Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
10 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
---ของเก่า 19 สิงหาคม 2550--- Man City VS Man UTD หลังเกม

เฮ้อ...... ขอถอนหายใจยาวๆสักครั้ง ก่อนเริ่มวิพากษ์ และคิดว่าหลายๆท่านก็คงเป็นเช่นเดียวกัน รูปเกม เป็นเหมือนที่ผมได้วิพากษ์ก่อนเกมไปแล้ว และอยากเตือนบรรดาแฟนๆผีทั้งหลายไว้ตรงนี้เลยว่า รูปเกมนัดต่อๆๆๆๆไป ก็จะยังคงเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆนะครับ

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ก็เพราะทุกๆทีมเห็นกันหมดแล้วว่า วิธีรับมือแมนยูไนเต็ดที่ยังไม่สามารถจูนเกมรุกได้เข้าขากันนั้น ทำกันอย่างไร สเวนเลือกใช้แท็คติคเดียวกับเรดดิ้งไม่มีผิดเพี้ยน ด้วยการยืนแพ็คเกมในแดนกลางกับหลังถึงแปดเก้าคน ทิ้งหน้าไว้คนสองคนเท่านั้น และจะเติมเกมรุกก็ต่อเมื่อทีมสามารถครองบอลได้จริงๆเท่านั้น

แท็คติคดังกล่าว ทำให้แมนยูไนเต็ด ที่ยังเดินเกมรุกต่อบอลขาดๆเกินๆ ทำอะไรได้ไม่ถนัดและไม่จะแจ้งนัก ซึ่งจะยังประโยชน์ให้ลูกทีมของสเวนเล่นกันได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกดดันเกมโดยรวมของตัวเอง เมื่อยังไม่สามารถผลิตสกอร์ได้อีกต่างหาก ทำให้ยิ่งเล่นยิ่งลนลาน วันนี้ สิ่งหนึ่งที่ยอมรับว่าสเวนวางเกมให้ซิตี้ดีมากในซีซั่นนี้ก็คือ การขยับไมกาห์ ริชาร์ดส มายืนเป็นเซ็นเตอร์ ซึ่งเขาทำผลงานได้ดีมาก ผมเองขอยกให้เขาเป็นแมนออฟเดอะแมทช์เลยครับ ริชาร์ดส สกัดบอลอันตรายๆได้หลายต่อหลายลูก และยังมีสปีดต้นที่จัดกว่าเตเวซเสียอีก เมื่อรวมกับร่างกายที่แข็งแกร่ง ทำให้เตเวซแพ้การดวลหนึ่งต่อหนึ่งทุกครั้ง

มาถึงเรื่องของแมนยูกันนะครับ นัดนี้ ป๋ามาพร้อมแท็คติค 4-4-1-1 โดยการใช้โกล์และแผงหลังเดิมๆ ในขณะที่แผงกลางมีสโคลส์, คาร์ริค ฮาร์กรีฟส์ และนานี่ ส่วนหน้าเป้าใช้เตเวซ มีกิ๊กส์เป็นหน้าต่ำ ซึ่งก็เป็นแผนที่ผมเคยวิเคราะห์ไว้แล้วเช่นกันนะครับ แสดงว่าป๋าน่าจะได้อ่านวิพากษ์ของผมนะเนี่ย แหะๆ

สิ่งที่เราได้เห็นจากเกมเมื่อคืนมีอะไรบ้าง นั่นก็คือ การต่อบอลสวยๆ และการวิ่งทำทางสวยๆ ในแดนกลางก่อนถึงกรอบโทษแมนซิตี้ ย้ำ ก่อนถึงกรอบโทษแมนซิตี้ และก็เช่นเดียวกับสองเกมก่อนหน้านี้ เมื่อคู่ต่อสู้ไม่เปิดพื้นที่ในกรอบเขตโทษให้เราเล่น ก็มีทางเดียวครับ นั่นคือ ต้องอาศัยทีมเวิร์ค และความสามารถ รวมทั้งความเข้าใจ ในการเจาะทะลุ และดึงตัวประกบออกมา มีการวิ่งฉีกตัวประกบหรือสอดขึ้นเติมเกมจากแถวสองเข้ามาช่วย ซึ่งเราทำได้ดีในจุดนี้ เพียงแต่สิ่งที่ยังขาดไป ก็คือความแม่นยำ และความเข้าใจกันครับ ทำให้หลายครั้งมาก ที่ทำทางกันมาดี หลุดเข้าไปได้ดี แต่ไม่ได้บอล หรือจ่ายผิดช่อง อีกทั้งยังมีริชาร์ดส ที่ยืนตำแหน่งได้เด่นสุดๆขวางทางอยู่อีก ทำให้การเข้าทำของเรา ก็ยังคงหวังผลในจังหวะสุดท้ายได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นนะครับ

แผงกลางของเรา ทำหน้าที่ได้เด่นมากแล้วในนัดนี้ ผมไม่สามารถที่จะหาจุดอะไรมาติติงได้ หากจะมี ก็มีเพียงแค่การยิงแถวสองน้อยไปหน่อย แต่ก็นั่นแหละครับ การที่ซิตี้แพ็คเกมหน้ากรอบแน่นหนา ทำให้เราหาโอกาสส่องจากแถวสองได้ยากอยู่แล้วครับ ฮาร์กรีฟส์ น่าจะเป็นแมนออฟแมนยูได้ในนัดนี้ เนื่องจากทำผลงาน ไล่ตัดเกมคู่ต่อสู้ อีกทั้งยังครองบอลหนีการไล่ล่าของแดนกลางเจ้าถิ่นได้ดีมากอีกด้วย หากนี่คือฟอร์มการเล่นของเขาที่ยังไม่เต็มร้อย ผมก็คาดหมายไว้ได้เลยว่า เขาจะเป็นแกนหลักของทีมได้แน่นอนครับ ส่วนสโคลส์ ขยับขึ้นมาโดดเด่นในเกมรุกอีกครั้ง จากการที่มีฮาร์กรีฟส์คอยสกรีนบอลอยู่ข้างหลังให้ อีกทั้งมีคาร์ริค คอยช่วยเชื่อมเกม และเป็นตัวสอดประสานในแดนกลางอย่างกลมกลืน ทำให้สโคลส์ สามารถบงการเกมรุกได้อย่างโดดเด่นเหมือนสมัยก่อนครับ





อีกอย่าง ทำไมฮาร์กรีฟส์ถึงทำผลงานได้ดี ทั้งๆที่เป็นนักเตะใหม่เหมือนกัน ผมไม่อยากใช้เหตุผลเรื่องเขาเป็นคนอังกฤษมาอ้าง แต่อยากให้ดูถึงตำแหน่งของฮาร์กรีฟส์ ที่ไม่ได้เป็นแกนในการบุก ทำให้เรื่องทีมเวิร์คในการเข้าทำ ไม่ใช่จุดที่เขาต้องประสบ แต่เขายืนในพื้นที่ที่ออกไปในแนวทางการตั้งรับ การเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ตัวตัดเกม เขาทำผลงานตรงนี้ครับ ทำได้ดีเสียด้วย และการที่เขาไม่ได้รับภาระในเกมรุก ทำให้เขาไม่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับการประสานทีมเวิร์คในเกมรุก จึงดูเหมือนว่า เขาปรับตัวกับทีมได้ ทั้งๆที่ในความเป็นจริง เขาไม่ได้ต้องปรับตัวต่างหากครับ แค่อ่านเกม อ่านจังหวะ ตัดเกม แล้วจ่ายบอลให้เพื่อน ดูเหมือนง่าย แต่การไปอยู่ถูกที่ ถูกเวลา เพื่อตัดเกมนั่นแหละ คือสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้ครับ


เมื่อแดนกลางเราครองเกมได้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถหาจังหวะจบที่เด็ดขาดได้มากนัก ยิ่งทำให้เกมอดทนของเจ้าบ้านมีกำลังใจมากขึ้น และยิ่งเล่นยิ่งดีขึ้น นานี่ ยังคงเกร็งๆเหมือนเดิมครับ ไม่เหมือนการเล่นให้ต้นสังกัดเก่า ที่ดูจะกล้าเล่น กล้าลุย และกล้ายิงมากกว่านี้ ส่วนเตเวซ ดูก็รู้ครับ ว่าแบกความกดดันมหาศาลว่าเป็นความหวังเดียวของทีมเอาไว้ ทำให้เตเวซออกอาการหน้าเสียทุกครั้งที่ทำสกอร์ไม่ได้ น่าเห็นใจเขามาก ที่ต้องถูกจับลงน้ำทั้งๆที่ยังไม่เข้าขากับเพื่อร่วมทีมนะครับ บอลจังหวะของเตเวซนั้น เพื่อนร่วมทีมยังตามไม่ทันอยู่ครึ่งก้าว สังเกตจากการทำชิ่งกับเตเวซ ที่มักจะจบด้วยการจ่ายเสีย แต่การจ่ายเสียหลายๆครั้งนั้น จะเป็นเราเสียอีกที่ต้องร้องเสียดายเพราะไม่มีใครเข้ามารับบอลที่ออกจากเท้าเตเวซ จะเห็นว่าลูกที่สโคลส์ยิงในเกมก่อน ก็เตเวซนี่แหละที่จ่ายให้ อีกทั้งลูกส้น ลูกไขว้ ลูกชิ่งของเตเวซ อันตรายแทบทุกลูกหากเพื่อนๆเข้าใจและเข้ามารับบอลได้


เซนส์บอลอย่างเตเวซนี้ หากจะต้องเล่นเป็นตัวจริงร่วมกับเพื่อนร่วมทีมไปอีกค่อนข้างนานเช่นนี้ ผมอยากให้ปรับเอาสโคลส์ ไปยืนเป็นหน้าต่ำเต็มตัวดีกว่า อย่างไรเสีย สโคลส์ก็เป็นกองหน้าอาชีพมาก่อน และเซนส์บอลเกมรุก ยังไงสโคลส์ก็ดีกว่ากิ๊กส์ค่อนข้างแน่ อีกทั้งยังเล็กและคล่อง แต่แข็งแกร่งกว่ากิ๊กส์ เมื่ออยู่ในกรอบโทษ ซึ่งจะส่งผลให้กดดันแผงหลังได้ดีกว่านี้ครับ


ส่วนเกมแดนกลาง การให้เอวร่าเติมเกมรุกมาเป็นปีก ร่วมกับบราวน์ในเกมที่แผงหลังคู่ต่อสู้แพ็คกันแน่นๆเช่นนี้ ผมว่าไม่ค่อยจะเป็นประโยชน์กับสไตล์ปัจจุบันของทีมเท่าไหร่นัก อย่าลืมว่า ทั้งคู่ อย่างไรเสียก็เป็นกองหลัง ที่เซนส์บอลเกมรุกไม่สามารถจูนกับแผงเกมรุกเราได้ หลายครั้งที่เอวร่ากับบราวน์จ่ายบอลผิดจังหวะตลอด และทำให้การขึ้นบอลต้องติดขัดไปหลายครั้ง หากจะเล่นครองบอลกันเต็มที่อย่างนี้ มีทางเลือกเดียวครับ คือต้องจบบอลด้วยการยิงให้ได้ในการขึ้นเกมทุกครั้ง ไม่งั้น หลังต้องเติม แบ๊คต้องเติมขึ้นมาช่วยอย่างที่เห็น และสุดท้ายจังหวะเข้าทำก็เสีย เพราะรูปแบบการเข้าทำของเรา ไม่ใช่สไตล์เข้าฮอส เมื่อต้องใช้แบ๊คเติมริมเส้นขึ้นมา แทนที่จะจบด้วยการเปิดเข้ากรอบ แต่รูปแบบของเราบังคับให้แบ๊คต้องเจาะทำชิ่งเข้ามาอีก เช่น เอวร่า กับกิ๊กส์ ทางซ้าย หรือ บราวน์กับคาร์ริคทางขวา ซึ่งสุดท้ายแล้ว การทำชิ่งให้บอลดังกล่าว เอวร่ากับบราวน์ ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะครับ


กิ๊กส์ ผมเองเคยเขียนถึงมาหลายครั้งแล้ว ว่าไม่เหมาะจะยืนหน้าต่ำ อย่างน้อยก็ในสไตล์ของทีมเราตอนนี้ครับ เมื่อก่อนอาจจะดูเหมาะ เพราะการเล่นในรูปแบบที่มีพื้นที่เปิดให้นั้น มันเข้าทางกิ๊กส์ เขาสามารถลากเลื้อย และทำชิ่งกับเพื่อนๆเข้าทำได้ง่าย แต่ตอนนี้ เมื่อพื้นที่ไม่มีให้เล่น กิ๊กส์จะหมดพิษสงไปกว่าครึ่ง เพราะนักเตะอย่างกิ๊กส์ ต้องมีพื้นที่ครับ และที่สำคัญ กิ๊กส์เป็นปีกอาชีพ ซึ่งการเล่นปีกนั้น ใช้พื้นที่ ความพริ้ว และการวิ่งเป็นหลักครับ ไม่เหมือนสโคลส์ ที่เป็นกองหน้ามาก่อน และขยับมาเป็นมิดฟิลด์ภายหลัง การมองเกมและการอ่านจังหวะเข้าทำ รวมทั้งการยิงประตูของสโคลส์ ถึงได้เด่นกว่ากิ๊กส์ การขยับสโคลส์มายืนหน้าต่ำ จึงน่าจะเกิดประโยชน์กับทีมมากกว่า เพราะอย่างไรเสีย คาร์ริค กับฮาร์กรีฟส์ ก็สามารถยืนแดนกลางได้ไม่ขี้เหร่อยู่แล้วครับ

ลูกที่เราเสียไป ผมอยากบอกเหลือเกินว่า เป็นความผิดวิดิชเต็มๆ ที่ยืนประคองห่างเกินไป ทำให้โจวานนี่ มีโอกาสยิงได้ง่ายๆ ครับ ทั้งที่ตามความเป็นจริง เขาขึ้นเกมมาแค่สองสามคน ในขณะที่ไม่ได้หลุดเดี่ยวเข้ามาด้วย แต่การบล็อกลูกยิงไกลของเรากลับพลาด ยืนห่างมากครับ จะบอกว่าประมาทไม่คิดว่าจะยิงก็คงได้แหละ เฮ้อ...


เมื่อท้ายเกม การเปลี่ยนตัวยิ่งไม่ทำให้เราได้เปรียบ กลับยิ่งแย่ลงด้วยซ้ำ โอเคครับ ว่านานี่ อาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง แต่เขามีโอกาสได้ยิงหลายๆครั้งจากความสามารถของเขา เมื่อต้องถูกเปลี่ยนออกไป ทำให้ลูกยิงจากแถวสองหายไปด้วย การได้อีเกิ้งส์เข้ามา ผู้บรรยายพูดถูกว่า ไม่ต้องเสียเวลาเลี้ยง แต่เปิดบอลได้สวยๆหลายครั้ง แต่ลืมไปหรือเปล่าว่า แผงหลังห้าหกคนของเจ้าถิ่น แค่ยืนก็บังกอหงหน้าเรามิดแล้ว การเปิดเข้าไปในกรอบ แบบแม่นบ้างไม่แม่นบ้าง ยิ่งทำให้เราเสียบอลง่ายขึ้น อีเกิ้ลส์ไม่ใช่เบ๊คแฮม ที่จะเปิดได้ตรงหัวกองหน้าเตี้ยๆที่ถูกประกบได้แม่นยำขนาดนั้นครับ

การเปลี่ยนโอเชกับแคมป์เบลล์ลงมา ยิ่งทำให้ดูเหมือนกับว่า หมดสิ้นหนทางในการเข้าทำ เป็นการแสดงให้เห็นว่า นักเตะที่มีอยู่ ไม่เพียงพอในการเจาะเข้าทำประตูคู่ต่อสู้ และผมคิดว่า มันก็ยังจะเป็นอย่างนี้ต่อไป ตราบใดที่คู่แข่งยังเล่นเกมอดทนกับเราอย่างนี้ และจะเป็นต่อไป ตราบใดที่ผู้เล่นของเรา ยังคงไม่เข้าขา ไม่เข้าใจกันเต็มที่นักครับ


ปัญหาหลักของเรา ผมอยากให้มองความเป็นจริง และยอมรับกันตรงๆ อย่างไม่มีอคติ อย่างไม่เข้าข้างตัวเอง อย่างที่ผมได้เคยวิพากษ์ไปแล้ว ว่าตอนนี้ เราอยู่ในระหว่างถ่ายเลือดครับ การถ่ายเลือดตามปรกติแล้ว เฟอร์กี้จะค่อยๆทยอยให้หน้าใหม่เข้ามาสู่ทีมทีละเล็กละน้อย เพื่อจับจังหวะก่อน เมื่อมีความมั่นใจเต็มที่ จึงค่อยปล่อยลงเต็มๆ หากจำได้ เบ๊คแฮม, กิ๊กส์, เนวิลล์, บัตต์, สโคลส์ ล้วนได้โอกาสลงเล่นมาเกือบสองปี แต่เป็นลำรองท้ายเกมตลอด หรือไม่ก็ลีกคัพ ก่อนจะถูกดันขึ้นมาอย่างเต็มตัวในภายหลัง คราวนี้ก็เช่นกัน เมื่อนักเตะใหม่ๆอย่างเตเวซ, นานี่, อันแดร์สัน และฮาร์กรีฟส์ ถูกวางตัวเป็นตัวแทน ซาฮา, โซลชา, กิ๊กส์, สโคลส์ ที่เริ่มโรยรา พวกเขาก็ต้องการเวลาเช่นกัน และย่อมต้องการการประคองการเล่นจากตัวเก๋า เพื่อจับจังหวะและสร้างความมั่นใจ ก่อนจะถูกส่งลงสนามแบบเต็มๆเช่นนี้ แต่เมื่อมีเหตูไม่คาดฝันเกิดขึ้น รูนี่ย์ กับโรนัลโด้ หายไป ก็เป็นพวกเขา ที่ต้องลงมากอบกู้สถานการณ์ ทั้งๆที่พวกเขาก็รู้ตัวดี ว่าตัวเองยังเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้ไม่เต็มที่ แต่พวกเขาก็ทำเต็มที่ เท่าที่พวกเขาจะทำได้ อย่างน้อย ผมก็อยากให้กำลังใจพวกเขาครับ

อย่าเอาพวกเขาไปเทียบกับมาลูด้า, ตอร์เรส หรือนักเตะแมนซิตี้ ที่ซื้อมาใหม่ๆ แต่กลับสร้างผลงานได้ดี นั่นเพราะรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกันนะครับ บอลของเราใช้ทีมเวิร์คเป็นหลัก ใช้ความเข้าใจเกม ความเข้าใจกัน ความเข้าขารู้ใจ ในการขึ้นบอลแต่ละช็อตๆ เพื่อจบด้วยการทำประตู ซึ่งนักเตะใหม่ๆต้องจับจังหวะให้ได้ก่อน แต่กับเชลซี ลิเวอร์พูล หรือแมนซิตี้ นั้น เป็นบอลจังหวะ เน้นการเล่นแน่นอน ถ่ายบอลรอจังหวะ รอพื้นที่เปิดค่อยเข้าทำ และเข้าทำโดยการใช้ผู้เล่นไม่เยอะ เน้นที่ความสามารถและความเร็วของนักเตะพาบอลเข้าไปทำมากกว่าครับ หากพื้นที่ไม่เปิด ถูกแพ็คแน่น พวกเขาก็จะถ่ายบอลกลับไปมกลับมารอหาช่องอีกที หากดูอย่างตั้งใจ เมื่อคืนจะเห็นว่า แมนซิตี้ต่อบอลในแดนหน้าได้ดูไม่จืดกว่าเราซะอีก จ่ายบอลขาดๆเกินๆตลอด สเวนก็ทราบดี ว่าทีมเวิร์คยังไม่เข้าที่ จึงไม่เน้นการต่อบอล จึงให้ริชาร์ดส์ยืนเซ็นเตอร์ และเน้นไปที่การขึ้นบอลอย่างแน่นอนเป็นคนๆไป มากกว่าการใช้นักเตะหลายๆคนมาทำชิ่งขึ้นเกมรุก

หากทำความเข้าใจตรงจุดนี้แล้ว เราย่อมต้องยอมรับความจริง ถึงแม้อาจจะเจ็บปวดอยู่บ้าง หากการที่นักเตะใหม่จะต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่านี้ และอาจทำให้หลุดวงโคจรลุ้นแชมป์ก่อนเวลาอันควร อย่าลืมว่า ปีที่แล้ว ก็รูนี่ย์ กับโรนัลโด้ สองคนนี้เท่านั้น ที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในเกมรุกของเรา ทั้งคู่ยิงรวมกันครึ่งร้อย และทำทางให้เพื่อนร่วมทีมได้ยิงอีกนับไม่ถ้วน เมื่อต้องขาดทั้งคู่ไป และหน้าใหม่ๆยังปรับตัวกับทีมได้ไม่ดี เราก็ต้องทำใจยอมรับมัน และจำให้ได้ว่า ตอนซื้อพวกเขามานั้น เรายังบอกว่า เป็นทีมแห่งอนาคตอยู่เลย ผมเองคาดหวังไว้เช่นกันว่า จะเห็นเกมรุกอันน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ลืมคิดไปว่า คู่แข่งทุกๆทีม ก็ย่อมหาทางป้องกันมาอย่างแน่นหนา อย่างเช่นสามเกมแรกที่เราประสบมาแล้ว

ก็ได้แต่หวังเช่นเดิมๆ ครับ ว่าจะปรับตัวกันได้เร็วๆเสียที นานี่ กับเตเวซ คงต้องถูกเคี่ยวมากขึ้น ให้หมดความประหม่า และความกดดันโดยใช่เหตุ อันน่าจะทำให้ทั้งคู่เกร็งๆอยู่ ซึ่งต้องรีบทำเร็วๆด้วย ตอนนี้ ตามอยู่ห้าแต้มเข้าไปแล้ว ยังดีที่ออกเสมอกันทั้งสามทีมนะครับ ไม่งั้นเจ็ดแต้มนี่ดูไม่จืดแน่ๆ


วันนี้ พอแค่นี้ครับ พบกันใหม่เกมหน้า สวัสดีครับ



Create Date : 10 กันยายน 2550
Last Update : 10 กันยายน 2550 15:51:35 น. 0 comments
Counter : 165 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.