Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
14 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
20080114 วิพากษ์ MAN UTD vs NEWCASTLE

สวัสดีครับ กลับมาคราวนี้ พร้อมกับตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้ง นับเป็นเดือนแห่งความพลิกผันบนยอดตารางอย่างแท้จริง เมื่อสี่แมทช์ล่าสุด จ่าฝูงเปลี่ยนสี่ครั้ง แต่เป็นแค่สองทีม ที่ผลัดกันขึ้นไปสูดอากาศดีๆบนยอดตารางนะครับ อย่างที่ทราบกันไป ผลการแข่งขันเป็นอย่างไรคงไม่ต้องบอก เรามาดูกันที่บทสรุปของเกมเมื่อคืนวันเสาร์กันดีกว่าครับ

เริ่มจาก การที่นักเตะตัวหลักของเรา ชักมีอาการแปลกๆขึ้นเรื่อยๆ ซาฮาเอง หลังจากหายเจ็บคราวนี้ ผมก็เพิ่งพูดไปไม่ทันข้ามสัปดาห์เลยว่า เป็นข่าวที่ดีมากๆ ที่ครั้งนี้ซาฮากลับมาเล่นได้นานโดยไม่เจ็บอีก หวังว่าจะใช้เวลานี้คืนฟอร์มให้ได้เสียที การณ์กลับกลายเป็นว่า เฮียดุกที่รักของเราเจ็บเข่าอีกแล้ว คราวนี้ไม่แน่ว่าต้องผ่าหรือเปล่า เฮ้อ...ช่างเป็นนักเตะที่เดี้ยงซ้ำเดี้ยงซ้อนได้ดีจริงๆ ฮาร์กรีฟส์เองก็มาเจ็บไปอีกคน ทำให้ไม่สามารถออกสตาร์ทเป็นสิบเอ็ดตัวจริงได้ แถมบราวน์ก็โดนโทษแบน ทำให้ต้องส่งโอเชลงมาแทน

จากการจัดทัพที่ดีที่สุดของป๋า เพื่อตอกย้ำให้บอร์ดสาลิกาดงทราบว่า การปลดบิ๊กแซมเพื่อนรักของป๋าออกอย่างรวดเร็วเช่นนั้น มันจะเกิดอะไรขึ้น

รูนี่ย์ เตเวซ
กิ๊กส์ อันแดร์สัน คาร์ริค โรนัลโด้
เอวร่า วิดิช ริโอ โอเช
เดอร์ ซาร์

เมื่อการจัดทัพในระบบเก่ง 4-4-2 ด่วยผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดที่จัดลงสนามได้ มาดวลกับการจัดทัพแบบเอ็นเตอร์เทนผู้ชมของนิวคาสเซิลในรูปแบบ 4-3-3 โดยขาดตัวผู้เล่นที่ไปทำศึกแอฟฯ เนชั่นส์ ด้วยนั้น ทำให้รูปเกมออกมาเร็วมาก กล้องตัดไปภาพช้า ตัดกลับมาจะยิงกันอีกแล้ว ทั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะทั้งคู่เป็นทีมเกมรุกโดยธรรมชาติครับ ทำให้ผลัดกันบุกอย่างไม่มีการออมแม้แต่น้อย

แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มเกมด้วยการโหมบุกทันที ซึ่งค่อนข้างแตกต่างกับเกมก่อนหน้านี้หลายๆเกม ที่มักจะเริ่มด้วยการประคองเกม ดูท่าทีก่อน แต่นัดนี้ ป๋ากลับสั่งลุยตั้งแต่แรก และเมื่อมาเจอมวยไฟท์เตอร์อย่างนิวคาสเซิลด้วยแล้ว ทำให้เปิดหน้าแลกหมัดกันตั้งแต่แรกอย่างเมามันเลยทีเดียว ประเภทใครดีใครอยู่ ใครคมก็เข้า ประมาณนั้นเลยครับ แต่จากรูปเกมในครึ่งแรก ปรากฏว่า การรุกกระหน่ำของเจ้าบ้านนั้น กลับใช้ตัวรุกแค่สี่ห้าคนเท่านั้น ไม่ได้ขึ้นเป็นแผงอย่างเช่นนิวคาสเซิลเลย คาร์ริค กับ อันแดร์สันไม่ได้เติมขึ้นสูงมาก กลับประคองเกมและระแวดระวังภัยจากการสวนกลับอยู่เลยเส้นกลางสนามมานิดหน่อยเท่านั้นเอง อีกทั้ง โอเชก็ไม่ได้เติมมากนัก มีเพียงเอวร่า ที่ขึ้นเติมเกมสูง แต่ก็ไม่ได้เติมทุกๆจังหวะอย่างที่เคยทำ

กลับกัน เวลาที่นิวคาสเซิลได้บอลขึ้นเกมรุกบ้าง พวกเขากลับพาเหรดกันขึ้นยกแผงทุกๆครั้ง ทำให้พื้นที่หลังบ้านเหลือที่ว่างมากจริงๆ ฟูลแบ๊คลอยหายขึ้นไปในแดนเจ้าบ้านแทบทุกครั้ง ทำให้นัดนี้ คาร์ริคสามารถแสดงบทบาทและฉายแววเด่นได้อย่างที่เคยทำในปีที่แล้วได้ไม่ยาก เนื่องจากพื้นที่ในการจ่ายบอลขึ้นหน้านั้น มันมีมากมายจริงๆ และความเร็วของกองหน้ายูไนเต็ด ก็สามารถแซงกองหลังนิวคาสเซิลได้ตลอด รวมกับการที่นิวคาสเซิลเองก็ไม่ได้เล่นเพรสซิ่งบีบพื้นที่ด้วย ยิ่งทำให้กลางยูไนเต็ดเล่นง่ายขึ้นอีกมาก


ทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมานั้น ทำให้รูปเกมที่ออกมาในครึ่งแรก กลายเป็นการครองเกมรุกของเจ้าบ้านอย่างเด็ดขาด และนิวคาสเซิลผู้มาเยือน ได้ทำในจังหวะโต้กลับ โดยการวิ่งของโอเว่น และ มิลเนอร์ ส่วนการขึ้นเกมบุกของผู้มาเยือนนั้น ใช้เดเมี่ยน ดัฟฟ์, เอ็นซอกเบียและ อลัน สมิธ ในการเดินเกม แต่เมื่อกลางของยูไนเต็ดไม่ได้เติมขึ้นไปสูงนัก อีกทั้งฟูลแบ๊คก็ไม่ได้เติมบ่อยๆ ทำให้เกมโต้กลับของสาลิกา มาเจอทางตันบริเวณหน้ากรอบโทษแทบตลอด ไม่สามารถเจาะทะลุเข้าไปหาโอกาสยิงได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

โอกาสที่ดีที่สุดของผู้มาเยือน คือการสกัดบอลที่ย่ำแย่ของโอเช ที่ทำให้มีโอกาสได้ยิง กับการที่โรนัลโด้ ออกลูกโชว์บริเวณกราบขวากรอบโทษตัวเองแล้วเสียบอลสามสี่ครั้ง บวกกับที่คาร์ริคโดนขโมยบอลหน้ากรอบโทษตัวเองอีก นั่นคือโอกาสที่นิวคาสเซิลมีในครึ่งแรก แต่ก็ไม่สามารถยิงให้ได้ลุ้นได้เลย อลัน สมิธ มีส่วนกับเกมน้อยมาก ในขณะที่เดเมี่ยน ดัฟฟ์เอง ก็ดูจะหมดพิษสงไปเยอะ หากเทียบกับสิ่งที่เขาทำได้ในปีแรกที่เชลซี ผู้เล่นที่เด่นจริงๆกลับกลายเป็น เอ็นซอกเบีย ซึ่งโดดเด่นแซงหน้าแม้แต่โอเว่นด้วยซ้ำ

การที่นิวคาสเซิล ไม่สามารถเจาะเข้าทำเจ้าบ้านได้อย่างน่ากลัวเลยนั้น กลับไม่ได้ทำให้เกมรับเจ้าถิ่นออกลูกประมาท ที่เราเห็นก็เพราะแผงมิดฟิลด์ และกองหลัง ต่างยืนตำแหน่งอย่างมั่นคง และมีวินัย มีสมาธิดีจริงๆ (ยกเว้นโอเชในบางลูก) เพียงแต่การที่พื้นที่ของนิวคาสเซิลนั้น เปิดมากจริงๆ กลับทำให้ผู้เล่นในแดนหน้าของเราย่ามใจเกินไป และพยายามบุกเข้าไปเองบ่อยๆครั้ง แทนที่จะเลือกการจ่ายทะลุ หรือทำชิ่งตามเคย นั่นเอง ที่เราเห็นว่าแต่ละคนมีโอกาสยิงมากมาย โดยเฉพาะรูนี่ย์ แต่ก็สามารถถูกสกัดกั้นจากแผงหลังนิวคาสเซิล และผู้รักษาประตูได้ทุกครั้ง ไม่รวมกับที่ยิงทิ้งยิงขว้างไปเองอีกหลายครั้ง นี่ทำให้ท่านเซอร์ต้องเข้าไปเปิดคอร์สเป่าผมตอนพักครึ่ง ด้วยการด่ากราดเรียงตัว ที่นักเตะแนวรุกของเรา เล่นชายเดี่ยวเกินไปหลายๆครั้ง ทำให้ท่านเซอร์ไม่พอใจมาก และกลัวว่าหากครึ่งหลังจะเป็นอย่างนี้ต่อไป คงไม่มีโอกาสยิงได้แน่ๆ

นั่นเองคือจุดเปลี่ยนของเกมครับ เมื่อลงมาครึ่งหลัง จะเห็นว่ารูปเกมไม่ได้เปลี่ยนไป ยูไนเต็ดยังคงครองเกมรุกบุกเข้าใส่ผู้มาเยือนเหมือนเดิม ผู้มาเยือน ก็เล่นเกมรับแล้วโต้เหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ ยุทธวิธีการเข้าทำในกรอบโทษครับ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ผู้เล่นยูไนเต็ด พยายามที่จะทำชิ่งมากขึ้น เปิดพื้นที่ที่มีมากอยู่แล้ว ให้มากขึ้นไปอีก และสอดหาช่องเติมเข้ากรอบมากขึ้น ซึ่งตรงนี้เอง ที่ทำให้แผงหลังนิวคาสเซิลปั่นป่วนขึ้นมาอย่างจริงๆจังๆ และสร้างโอกาสได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โรนัลโด้ทำชิ่งกับรูนี่ย์ กับเตเวซอย่างสุดยอดจริงๆ และสร้างปัญหาให้แผงหลังนิวคาสเซิลตลอดจนต้องหยุดด้วยการฟาล์ว และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการล่าตาข่ายของเจ้าบ้าน

จากฟรีคิก โรนัลโด้ปลดล็อกแรกได้เรียบร้อย เราจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกา ต่อเนื่องธันวาเป็นต้นมา โรนัลโด้เริ่มที่จะยืดหยุ่นลูกฟรีคิกของเขามากขึ้น มีการเลือกใช้เทคนิคการยิงที่แตกต่างกันไปในแต่ละลูก และลูกนี้เขาก็เลือกที่จะยิงเรียดลอดใต้กำแพง ซึ่งได้ผลครับ เป็นประตูแรกที่ปลดภาระ และแรงกดดันออกจากบ่านักเตะทุกๆคนได้ในที่สุด หลังจากนั้น ก็เหมือนทุกอย่างเทมาทางเจ้าบ้านแล้ว การที่นิวคาสเซิล ยังคงเล่นเกมเดินหน้าเต็มตัวเวลาได้บอล มันยิ่งทำให้เกมโต้กลับของเจ้าบ้าน ทวีความน่ากลัวมากขึ้นเมื่อมีความมั่นใจแล้ว และพื้นที่ของกองหลังผู้มาเยือน เปิดมากขึ้นจากการหวังทวงประตูคืน ยิ่งทำให้แนวรุกเจ้าบ้านเล่นกันง่ายขึ้นไปอีก และท้ายที่สุด ก็พาเหรดกันยิงเพิ่มอีกห้าลูก เป็นการจบฉากแมทช์นี้ที่ 6:0 สกอร์ที่ห่างที่สุด นับแต่เปิดฤดูกาลเป็นต้นมา


การเปลี่ยนตัวในนัดนี้ ครั้งแรกค่อนข้างชื่นใจผมมากทีเดียว เพราะได้เห็นฟอร์มซิมป์สันอีกครั้ง การที่โอเชไม่สามารถหยุดเกมทางกราบของนิวคาสเซิลได้เลย ประกอบกับที่เอวร่าน่าจะเจ็บ จึงเอาเอวร่าออกให้ซิมป์สันลงมาแทนขยับโอเชมายืนฝั่งซ้าย เอาซิมป์สันมายืนแบ๊คขวา กับเกมนี้ อย่างน้อย เราก็เห็นว่าซิมป์สันมีทางบอลดีกว่าบราวน์แน่ๆ การอ่านจังหวะ การอ่านสเต็ปเท้าคู่ต่อสู้ และเลือกจังหวะเข้าบอล ทำได้ดีมากๆ การเติมเกมบุก และสอดขึ้นแถวหน้าของเขา ก็ดูสอดคล้องประสานกันดีกับเกม หากวัดจากเกมนี้ ก็คงบอกได้คำเดียวว่า ว่าสอบผ่านครับ แต่อย่าลืมว่านัดที่แล้วที่ลงมาเจอกับเอฟเวอร์ตัน เขาสอบไม่ผ่านนะครับ นั่นแสดงว่าเขายังอยู่ในช่วงที่ปรับตัวเข้ากับจังหวะของเกมพรีเมียร์ลีกอยู่ วันไหนที่ปรับตัวได้ดีแล้ว ผมมั่นใจว่า ซิมป์สันน่าจะเป็นตัวหลักได้ครับ นั่นก็หมายถึงโอกาสที่ลดน้อยลงของบาร์ดสลี่ย์นั่นเองครับ

กรเปลี่ยนเอานานี่ลงมาแทนกิ๊กส์ ก็หมายถึงการตั้งใจเก็บกิ๊กส์ไว้เล่นอย่างต่อเนื่อง และอยากให้นานี่ลองมาเล่นในเกมที่มีพื้นที่มากๆอย่างนี้บ้าง ซึ่งก็ถือว่าทำผลงานได้ดีพอตัวครับ ไม่ถึงกับเด่น แต่ก็ไม่ได้ด้อยอะไร ส่วนเฟล็ทเชอร์นั้น ก็ตอกย้ำลงไปอีกว่าเขาเหมาะกับเกมสองประเภท หนึ่งคือเกมที่สปีดช้าหน่อย ที่ทำให้เขามีเวลา และสองเกมแบบนี้แหละ คือเกมที่มีพื้นที่มากหน่อย ให้เขามีเวลาเช่นกัน เขาสามารถเดินเกมคู่กับคาร์ริคได้ดี และมีการดึงบอล มีจังหวะจ่ายสวยๆหลายครั้ง ดังนั้น ผมถึงได้บอกอยู่หลายครั้ง ว่าเฟล็ทเชอร์ยังมีประโยชน์กับเราอยู่มาก ขอแค่ใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลาเท่านั้นเองครับ อย่าเอาเขาลงเล่นในเกมที่เขาไม่ถนัด เพราะนั่นจะทำให้เขาหายไปจากเกมได้เลยทีเดียว

จากนัดนี้ เราจะเห็นได้ว่า เกมรุก ในวันที่เข้าฝัก และเกมรุกที่มีสามประสานอยู่กันครบครันในฟอร์มที่ดีที่สุด มันสามารถสร้างสรรค์โอกาสเกมรุกได้มากแค่ไหน ทั้งๆที่การเติมจากฟูลแบ๊ค น้อยกว่าปรกติอยู่หน่อยนึง และทั้งๆที่มิดฟิลด์ ก็ไม่ได้เติมขึ้นมาบ่อยๆเหมือนช่วงปีที่มีคีนและสโคลส์ก็ตาม แต่แนวรุกแค่สี่คน ก็สามารถสลับสับเปลี่ยนกันสร้างารรค์เกมรุกได้อย่างมีชีวิตชีวา โรนัลโด้สามารถทำแฮตทริกแรกในยูนิฟอร์มยูไนเต็ดได้ และเตเวซยิงอีกสองลูก รวมทั้งริโอ ที่สอดขึ้นมายิงอีกลูก รวมเป็นหกลูก เพียงแค่การเล่นครึ่งเวลาเดียวเท่านั้น

แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกเพิ่มเติมก็คือ การที่เราจะเอาบรรทัดฐานนัดนี้ มาวัดฟอร์มการเล่นของทีมในระยะยาว มันไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง อย่าลืมว่า นิวคาสเซิล ไม่ใช่ทีมที่เล่นเหนียวแน่น แต่เป็นทีมที่เล่นเกมรุก ใช้เกมรุกเป็นตัวแพ็คเกมรับตัวเอง ดังนั้น เกมที่นิวคาสเซิลไม่สามารถใช้เกมรุกที่มีได้อย่างเต็มที่ จึงมีส่วนอย่างมาก ที่ทำให้หลังบ้านของตัวเอง เปิดพื้นที่ เปิดจุดอ่อนออกมาเต็มๆ ตั้งแต่ครึ่งแรกด้วยซ้ำ เพียงแต่ครึ่งแรกเราไม่สามารถทำได้ เท่านั้นเอง

อีกข้อหนึ่ง ที่ผมอยากให้มองอย่างใจที่เป็นกลางก็คือ นัดนี้ เป็นการที่เราได้สามแนวรุกตัวจริง ลงสนามด้วยสภาพที่ฟิตเต็มถังจริงๆ เพราะเว้นมาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ นั่นก็คือ รูนี่ย์, เตเวซ และ โรนัลโด้ มองในมุมหนึ่ง ก็คือ สามคนนี้แหละ ที่พากันปั่นป่วนแนวรับผู้มาเยือนจนเป๋ แต่หากมองอีกแง่หนึ่งล่ะครับ หากเราขาดคนใดคนหนึ่งในสามคนนี้ เกมจะออกมาอย่างไร หากเราขาดสองในสามคนนี้ เราจะลำบากแค่ไหน และหากขาดทั้งสามคนล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่อยากให้ระลึกไว้เสมอก็คือ การที่ความหวังของเรา ถูกฝากไว้กับฟอร์มการเล่นของสามคนนี้เป็นหลักนับเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากต่อความต่อเนื่องของฟอร์มการเล่นในระยะยาว

เราไม่ทราบได้เลยว่า เมื่อไหร่ ที่ใครคนใดคนหนึ่ง จะบาดเจ็บ หรืออ่อนล้าเกินกว่าจะลงสนาม ดังนั้น เมื่อไหร่ที่เรามีสามคนนี้ในสนาม เราก็ควรการันตีสามแต้มให้ได้เร็วที่สุด เพื่อสลับใครคนใดคนหนึ่งออกมาพักบ้าง เก็บความสดไว้ใช้ในระยะยาว อย่างน้อย ตอนนี้ ซาฮาก็ไม่ทราบจะกลับมาได้เมื่อไหร่ ก็ได้แต่หวังว่า การที่ซาฮาเจ็บช่วงนี้ จะเป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้ท่านเซอร์ได้เปลี่ยนใจ กลับมาล่ากองหน้าเพิ่มจากตลาดอีกสักคน เพื่อการันตีทัพนักเตะในระยะยาว ตลอดสี่เดือนกว่าๆที่เหลือนี้

เกมในนัดนี้ ผมขอบ่นเรื่องเดียว คือการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน และผู้กำกับเล้น ที่ไม่ทันเกมบ่อยมากๆ โอเคว่า เกมนี้เป็นเกมเร็ว ทั้งสองทีมโจมตีกันตลอดเวลา อาจทำให้ผู้ตัดสินและผู้กำกับเส้นวิ่งไม่ทันบ่อยๆ แต่หลายๆครั้ง ที่ความผิดพลาดของกรรมการในเกมนี้ มันอาจทำให้รูปเกมเสียขบวนไปมากได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่น่าจะเป็นจุดโทษทั้งสามครั้งของเจ้าบ้าน หรือจังหวะล้ำหน้าของโอเว่น หรือแม้แต่ล้ำไม่ล้ำของริโอ ผมทราบดีครับ ว่าผมต้องยอมรับการตัดสินของกรรมการ มันคือส่วนหนึ่งของเกม ผมเองยอมรับมันได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ผมแค่อยากให้มาตรฐานในการตัดสิน ถูกยกระดับขึ้นเสียที อย่างน้อย ก็ไม่ควรให้มันค้านสายตาผู้ชมมากขนาดนี้ เกมในระดับพรีเมียร์ลีก ที่กำลังอวดตัวเองอยู่ ว่าเป็นลีกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก แต่กลับมีกรรมการที่ตัดสินค้านสายตาคนดูทุกๆนัด นัดละไม่ต่ำกว่าสามสี่ช็อต มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ ผมอยากเป็นอีกคน ที่ขอบอกว่า ต้องการให้มาตรฐานการตัดสิน สูงกว่าทุกวันนี้ แม้สักแค่เล็กน้อย ก็ยังดีครับ

สำหรับผู้เล่นที่เล่นได้ดีที่สุด คงไม่มีใครอื่น นอกจากแฮตทริกฮีโร่ของเรา เตเวซเองหากจะได้คะแนนดีว่ารูนี่ย์ ก็คงเป็นเพราะสองประตูนั่นแหละครับ ในขณะที่กิ๊กส์ก็โชว์ลีลาลืมแก่อีกนัด ปีนี้จึงน่าจะเป็นปีที่ดีอีกปีของเขา คาร์ริค เป็นกระดูกสันหลังในแดนกลางอย่างเห็นได้ชัดในเกมนี้ ความโดดเด่นของเขา ทำให้แอนนี่ กลายเป็นตัวประกอบไปเลย ทั้งๆที่แอนนี่ก็แสดงศักยภาพได้ดีอีกนัดเช่นกัน ริโอเองก็ยืนบัญชาการเป็นแกนหลักในแผงหลังของทีมได้ดีมากๆ

ผู้ที่โชคร้ายในเกมนี้มีถึงสามคน หนึ่งคือรูนี่ย์ ที่พยายามแล้วพยายามเล่า ก็ส่งลูกหนังไปกองในตาข่ายไม่ได้สักที ทำให้คะแนนในเกมนี้น่าจะต่ำไปหน่อย เพราะถือว่าใช้โอกาสเปลืองครับ ในขณะที่เอ็นซอกเบีย โชว์ผลงานได้กระฉูดมากๆ น่าจะเป็นหนึ่งในหลายๆนัดที่เขาวาดลวดลายได้ดีที่สุดด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้อะไรกลับบ้านเลย ส่วนคนสุดท้ายคืออลัน สมิธ ที่เกมนี้ เป็นการคัมแบ๊คสู่ถิ่นเก่าที่เงียบมากๆ สมิธแทบไม่ได้บอล แถมถูกไล่ออกในนาทีสุดท้ายด้วย แต่แฟนๆยังคงรักเขา สังเกตจากการปรบมือให้ตอนที่เขาเดินออกจากสนามไปครับ

มาถึงบทส่งท้าย
การขึ้นเป็นจ่าฝูงในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะอยู่อย่างนี้จนจบฤดูกาล จุดพลิกผันยังรออยู่อีกมากมายนัก ต้องเจอกับทีมลุ้นแชมป์ด้วยกันอีกสามนัด ไหนจะอาการบาดเจ็บที่ไม่ทราบว่าจะตามหลอกหลอนบรรดาดาราตัวรุกของเราอีกหรือไม่ เราจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ทั้งหมด ในช่วงสี่เดือนกว่าๆที่เหลืออย่างไร นั่นยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกแน่ๆ และท่านเซอร์ก็น่าจะรู้สึก รวมทั้งแฟนๆท่านอื่นๆก็น่าจะรู้สึกเช่นกัน นั่นคือ ซาฮาเจ็บอีกแล้ว กองหน้าหมดแล้ว ถ้ายังดื้อไม่เสริมทัพในตอนที่มีเวลาล่ะก็...หากพลาดแชมป์แล้วมาบอกว่าตัวทดแทนไม่พอ...

ผมคนหนึ่งล่ะครับ ที่จะไม่ปลื้มกับคำแก้ตัวนั้น!!!



Create Date : 14 มกราคม 2551
Last Update : 14 มกราคม 2551 10:17:06 น. 2 comments
Counter : 287 Pageviews.

 
เป็นนัดที่ยิงกันมันส์ที่สุดเลยครับ
มีอย่างที่ไหน ครึ่งเดียวซัดไปครึ่งโหล

สะจาย


โดย: jonykeano วันที่: 14 มกราคม 2551 เวลา:16:11:10 น.  

 
อืมมมมม อืมมมมม อืมมมม

เข้ามาดู และจะบอกว่า ไม่ได้ดูอะเลยโนไอเดีย 555

เห็นแต่จากคลิปที่พ่อโด้แกยิงฟรีคิกยังกะในการ์ตูนซึบาสะ



โดย: Thirdwave วันที่: 14 มกราคม 2551 เวลา:22:01:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.