันบุกเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนก่อน แต่ก็สามารถยิงประตูได้เรื่อยๆ แต่สิ่งที่ยังแก้ไม่ตก ที่ผมเห็นเต็มๆตา ยังเหลืออีกสามข้อหลักๆด้วยกัน
1. การที่ตัวสำรองยังทดแทนตัวจริงได้ไม่ถึงระดับที่คาดหวัง คือไม่ใช่หมายถึงต้องได้ในระดับเดียวกันนะครับ แต่ตามหลักแล้ว ไม่ควรจะทำให้รูปเกมเสียหายไปมากนัก ระหว่างตัวจริงและสำรอง จะเห็นว่า อีแวนส์เอง ยังอ่านเกมได้ไม่ขาดเลย ช่วงท้ายเกม มีเสียวหลายต่อหลายลูก ยิ่งเมื่อเคียฟเริ่มมาเล่นทางซ้ายมากขึ้น จะยิ่งเห็นชัด อีกทั้ง นานี่ก็ยังคงสนับสนุนข้อคิดของคุณกระบี่เก้าสำเนียงครับ นั่นคือ ซ้ายไม่เวิร์ค เราจะเห็นว่า นานี่ในเกมนี้ เมื่อเล่นทางซ้าย จะหายไปเฉยๆ แต่พอมาเล่นทางขวา กลับทำได้ดี และเปิดเป็นหนึ่งแอสซิสต์ด้วย ปัญหาเรื่องตัวสำรองและการทดแทนนี้ ถือเป็นปัญหาหลักเลย ที่ต้องรีบแก้ไข ก่อนที่จะถึงคิวเตะหฤโหดช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ครับ
2. การป้องกันตัวจากแถวสองของคู่ต่อสู้ จุดนี้ทำให้เราโดนส่องเสียไปหลายลูกแล้วในปีนี้ แทบจะทั้งหมด เกิดจากการถูกเติมมายิง หรือสอดเข้ามาโหม่งจากแถวสองโดยไม่มีใครตามประกบ นัดนี้ เคียฟมีโอกาสส่องหน้ากรอบโทษสามสี่ครั้ง แบบโล่งๆ โชคยังดีที่ไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูได้นะครับ และหากจำได้ การที่เราแพ้ในลีกไปนัดหนึ่ง ก็มาจากลูกยิงไกลนี่แหละ ของโจวานนี่ ที่ทำให้แมนซิตี้เอาชนะเราไปได้
3. การเก็บบอลแถวสองหน้าประตูตัวเอง รวมกับการเคลียร์บอลเมื่อถูกกดดัน ข้อนี้ เกือบทำให้เสียประตูเมื่อคืนในช่วงท้ายๆเกม แต่ทำให้เสียไปสองประตูในเกมที่แล้วกับอาร์เซนอลนะครับ เราไม่สามารถเคลียร์บอลอันตรายได้ดีพอ บางครั้งติดประมาทด้วยซ้ำในการเคลียร์บอลหน้าปากประตู อีกทั้งไม่ค่อยมีตัวเก็บบอลแถวสองเท่าไหร่ ทำให้หลายครั้ง เคลียร์บอลมาไม่พ้น ต้องถูกกดดันบุกเข้าใส่อีก เกมที่แล้ว สองประตูที่อาร์เซนอลได้ ก็มาจากตรงนี้แหละครับ

ก็หวังว่า เราจะสามารถแก้ไขจุดบกพร่องหลักๆทั้งสามนี้ให้ได้โดยเร็วนะครับ การเสียประตู เราคงยอมรับได้ดีกว่า หากมันเกิดจากความยอดเยี่ยมในการต่อบอล ในการทำเกมรุกจนจบด้วยการยิงอย่างยอดเยี่ยมของคู่ต่อสู้ แต่ผมไม่อยากให้เรามานั่งเสียดายว่า ลูกนี้มันไม่น่าเสียเลย มันน่าจะเตะทิ้งมากกว่า หรือไม่ก็ ทำไมไม่ประกบให้ดีว้า ปล่อยให้เทคโล่งๆมาได้ยังไง อะไรแบบนี้ อย่าลืมนะครับ ว่า บอลในระดับนี้ จังหวะดังกล่าวแค่ครั้งเดียว ก็สามารถตัดสินแพ้ชนะเกมกันได้เลย ยิ่งมองดูปีที่แล้ว เซดอร์ฟยิงเราโล่งๆจากหน้ากรอบกี่ลูกเอ่ย จำกันได้ไหมครับ ไหนจะลูกยิงตีไข่แตกของโรม่าอีกล่ะ

จากการเล่นนัดนี้ ผมเลือกผู้เล่นเด่นๆออกมาได้ดังนี้
ยูไนเต็ด ผมยกให้เตเวซ ที่ทำเกมได้สุดยอดจริงๆ เหมือนจะเล่นเป็นกลางรุกซะด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ก็มี ปิเก้ ที่อ่านบอลได้ขาดในการเข้าสกัดหลายๆครั้ง และเปิดแผลของเคียฟได้สำเร็จ ทำให้เล่นกันง่ายขึ้น โรนัลโด้จริงๆก็ผลงานดีนะครับ แต่ผมว่านัดนี้ แกดูฝืนมากไปหลายจังหวะ ทำให้เกมเสียโดยไม่จำเป็น ในขณะที่รูนี่ย์เองก็ขยัน วิ่งพล่านตลอด และได้ประตูให้หายเหนื่อยด้วย สุดท้ายคือคุสแซ็ค ที่โชว์ฟอร์มหนึบได้ทุกครั้งที่ลงสนาม หากจำไม่ผิด รู้สึกว่าคุสแซ็คยังคลีนชีตอยู่เลยใช่ไหมครับในปีนี้ ไม่นับลีกคัพนะ

ส่วนเคียฟ ผมให้คอร์เรีย ที่พยายามทำเกมอย่างหนักตั้งแต่ครึ่งแรก เดียคาเต้ก็โชว์ฟอร์มได้ดี ยิ่งในครึ่งชั่วโมงแรก ถึงแม้จะมีส่วนกับทั้งสี่ประตู แต่หากไม่มีเดียคาเต้ ผมว่าเคียฟเสียมากกว่านี้ครับ นอกจากนี้ บรรดาแนวรุกที่ส่งลงมาช่วงหลังทั้ง เรบรอฟ, รินคอน และ บันกูร่า ต่างก็ทำผลงานได้ดีทุกคน แต่ที่สุดยอดกว่าใคร ผมยกนิ้วให้ ชอฟคอฟสกี้ครับ ไม่งั้นผมว่า เคียฟโดนไม่ต่ำกว่าหกเจ็ดลูกแน่ๆ

ผลจากชัยชนะนัดนี้ น่าจะทำให้เราสบายตัวขึ้นมาก สองสัปดาห์ข้างหน้า ในการต้อนรับอาคันตุกะจากโปรตุเกสที่จะมาเยือนเรา เราสามารถเลือกแผนการเล่นได้ตามใจชอบ และเลือกพักผู้เล่นได้ตามใจชอบเช่นกัน แต่ที่ผมคาดไว้ก็คือ การเล่นเคาน์เตอร์แอ็ทแท็คครับ ตอนนี้เรามี 12 แต้ม ในขณะที่ลิสบอนมี 4 หากลิสบอนจะเข้ารอบ ต้องมาชนะเราให้ได้สถานเดียว เพราะวันนั้น โรม่าจะออกไปเยือนยูเครน ซึ่งมีโอกาสได้แต้มสูง ลิสบอนจำต้องชนะเรา และชนะเคียฟในนัดสุดท้าย เพื่อคว้าหกแต้มเต็มเป็นสิบแต้ม และลุ้นให้โรม่าคว้าได้แค่แต้มเดียวจากเคียฟ และแต้มเดียวจากเรา เพื่อแซงโรม่าเข้ารอบ หากนัดหน้าโรม่าที่มี 7 แต้มตอนนี้คว้าสามแต้มจากยูเครนได้จะทำให้พวกเขามีสิบแต้มทันที และกลุ่มนี้ก็จบที่แมนยูกับโรม่าครับ เพราะเฮดทูเฮด โรม่าดีกว่าลิสบอน ดังนั้น ลิสบอนต้องมาเพื่อชนะเท่านั้น และลุ้นอย่างหนักให้โรม่าเก็บเพิ่มได้ไม่เกินสองแต้มจากสองนัดที่เหลือเท่านั้น ดังนั้น การเล่นเคาน์เตอร์ของเราในนัดหน้าน่าจะดีที่สุดครับ

พบกันใหม่ สัปดาห์หน้า สวัสดีครับ



Create Date : 08 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2550 10:13:36 น. 1 comments
Counter : 189 Pageviews.

 
เข้ามาเฉยๆ emo


โดย: i am tabo วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:27:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.