Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
17 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
20080317 วิพากษ์ Derby County VS Man UTD

สวัสดีครับ ก่อนอื่นคงต้องขออภัยทุกๆท่าน ที่ผมไม่สามารถมาเขียนบทวิพากษ์ให้อ่านกันในสัปดาห์ที่แล้วได้ครับ เนื่องจากลูกชายไม่สบาย ตอนนี้ ก็ถือว่าหายสนิทแล้วครับ กลับมาซ่าได้เต็มที่เหมือนเดิมแล้ว ขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจและคำอำนวยพรจากทุกๆท่านด้วยครับ เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวล่ำเวลา เรามาเริ่มกันเลยนะครับ

เกมนัดนี้ เราได้แข่งก่อนอาร์เซนอลนะครับ แม็ตช์ชนแม็ตช์ นั่นก็คือ อาร์เซนอลที่พลาดท่าทำได้แค่เสมอมาจากนัดสัปดาห์ก่อนหน้านั้น มีแต้มนำหน้ายูไนเต็ดเพียงแค่สองแต้ม แต่แข่งมากกว่าหนึ่งนัด ทำให้ยูไนเต็ด หมายมั่นปั้นมือมาเก็บสามแต้มที่ไพรด์ ปาร์คอย่างเต็มที่ เพื่อกดดันอาร์เซนอลที่จะลงแข่งตามหลังให้มากที่สุด แต่... ท่านเซอร์ก็ทำให้หัวใจแฟนๆเต้นไม่เป็นส่ำอีกครั้ง เมื่อส่งแข้งสำรองลงมาพอสมควรในเกมนี้ และกว่าจะเก็บชัยชนะไปได้ ก็ทำให้แฟนๆได้เสียวหัวใจไปหลายรอบเหลือเกิน

ผู้รักษาประตูนั้น น้าซาร์ยังคงเจ็บโคนขา และคุสแซ็คก็ติดโทษแบนจากใบแดงนัดก่อนหน้า ทำให้โอกาสตกมาอยู่กับเบน ฟอสเตอร์ นายทวารดีกรีทีมชาติอังกฤษอายุเพียง 24 เท่านั้น ส่วนแผงหลัง คู่เซ็นเตอร์ฮาลฟ์ เลือกดร็อป ริโอ เฟอร์ดินานด์ ใช้บริการเวส บราวน์ และ เนมานย่า วิดิช ยืนคู่กัน ฟูลแบ๊คด้านขวาเป็น จอห์น โอเช ด้านซ้ายเป็น ปาทริซ เอวร่า คู่กองกลางเลือกใช้ พอล สโคลส์ และ อันแดร์สัน ทางด้านกว้างมี ไรอัน กิ๊กส์ และ ปาร์ค ชี ซอง คู่กองหน้าให้ความไว้วางใจ เวยน์ รูนี่ย์ และ โรนัลโด้ ยืนคู่กัน โดย ไลน์อัพ ออกมาเป็นดังนี้

รูนี่ย์ โรนัลโด้
กิ๊กส์ อันแดร์สัน สโคลส์ ปาร์ค
เอวร่า วิดิช บราวน์ โอเช
ฟอสเตอร์

ทั้งนี้ ทั้งนั้น ทางฝั่งดาร์บี้เอง ตัวผู้เล่นบาดเจ็บเยอะมาก จนไม่ค่อยมีทางเลือกในการจัดทีมมากนัก แต่ยังส่งตัวหลักอย่าง โรเบิร์ต เอิร์นชอว์, ร็อบบี้ ซาเวจ และเคนนี่ มิลเลอร์ ลงมาได้ และมี รอย คาร์โรลล์ อดีตเด็กผีแดง ยืนเฝ้าเสาอยู่

การที่ทีมต้องการสามแต้มเป็นอย่างมาก เพื่อกดดันอาร์เซนอลต่อไป แต่ต้องมาเจอกิมบ๊วยอย่างดาร์บี้ ที่ตัวหลักเจ็บมากมายเช่นนี้ ผมก็คาดไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ท่านเซอร์ต้องโรเตชั่นแน่ๆ และมันก็เป็นจริง ตำแหน่งผู้รักษาประตูคงว่าอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีทางเลือก แต่กับตำแหน่งคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟนั้น ขัดใจผมมาก เพราะบราวน์ และวิดิช ไม่ใช่ตัวบุ๋นทั้งคู่ แต่เป็นตัวบู๊ ซึ่งถือเป็นตัวชน ตัวกวาดตัวแรกมากกว่าที่จะเป็นตัวอ่านทางบอล และเก็บตกบอลจากการชนของเซ็นเตอร์ตัวแรก ทำให้ผมไม่ค่อยมั่นใจค่เซ็นเตอร์คู่นี้เท่าไหร่ และผมกลับนึกถึงปิเก้ เกมนี้ท่านเซอร์น่าจะให้โอกาสปิเก้มากกว่าที่จะเลือกตัวชนทั้งสองตัวมายืนคู่กันครับ

ส่วนกองกลางนั้น น่าจะเคลียร์ได้แล้วว่าโอกาสที่สโคลส์ กับ กิ๊กส์จะเล่นคู่กันนั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นในเกมใหญ่แบบเต็มๆเกมอีกต่อไปแน่นอน เพราะเท่าที่ดู ขนาดเล่นกับดาร์บี้ ทั้งคู่ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มที่เหนือกว่าคู่แข่งให้เห็นแบบเด่นชัดเท่าไหร่ กลับถูกแย่ง ถูกล้วงบอลบ่อยๆด้วยซ้ำ และการที่ตัวผู้เล่นเป็นชุดผสมตั้งแต่หลังยันหน้าเช่นนี้ มันทำให้การต่อบอลที่เคยลงตัวกว่านี้ เกิดความสับสนและผิดพลาดขึ้นบ่อยๆ บอลไปได้ไม่สุด โอกาสจบสกอร์จากการต่อบอลสวยๆมีน้อย เพราะโอกาสส่วนมากมาจากจังหวะฉาบฉวยและโต้กลับซะมากกว่า อีกทั้ง สปีดเกมที่เร็วจัดๆ ยังส่งผลให้ทั้งคู่มีเวลาน้อยในการเล่นกับบอล และเสียบอลง่าย

เกมของดาร์บี้ในวันนี้ มาน่ากลัวจริงๆ นักเตะทุกๆคนวิ่งไล่บอลอย่างบ้าคลั่ง และไล่เพรสซิ่งแย่งบอลยูไนเต็ดตั้งแต่แดนกลางสนาม ถึงแม้จะครองบอลต่อเกม เดินเกมบุกได้ไม่กดดันเท่าไหร่นักในครึ่งแรก แต่การเล่นเกมโต้กลับของดาร์บี้ กลับสร้างปัญหาหนักหน่วงต่อแมนฯยูไนเต็ดอย่างต่อเนื่อง ร็อบบี้ ซาเวจ และเดวิด โจนส์ ขยันมากจริงๆ วิ่งไล่บอลตั้งแต่หลังยันหน้า และสามารถเปิดป้อนบอลโต้กลับสวยๆให้ มิลเลอร์ และ เอิร์นชอว์ได้จบสกอร์หลายต่อหลายลูก แต่นัดนี้ เหมือนฟ้าเปิดโอกาสให้ฟอสเตอร์ได้โชว์ เขาสามารถงัดซูเปอร์เซฟสวยๆ มาช่วยชีวิตทีมได้ทุกๆครั้ง ถึงแม้สภาพสนามและอาการตื่นๆ จะทำให้เขามีปัญหากับการเตะบอลจากลูกส่งกลับหลังอยู่หลายๆจังหวะก็ตามที่ทำให้เราเสียวหัวใจตลอดเกม

เกมนัดนี้ ทั้งคู่ใส่กันเต็มที่ เปิดเกมบุกซดกันอย่างไม่หายใจจริงๆ แมนฯยูไนเต็ด ครองบอลเปิดเกมรุกกดดันอยู่ตลอดเวลา แต่กลับขาดๆเกินๆในจังหวะสุดท้ายตลอด และโอกาสจบสกอร์ก็ทำได้ไม่ดี แถมยังมีด่านสุดท้ายอย่างคาร์โรลล์ ที่ออกจะผีเข้าอยู่เช่นกันในนัดนี้ ช่วยให้เกมรับของดาร์บี้ ยังยันผู้มาเยือนได้อยู่หมัด เกมของเจ้าบ้านนั้นในวันนี้ไม่ใช่เกมอุด แต่เป็นเกมรับแบบเพรสซิ่งผสมคุมโซนที่ไม่ค่อยเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งได้เล่นง่ายๆ นัลโด้, กิ๊กส์, รูนี่ย์ และปาร์ค ไม่มีโอกาสพลิกบอลมากเท่าไหร่ มักจะถูกเบียด ถูกแซะตลอดเกม นอกจากจังหวะสวนกลับเท่านั้น ที่ดูจะทำกันได้ดีขึ้น และเร็วขึ้น แต่ก็ยังจบสกอร์ไม่ลง

สปีดของเกมในนัดนี้ถือว่าเร็วมาก ดาร์บี้เปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้รวดเร็วจริงๆ และเมื่อไม่มีตัวตัดเกมหน้าแผงหลังค้ำให้ ทำให้บอลทะลักไปถึงฟูลแบ๊คเร็วมาก เอวร่าลงไม่ทันตลอดในเกมโต้กลับของดาร์บี้ ส่วนโอเช ก็ปิดเกมทางกราบไม่ค่อยอยู่ ทำให้เกมนี้ ดาร์บี้มีโอกาสโยนเข้ากลางบ่อยมาก และหวุดหวิดจะเป็นประตูก็หลายครั้ง แต่ยังดีที่ฟอสเตอร์ช่วยชีวิตยูไนเต็ดได้ตลอดส่วนคู่เซ็นเตอร์ที่เป็นตัวชนทั้งคู่ ก็โอนเอนมา เสียท่าให้มิลเลอร์ กับ สเตอร์ยอฟสกี้ และเอิร์นชอว์ก็หลายครั้ง

เมื่อล่วงเข้าสู้ครึ่งหลัง ดาร์บี้ที่ดูน่าจะหมดแล้ว เพราะไล่บอลเยอะมากกันทุกคน กลับดูเหมือนมีแรงมากขึ้นอีกด้วยซ้ำ การเพรสซิ่งทำได้ดีขึ้น ถึงตัวเร็วขึ้น เกมจากรับเป็นรุกทำได้รวดเร็วขึ้น และถ่ายบอลเท้าสู่เท้าแม่นยำ รวดเร็วมากขึ้นกว่าครึ่งแรกเสียอีก ทำให้หลายๆจังหวะในครึ่งหลัง เกมกลายเป็นการครองบอลรุกเข้าใส่ของดาร์บี้มากกว่ายูไนเต็ดเสียอีก และจากการครองบอลกดดันยูไนเต็ดนี้เอง ที่ทำให้ดาร์บี้มีโอกาสเปิดป้อนเข้าทำทั้งตรงกลาง ด้านซ้าย ด้านขวา ไม่บอกก็คงไม่เชื่อว่านี่คือดาร์บี้ ที่เพิ่งโดนเชลซียิงกระจายมาไม่กี่วัน เพราะรูปเกมดูดีมากเหลือเกิน กดดันแผงหลังยูไนเต็ดให้ยวบลง ยวบลงได้ตลอด

สปีดของเกมที่ว่าเร็วในครึ่งแรก มาครึ่งหลังยิ่งเร็วขึ้นไปอีก และนั่นเริ่มทำให้สโคลส์ กับกิ๊กส์มีปัญหามากขึ้น ดูเหมือนทั้งคู่จะจัดการกับสปีดที่เร็วจัดของเกมในครึ่งหลังไม่ค่อยได้ สโคลส์ทำเกมและขยับช้ามากในครึ่งหลัง ส่วนกิ๊กส์ ก็ไม่สามารถต่อบอลสวยๆเข้าทำได้ถนัดนัก ทำให้เกมรุกในแดนหน้า ต้องพึ่งพารูนี่ย์, โรนัลโด้ และปาร์คเป็นส่วนใหญ่ เอวร่าก็ต้องดันมาช่วยกิ๊กส์บ่อยครั้งมากขึ้น ยิ่งทำให้เกมโต้กลับของดาร์บี้ทางกราบเอวร่า น่ากลัวมากขึ้นอีก คูเซ็นเตอร์ก็หลุดบ่อยขึ้น ดาร์บี้มีโอกาสหลุดไปเดี่ยวๆด้วยซ้ำ เกมของสโคลส์ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งดูเหมือนหายไปจากเกม เมื่อสโคลส์หายไปจากเกม อันแดร์สันก็ดูเหมือนถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น และเสียจังหวะของตัวเองในการคุมเกมแดนกลางในที่สุด

เมื่อเห็นว่าเกมไม่สามารถถูกดึงกลับเข้ามาในคอนโทรลของตัวเองได้ แถมยังเสียการครองบอลตรงกลางสนามไปอีก ท่านเซอร์จึงแก้เกมทันที ด้วยการส่งคาร์ริคลงมาแทนสโคลส์ และเอาซาฮามาแทนปาร์ค ตอนนี้ เกมตรงกลางกลายเป็นคาร์ริคคู่อันแดร์สัน และมีโรนัลโด้เป็นปีก คู่หน้าเป็นซาฮาและรูนี่ย์ เมื่อมีคาร์ริค ที่ตอนนี้เล่นบอลด้วยจังหวะที่เร็วขึ้นกว่าเดิมได้ดีขึ้นมาคุมเกมตรงกลาง ก็ทำให้โมเมนตัมค่อยๆคืนกลับมาสู่ด้านยูไนเต็ด ส่วนอันแดร์สันนั้น ดูจะยังปรับบทบาทของตัวเองไม่ค่อยได้ จากที่เสียจังหวะเกมของตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ไม่สามารถเล่นได้ตามที่เคยทำได้ดีในช่วงเดือนสองเดือนก่อนหน้านี้ และสุดท้ายก็ต้องถูกถอดออก โดยส่งเฟล็ทเชอร์ลงมาไล่บอลแทน

และก็เป็นการเปลี่ยนตัวที่ดูจะเข้าที่เข้าทางสำหรับผู้มาเยือนเสียด้วย เพราะการที่ได้มิดฟิลด์ที่ซื่อตรงต่อหน้าที่ เคร่งครัดในวินัยอย่างเฟล็ทเชอร์มาเป็นลูกหาบคอยไล่เก็บบอลหน้าแผงหลังคืนให้กับคาร์ริค ก็ทำให้งานของคาร์ริคง่ายขึ้น คาร์ริคในวันนี้ สามารถเล่นได้ในสปีดที่เร็วขึ้นเยอะ ออกบอลง่ายขึ้น และจ่ายบอลยาวได้ลุ้นหลายๆครั้ง ในที่สุดยูไนเต็ดก็สบโอกาส จากการที่โอเช เปิดบอลยาวไปให้รูนี่ย์ตรงที่ว่างทางซ้ายสุดเส้นฝั่งดาร์บี้ รูนี่ย์ควบไปเอาบอลก่อนเปิดกลับมากลางประตู และเป็นโรนัลโด้ที่สอดเข้ามาแปเน้นๆ ตุงตาข่าย กลายเป็นลูกที่ 22 ในลีก หนีตอร์เรสไปเป็นสองลูกเท่าเดิม

หลังจากนั้น เกมก็กลับมาอยู่ในรูปแบบเดิมๆอีกครั้ง เมื่อยูไนเต็ด พยายามหาประตูที่สองเพื่อการันตีสามแต้ม ในขณะที่ดาร์บี้เองไม่ได้ขวัญเสียกับการเสียประตู ยังคงเซ็ตเกมรับได้เป็นอย่างดี และหาโอกาสสวนกลับสวยๆอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งก็ยังคงน่ากลัวเหมือนเดิมครับ แต่สุดท้าย ก็ทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบเกม ยูไนเต็ดบุกมาเอาชนะดาร์บี้ ได้แบบหืดขึ้นคอจริงๆ แต่ก็เป็นสามคะแนนที่ล้ำค่าอย่างมาก ที่ส่งแรงกดดันทั้งปวงข้ามไปยังลอนดอน ให้อาร์เซนอลได้เร่งฟอร์ม เก็บสามแต้มแซงกลับให้ได้

ผู้เล่นที่เล่นได้ดีมากๆในเกมนี้ ทางฝั่งยูไนเต็ด ผมคงยกให้ฟอสเตอร์อย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ ถึงแม้โรนัลโด้เป็นผู้ซัดประตูชัย แต่จากโอกาสที่มีเป็นสิบ ทำให้ดูเหมือนทิ้งขว้างโอกาสไปมากกว่า ส่วนเอวร่า เดินเกมบุกได้ดีมาก แต่หลุดตลอดในเกมรับที่โดนจ้องจะสวนทางด้านนี้เป็นประจำ อีกคนที่เล่นได้ดีก็คือ ปาร์ค ที่ดูจะพัฒนาแนวทางการเล่นของตัวเองร่วมกับเพื่อนได้ดีขึ้นมาก สอดประสานกับรูนี่ย์และโรนัลโด้ได้สนุกสนาน แม้จะไม่เกิดประตูก็ตาม ส่วนทางฝั่งดาร์บี้ อยากยกให้รอย คาร์โรลล์เช่นกัน ที่เซฟอุตลุตในเกมนี้ ดาร์เรน มัวร์ และเอ็ดเวอร์ธี่ ก็เล่นได้ดีครับ ที่วิ่งขยันจริงๆทั้งเกมก็ต้องร็อบบี้ ซาเวจ ที่ได้เจอเพื่อนร่วมรุ่นคลาสออฟ 92 อย่างกิ๊กส์ และ สโคลส์ แต่ซาเวจโขมยซีนทั้งคู่ได้หมดจริงๆ อีกคนก็คือเอิร์นชอว์ ก็ปั่นป่วนแผงหลังยูไนเต็ดได้ดีครับ

สำหรับเกมนี้ การเปลี่ยนตัวของดาร์บี้ ที่เอา แอนดี้ ทอดด์ลงมาแทน มาร์ค เอ็ดเวอร์ธี่ นั้น ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร แต่ดูแล้วท่าทางน่าจะเจ็บนะครับ ส่วนการเอาวีย่าลงมาแทนเอิร์นชอว์ และโรแบร์ลงมาแทน สเตอร์ยอฟสกี้ ก็น่าจะเป็นการเพิ่มความสด และความคล่องในเกมโต้กลับนั่นเอง ผมค่อนข้างดีใจ ที่ได้เห็น โลรองต์ โรแบร์อีกครั้งนะครับ โรแบร์คนนี้ เป็นอดีตกำลังสำคัญของสาลิกาดง นิวคาสเซิล ยุคที่หวังจะกลับมารุ่งเรืองในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งนั่นแหละครับ โรแบร์เล่นดีมากในลูกเซ็ตพีซ ถือเป็นจอมยิงฟรีคิกคนหนึ่ง ถึงแม้ไม่ได้เด่นขนาดเบ๊คแฮมก็เถอะ แต่ถือว่ายิงดี ยิงหนักครับ อีกทั้งลูกชั้นเชิง การอ่านเกมก็ไม่เป็นรองใคร จ่ายบอลแม่น และยิงคม สมัยที่อยู่กับนิวคาสเซิลก็พอพูดได้เต็มปากแหละครับ ว่าเป็นหัวใจของทีมคนหนึ่งก็ว่าได้ แต่ปัจจุบัน ดูโรยราไปเยอะทีเดียวครับ

และการที่ท่านเซอร์ออกมาชมหนูโด้ไม่ขาดปาก ก็เพราะว่าหนูโด้ เซฟหน้าแกไว้มากมายทีเดียวที่ยิงประตูเก็บสามแต้มเอาไว้ได้ การที่ท่านเซอร์จัดทีมแบบนี้ แล้วหากทำได้แค่เสมอ หรือแพ้ดาร์บี้ นั่นคงทำให้โมเมนตัมเปลี่ยนกลับมาเข้าทางอาร์เซนอลแน่นอน และอาจส่งผลต่อกำลังใจของทั้งสองทีมในทางตรงข้ามกันแน่ๆ แต่สุดท้ายเมื่อหนูโด้ยิงได้ ทีมได้สามแต้ม ท่านเซอร์คงรอดตัวจากความผิดพลาดที่จัดทีมไม่เต็มสูบ หวังพักตัวหลักๆไว้เช่นนี้ แต่อย่าลืมว่า คนที่มีส่วนที่สุดในสามแต้มของเกมนี้ ก็คือ เบน ฟอสเตอร์ครับ ทั้งบิน ทั้งพุ่ง ทั้งบล๊อค ทำทุกอย่างที่ต้องทำ และทำได้ดีมากจริงๆ (อย่าเพิ่งไปมองการเตะก็แล้วกันครับ ) หากเขาพัฒนาการเตะลูกส่งคืนให้นิ่งกว่านี้ ตื่นน้อยลงกว่านี้ ผมเชื่อว่า เขามีดีพอจะแย่งมือหนึ่งในทีมได้ครับ แต่ไม่ใช่ในปีสองปีนี้แน่ๆ

และหลังจากเกมของอาร์เซนอลจบลง ก็ปรากฏว่า แรงเหวี่ยงจากเกมกับดาร์บี้ที่ส่งไปถึงลอนดอนนั้น รุนแรงกว่าที่คิด เพราะอาร์เซนอลทำได้แค่เสมออีกแล้ว ถือเป็นนัดที่สี่ติดต่อกัน หลังจากที่แพ้ยูไนเต็ดตกรอบเอฟ เอ คัพไป เมื่อเดือนก่อน ทำให้เก็บได้แค่สี่แต้ม จากสี่นัด หรือหายไปถึงสิบสองแต้มนั่นเอง ตอนนี้ ยูไนเต็ด กลับมาเป็นจ่าฝูงแบบเต็มตัวอีกครั้ง ด้วยแต้มเท่ากัน ประตูได้-เสียดีกว่าอาร์เซนอลแปดลูก และแข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด ส่วนเชลซีที่เก็บชัยชนะจากซันเดอร์แลนด์มาได้ ก็ขยับแต้มมาเป็น 64 ไล่จ่าฝูงยูไนเต็ดเพียงแค่สามเท่านั้น และแข่งเท่ากัน นั่นหมายความว่า หากวันพุธนี้ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับมือโบลตันที่ไม่มีอาเนลก้า และเชลซี ที่จะไปเยือนไวท์ ฮาร์ท เลน เพื่อเล่นในเกมตกค้าง หากทั้งคู่เก็บสามแต้มเต็มได้สำเร็จ เท่ากับยูไนเต็ดจะเป็นจ่าฝูงเดี่ยวด้วยสามแต้มนำ ในขณะที่เชลซีจะมีแต้มเท่าอาร์เซนอลทันที ซึ่งก็จะมาวัดกันในคืนวันอาทิตย์นี้แหละครับ ที่แมนฯยูฯจะเปิดบ้านรับลิเวอร์พูล และ เชลซีจะเปิดบ้านรับอาร์เซนอล

รักใครชอบใคร ก็เชียร์ให้เต็มที่นะครับ





Create Date : 17 มีนาคม 2551
Last Update : 17 มีนาคม 2551 11:14:59 น. 3 comments
Counter : 213 Pageviews.

 

ผมเป็นแฟนลิเวอร์พูลครับ

เชียร์หงส์แดงครับ วันอาทิตย์นี้ได้เจอกันแน่ ๆ ครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:11:32:44 น.  

 
สุดสัปดาห์นี้ บิ๊กแมตช์ ทั้งสองคู่แน่ะ จะมีถ่ายทอดไหมเนี่ย อยากดู ๆ


แต่ขอข้ามไปลุ้นบอลยูฟ่า ดีกว่า แมนยูกะโรม่า


โดย: latics1 วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:12:32:32 น.  

 
dek phee krab


โดย: พนบ. วันที่: 19 มีนาคม 2551 เวลา:21:20:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.