Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
29 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
20080929 วิพากษ์ UNITED vs Bolton

My name is Rob Styles



สวัสดีเช้าวันจันทร์ครับ ทุกๆท่าน ผ่านพ้นไปอีกเกมสำหรับ ศึกฟุตบอลลีกแห่งอังกฤษนะครับ หลายๆคนก็ชื่นอกชื่นใจ หลายๆคนอาจจะอกไหม้ไส้ขม ในขณะที่อีกหลายๆคนรวมทั้งผมที่รู้สึกปร่าๆลิ้นกับชัยชนะในคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา อาจจะเป็นเพราะบรรดาเกจิและกูรูทั้งหลาย ต่างพากันยกหางเจ้าบ้านให้เป็นต่อชนิดสุดลิ่มทิ่มประตูตั้งแต่ก่อนแข่ง แต่กลับทำอะไรผู้มาเยือนไม่ได้สักที จนไม่ทราบว่าร็อบ สไตล์ ผู้ตัดสินเกมดังกล่าวเกิดหน้ามืดอะไรขึ้นมาอีก เลยสมนาคุณลูกจุดโทษให้ซะงั้น และนั่นก็เป็นที่มาของสามแต้มล้ำค่าที่เราคว้าไว้ได้อีกเกมหนึ่งแบบปร่าๆลิ้น

ท่านเซอร์เลือกจัดทัพวางแท็คติคในนัดนี้แบบถูกใจผมมาก นั่นคือเลือกใช้มิดฟิลด์คู่กลางเป็นแอนนี่กับเฟล็ทเชอร์ ซึ่งเป็นประเภทลูกหาบทั้งคู่ (ในตอนนี้สำหรับแอนนี่) ส่วนทางฝั่งซ้ายใช้ตี๋ปาร์ค ทางขวาเป็นโรนัลโด้ คู่กองหน้าส่ง เบอร์บาตอฟกับเตเวซลงล่าตาข่าย แผงแบ๊คโฟร์ไล่จากซ้ายก็มี เอวร่า, วิดิช, ริโอ และแกรี่ ผู้รักษาประตูคือน้าซาร์ที่หายเจ็บกลับมาได้

ที่ผมบอกว่าถูกใจผมมาก ก็เพราะผมอยากเห็นการเลือกเล่นด้วยแท็คติคที่ยืดหยุ่นแบบนี้มานานแล้ว เกมที่สามารถตั้งจาก 4-4-2 แบบคลาสสิค ใช้โรนัลโด้และปาร์คเป็นปีกธรรมชาติ และอาจจะปรับเป็น 4-3-3 โดยการดันโรนัลโด้หรือปาร์คขึ้นไปเล่นเป็นตัวรุกร่วมกับเตเวซและเบิร์บได้ เพราะศักยภาพทั้งคู่สามารถเล่นได้อยู่แล้ว รวมทั้งอาจจะลงมาเล่นรับตามสูตร 4-2-3-1 เหมือนที่เคยใช้บ่อยๆในเกมยุโรป โดยถอยมิดฟิลด์คู่กลางลงต่ำเพื่อสกรีนบอลหน้าแผงหลัง และขยับปีกสองข้างกับเตเวซลงมายืนกลางสนามเพื่อเป็นด่านแรกในเกมรับ ทิ้งหน้าเป้าคนเดียวไว้ข้างหน้า แต่เกมนี้ยังไม่อาจเห็นอะไรอย่างที่เห็น เพราะเกมเป็นวันเวย์จริงๆ

สำหรับฝั่งโบลตันของแกรี่ เม็กสันนั้น ก็ส่งผู้เล่นเท่าที่มีลงมา โดยพยายามเล่นเน้นเกมรับไว้ก่อนและใช้เกมเคาน์เตอร์ลุ้นทำประตู มียัสเคไลเน่นเฝ้าเสา แผงหลังมีสไตน์สัน, เคฮิลล์, โอไบรอัน และซามูเอล ส่วนกองกลางห้าตัวส่ง เควิน เดวี่ส์, มูอัมบ้า, กาวิน แม็คคานน์, ริคาร์โด การ์ดเนอร์ และเควิน โนแลน มีหน้าเป้าคือ โยฮัน เอลมานเดอร์




เริ่มเกม โบลตันเข้ากดดันก่อนตั้งแต่นาทีแรก ในขณะที่เจ้าบ้านยังไม่ทันตั้งหลัก นี่คือจุดอ่อนของยูไนเต็ดที่เห็นได้ชัดเจนจากทุกๆเกมนะครับ เราไม่เคยตั้งหลักได้ทันทีเลยสักเกม มีแต่ต้องให้คู่ต่อสู้มาปลุกให้ตื่นก่อนทุกครั้ง และมันเสียวครับ หากโดนไปก่อนตั้งแต่นาทีแรกๆแล้วมาเจอเกมกำแพงมหัศจรรย์อีกเก้าสิบนาทีนี่ลำบากแน่ๆครับ โบลตันกดดันได้เกือบๆสิบนาที ยูไนเต็ดเจ้าบ้านจึงเริ่มตั้งเกมของตัวเองได้ และเริ่มกดดันผู้มาเยือนมากขึ้น จนมาครองเกมได้เบ็ดเสร็จในประมาณนาทีที่สิบห้า ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกมของเราเริ่มได้ช้าในวันนี้ อาจจะเป็นเพราะว่ามิดฟิลด์ตรงกลางของเรานั้นไม่ใช่ประเภทตัวคุมเกมหรือคอนโทรลจังหวะเกมทั้งคู่ แต่คนนึงเป็นลูกหาบเป็นผึ้งงาน คนนึงเป็นศิลปินแซมบ้าเล่นตามจินตนาการ ทำให้กว่าจะตั้งหลักได้ก็เสียขบวนไปพอสมควร

หลังจากครองเกมได้แล้ว ยูไนเต็ดก็กดดัน ปูพรมใส่ทันที เม็กสันเองเหมือนจะวางแผนมาอยู่แล้ว จึงเห็นลูกทีมเขาค่อยๆลงไปแพ็กเกมรับกันแน่นแบบไม่ลนลาน แม้แต่เอลมานเดอร์เองก็ลงมาเล่นเกมรับด้วยซ้ำ เกมรับของโบลตันถือว่าทำได้ดีมากๆ การไล่บอลจากเท้า การเข้าบีบเร็วและคุมคนในโซนหน้าประตู ทั้งหมดนี้ทำให้ยูไนเต็ดถึงแม้จะขึงได้เต็มๆ แม้จะหาจังหวะปิดสกอร์ได้มากมาย แต่ไม่ค่อยมีจังหวะที่น่าจะได้ประตูแบบจะจะให้เห็นเท่าไหร่ แต่กลับกัน ลูกเคาน์เตอร์ของโบลตันนี่เล่นเอาหัวใจจะวายทุกครั้ง หลุดมาแต่ละครั้งนี่ถ้าคมหน่อยยูไนเต็ดมีกระอักแน่นอน ลูกที่มูอัมบ้าได้ยิงเดี่ยวๆหลุดกรอบนี่ใจผมหล่นเลยครับ ริโอเติมเกมรุกขึ้นไปหน้ากรอบบ่อยๆ ลงมาไม่ค่อยทัน เอวร่าหลุดตำแหน่งเข้าไปป้องกันกลางปากประตู วิดิชต้องฉีกออกมาปิดที่กราบ ทำเอาแผงหลังรวนไปหมด

การประสานงานระหว่างเตเวซกับเบอร์บาตอฟที่ผมเคยว่าน่าจะคลิ๊กได้ง่ายๆ กลับไม่ทำงานเท่าไหร่ เบิร์บดูเหมือนจะถูกซ้อน ถูกประกบตลอดเวลา ในขณะที่เตเวซก็ต้องหนีออกมาเล่นข้างนอกกับปาร์คกับโรนัลโด้ การยิงไกลก็ดูจะไม่ค่อยให้หวังได้มากนัก เพราะหน้ากรอบแน่นไปหมด แค่จ่ายเข้าไปยังยากเย็น ติดโน่นติดนี่ ทำเอากองเชียร์อึดอัดขึ้นเรื่อยๆ




เริ่มครึ่งหลังมา เกมยังคงเป็นในรูปเดิม แต่ดูเหมือนจังหวะในการเข้าทำจะดีขึ้น เบอร์บาตอฟถอยลงมาต่ำขึ้น เพื่อดึงตัวประกบ ถ่างโซนหน้ากรอบออกมา แต่เตเวซเองก็อยู่หน้ากรอบค่อนข้างต่ำ ทำให้จังหวะหวาดเสียวแบบเหน่งๆ ยังไม่ค่อยเกิดให้เห็น โรนัลโด้เริ่มสลับฟากให้เห็นมากขึ้น การเข้าทำมีการสลับตำแหน่งเพื่อให้โบลตันหลงตัวประกบ แต่ยังไม่สำเร็จ แต่แล้วจากจังหวะที่เหมือนไม่มีอะไร โรนัลโด้ลากบอลเข้ามาทางขวาเข้ากรอบ จังหวะที่จะโยกหลอก ซามูเอลก็ล้มตัวสกัดจนโรนัลโด้ล้มลง ไอ้โดนขาน่ะโดนแน่ๆ(ถึงแม้จะหลังจากโด้เสียหลักไปแล้ว) แต่ปัญหาคือซามูเอลมันสกัดโดนบอลก่อนเนี่ยสิ โดนเต็มๆจนบอลหยุดเลย ทำให้โรนัลโด้หัวทิ่มนั่นแหละ ร็อบ สไตล์สเห็นดังนั้นก็เป่าปรี๊ดดดดด ผมนึกว่าไอ้โด้โดนเหลืองพุ่งล้มซะแล้ว กลับกลายเป็นจุดโทษซะงั้น ผมนี่งง โรนัลโด้ก็งง แต่ก็เก็บบอลมายิงจุดโทษเข้าไปแบบไม่ดีใจเท่าไหร่ ส่งให้เจ้าบ้านขึ้นนำได้สำเร็จ

หลังจากนั้น เอลมานเดอร์ก็ถูกถอดออก ส่ง วาส เท ลงมาแทน เพื่อกดดันแผงหลังยูไนเต็ดต่อ ในขณะที่ท่านเซอร์ส่งสโคลส์และรูนี่ย์ลงมาแทนแอนนี่ กับเตเวซ เกมรุกและการเจาะเข้าทำดีขึ้นมาทันตาเห็น อาจจะเนื่องจากโบลตันต้องเล่นเกมรุกมากขึ้นเพื่อตีเสมอ ทำให้เจ้าบ้านมีพื้นที่มากขึ้น แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ด้านหนึ่งก็คือ การมีสโคลส์ลงมาคุมจังหวะเกมและออกบอลแบบเด็ดขาดได้มากกว่าแอนนี่ที่ประสบการณ์ยังน้อย สโคลส์ไม่ได้เอาแต่ลากตะลุยขึ้นไป ไม่ได้เร่งจังหวะเกมรุกมากเกินไปเหมือนตอนแอนนี่จับกับเฟล็ทช์ ตรงนี้ทำให้เกมรุกของเราวูบวาบขึ้น และเฟล็ทช์ก็ดูเหมือนจะผ่อนคันเร่งลงมาตามจังหวะของสโคลส์ด้วย ทำให้เกมดูเนียนขึ้น


เกมรุกของโบลตันดูดีขึ้น เม็กสันส่งสโมลาเร็กลงมาแทนการ์ดเนอร์เพื่อเพิ่มพลังในการรุกและทำให้ครองบอลได้มากขึ้น แต่เกมรุกของยูไนเต็ดก็อันตรายมากขึ้นด้วย เบิร์บลงมาเล่นกับรูนี่ย์หน้ากรอบได้สอดประสานกันมากกว่าเตเวซ ทำเอาผมอยากกลืนน้ำลายขึ้นมาตะหงิดๆที่เคยเชื่อมั่นว่า เตเวซน่าจะ คลิ๊ก กับเบิร์บได้ง่ายกว่ารูนี่ย์ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็น เบิร์บกับรูนี่ย์และโรนัลโด้ วิ่งพาบอลฉีกกองหลังโบลตัน วิ่งทำทางดึงตัวประกบกันสนุก แต่ยังไม่มีจังหวะเข้าทำได้จบสวยๆ จนรูนี่ย์เล่นชิ่งกับโรนัลโด้ทางซ้าย โรนัลโด้ควบไปรับบอลก่อนจะตอกส้นคืนให้ รูนี่ย์จับบอลก่อนจะล็อกหนึ่งจังหวะแล้วปั่นไซด์หนีมือยัสเคไลเน่นเข้าเสาสองอย่างสุดสวย ส่งให้ยูไนเต็ดออกนำสองเม็ดได้สำเร็จ

เหลืออีกสิบนาที ท่านเซอร์ส่งนานี่ลงมาแทนโรนัลโด้ ที่วันนี้เล่นได้เด่นดีทีเดียว ผู้ชมลุกขึ้นปรบมือให้ทั้งสนาม เกมของยูไนเต็ดยังคงกดดันได้อย่างต่อเนื่อง นานี่พยายามเลี้ยงหาจังหวะยิงตลอดเหมือนเดิม ส่วนสโคลส์มีจังหวะหลุดเข้าไปยิงจ่อๆติดยัสเคไลเน่นที่ต้องเซฟด้วยขา หลังจากนั้นก็จบเกมลงไปด้วยสกอร์สองต่อศูนย์ ส่งให้เจ้าบ้านชนะในลีกได้สักทีหลังจากไม่ชนะมาสองนัดแล้ว



จบเกมลงไป เรื่องที่อยากพูดถึงก็กลับถูกโมเมนตัมการเป่าของสไตล์สเหวี่ยงทิ้งไปหมด ผมคุ้นๆว่าปีนี้ ร็อบ สไตล์สเป่ามีปัญหามาหลายนัดแล้วนะครับ และนัดนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่กับจังหวะลูกจุดโทษของโรนัลโด้ โอเคครับว่า ต่อให้ไม่ได้จุดโทษ เราก็คงกดดันต่อไปได้ และหาโอกาสทำประตูได้มากมาย แต่ใครจะรับประกันล่ะครับ ว่ายูไนเต็ดจะได้ประตูนำขึ้นมาจริงๆ หรืออาจจะเป็นโมเดลปอร์ทสมัธหรือโมเดลแมนฯซิตี้ เมื่อปีที่แล้วหรือเปล่า ที่บุกกันกระจาย จังหวะยิงเป็นสิบ แต่สุดท้ายกลับแพ้ด้วยจังหวะเคาน์เตอร์ไม่กี่ครั้ง ผมเองจากตอนแรกที่งงๆว่าเม็กสันออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับร็อบ สไตล์ส ก่อนเกม ว่าทีมของเขาคงไม่หวังอะไร หากผู้ตัดสินชื่อ ร็อบ สไตล์ส พอจบเกม ผมก็หายงงทันที ลูกจุดโทษลูกนี้ ถ้าถามตามความเห็นผม ผมบอกตรงๆครับ ไม่ควรเป็นจุดโทษจริงๆ โรนัลโด้ก็ไม่ได้พุ่ง เพียงแต่ลูกสกัดของซามูเอลมันเพอร์เฟ็คจริงๆ หยุดบอลได้สนิทจนโรนัลโด้ฝืนตัวไม่ได้ หากจะให้เทียบก็เหมือนกับถูกขัดขาเวลาวิ่งมาเร็วๆนั่นแหละ แต่ครั้งนี้ โรนัลโด้ถูกลูกบอลขัดขาครับ และเป็นลูกบอลที่ถูกหยุดโดยซามูเอล

นอกจากนี้ โอกาสสองสามครั้งของโบลตัน ก็น่าเป็นประตูอย่างมาก นี่เองครับที่ผมมองว่า ท่านเซอร์ต้องส่งสโคลส์ลงมาคุมเกมตรงกลาง หลังจากเห็นเกมรุกโต้กลับของโบลตันแผลงฤทธิ์ออกมาสองสามครั้ง แอนนี่นั้นเล่นดีครับ เด่นด้วย ยิ่งคู่กับเฟล็ทเชอร์ที่เป็นผึ้งงาน ทำให้เกมตรงกลางค่อนข้างขาด โบลตันเก็บบอลไม่ได้ แต่ข้อเสียคือไม่มีคนคุมจังหวะ ไม่มีการคอนโทรลเกม ถ้าเปรียบเป็นออเคสตร้าก็ไม่มีคอนดักเตอร์นั่นแหละครับ ได้บอลก็ลุยๆๆๆเข้าไป รุกๆๆๆเข้าไป เฟล็ทเชอร์ก็เร่งตามแอนนี่ไปด้วย เรียกว่าแฟนๆนี่ลุ้นกันสนุก แต่จังหวะมันเร่งเกินไป เร่งจนเสีย จนท่านเซอร์ส่งสโคลส์ลงมานั่นแหละ เฟล็ทเชอร์ก็มาเล่นตามเกมสโคลส์และเกมก็เริ่มมีสมดุลมากขึ้น เมื่อรุกน้อยลง แต่เป็นจังหวะ ทำให้หาพื้นที่ง่ายขึ้นครับ




นอกจากนี้ เกมรับยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเราครองเกมรุกแบบช่วงชั่วโมงแรก การขึงคู่ต่อสู้แบบนั้น ดูเหมือนดีนะครับ แต่จริงๆมันทำให้แท็คติคและการยืนตำแหน่งค่อยๆเสียหายไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อขึงได้แล้วแต่จบไม่ลง หาจังหวะปิดสกอร์ไม่ได้ ก็ต้องถ่ายบอลบ้าง ข้ามฟากบ้าง หักเข้ามาในบ้าง ตรงนี้แหละที่แบ๊คต้องเติมช่วยทั้งสองข้าง เมื่อปีกต้องหุบเข้ามาเล่นใน แต่นี่มันคือตอนที่ขึงอยู่นะครับ คู่ต่อสู้นี่ตั้งรับเต็มตัวไปแล้ว ทำให้พื้นที่เจาะมีน้อย ยิ่งหุบเข้าใน คนยิ่งมากขึ้น แบ๊คเติมกราบอีก คนยิ่งแน่น หาช่องเจาะลำบาก สุดท้ายเราจะเห็นริโอค่อยๆเติมขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงกรอบโทษ!!! และนั่นถ้าได้จบก็แล้วไป แต่ถ้าจบไม่ลงแล้วเสียบอล นั่นก็เป็นเรื่องครับ โดนสวนในขณะที่เซ็นเตอร์ไม่อยู่ แบ๊คเติมสูง เหลือแค่กลางรับคนเดียว กับเซ็นเตอร์อีกคน หายนะทันทีครับ เทียบกับเชลซี จบไม่ลงก็ไม่ลอยตาม แต่ค่อยๆลำเลียงบอลกลับไปตั้งหลักกันใหม่ นั่นคือสิ่งที่แตกต่างกัน ผมคงไม่บอกว่าแบบเชลซีดีกว่า คือประสิทธิภาพสูงกว่าแน่ แต่ผมเองก็ไม่ค่อยชอบบอลทรงนั้นเท่าไหร่นัก ในขณะที่ทรงของเรา หากจบลงได้ปิดด้วยการยิงมันก็โอเค แต่ถ้าจบไม่ลงแล้วลอยกันขึ้นเรื่อยๆแบบเกมนี้ มีเสียวครับ

แต่เมื่อเราเปลี่ยนมาเล่นคุมเกมแทน เราจะเห็นว่า เกมดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย เมื่อรุกไม่ขึ้น เจาะไม่เข้า ไม่มีช่อง ก็ถอนออกมาเล่นต่ำ ดึงกองหลังดึงคู่ต่อสู้ลงมา ถ่างโซนออกอีก หลายๆคนอาจคิดว่า ก็โบลตันเสียประตูไปแล้วต้องบุกคืน นั่นก็ถูกครับ แต่ไม่ทั้งหมด ที่เหลือที่มีน้ำหนักให้คิดมากกว่านั้น ก็คือการคุมเกมตรงกลางที่ทำได้เนียนขึ้น มีเร่งมีผ่อน และที่สำคัญคือ การวิ่งของเบอร์บาตอฟที่เปลี่ยนไปในครึ่งหลัง ทำให้มีช่องว่าง มีพื้นที่มากขึ้น และเราเจาะได้ง่ายขึ้น เบอร์บาตอฟดูเหมือนจะวิ่งทำทางร่วมกับรูนี่ย์ได้ดีกว่าเตเวซนะครับ เท่าที่เห็นจากเกมนี้ ซึ่งถ้าเป็นจริง ผมก็ยอมกลืนน้ำลายด้วยความเต็มใจล่ะ อย่างน้อยในเกมนี้ ผมได้เห็นการวิ่งของรูนี่ย์ที่เข้าที่เข้าทางกว่าเดิม และการจับบอล การยิงประตูที่ดูเหมือนรูนี่ย์คนเดิมกลับมา ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ




เกมนี้อยากให้คะแนนความพยายามกับเบอร์บาตอฟครับ โดยเฉพาะครึ่งหลัง ที่วิ่งทำเกมมากขึ้น และมีประโยชน์ในการดึงตัวประกบจริงๆ ช่วยดึงคะแนนขี้เกียจจากครึ่งแรกได้จมเลย ปาร์คก็เด่นมากๆกับความขยัน และการหาโอกาสสอดเข้ากรอบในแบบที่เจ้าตัวถนัด เกือบได้ซ้ำเป็นประตูอีกแล้ว โรนัลโด้ก็เด่นใช้ได้ จากจังหวะการลากเลื้อยและเล่นชิ่งเจาะทะลุ เฟล็ทช์กับแอนนี่ถือว่าทำผลงานได้ดีทั้งคู่ แต่ยังไม่เก๋าพอจะคุมเกมได้ ในขณะที่แผงหลังถือว่ารอดหวุดหวิดจากการหลุดตำแหน่งบ่อยครั้ง เมื่อพากันลอยสูงๆตามเกม เตเวซนั้นก็ทำผลงานได้ตามฟอร์มเขาแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่เกมของเขา ในขณะที่สโคลส์ลงมาคุมเกมได้ดี แต่พลาดโอกาสทองไปเหมือนกัน ที่จะทำให้ได้ประตู นานี่ยังมีฝืนเล่นเหมือนเดิม ส่วนรูนี่ย์นั้น ผมมองว่าหากได้เล่นในฟอร์มนี้ไปเรื่อยๆ มีแววจะกลับมาสู่ฟอร์มสุดยอดได้เร็วๆนี้แน่ครับ

ทางด้านโบลตันของ แกรี่ เม็กสัน หากไม่นับจังหวะโชคร้ายกับลูกจุดโทษนั้นและรูปเกมหลังจากนั้นแล้ว ผมว่าเม็กสันทำได้ดีมากๆ รวมทั้งลูกทีมของเขา กับการหยุดเกมรุกยูไนเต็ดได้ตลอดหนึ่งชั่วโมงเต็มๆแบบไม่มีลนลานให้เห็น ในขณะที่ไม่ได้ตั้งใจมาอุดเพียงอย่างเดียว เพราะเกมโต้กลับก็เร็วจัด และอันตรายอย่างไม่น่าเชื่อ การ์ดเนอร์, มูอัมบ้า และเอลมานเดอร์ สามารถแลบขึ้นมาได้เร็วมากๆในจังหวะสวนกลับ และหากบอลยังไม่ตาย เม็กสันยังมีแถวสองที่คอยตามมาเก็บอย่างเดวี่ส์ และโนแลนอีก ที่ทำให้เกมโต้กลับของโบลตัน ไม่ได้จบแต่ยิงทิ้งยิงขว้าง แต่มีตัวสนับสนุนอยู่อีกพอสมควรที่จะกดดันอย่างต่อเนื่องในจังหวะที่ตัวเองกุมความได้เปรียบอยู่ เพียงแต่ว่า มันไม่ใช่วันของเม็กสันและลูกทีมเท่านั้นเอง




เอาล่ะครับ เรายังคงนิ่งนอนใจอะไรไม่ได้ อย่างน้อยก็จนกว่าจะแปรเปลี่ยนนัดตกค้างให้เป็นสามแต้มเต็มๆซะก่อน ตอนนี้ เรายังตามหลัง เชลซีและลิเวอร์พูลอยู่หกแต้ม ในขณะที่ตามอาร์เซนอล ที่พ่ายไปเมื่อวันก่อนอีกสี่แต้ม ดังนั้น เราต้องเก็บสามแต้มจากฟูแล่มในนัดตกค้างให้ได้ เพื่อคงสถานะการเป็นผู้ไล่ล่าเต็มตัวอยู่ต่อไปครับ และสุดสัปดาห์นี้ เรามีเกมหนักคือการออกเยือนแบล็คเบิร์นนะครับ แต่ก่อนหน้านั้น เราก็ต้องบินไปเตะกับอัลล์บอร์กกันก่อน แน่ๆคือเราได้เห็นการโรเตชั่นอีกครั้งแน่นอนครับ จับตาดูและเชียร์ให้ดีนะครับ

สงบใจ



Create Date : 29 กันยายน 2551
Last Update : 29 กันยายน 2551 10:24:16 น. 1 comments
Counter : 272 Pageviews.

 
แวะมาอ่านข้อมูลดีๆ ครับ ^^


โดย: iPure IP: 58.9.103.54 วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:23:28:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.