Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
25 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
20090525 วิพากษ์ HULL CITY vs MAN. UNITED

This is what we called “REDS SPIRIT”


สวัสดียามเช้าในวันที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับผลลัพธ์สุดท้ายที่ค่อนข้างเกินคาดไปไม่น้อย กับการร่วงหล่นลงสู่เวทีแชมเปี้ยนชิพของทีมใหญ่อย่างนิวคาสเซิล และมิดเดิลสโบรช์ ทิ้งที่ว่างสองที่เอาไว้ให้น้องใหม่อย่างฮัลล์ ซิตี้ และสโต๊ก ซิตี้ ได้ยืดอกสูดกลิ่นลีกสูงสุดเข้าปอดต่อไปอีกอย่างน้อยก็หนึ่งปี ในขณะที่ทัพลูกกรอกคะนองศึกของสโมสรเรา ก็แสดงให้ทุกๆคนในโลกให้เห็นแล้วว่า สปิริตไม่เคยจางหายไปจากสโมสรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นทีมชุดไหน หรือใครจะลงเตะก็ตาม ตราบใดที่อยู่ในสีเสื้อแดงแห่งกองกำลังปิศาจ ทีมสปิริตของเราจะเต็มร้อยเสมอ และคราวนี้ก็เราได้พิสูจน์สิ่งที่ว่าออกมาอีกครั้ง พร้อมกับตอกย้ำให้พวกที่มมาค่อนขอดสโมสรเรากลับไปว่า ถ้ามีเวลาว่างมากนัก ก็น่าจะเอาเวลาที่มี ไปศึกษาหาทางเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ได้ในนัดสุดท้ายดีกว่า ดีกว่าที่จะเอาเวลามานั่งตรวจสอบว่า ยูไนเต็ดจะส่งทีมไหนลงเตะ และจะเล่นเต็มที่ไหม หรือฮัลล์จะชนะได้ง่ายๆไหม ซึ่งสุดท้ายมันไม่ช่วยอะไรเลย เพราะพวกคุณทำตัวเองกันหมด...จริงไหมครับ

ทัพนักเตะอสูรชุดลูกกรอกคะนองศึกในนัดนี้ ผมไม่อยากบอกว่า ป๋าเป็นคนจัดทีมหรือปรับทัพอะไรเลย แต่อยากคอมเมนต์ไว้ว่า น่าจะเป็นการแสดงผลงานของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ซะมากกว่า ด้วยการที่ทัพนักเตะเกือบทั้งทีม มาจากทีมสำรองของเขานั่นเอง โดยที่ผู้รักษาประตูได้ โทมัส คุสแซ็ค ยืนเฝ้าเสาแทนที่ เบน ฟอสเตอร์ ที่ต้องพักไปผ่าตัดนิ้วมือ แผงกองหลังเลือกเอาเวสลี่ย์ บราวน์ มายืนเป็นเซ็นเตอร์คู่กับแกรี่ เนวิลล์ ซึ่งนับว่าหวาดเสียวหัวใจแฟนๆพอสมควร ส่วนฟูลแบ๊คทั้งสองฝั่งได้แก่ ราฟาเอล ดา ซิลวา ทางขวาและ ริทชี่ เดอ เลท ทางซ้าย มิดฟิลด์คู่กลางเลือกดาร์รอน กิ๊บสันและดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ มีนานี่ และลี มาร์ติน เลื้อยริมเส้น คู่หน้าใช้เฟเดริโก้ มาเคด้า จับคู่กับแดนนี่ เว็ลเบ็ค

ทางด้านฮัลล์ ซิตี้ ของฟิล บราวน์ ทีมขวัญใจมหาชนในช่วงสามสี่เดือนแรก ที่ช่วงนั้นก็น่าจะช่วยให้สภาพคล่องหลายๆคนสบายตัวขึ้นเยอะ ก็ส่งชุดใหญ่ที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ลงสนามมานัดนี้ เพื่อหวังลุ้นเก็บชัยชนะเป็นการการันตีที่ว่างในพรีเมียร์ลีก ซีซั่นหน้าต่อไป โดยยังเก็บไพ่ตายอย่าง ดาเนี่ยล กูแซ็ง และแบร์กนาร์ เมนดี้ ไว้ข้างสนามรอเป็นโจ๊กเกอร์อีกต่างหาก

รูปเกมที่เกิดขึ้นคงไม่ต้องสาธยายอะไรมากนัก ฮัลล์ ซิตี้ ที่ไม่เหลือเค้าโครงความอันตรายในช่วงออกตัวซีซั่นนี้ ก็ไม่สามารถที่จะครองบอลทำเกมได้เหนือกว่าเด็กๆของน้าลูกอมมากนัก กลับกลายเป็นเกมที่สูสีกันด้วยซ้ำไป รูปเกมสูสีกันในแง่การช่วงชิงความได้เปรียบตรงกลาง แต่โอกาสในการทำประตูที่หวาดเสียว กลับตกเป็นของเด็กๆลูกป๋าซะมากกว่า ฮัลล์ ซิตี้เองดูไม่มีไอเดียในการเจาะ และไร้จินตนาการในการทำเกมบุกให้หลากหลาย ตรงนี้เองที่ส่งผลโดยตรงให้ครึ่งฤดูกาลหลังของพวกเขากลายเป็นฝันร้าย ทีมอื่นๆเมื่อสามารถจับทางการเล่นได้แล้ว ก็สามารถปิดเกมรุกของฮัลล์ได้อยู่หมัด และฮัลล์ก็ไม่ได้มีทางเลือกอื่นมากนัก ทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เล่นเกมรุกได้ไม่ต่อเนื่อง สุดท้ายก็คือ โอกาสทำประตูแบบจะแจ้งก็เกิดขึ้นน้อยครั้งมากต่อหนึ่งเกม

ในขณะเดียวกัน เกมแต่ละเกมที่ผ่านไป จุดอ่อนของฮัลล์แต่ละจุดกลับค่อยๆถูกเปิดออกมามากขึ้นเรื่อยๆ กองหลังที่ยืนตำแหน่งกันหลวมและค่อนข้างมีปัญหากับการถูกเจาะทำชิ่งทะลุทะลวง ก็ถูกลงโทษได้ง่ายๆ โดยเฉพาะจากจังหวะสวนกลับของคู่ต่อสู้ เอาเป็นว่าแค่ดูจากเกมนี้ เราก็เห็นอย่างน้อยสี่ห้าครั้งแล้ว ที่มาเคด้า, เว็ลเบ็ค,นานี่ และมาร์ติน ได้โอกาสควบบอลจากหน้ากรอบโทษของตัวเอง ตะบึงเข้าไปจนถึงกรอบโทษของฮัลล์ หากเด็กๆพวกนี้ไม่เห็นแก่ตัวจนเกินไปนัก พูดกันแฟร์ๆเลยก็ได้ว่า ถ้าเป็นทีมใหญ่อื่นๆ จังหวะสี่ห้าครั้งดังกล่าว ควรจะได้อย่างน้อยก็อีกสองประตู และถ้าคนยิงคมจริงๆก็อาจทะลุถึงสี่ด้วยซ้ำไป นี่ครับ คือปัญหาของฮัลล์ ซิตี้ ที่มีจังหวะเกมรุกและเกมรับไม่ค่อยสมดุลกันนัก แต่ยังดีที่ประสบการณ์จากแชมเปี้ยนชิพ ยังช่วยให้พวกเขาจัดการลูกกลางอากาศได้ค่อนข้างเด็ดขาด ทำให้การโจมตีจากภาคอากาศของคู่ต่อสู้ ยังไม่น่าหวาดเสียวเท่าไหร่นัก

พูดถึงเกมกลางอากาศ ผมว่านัดนี้ฟิล บราวน์วางแผนมาไม่ถูกต้องนักนะครับ เกมลักษณะนี้ ต้องมาเจอกับเด็กๆยูไนเต็ดที่กำลังคึก และต้องการโชว์ผลงานให้เข้าตาป๋า จะได้เพิ่มโอกาสที่จะอัพเกรดตัวเองขึ้นมาได้บ้าง บราวน์กลับเลือกที่จะมาแลกกันด้วยบอลภาคพื้น โดยการใช้โจวานนี่, บาร์มบี้, บัวเต็ง, การ์เซีย และมาร์นี่ย์ เป็นตัวเดินเกมในแผงกลาง ให้เคร็ก เฟแกนเป็นหน้าเป้า แต่การลงมาเล่นแบบนี้กับเด็กๆที่สด คึก และมุ่งมั่นกระหายที่จะแสดงฝีมือนั้น ผมว่าฮัลล์ เดินมาผิดทางแล้ว เกมเพรสซิ่งที่ฮัลล์นำมาใช้ตั้งแต่แรก ก็ถูกกองกลางของยูไนเต็ดเพรสซิ่งคืนทุกจังหวะเช่นกัน กิ๊บสันและเฟล็ทเชอร์ คือฟันเฟืองสำคัญในการไล่ปิดทางขึ้นบอลและกดดันในจังหวะเข้าหากรอบของนักเตะฮัลล์ ซึ่งจะมีแผงหลังอีกสี่คนตั้งกำแพงขวางไว้อีกชั้น แค่นั้นหน้าเป้าอย่างเฟแกนก็ทำอะไรไม่ถนัดแล้ว ยิ่งการเปลี่ยนตัวที่เอาตัวเจ๋งๆลงมา เพื่อบุกกดดันทางอากาศเพิ่ม แต่กลับกดดันแกรี่และบราวน์ที่ลงเล่นแค่ไม่กี่นัดในปีนี้ไม่ได้ ตรงนี้ยิ่งน่าผิดหวังมากมายครับ

อีกประการหนึ่ง การที่น้าโอเล่ เป็นโค้ชทีมสำรองนั้น ประการหนึ่งก็ต้องเข้าใจก่อนว่า เจ้าตัวมีสไตล์การเล่นอย่างไร ก็มักจะถูกส่งผ่านมายังลูกศิษย์ในลักษณะนั้นๆด้วย การที่โซลชาร์เป็นนักเตะทีมีไหวพริบสูง คล่องตัวและอ่านทางบอลได้ขาด รวมทั้งมักจะยืนต่ำอยู่นอกกรอบหรือถ่างออกไปทางริมเส้นเพื่อหาช่องว่าง นั่นคือความถนัดของเจ้าตัว และเราสังเกตได้ไม่ยากว่า มาเคด้ากับเว็ลเบ็คก็เล่นได้ในสไตล์นั้นเลย เมื่อบวกกับความขยันของทั้งคู่และของนานี่กับลี มาร์ตินเข้าไปอีก ยิ่งทำให้กองกลางของฮัลล์มีปัญหาในการต่อบอลมากทีเดียว เมื่อทั้งสี่คน ต่างมีส่วนร่วมกับการลงมาไล่บดบี้เพรสซิ่งแย่งบอลทุกๆจังหวะในเกม

สไตล์การหาตำแหน่งและที่ว่างเพื่อรับบอลก่อนจะหาจังหวะจบ มาเคด้าและเว็ลเบ็คก็ได้รับวิทยายุทธมาจากโอเล่เต็มๆ ทั้งสองคนต่างรู้ใจกันดีกับมาร์ตินและนานี่ ตัวรุกริมเส้นอีกสองคน ทำให้ทั้งสี่คนไม่มีตำแหน่งการยืนที่ตายตัว แต่กลับหมุนตำแหน่งกันตามชอบใจในเกมรุก เดี๋ยวเว็ลเบ็คซ้าย กิโก้กลาง เดี๋ยวมาร์ตินลุยขึ้นมากลาง นานี่โยกไปซ้าย มาเคด้าเลื้อยมาขวา การถ่างตัวเองไปเริ่มจากริมเส้น สามารถเปิดทางให้ตัวเองมีพื้นที่มากขึ้น และช่วยให้มิดฟิลด์สอดเข้ามาในพื้นที่ว่างตรงกลางได้ดีขึ้น อีกทั้งเว็ลเบ็คและมาเคด้าต่างมีทักษะความสามารถที่สูงพอตัว สามารถเลือกที่จะพริ้วไปเองหรือเล่นชิ่งหนึ่งสองทะลุเขาไปในกรอบก็ได้ ทำให้ยากที่จะจัดการแบบตายตัวกับทั้งคู่ เพียงแต่แนวรุกของเรายังขาดความแม่นยำในการให้บอลเร็วอยู่พอสมควร ทำให้เสีบอลกันง่ายแต่ไลน์การวิ่ง และการทำทางดูดีมีอนาคตทีเดียวครับ

จากเกมนี้ จะเห็นได้ว่า พวกนักเตะลูกกรอกที่พาเหรดกันลงมาในสนามในเกมนี้ ยังขาดอยู่ก็คือ ความเก๋าประสบการณ์ มาร์ตินและเดอ เลท ยังมีจังหวะที่เลี้ยงไปเข้าเหลี่ยมคู่ต่อสู้ หรือล็อกแล้วตัวเองเสียเปรียบอยู่พอสมควร ตรงนี้จะบอกว่าเจ้าตัวอ่อนฝีเท้าก็ไม่ถูกนัก ต้องบอกว่าคู่ต่อสู้เก๋ากว่าและอ่านทางบอลได้ดีกว่า รวมทั้งคาดการณ์จังหวะของเด็กๆได้ถูกต้อง นั่นจึงจะเป็นการกล่าวอ้างที่มีน้ำหนักมากกว่า แต่ผมชื่นชอบเดอ เลทนะครับ หากราฟาเอลและฟาบิโอ จะเป็นแบ๊คบุกแหลกสไตล์แซมบ้าประเภทไมค่อนหรือคาร์ลอสแล้ว ริทชี่ เดอ เลท ก็น่าจะเป็นฟูลแบ๊คประเภทที่ไม่หวือหวา แต่มั่นคง เน้นเกมรับมากกว่ารุก แต่การเติมเกมก็ค่อนข้างเนียนตา จังหวะสกัดแม่นยำเด็ดขาด หากจะเปรียบเปรยก็น่าจะเป็นสไตล์เออร์วินหรือมัลดินี่มากกว่า คือรับให้มั่นคงก่อน เรื่องเติมก็ตามจังหวะ แต่เมื่อเติมแล้วก็ทำได้ดี

เกมนี้จะเห็นว่า ดาร์รอน กิ๊บสัน เล่นได้มั่นอกมั่นใจขึ้น ลูกยิงประตูนั้นก็เป็นเครื่องหมายประจำตัวของเขา การยิงเข้าข้อจากระยะสามสิบสี่สิบหลา กิ๊บสันทำได้จนเป็นปกติในทีมชุดที่เขาเล่น รวมถึงสไตล์การเล่นที่มั่นคง หนักแน่นและแข็งแกร่ง ร่างกายที่หนาและบึกบึนจึงทำให้ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของรอย คีนอย่างช่วยไม่ได้ และด้วยอายุเพิ่ง 21 ก็น่าจับตามองว่า เขาจะก้าวไปได้ถึงขนาดไหน เมื่อกิ๊กส์ และสโคลส์ ก็เริ่มที่จะต้องเฝดตัวเองออกไปมากขึ้น เพียงแต่ต้องตามข่าวกันหน่อยครับ เพราะว่าสัญญาของกิ๊บสันจะหมดลงในสิ้นซีซั่นนี้ และยังไม่มีการต่อสัญญาเกิดขึ้น หวังว่าประตูที่ยิงได้เกมนี้ จะเป็นตัวจุดประกายให้สโมสรได้ต่อสัญญากับเขาเสียที

ที่น่าผิดหวังหน่อยก็คงจะเป็น หลุยส์ นานี่ ที่อายุจะเข้า 23 อยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถปรับตัวกับทีมเมตได้ดีนัก ถึงแม้จะพยายามมีส่วนร่วมกับเกมอยู่ตลอดเวลา แต่ก็เหมือนอย่างที่ผมเคยตั้งข้อสังเกตไว้ คือทักษะของเขามีหลายด้านเกินไป เช่นเลี้ยงได้รวดเร็ว คล่องแคล่ว ยิงไกลได้ดีทั้งสองเท้า ลูกล่อลูกชนก็มากมาย อีกทั้งยังเปิดบอลจากกราบได้น่ากลัว เมื่อมันมีทางเลือกเยอะ มันก็ลำบากใจล่ะครับ เวลาได้บอลแล้วมีพื้นที่เนี่ย คือมันต้องคิด ต้องตัดสินใจ กับคนอื่นทางเลือกอาจจะมีหนึ่งหรือสอง แต่กับนานี่ เฮียแกทางเลือกเยอะ จะหลอกล่อดี, หรือจะเลี้ยงแหวกเข้าไป, มีเพื่อนทำชิ่งมั้ยนะ หรือจะเปิดเข้าในกรอบดี และยิ่งคิดมากก็ยิ่งลำบากครับ สุดท้ายก็โดนบีบเสียบอล จากการตัดสินใจช้านั่นเอง และนั่นคือสิ่งที่นานี่กำลังเผชิญอยู่ การจะช่วยให้นานี่ตัดสินใจได้ดีและถูกต้อง มีทางเดียวคือต้องให้ลงบ่อยๆ เพื่อให้เจ้าตัวได้เรียนรู้การตัดสินใจตรงนี้ แต่กับท่านเซอร์แล้ว โอกาสแบบนั้น จะมาถึงนานี่อย่างที่โรนัลโด้เคยได้รับไหม...ต้องถามป๋าครับ

หมดหรือยัง...ยังนี่นา ต่อกันที่ราฟาเอล นัดนี้แสดงให้เห็นเลยครับ ว่าราฟาเอลยังมีปัญหาเรื่องการยืนตำแหน่งในตอนทีทีมเสียบอลจากรุกมาเป็นรับ ราฟาเอลจะหุบเข้าในมากเกินไปอยู่ตลอด ทำให้พื้นที่ทางด้านขวาโล่งเป็นสนามฮ็อกกี้เลย แต่ดีที่เจ้าตัวมีความเร็วเป็นทุน ทำให้กลับมาปิดทางเจาะเข้ากรอบของคู่ต่อสู้ได้ทัน แต่ก็น่าเป็นห่วงว่าถ้าเจอกับพวกที่เร็วและคล่องมากๆ การหลุดตำแหน่งแบบนี้ ย่อมไม่ทำให้ป๋าปลื้มแน่ๆครับ ตรงนี้ถึงทำให้เจ้าตัวยังเป็นรองโอเชีย ในแง่ของความมั่นคงในเกมรับ ลองคิดสิครับ หากหลุดแบบนี้ แล้วตรงนั้นมีอองรี กับอีเนียสต้า อันนี้งานเข้ากระจายแน่ๆ มาดูทางด้านเอ็คเคอร์สลี่ย์ที่ถูกเปลี่ยนลงมาแทนราฟาเอลที่เจ็บข้อเท้า เอ็คเคอร์สลี่ย์มายืนขวาก่อน และทำผลงานได้ค่อนข้างพอตัวเทียบกับอายุอานาม แต่เมื่อพอสเซบอนลงมาแทนเดอ เลท เอ็คเคอร์สลี่ย์ก็ต้องโยกมายืนซ้าย ถอยเฟล็ทเชอร์มายืนแบ๊คขวา แล้วให้พอสเซบอนทำเกมตรงกลางกับกิ๊บสัน

เวลามีไม่มากนัก ที่จะให้พอสเซบอนได้แสดงอะไรออกมา ยิ่งโทซิช ที่ถูกส่งลงมาแทนเว็ลเบ็ค ยิ่งแล้วใหญ่ ยังไม่ได้เห็นอะไรนอกจากจังหวะลากเลื้อยตัดจากขวาเข้ากลางที่พอเห็นแววเช่นกัน อนาคตของชุดนี้ หากยังฝ่าฟันอยู่ร่วมกันต่อไปได้นะครับ ผมมองไปที่ พอสเซบอนกับกิ๊บสัน ที่น่าจะเป็นส่วนประกอบที่ลงตัวมากๆ ในเกมตรงกลาง คนหนึ่งรุกด้วยลีลาและไหวพริบสไตล์แซมบ้า อีกคนหนึ่งรับแบบดุดัน หนักแน่นสไตล์ไอริช และนอกจากนั้น เรายังมีแอนนี่ที่ขึ้นชุดใหญ่ไปก่อนหน้านี้ กับลายิช ที่รอคอยการเข้ามาร่วมทีมในซีซั่นหน้าอีกคน จึงน่าจับตามองนักเตะมิดฟิลด์ชุดนี้ ว่าจะก้าวไปได้ไกลแค่ไหน ยิ่งหากติดตามข่าวกันจริงๆจังๆจะพบว่า เราไม่ใคร่ได้มีข่าวกับนักเตะมิดฟิลด์ระดับที่ซื้อมาเพื่อใช้มาเป็นปีๆแล้ว ล่าสุดที่ซื้อก็คือแอนนี่และฮาร์กรีฟส์นั่นแหละที่เอามาแล้วได้ใช้ นอกนั้นก็เป็นการสอยเด็กเข้าแคมป์มากกว่า

ส่วนแผงหลัง คงไม่มีปัญหาอะไร เอแวนส์, ราฟาเอล, ฟาบิโอ พวกนี้น่าจะสอดแทรกขึ้นมาได้ค่อนข้างแน่ ไหนจะยังมีพวกที่ส่งไปยืมตัวที่อื่นอีกเช่น ซิมป์สัน, แค็ธคาร์ท น้องของอีแวนส์เองก็ยังอยู่อีกคนด้วยซ้ำไป เดอ เลท และเอ็คเคอร์สลี่ย์ก็เล่นได้ดี ส่วนพวกริมเส้น ตอนนี้นอกจากนานี่, โทซิช, ลี มาร์ตินแล้ว โรนัลโด้เองก็ยังมีอายุการใช้งานอีกยาวนาน และยิ่งแท็คติคช่วงหลังๆที่จับเอารูนี่ย์มายืนริมเส้นด้วย ก็ยิ่งเกิดการแข่งขันสูงมากขึ้นไปอีกในการแย่งชิงที่ว่างริมเส้นแต่ละเกม ส่วนทางกองหน้านี่ไม่ต้องคิดมาก แคมป์เบลล์และมานูโช่ ถูกส่งไปยืมตัว เรายังจะมีมาเคด้า และเว็ลเบ็ครอเสียบตำแหน่งอยู่อีกสองคน ตรงนี้คือสิ่งที่น่าติดตามว่าอนาคตผู้เล่นของแมนฯยูไนเต็ดจะเป็นอย่างไรในอีกห้าปีข้างหน้า

แต่อย่างน้อย สิ่งหนึ่งที่ป๋าวางเอาไว้ให้สโมสร ก็คือการสร้างระบบบู๊ทรูมขึ้นมา ตอนนี้ แม็คแคลร์คุมอะคาเดมี่ โซลชาร์คุมทีมสำรอง ฟีแลนเป็นผู้ช่วยป๋า ตรงนี้ครับคือการวางรากฐานเพื่อต่อยอดให้กุนซือคนใหม่ได้มีทรัพยากรใช้อย่างต่อเนื่อง และเป็นการปูพื้นฐานสโมสรให้แน่นหนามั่นคงยิ่งขึ้นไปอีก อย่างน้อย สโมสรก็ต้องไว้วางใจในตัวสต๊าฟฟ์เหล่านี้ และโค้ชที่จะมาแทนป๋า ก็คงต้องผ่านการคัดเลือกอย่างดี เพื่อให้แน่ใจว่า จะสานต่อวัฒนธรรมองค์กรที่ป๋าเริ่มไว้ ไม่ใช่มารื้อให้เสียหายไป ส่วนตัวผม ผมมองว่าการที่ป๋าเน้นไปที่ระบบเยาวชนในช่วงหลัง และซื้อนักเตะดาราเพียงเพื่อเอามาใช้งานเท่าที่จำเป็น มันส่งผลอย่างดีในหลายๆแง่เลยทีเดียว แง่มุมแรกที่เห็นชัดเจนก็คือ เป็นการเติมเต็มช่องว่างของทีมชุดใหญ่ให้เก๋าพอจะขับเคี่ยวกับคู่ต่อสู้ได้ยาวๆ

ในอีกแง่มุมก็คือ มันยังเหลือที่ว่างให้เด็กๆได้ทะลุขึ้นมาหากมีฝีเท้าสูงส่งพอ ซึ่งการแข่งขันที่สูงทั้งในทีมเยาวชน, ทีมสำรอง และทีมตัวจริง ก็จะทำให้เราสามารถเชื่อได้ว่า เราจะมีผู้เล่นที่เก่งจริงเท่านั้นจึงจะขึ้นชั้นมาได้ ส่วนแง่มุมที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ก็คือ การดันเอาเด็กขึ้นชั้นมาอย่างต่อเนื่องนี้ จะเพิ่มความมั่นใจให้เด็กว่ายังไงเสีย โอกาสน่ะมีแน่ๆ และยังเป็นการคงแพสชั่นในความเป็นยูไนเต็ดเอาไว้กับทีมอย่างเหนียวแน่น การที่ดันเด็กสร้างขึ้นมาได้เรื่อยๆ ก็เท่ากับเราได้คนที่ซึมซับความเป็นเร้ด อาร์มี่อย่างเต็มตัวลงมาเล่นในสนามนั่นเอง และแพสชั่นตรงนั้น จะช่วยเป็นแรงขับดันให้นักเตะในสนาม เล่นด้วยความมุ่งมั่น และแน่วแน่ กระหายในชัยชนะเต็มเปี่ยม ก็เพราะส่วนใหญ่ ถูกเพาะบ่มและซึมซับในความเป็นยูไนเต็ดมาตั้งแต่แรกไงครับ

ส่วนว่าที่กุนซือคนใหม่ต่อจากป๋า ตอนนั้น ที่ผมเคยเกริ่นๆเอาไว้ว่าอาจจะเป็นโซลชาร์ มาตอนนี้ ความคิดผมยังไม่เปลี่ยนไป และเริ่มรู้สึกว่าจะมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆซะด้วย การที่ป๋ายังรีรออยู่ ก็คงเพราะต้องการบ่มเพราะฝีมือโซลชาร์ให้ถึงแก่นมากกว่านี้ ไหวพริบและการอ่านเกม การแก้เกมของโอเล่นั้น ป๋ารู้มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเตะ ป๋าเองเคยให้สัมภาษณ์ชื่นชมโซลชาร์บ่อยๆ ว่ามีสายตาในการอ่านเกมและวิเคราะห์เกมที่เฉียบคม จึงมักจะลงไปยิงประตูช่วงท้ายได้บ่อยๆ “โซลชาร์มักจะนั่งมองเกมอยู่อย่างเงียบๆ เขาบอกว่าเพื่อวิเคราะห์หาจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ เพื่อเวลาที่เขาต้องลงไปเป็นตัวสำรอง เขาจะได้เจาะที่จุดอ่อนนั้น” มาถึงตรงนี้ก็คงไม่แปลกใจแล้วใช่ไหมครับ ที่ช่วงนั้นทำไมเขาจึงเป็นตัวสำรองที่ดีที่สุดในโลก และวันนี้ ทำไมป๋าจึงวางใจให้เขาก้าวมาเป็นโค้ชทีมสำรอง ที่ต้องดูแลนักเตะที่จะส่งมอบต่อให้ป๋า โซลชาร์ก้าวกระโดมาได้ไกลแล้ว เพียงแต่ว่า เวลาจริงๆของโซลชา จะมาถึงเร็ว คือต่อจากท่านเซอร์ทันทีเลย หรือว่าจะมาถึงช้าหน่อย คือมีคนมาขัดตาทัพไปก่อนระยะหนึ่ง ตรงนั้นก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป

แต่ที่สำคัญที่สุด เรามาลุ้นเกมที่โรมกันก่อนนะครับ และเราจะลุ้นเพื่อเป็นแชมป์ครับ

มาร่วมลุ้นด้วยกันนะครับ

สงบใจ






Create Date : 25 พฤษภาคม 2552
Last Update : 25 พฤษภาคม 2552 10:33:22 น. 1 comments
Counter : 248 Pageviews.

 
เสียดายวันนี้เราไม่ได้อีกถ้วย

แต่ก็ยอมรับ เพราะเค้าดีกว่าจริง ๆ


โดย: เมษ์ (Jamekung ) วันที่: 28 พฤษภาคม 2552 เวลา:4:55:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.