Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
20081201 วิพากษ์ MAN. CITYvs MAN. UNITED

สามแต้มนี้ ที่รอคอย...


สวัสดีครับ ทุกๆท่าน มาพบกันเช้าวันจันทร์ที่สดใสวันหนึ่ง กับอากาศที่เย็นสบายกำลังดีนะครับ เป็นอย่างไรกันบ้าง กับการบริหารกล้ามเนื้อหัวใจเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา หวังว่าจะช่วยให้ทำงานทำการได้กระชุ่มกระชวยขึ้นบ้างนะครับ สำหรับผมนั้น เฝ้ารอเกมนัดนี้อย่างใจจดใจจ่อมาตลอดสัปดาห์ เนื่องจากหลายๆสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการที่เราพ่ายแพ้ทั้งไป-กลับต่อซิตี้ เมื่อซีซั่นที่แล้ว หรือว่าจะเป็นการเปลี่ยนตัวกุนซือจากอีริคส์สัน มาเป็นมาร์ค ฮิวจส์ หรือไม่ว่าจะเป็นการมาถึงของ โรบินโญ่ และผมก็คิดว่าหลายๆท่านก็คงเฝ้ารอเกมนัดนี้ไม่ต่างไปจากผม


การวางตัวผู้เล่นในนัดนี้ ท่านเซอร์สามารถส่งเบอร์บาตอฟลงสนามมาได้ตั้งแต่แรก หลังจากผ่านการทดสอบความฟิต และท่านเซอร์เองก็ส่งทัพตัวจริงลงสนามมาอย่างพร้อมเพรียง เพราะหลังจากเกมนี้จบลง เราก็จะเข้าสู่กลางสัปดาห์แห่งคาร์ลิ่ง คัพ ที่น่าจะทำให้บรรดาตัวหลักหลายๆคน ได้พักผ่อนกันบ้าง หน้าตาของทัพตัวจริงที่ลงสนามจึงเป็นดังนี้ครับ ในรูปแบบ 4-4-2

รูนี่ย์ เบอร์บาตอฟ
ปาร์ค เฟล็ทเชอร์ คาร์ริค โรนัลโด้
เอวร่า วิดิช ริโอ ราฟาเอล
ซาร์

ข่าวดีของผมและหลายๆคนก็คือ เกมนี้ เราได้เห็นราฟาเอล ดา ซิลวาลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังจากแกรี่ มีอาการบาดเจ็บไปพร้อมๆกับ เวสลี่ย์ บราวน์ การได้เห็นราฟาเอลลงสนามเป็นตัวจริงก็น่าจะพอเดาได้แบบไม่ต้องเม้ม ว่าท่านเซอร์ได้จัดเอาราฟาเอลเข้ามาอยู่ในลิสต์ตัวจริงแบบเต็มภาคภูมิเสียที เกมใหญ่ๆขนาดนี้ เดิมพันที่สูงลิบขนาดนี้ ราฟาเอลชนะใจท่านเซอร์ เบียดจอห์น โอเชลงสนามมาได้ ก็เท่ากับว่า อนาคตสดใสเชียวแหละครับ สำหรับเขาในเธียร์เตอร์ ออฟ ดรีมแห่งนี้ ส่วนทางด้านมาร์ค ฮิวจส์ ทีมชีตยังกั๊กๆอยู่บ้างในการจัดตัว เมื่อเอาโรบินโญ่ลงสนามเป็นตัวจริง แต่เอลาโน่ และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นเพียงตัวสำรอง ส่วนคู่กองหน้าเลือกใช้ เบนจานี่และดาริอุส วาสเซลล์



เริ่มเกมขึ้น ซิตี้ดูจะคึกคักกว่าด้วยความเป็นเจ้าบ้านและเสียงเชียร์ที่ออกจะกระหึ่มอลังการน่าดู ยูไนเต็ดผู้มาเยือนต้องลดดีกรีความห้าวของเจ้าบ้านด้วยการประคองเกมและเล่นช้าลง เน้นแน่นอนไว้ก่อน และพยายามเล่นเกมช้าในช่วงแรกๆ เพื่อดึงจังหวะเกมไม่ให้ไหลไปเข้าทางเจ้าบ้าน และก็ทำได้สำเร็จ เกมกลับมาอยู่ในคอนโทรลของยูไนเต็ดอย่างเบ็ดเสร็จเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ยูไนเต็ดใช้คู่กองกลางยืนรักษาระเบียบในพื้นที่ตรงกลางได้ดีมากๆ คาร์ริค และ เฟล็ทเชอร์ สามารถปักหลัก บงการเกมตรงกลางสนาม และตัดการขึ้นเกมของเจ้าบ้านได้แทบตลอด บอลของซิตี้ไม่สามารถทะลุเข้ามาทำอันตรายได้จากจังหวะโอเพ่นเพลย์เลยในครึ่งแรก มีเพียงแค่จังหวะเซ็ตพีซเท่านั้น ที่ดูยูไนเต็ดจะยังแก้ปัญหาไม่ได้เสียที วางบอลเข้ามาทีไรมีปัญหาตลอด และไอร์แลนด์ก็เกือบตะบันสวนทางเสียบเสาไกลจากจังหวะที่ยูไนเต็ดเคลียร์ลูกเปิดไม่ขาด ดีที่แค่ถากเสาไกลออกไป

เกมรุกของยูไนเต็ดนั้น ดูจะไหลลื่น และวูบวาบดีมากเมื่อมีเบอร์บาตอฟมาช่วยต่อเกมหน้ากรอบเขตโทษ และสิ่งที่เราได้เห็นจากเกมนี้ก็อาจยืนยันได้ดีขึ้น สำหรับข้อสังเกตที่ว่า เมื่อมีเบอร์บาตอฟในเกม โรนัลโด้จะมีส่วนร่วมในเกมรุกน้อยลง เมื่อน้ำหนักของการขึ้นบอลจะถูกแชร์แบนด์วิธมาให้เบอร์บาตอฟด้วย เกมในครึ่งแรก ยูไนเต็ดทิ้งคาร์ริคไว้ต่ำคนเดียว และให้เฟล็ทเชอร์ขึ้นสูงเพื่อเชื่อมเกมรุก อีกทั้งโรนัลโด้และปาร์คประจำการตามกราบเป็นหลัก มีรูนี่ย์ปั่นป่วนข้างหน้า และเหมือนจะให้เบอร์บาตอฟเป็นตัวฟรีหน้ากรอบ ฟูลแบ๊คสองข้างของซิตี้ดูจะมีปัญหามากเมื่อโรนัลโด้และปาร์คสลับฟากกันเล่นบ่อยๆ ทำให้จับทางวิ่งลำบาก อีกทั้งตัวเติมจากแบ๊คต่างก็เติมได้เร็วและคล่องทั้งเอวร่าและราฟาเอล ซึ่งนัดนี้ทั้งคู่ทำผลงานได้ดีมากๆ



แผงกองหลังของซิตี้ออกอาการตื่นๆบ่อยครั้งในครึ่งแรก เมื่อเจอแนวรุกของยูไนเต็ดสลับสับเปลี่ยนกันเข้าโจมตีเรื่อยๆ เกมรุกของยูไนเต็ดเล่นเอาแผงหลังซิตี้สกัดผิดพลาดและต้องเตะทิ้งอยู่บ่อยๆ การรุกเข้าทำในครึ่งแรกของยูไนเต็ดก็ทำได้หลากหลายมิติ ทั้งจากกราบ ทั้งเจาะทะลุตรงกลาง หรือลากเลื้อยลัดเลาะเข้ามา เมื่อหาช่องเจาะไม่ได้ ก็ถ่ายบอลออกด้านกว้าง และดึงบอลลงแดนหลังเพื่อเปิดพื้นที่ของซิตี้ออกมา จากนั้นก็ให้บอลเร็วเข้าไปยังช่องว่างที่ถูกเปิดออกมา ซึ่งทำได้ดีมากๆ บอลจากคาร์ริคเข้าเป้าหลายครั้ง เพียงแต่แดนหน้ายังจบกันไม่ลง (เหมือนเคย)

ยูไนเต็ดพลาดโอกาสได้ประตูอย่างน่าเสียดายในหลายๆจังหวะของครึ่งแรก ทั้งจากเอวร่า, รูนี่ย์ และ เบอร์บาตอฟ รวมทั้งโรนัลโด้ แต่ก็มาได้ประตูในที่สุด เมื่อซิตี้ไม่สามารถสกัดบอลให้พ้นอันตรายได้เด็ดขาด บอลขลุกขลักอยู่หน้ากรอบโทษ ปาร์คสอดเข้ามาบังและชิงโหม่งออกมาให้คาร์ริคที่เติมมาช่วย คาร์ริคแต่งบอลก่อนจะอัดเรียดด้วยซ้ายให้โจ ฮาร์ทออกแรงปัด แต่บอลทะลักเข้าทางรูนี่ย์ที่อยู่ถูกที่ถูกเวลา ก่อนเจ้าตัวจะจิ้มเข้าไปง่ายๆก่อนหมดเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น ทำให้จบครึ่งแรก ยูไนเต็ดออกนำเจ้าบ้านไปก่อน หนึ่ง-ศูนย์



ครึ่งหลัง มาร์ค ฮิวจส์ แก้เกมมาดีขึ้นเยอะ เมื่อถอดเอาฮามันน์ และวาสเซลล์ออกไป โดยส่งซาบาเลต้า กับเอลาโน่ลงมาแทน ฮามันน์นั้นปีนี้ช้าลงไปเยอะมากครับ ฮิวจส์เอาซาบาเลต้ามายืนหลัง แล้วดันกองปานีขึ้นมาตรงกลาง เกมตรงกลางของซิตี้ดีขึ้นทันตาเห็น เมื่อครึ่งแรกไม่สามารถเพรสซิ่งได้ถนัด ไล่ยูไนเต็ดไม่จน เพราะฮามันน์ช้า แต่เมื่อปรับเกมตรงกลางแล้ว ซิตี้ดูเร็วขึ้นมาก ประกอบกับเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากกดดันยูไนเต็ดได้ตั้งแต่นาทีแรกๆ ยูไนเต็ดออกอาการระส่ำไปเหมือนกัน เมื่อเกมตรงกลางเสียขบวนให้ซิตี้ แต่คาร์ริคและเฟล็ทเชอร์ยังจัดกระบวนทัพกมรับได้ดีอยู่หน้าแผงหลัง

การเซ็ตเกมป้องกันของยูไนเต็ดวันนี้ทำได้ดีครับ แท็คติคก็คือ พยายามหยุดการขึ้นเกมรุกทางริมเส้นของไรท์ ฟิลลิปส์และโรบินโญ่ให้ได้ ส่วนคาร์ริคและเฟล็ทเชอร์ก็รับผิดชอบตัดเกมประสานตรงกลางของซิตี้ ซึ่งทำได้ดี โรบินโญ่ไม่สามารถขึ้นเกมได้ถนัดนัก โชว์ฟอร์มไม่ออกเลยก็ว่าได้ ต่างกับไรท์ ฟิลลิปส์ ที่ถึงแม้จะมีอาการเจ็บตลอดเกม แต่ก็พล่านขึ้นลงตามกราบตลอด ทั้งรุกและรับ ไรท์จิ๋วนี่แหละ ที่แสดงให้โรบินโญ่เห็นด้วยการกระทำว่าเล่นในพรีเมียร์ลีกให้ดีควรเล่นอย่างไร ไม่น่าเชื่อว่าฟอร์มของคนที่เจ็บทั้งเกม จะทำได้โดดเด่นกว่าสตาร์เมืองกาแฟเยอะมาก เมื่อตัวเขาเองวิ่งลงมาบล็อกลูกยิงได้หลายครั้ง และยังลากบอลขึ้นไปเรียกใบเหลืองได้หลายใบจากยูไนเต็ด จะว่าไป โรบินโญ่ก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะเขาเป็นตัวรุก จะให้เล่นรับด้วย อาจมองได้ว่าเกินหน้าที่ แต่ไรท์จิ๋วกลับทำอย่างนั้นได้ดีมากๆ



ในขณะที่เกมของซิตี้รุกกดดันได้มากขึ้น หลังบ้านกลับโล่งโจ้ง เพราะต้องเติมเกมขึ้นไปเรื่อยๆ เกมสวนกลับของยูไนเต็ดที่เคยขึ้นชื่อลือชา เป็นอาวุธหนักอีกชนิดที่มี กลับทำอะไรไม่ได้มากนัก เมื่อขณะนี้ ฟอร์มล่าสุดของเพชฌฆาตแต่ละคนในทีม ช่างน่าละเหี่ยใจยิ่งนัก กว่าจะได้ยิงแต่ละทีเหมือนคิดมากเกินไปยังไงไม่ทราบ ทำให้ถูกบล็อก ถูกขวางไว้ซะทั้งหมดในจังหวะสุดท้าย ปาร์คนี่จะว่าไปก็ไม่ใช่กองหน้าอาชีพ แต่จังหวะยิงสองสามทีก็ช้ามากเกินไปจนเสียของ แถมโรนัลโด้ยังมาพลาดง่ายๆอีก เมื่อโดดขึ้นเทคลูกเตะมุม แต่ดันยกสองมือขึ้นกระแทกบอลซะงั้น โดยบอกเป็นซิกให้กรรมการรู้ว่า เขาได้ยินเสียงนกหวีดจึงต้องการหยุดเกม ซึ่งผมมองว่าเขาคงคิดอย่างนั้นจริงๆ เพราะอาการยกมือไม้นั่นก็ไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่า เขาพยายามจะใช้มือทำประตู แต่เหมือนเป็นการปัดป้องตัวเองมากกว่า แต่ก็มองได้ด้วยว่ายังไม่เป็นมืออาชีพ จังหวะเช่นนี้ ยังไงต้องปลอดภัยไว้ก่อนสิครับ โหม่งทิ้งหรืออะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่เอามือไปปัดบอลอย่างนั้น สมควรกับผลลัพธ์ครับ

หลังจากตรงนั้น เกมของยูไนเต็ดก็ไม่มีทางเลือก นอกจากเล่นรัดกุมมากขึ้น ซิตี้เปลี่ยนตัวทันที ส่งสเตอร์ริดจ์ลงมาแทนริชาร์ดส์ที่เจ็บ เป็นการวัดใจกันเลยทีเดียว ส่วนยูไนเต็ดก็เน้นประคองเกม ดึงจังหวะ และพยายามเล่นฆ่าเวลาไปเรื่อยๆเมื่อได้บอล ซิตี้โหมหนัก แต่จังหวะยิงจะจะยังแทบไม่เกิด โดนแนวรับยูไนเต็ดปิดการเข้าทำไว้ได้แทบหมด ราฟาเอลมีออกอาการบ้างเมื่อถูกกดดันหนักๆ ต้องเตะทิ้งหลายลูกเหมือนกัน ท่านเซอร์ทยอยเปลี่ยนตัวเมื่อเวลาใกล้หมด โดยส่งกิ๊กส์ลงมาแทนดิมี่ เมื่อดิมี่เองเห็นกันชัดๆเลยว่า...หมดแล้วววว และยังส่งโอเชลงมาแทนปาร์คเพื่อเติมเกมรับอีกคน ซิตี้เกือบทำได้สำเร็จจากลูกตั้งเตะและเตะมุมในช่วงท้ายเกม โจ ฮาร์ทขึ้นมาเล่นด้วย แต่ซิตี้กลับโดนแย่งบอลได้ และกิ๊กส์ลากบอลไปหาประตู ก่อนจะจ่ายให้รูนี่ย์ ที่ยิงเน้นๆ บอลลอยโด่งกำลังจะเข้าประตู แต่ ฮาร์ทวิ่งห้อกลับมาโดดปัดทิ้งออกไปได้อย่างเหลือเชื่อในจังหวะสุดท้าย ทำให้จบเกมไปด้วยสกอร์นี้ และเป็นสามแต้มของผู้มาเยือนในที่สุด



เป็นเกมที่ลุ้นกันใจหายใจคว่ำจริงๆครับ ไม่มีง่วง ไม่มีเบื่อเลยตลอดเกม ยิ่งตอนที่โรนัลโด้ออกไปเนี่ย หลังจากนั้น เกมเป็นของซิตี้ชัดเจนเลย ยิ่งต้องลุ้นหนักมาก แต่สุดท้ายก็ได้สามแต้มมาต่อลมหายใจการลุ้นแชมป์ได้อีกสัปดาห์

รูปเกมก็อย่างที่ได้บอกไปอย่างละเอียดข้างบนนี้ครับ จะมีเพิ่มเติมบ้างก็ตรงที่ผมสังเกตว่า รูปเกมของซิตี้ ดูอันตรายขึ้น เมื่อมีโรบินโญ่ แต่จากหลายๆนัดที่ผ่านมา โรบินโญ่จะอันตรายสุดๆก็ต่อเมื่อมีพื้นที่ มีช่องว่าง และได้พาบอลทะลุทะลวง ซึ่งวิธีการเล่นไม่ต่างจากไรท์ ฟิลลิปส์ เพียงแค่โรบินโญ่มีศักยภาพและความคมที่สูงกว่าไรท์จิ๋ว เกมนี้ ท่านเซอร์จึงเลือกใช้แบ๊คความเร็วสูงทั้งสองฝั่งมาวิ่งไล่กวดป้องกันจรวดทางเรียบของซิตี้ รวมทั้งให้มิดฟิลด์สองคนรักษาพื้นที่อย่างมีวินัย ถ้าจะต้องฟาล์ว ให้รีบฟาล์วตัดเกมแต่ไกล อย่าให้ซิตี้มีโอกาสพาบอลมาป้วนเปี้ยนหน้ากรอบบ่อยๆ และไม่ลอยสูงเปิดพื้นที่ให้โรบินโญ่เด็ดขาด ซึ่งผมมองว่าเราทำหน้าที่ได้ดีมากๆแล้ว ในเกมรับ แต่กับเกมรุกมันก็อีกเรื่องหนึ่ง

เกมรุกของเราในนัดนี้ ก็เหมือนที่ผ่านๆมา ที่เราต่อบอลกันได้ดี และไหลลื่นพอสมควร การเข้าทำดูหลากหลายและมีพลังมากขึ้น แต่จังหวะจบกลับทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งๆที่ซิตี้เองในแผงหลังพลาดจะจะกันตั้งหลายต่อหลายลูก แต่เราฉวยโอกาสนั้นไว้ไม่ได้ ตรงนี้ต้องทำใจครับ เราเพิ่งปรับทีมในแนวรุกใหม่ สมดุลยังไม่เกิดขึ้นอย่างที่หวัง ความเข้าอกเข้าใจยังไม่เต็มที่ ตรงนี้มีผลให้ความคมในการจบสกอร์ยังมีปัญหา เมื่อยังต้องพะวงว่า ต้องยิงแล้วหรือ มีใครอยู่ในจุดที่ดีกว่าหรือไม่ และเมื่อใดที่เกิดอาการลังเลแม้เพียงเสี้ยววินาที มันก็เพียงพอแล้วที่คู่ต่อสู้จะชาร์จเข้ามาบล็อกได้ทัน



ส่วนสาเหตุที่ฟอร์มครึ่งแรกกับครึ่งหลังของซิตี้ต่างกันมากมายนั้น ผมมองว่าตัวแปรสำคัญที่สุดก็คือ ฮามันน์ และวาสเซลล์ ฮามันน์นั้นเกมนี้ช้ามาก ไม่สามารถไล่ทันจังหวะต่อบอลของยูไนเต็ดเลย แถมถูกไล่บี้แย่งบอลเอาไปบ่อยๆ เมื่อเปลี่ยนเป็นเอลาโน่ ที่ดูจะมุ่งมั่นกว่า และมีพลังมากกว่าในวันนี้ ทำให้เกมตรงกลางที่มีเอลาโน่ และไอร์แลนด์ มีชีวิตชีวาและกล้าเล่นขึ้นมาทันที ส่วนวาสเซลล์นั้น ครึ่งแรกสาบานได้เลย ว่าผมไม่เห็นเขาแฮะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ในสนาม แดนหน้าเห็นมีแต่เบ็นจานี่คนเดียวที่พักบอล เล่นบอลรอเพื่อนเติมมาช่วย ตรงนี้เมื่อเปลี่ยนออกมาแล้วเติมมิดฟิลด์เข้าไปเพิ่ม ก็ทำให้มิติในเกมตรงกลางของซิตี้ดูดีขึ้นมาทันที

เพียงแต่ผมมองว่า การที่ซิตี้มีผู้เล่นชั้นดีมากขึ้นในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนตัวโค้ชจากอีริคส์สันมาเป็นฮิวจส์นั้น ผมกลับมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สวนทางกันกับการซื้อนักเตะ โอเคว่าฮิวจส์ไม่ใช่กุนซือใหม่ถอดด้าม และเขามีผลงานที่ดีกับแบล๊คเบิร์น โรเวอร์ส แต่กับซิตี้มันเป็นอีกเรื่องราวหนึ่งเลย ฮิวจส์ยังถูกผมมองว่าไม่ใช่กุนซือที่มีฝีมือในการแก้เกมมากนัก แต่เรื่องการทำทีมเกมรุกได้ดี อันนั้นผมไม่เถียง แต่เขาจะตอบโจทย์ของสโมสรได้ทุกข้อหรือเปล่า อันนั้นก็น่าจะทราบคำตอบกันดีอยู่แล้ว สำหรับซิตี้ การตั้งเป้าหมายจะพาทีมเรือใบสีฟ้าขึ้นเถลิงความยิ่งใหญ่ในอนาคตนั้น กุนซือก็คือเทียบได้กับกัปตันเรือ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด และผมมองว่าฮิวจส์เป็นเพียงกุนซือขัดตาทัพเท่านั้น การจะคว้าซูเปอร์สตาร์ดาราดังเข้ามาร่วมทีมนั้น เงินก็คือส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้จัดการทีม ที่จะสามารถทำให้เหล่าดาราดัง และเจ้าของสโมสรสามารถคาดหวังได้ว่า จะนำพาความสำเร็จมาสู่สโมสรได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ใช่แค่บอลถ้วยในประเทศ

และผมเองยังเชื่อว่า ความเปลี่ยนแปลงในถิ่นซิตี้ จะยังมีอะไรให้ได้ติดตามกันอีกเยอะ โดยเฉพาะ ตัวผู้จัดการทีมครับ



โปรแกรมเดือนธันวาคมครับ

December 2008
03 Dec League Cup (Carling) Blackburn (Date and Time TBC)
06 Dec Barclays Premier League Sunderland H 17:30
10 Dec UEFA Champions League Aalborg BK H 19:45
13 Dec Barclays Premier League Tottenham A 17:30
26 Dec Barclays Premier League Stoke City A 12:45
29 Dec Barclays Premier League Middlesbrough H 20:00

จะมีหนักๆหน่อยก็คือ การออกไปเยือนท็อตแน่มนี่แหละครับ รวมทั้งเยือนสโต๊ค ที่อาจต้องเตรียมใจกับสตั๊ดติดดาบเอาไว้ด้วย เหมือนที่อาร์เซน่อลโดนมาก่อนแล้ว


อย่าลืมตามลุ้นกันนะครับ


สงบใจ



Create Date : 01 ธันวาคม 2551
Last Update : 1 ธันวาคม 2551 10:46:26 น. 0 comments
Counter : 236 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.