Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
31 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
20090831 วิพากษ์ UNITED vs ARSENAL

เมื่อ...คนเขียนบท...โรคจิต

สวัสดีครับ แฟนผีที่น่ารักทุกๆท่าน เป็นอย่างไรกันบ้าง ลุ้นกันจนตัวโก่งเลยใช่ไหมครับ กับบอลเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไล่เรียงตั้งแต่คู่แรก ที่เบิร์นลี่ย์อั้นมาได้ตั้งเกือบจบครึ่งแรกอยู่แล้ว แล้วก็ดันมาทำนบแตกให้เชลซีง่ายๆซะงั้น ตามมาด้วยคู่ลิเวอร์พูล ที่ล่อให้เราๆตายใจ ก่อนจะกระชากมันไปในช่วงท้ายเกม สุดท้ายความมันก็ต้องอยู่ที่ตัวเราเองแล้วล่ะครับ กับคู่ดึกมหาดึก ระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับอาร์เซน่อล ที่ผมหวั่นใจเหลือเกินว่าขุมกำลังเราตอนนี้ อาจโดนเด็กปืนตบสั่งสอนเอาได้ง่ายๆสักฉาดสองฉาด แต่สุดท้ายก็ปรากฏว่าพลิกนรกกลับมาได้อย่างเหลือเชื่อครับ


การจัดตัวของท่านพระยาหมื่นเรายังคงมีเรื่องปวดหัวให้นั่งกุมขมับตามเคย เมื่อจอนนี่ เอแวนส์มีอาการเจ็บข้อเท้าจนแว่วๆมาว่าจะต้องขึ้นเขียงเป็นสมาชิกเดอะฮอสปิทัล แบนด์อีกคน เพื่อเลี่ยงอาการบาดเจ็บที่อาจจะกลายเป็นเรื้อรังหากไม่รีบรักษา ทำให้ป๋าแพนด้าต้องจับเอาเทพน้ำตาลมายืนคู่กับเซอร์บิเนเตอร์อีกครั้ง และคงกลัวว่าจะเทพไม่พอ ท่านเซอร์ยังเอาเทพจับฉ่ายมายืนขนาบอีกข้างด้วย ทำให้ไลน์อัพออกมาดังนี้ คือเบน ฟอสเตอร์ยังคงได้รับความไว้วางใจให้เฝ้าเสา ฟูลแบ๊คสองข้างเป็นจอห์น โอเช กับ ปาทริซ เอวร่า คู่เซ็นเตอร์มีเนมานย่า วิดิช กับเวสลี่ย์ บราวน์ มิดฟิลด์คู่กลางเลือกไมเคิล คาร์ริค และดาร์เรน ลูกป๋า เฟล็ทเชอร์ มีอันโตนิโอ วาเลนเซีย กับหลุยส์ นานี่ เป็นมิดฟิลด์ริมเส้น ให้ไรอัน กิ๊กส์ เป็นหน้าต่ำ(มากมาก) วางหน้าเป้าด้วยเวย์น รูนี่ย์ กลายเป็นรูปแบบ 4-4-1-1

ส่วนอาร์เซน่อลผู้มาเยือน หลังจากเสียเชส ฟาเบรกาสให้อาการบาดเจ็บและไม่สามารถเข็นลงสนามมาในนัดนี้ได้ ท่านอาร์เซน เลยเลือกใช้บริการตัวกลางสามคนเพื่อคุมเกมเป็น อเล็กซ์ ซง, เดนิลสัน และ ดิยาบี้ วางตัวริมเส้นให้เอบูเอ้ และอาร์ชาวินคอยทะลุทะลวง มีโรบิน ฟาน เพอร์ซี่เป็นหน้าเป้า ส่วนแผงหลังการจับคู่ของโทมัส แฟร์มาเล่น กับวิลเลี่ยม กัลลาส ยังคงโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง จึงได้รับความไว้วางใจจากเวนเกอร์ต่อไป ฟูลแบ๊คสองข้างก็ยังเป็นคู่เก่งของทีม คือบาการี่ ซาญ่า และกาเอล กลิชี่ ผู้รักษาประตูก็เป็น มานูเอล อัลมูเนียเช่นเดิม

เกมในครึ่งแรก ปัญหาอยู่ที่เจ้าบ้านครับ เนื่องจากการขาดความต่อเนื่องในการจัดทัพผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม ทำให้วาเลนเซียยังคงต้องรอจูนอัพกับคู่ขาฟูลแบ๊คและมิดฟิลด์ที่เปลี่ยนหน้าไปตลอดต่อไปอีกนัด และอีกข้อหนึ่งที่สำคัญมากๆก็คือ การปรับรูปแบบการเล่นของทีมมาเป็น 4-4-1-1 แบบเต็มตัวขนาดนี้ ทำให้เกมตรงกลางมีปัญหาค่อนข้างมาก อาจจะเป็นเพราะท่านเซอร์แอบไปซุ่มดูฟอร์มของนักเตะปืนมาด้วยรึเปล่าก็ไม่ทราบได้ เพราะเหมือนจะเกรงๆเกมกลางสนามของอาร์เซน่อลมากเกินไปจนต้องอัดตรงกลางมาสู้ขนาดนั้น การให้เฟล็ทเชอร์ยืนต่ำกับคาร์ริคอาจช่วยชลอเกมบุกของอาร์เซน่อลได้ อันนั้นไม่เถียงครับป๋า แต่เท่าที่เห็นคือจังหวะเซ็ตเกมรุกของเราเดี้ยงไปเลยนิป๋า ไรอัน กิ๊กส์ต้องถอยลงมาประคองเชื่อมเกมถึงกลางสนามทุกๆครั้ง ทำให้อยู่ห่างจากรูนี่ย์มากๆ การต่อบอลระหว่างกิ๊กส์กับรูนี่ย์ในครึ่งแรกจึงขาดๆเกินๆตลอด เนื่องจากระยะมันไกลเกินไปที่จะชิ่งหรือให้บอลกันได้ง่ายๆ

เมื่อมิดฟิลด์ปักหลักต่ำ, กิ๊กส์เล่นต่ำ แต่รูนี่ย์ยืนค้ำสูง ผู้ที่จะช่วยต่อเกมได้ก็คงเหลือแต่ปีก ซึ่งก็มัวแต่ช่วยเกมรับริมเส้นอยู่ด้วย ทำให้การเซ็ตบอลขึ้นหน้าเร็วตามถนัดของยูไนเต็ดมีปัญหาทุกจังหวะจริงๆครับ ไม่สามารถขึ้นบอลเร็วตามถนัดได้เลย จะมีเพียงไม่กี่ครั้งประปรายเท่านั้น ที่ทำได้ดีจนสามารถจบด้วยการยิงได้ แต่ก็ไม่ผ่านเข้าสู่ก้นตาข่ายปืนได้ง่ายๆ ส่วนทางด้านอาร์เซน่อล ต้องยอมรับว่าเด็กเวนเกอร์ปั้นเกมได้ไหลลื่น สวยงาม และมีการเคลื่อนที่ที่ดีมากๆ ตรงนี้ครับ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกมของยูไนเต็ดไม่สามารถเดินหน้าได้ถนัด เมื่ออาร์เซน่อลครองบอลและต่อบอล ถ่ายบอลกันเป็นทอดๆได้ดี มีตัวเติม มีตัวทำทางตลอด การจะไล่เพรสซิ่งให้จนแต้ม จึงต้องอาศัยผู้เล่นทุกตำแหน่งมาช่วย นั่นก็คือจุดที่ทำให้ผู้เล่นเจ้าบ้านยืนตำแหน่งกันต่ำกว่าปกติ ก็เพราะต้องมาช่วยไล่เพรสซิ่งเกมวันทัชของอาร์เซน่อลนั่นเอง

เมื่อเราต้องยืนต่ำลง ก็เท่ากับโดดเดี่ยวรูนี่ย์ออกจากเกมมากขึ้น เราตัดบอลได้แต่ไม่สามารถแจกจ่ายบอลเซ็ตเกมรุกได้เร็วตามถนัด เพราะนักเตะแทบทุกคนก็อยู่ในโซนเดียวกันตรงนั้น การจ่ายขึ้นให้รูนี่ย์ที่ถูกกัลลาสและแฟร์มาเล่นประกบคู่เป็นแซนด์วิช ก็เท่ากับจ่ายไปให้ถูกรุมแย่งเปล่าๆ ยิ่งการจะจ่ายให้คนอื่นที่วิ่งทำทางขึ้นไป ก็มีเพียงสองคนคือวาเลนเซียและนานี่ แต่ช่องที่สองคนนั้นจะวิ่งก็มีมากเหลือเกิน เพราะวิ่งกันไปจากตรงกลางสนาม พื้นที่วิ่ง ไลน์วิ่งที่จะสอดไปรับมันก็มีหลายช่อง จนทำให้การออกบอลหลายครั้งผิดช่องทางไปจนเสียบอลให้โดนด่ากันตลอด ครั้นจะรอให้พวกนี้เติมจนได้ตำแหน่ง ก็ช้าเกินไปจนถูกนักเตะอาร์เซน่อลเข้ามาปิดทาง รุมแย่งบอลได้ ตรงนี้ทำให้เกมในครึ่งแรกเราตื้อเสียจนผมคิดว่า ถ้าป๋าไม่แก้เกมดีๆกลับมา ต้องแพ้กระจายแน่ๆ

ประตูที่เสียไปให้กับอาร์ชาวิน ต้องชมเจ้าตัวครับ ที่หลุดเข้าไปจนถูกเฟล็ทเชอร์ลอยมาเสียบแย่งบอลในเขตโทษ ลูกนี้ผมอุทานทันที...ชิกหายแล้วเว้ยยย... แต่ไมค์ ดีนกลับไม่ได้เป่าให้ จังหวะดังกล่าวนั้นต้องบอกว่าโชคดีจริงๆครับ ที่ผู้ตัดสินดันไปอยู่ในเหลี่ยมที่เห็นว่าเสียบโดนบอล และบอลก็ดันมาอยู่กับเท้าเฟล็ทเชอร์จริงๆ จึงตัดสินใจไม่เป่าให้ ทั้งๆที่ลักษณะการเสียบค่อนข้างรุนแรงไม่ใช่เล่น แถมเข้าจากด้านหลังเต็มๆชนิดที่ลากเอาอาร์ชาวินไหลตามแรงเสียบไปเลย จะบอกว่าถ้าเป่าผมก็คงไม่เถียงล่ะครับ แต่อาร์ชาวินก็ไม่ใช่โด้ เขาแค่โวยนิดหน่อยแล้วรีบลุกมาเล่นต่อ จากจังหวะต่อเนื่องตรงนั้นครับ ที่อาร์ชาวินถอยลงมารับบอลก่อนจะแต่งเข้าขวา เจอวิดิชที่ยึกยักอยู่ ไม่กล้าเข้าเพราะอาจกลัวพรวด อาร์ชาวินจึงยิงเต็มข้อส่งบอลพุ่งข้ามไหล่วิดิช กว่าที่ฟอสเตอร์จะเห็นก็ไม่ทันแล้ว พุ่งปัดได้เพียงปลายมือแต่ไม่พ้นลูกยังพุ่งเสียบสามเหลี่ยมอย่างงดงาม ให้ผู้มาเยือนออกนำในช่วงท้ายครึ่งแรก

เกมในครึ่งหลัง ยังคงเป็นอาร์เซน่อลที่สร้างสรรค์เกมรุกได้อย่างสวยงาม ตัวป่วนคืออาร์ชาวินจริงๆ ที่เล่นเอา โอเชไปไม่เป็น วิดิชต้องถ่างมาซ้อน และทำให้เทพน้ำตาลรับบทหนักตรงกลางจนหวุดหวิดจะเสียผู้เสียคนหลายต่อหลายครั้ง เล่นเอาผมเริ่มใจเสียว่าถ้าโดนอีกก็จบข่าวเลยนะป๋านะ แต่ฟอสเตอร์ครับ ที่ยังเซฟลูกยิงของฟาน เพอร์ซี่ย์จ่อๆด้วยเท้าซ้ายได้อย่างเหลือเชื่อ วิดิชนัดนี้รับบทพ่อเรือพ่วงก็ว่าได้ เพราะหน้าที่ตัวเองก็มี แถมต้องช่วยโอเช ช่วยบราวน์อีก งานเข้าเต็มๆล่ะ แต่ยูไนเต็ดยังคงใจเย็น ไม่ผลีผลามเปิดเกมแลกเท่าไหร่ มีเพียงการปรับเกมเล็กๆเกิดขึ้นให้เห็นด้วยการให้กิ๊กส์ดันเกมสูงขึ้นเล็กน้อย บวกกับให้รูนี่ย์ถอยตัวเองมาเล่นใกล้เส้นกลางสนามมากขึ้น เพื่อต่อบอลให้เนียนขึ้นในการเซ็ตเกมรุก และปรับเพิ่มสปีดการเล่นอีกนิดหนึ่ง ซึ่งการปรับเกมตรงนี้ช่วยได้พอสมควร การจ่ายบอลเสียขึ้นหน้ามีน้อยลง น้ำหนักการจ่ายบอลที่ผิดพลาดเกิดขึ้นน้อยลง และกลายเป็นการพาบอลขึ้นไปเองเพื่อเพิ่มโอกาสทำเกมรุกมีมากขึ้น

เมื่อยูไนเต็ดเริ่มเล่นได้มากขึ้น เริ่มพาบอลขึ้นไปข้างหน้าได้มากขึ้น ก็เริ่มกดดันผู้มาเยือนได้มากขึ้น ผู้เล่นริมเส้นเริ่มมีส่วนร่วมในเกม นานี่กับวาเลนเซียอาจจะไม่สามารถแสดงศักยภาพในเกมนี้ได้มากมายนัก แต่อีกมุมหนึ่ง ทั้งคู่ก็ดึงฟูลแบ๊คออกจากพื้นที่เพื่อเปิดโอกาสให้เอวร่ากับโอเชเติมเกมได้เช่นกัน มาถึงตรงนี้ เกมรุกของเจ้าบ้านเริ่มทำงานได้ดีขึ้น และเกมเริ่มจะเปิดแลกกันเต็มที่ หลังจากครึ่งแรกยังเนือยๆอยู่ ยูไนเต็ดมาได้ประตูขึ้นนำจากลูกที่รูนี่ย์ควบไปเอาบอลจ่ายขึ้นหน้ามาในกรอบ เขาไปถึงบอลก่อนอัลมูเนียแค่เสี้ยววินาที ก่อนที่จะจิ้มบอลหนีแล้วถูกอัลมูเนียที่เบรกไม่อยู่ชนเข้าไป ไมค์ ดีนเป่าปรี๊ดทันที ก่อนที่รูนี่ย์จะลุกมาสังหารเข้าไปได้สำเร็จ ลูกโทษลูกนี้น่าเห็นใจอัลมูเนียครับ จังหวะออกมาแบบนี้โกล์ทุกคนก็คงต้องทำใจแล้วว่าโอกาสเสียจุดโทษคือห้าสิบ ห้าสิบ เมื่อต้องวัดใจว่าจะออกมาถึงบอลก่อนกองหน้าหรือไม่ และที่สำคัญถ้าออกไปแล้วก็เบรกไม่อยู่แล้วแน่ๆ หากกองหน้าจิ้มบอลได้ก่อนก็จบเห่ครับ ช็อตแบบนี้ มันก็ขึ้นอยู่เพียงแค่ว่า การตัดสินใจของโกล์นั้น จะรวดเร็วแค่ไหน ก่อนจะเริ่มวิ่งออกมาเท่านั้น นั่นคือจุดเปลี่ยนแรกของเกม

เมื่อได้ประตูตีเสมอ เกมเริ่มสนุกขึ้นมาทันตาเห็น และเกมที่ยูไนเต็ดเลือกใช้ในการหยุดยั้งเด็กปืนตั้งแต่ครึ่งแรกนั่นก็คือการเล่นหนัก ถึงลูกถึงคน ก็เริ่มที่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ เริ่มเปล่งปลั่งรัศมีมากขึ้นจนเห็นได้ชัด และบดบังคาร์ริค บดบังทุกๆคนได้มิดจริงๆ เป็นไดนามิคตรงกลางสนามคนเดียวของยูไนเต็ด แค่ไม่นาน ยูไนเต็ดก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ กิ๊กส์เปิดฟรีคิกเข้ามาจากกราบขวา ดิยาบี้ที่ไม่มีใครกดดัน ไม่ได้ประกบใคร กลับตัดสินใจช้าในการเลือกจะโหม่งสกัด หรือโหม่งทิ้งออกหลัง สุดท้ายก็ช้าไป กลายเป็นสะบัดหัวส่งบอลผ่านอัลมูเนียเข้าไปหน้าตาเฉย และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่สอง และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของเกมนี้ เพื่อนๆพี่ๆต้องเข้าไปปลอบอกปลอบใจดิยาบี้กันใหญ่ หลังจากเห็นสีหน้าเจ้าตัวที่ไม่สู้ดีหนัก หลังทำผิดพลาดไป แต่เจ้าตัวก็เกือบมาแก้ตัวได้สำเร็จ จากการพาบอลตะลุยหลุดผู้เล่นเจ้าบ้านสามสี่คน แต่ยิงเบียดหลุดออกเสาไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้น เกมของอาร์เซน่อลก็ช็อตไปเฉยๆ อาร์ชาวินที่ร่างกายอาจจะยังไม่ฟิตเต็มที่ ก็หายไปจากเกมตั้งแต่ตอนนั้น เมื่อเกมรุกด้านอาร์ชาวินไม่ทำงาน ภาระก็ตกที่ฟาน เพอร์ซี่ย์ กับเอบูเอ้ ที่ต้องเล่นหนักขึ้น แต่เมื่ออาร์ชาวินไม่สามารถกดดันแนวรับเจ้าบ้านได้เต็มที่ แนวรับเจ้าบ้านก็ไม่ต้องกังวลมากเหมือนช่วงแรก และกลับมาปักหลักป้องกันได้อย่างน่าชมเชย มีเพียงเทพน้ำตาลเท่านั้น ที่ออกอาการหลุดเป็นระยะๆให้แฟนๆได้มีเสียวตามสเต็ปเทพ กิ๊กส์หลังจากที่เกมในครึ่งแรกไม่สามารถทำเกมอะไรได้ เพราะแท็คติคไม่เอื้ออะไรเลย เขาถูกโดดเดี่ยวตรงกลาง และรูนี่ย์ถูกโดดเดี่ยวข้างหน้า มาตอนนี้กลับกลายเป็นว่ากิ๊กส์สามารถทำเกมได้ดีขึ้น เมื่อรูนี่ย์ถอยลงมามากขึ้น ปีกช่วยประคองทำเกมรุกมากขึ้น และมีมิดฟิลด์เติมเกมมาช่วย เกมของกิ๊กส์จึงดูดีขึ้นมาด้วย

อาร์เซน่อลไม่สามารถกลับมาสู่เกมของตัวเองได้ การเปลี่ยนตัวของเวนเกอร์ที่ส่งเอดูอาร์โด้ลงมาแทนเดนิลสัน ก็เป็นการเปลี่ยนตามแท็คติคที่ต้องเปิดเกมรุกเข้าแลก เมื่ออาร์ชาวินหายไปจากเกมก็ต้องส่งอีกคนเข้าไปช่วย กับเบนทด์เนอร์ลงมาแทนเอบูเอ้ และต้องส่งอารอน แรมซี่ย์ลงมาเล่นแทนอาร์ชาวินที่ดูจะหมดจริงๆ ส่วนทางด้านยูไนเต็ดวันนี้เปลี่ยนเอาปาร์ค จี ซุง ลงมาเล่นแทนวาเลนเซียที่ยังเลื้อยไม่ค่อยออก ซึ่งตี๋ปาร์คลงมาใช้ลูกขยันวิ่งบดบี้ไล่เพรสซิ่งอย่างเมามัน นอกจากนั้นยังส่งเบอร์บาตอฟลงมาเปลี่ยนมิติเกมรุกช่วยรูนี่ย์อีกคน ซึ่งช่วงท้ายที่อาร์เซน่อลโหมรุกอย่างหนัก ยูไนเต็ดหวุดหวิดจะยิงเพิ่มได้อีกสองสามครั้ง แต่เบอร์บาตอฟดันขาอ่อนไปหน่อย กับนานี่ดันยิงเน้นเกินไป ทั้งคู่จังไม่สามารถเพิ่มสกอร์ได้อีก ช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย อาร์เซน่อลเกือบตีเสมอได้ จากลูกเปิดทางซายย้อยมากลางประตู กัลลาสที่ช่วยกดดันกองหลังดันล้ำหน้าอยู่ก่อน ทำให้บอลที่ทะลักออกมา ที่ RVP ยิงสวนเข้าประตูไป กรรมการจึงไม่ให้เข้าประตู

จบเกมนี้ ก็เป็นอีกเกมที่ผมต้องบอกว่า โชคดีจริงๆที่คว้าสามแต้มมาได้ ทั้งๆที่ฟอร์มแบบนี้ เมื่อต้องเจออาร์เซน่อลก็คือฝันร้ายของผมชัดๆ แต่เมื่อยังมีดวงอยู่บ้าง ที่ทำให้กรรมการไม่ได้เป่าในจังหวะเฟล็ทเชอร์ รวมทั้งการที่ดิยาบี้ทำเข้าประตูตัวเองไป กับจังหวะที่อัลมูเนียช้าไปแค่เสี้ยววินาที รวมทั้งกัลลาสที่เช็คไลน์พลาดในนาทีทดเจ็บ แค่สี่ข้อนี้ครับ ที่ทำให้เรามีสามแต้มในวันนี้ ผมไม่อยากให้คิดเลยเถิดไปว่าเราเล่นดี เราสุดยอด ทั้งๆที่ความจริงมันไม่ใช่ เพราะถ้าอาร์เซน่อลรู้จักดึงเกม รู้จักปิดเกม หรือเนียนในรายละเอียดการเล่นมากกว่านี้ ผมว่าเราเละไปแล้ว นี่คงเป็นความโชคร้ายของอาร์เซน่อล นอกจากจะโชคร้ายในเกมแล้ว ยังโชคร้ายที่เด็กๆไม่สามารถแบกรับความกดดันได้มากนัก ดังนั้นสิ่งที่เวนเกอร์ต้องแก้ (และผมว่าเขาก็รู้ แต่อาจน้ำท่วมปาก) นั่นก็คือการพยายามรั้งตัวนักเตะเหล่านี้ให้อยู่กับทีมได้นานที่สุด ประสบการณ์ที่เพิ่มพูนขึ้นจะช่วยให้พวกเขาสามารถทานทนต่อแรงกดดันตรงนี้ได้ดีขึ้นกว่านี้เยอะครับ


ส่วนทางด้านยูไนเต็ด ปัญหาหลักๆที่ยังแก้ไม่ตกคืออาการบาดเจ็บของนักเตะหลายๆราย ที่ส่งผลให้การจัดทัพทำได้ไม่ต่อเนื่อง นักเตะใหม่ๆยังคงต้องร้องเพลงรอการปรับตัวกับทีมต่อไป วาเลนเซียยังไม่เคยได้เล่นกับฟูลแบ๊คคนเดิมสองเกมติดต่อกันเลย (โอเช, ฟาบิโอ, โอเช, แกรี่ และโอเช) ส่วนโอเว่นก็ยังไม่เคยได้จูนกับกองกลางหน้าเดิมๆติดต่อกันเลย นี่ไม่นับเซ็นเตอร์ที่ก็ยังหมุนเวียนกันไม่หยุด ตรงนี้ต้องทำใจครับ ตราบใดที่เรายังไม่สามารถจัดทีมชุดหลักได้อย่างต่อเนื่อง สภาพของทีมก็จะยังเป็นแบบนี้ แบบที่ผมเคยบอกไปว่า ฟอร์มการเล่นจะไม่สม่ำเสมอครับ อย่างเกมนี้ ครึ่งแรกที่กิ๊กส์ฟอร์มน่าเกลียด ก็เพราะถูกโดดเดี่ยวอยู่ตรงกลางมากเกินไป มาดีขึ้นก็เพราะปรับการยืนเล็กน้อยในครึ่งหลังนั่นเอง คือหลังจากนี้ต้องทำใจครับ หากยังจัดทีมต่อเนื่องไม่ได้ ครึ่งแรกก็อาจหลุดฟอร์มไปแบบนี้ได้ทุกนัด และต้องรอจนป๋าเห็นว่าจะปรับอะไรตรงไหนอย่างไร ครึ่งหลังจึงสามารถกลับมาทำได้ดีขึ้นนั่นเอง

หลังจากเกมนี้ เราก็ต้องพบศึกหนักอย่างต่อเนื่อง นั่นคือการสู้กับคลับไก่ กับสถิติชนะรวดในลีก ตามด้วยเตเวซ ซิตี้ ที่ก็ยังชนะรวดในลีกด้วยเช่นกัน มองในแง่ดี การทำให้สองทีมที่ว่ามาต้องเสียสถิติไปทั้งคู่ ก็คงเป็นสิ่งที่เราๆท่านๆภาวนาให้เกิดขึ้นจริง และอยากให้ถึงชนะด้วยซ้ำไป เพียงแต่ว่า ด้วยฟอร์มของเราที่ยังลุ่มๆดอนๆ และอาศัยโชคมามากในนัดนี้ ทำให้ผมยังไม่อาจมั่นใจได้เลย ว่าเราจะเก็บได้สอง, สาม, สี่ หรือหก แต้มเต็มๆจากสองนัดนี้ได้ไหม ยิ่งซิตี้ที่แนวรุกเข้าขั้นเทพขนาดนี้ หากกองหลังเราไม่สมบูรณ์ ผมว่างานนี้อาจมีน้ำตาตกได้ง่ายๆครับ การจะผ่านด่านทดสอบสองด่านนี้ไปแบบชนะใจแฟนๆจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และป๋าคงต้องทำงานหนัก หากจะฝ่าไปให้สวยงามได้จริงๆ

สำหรับสิ่งอื่นๆนอกเหนือจากนี้ ก็คงต้องยอมรับต่อหน้าแฟนปืนครับ ว่ายูไนเต็ดค่อนข้างโชคดีไม่น้อย ที่คว้าสามแต้มมาได้ และในมุมมองผม นกหวีดดีนค่อนข้างหวานให้เราพอสมควรเลยทีเดียว คงไม่แปลกที่เวนเกอร์จะอารมณ์เสียขนาดนั้น ในขณะที่อาร์เซน่อลก็โชคร้ายเหลือเกิน ที่ไม่ได้อะไรกลับไปลอนดอน มองในแง่ดี เกมนี้อย่างน้อยหากกระตุ้นให้ถูกจุด ลูกทีมของเวนเกอร์ ก็คงได้ความมั่นใจกลับไปมากขึ้น ด้วยฟอร์มการเล่นช่วงก่อนจะเสียประตูนั้น ต้องบอกเลยครับว่าสุดยอด และนี่ก็เป็นฟอร์มที่ไม่มีโรซิคกี้ ไม่มีเชส ด้วยนะครับ หากเด็กๆปืน สามารถกลับมาได้ และได้ความมั่นใจมากขึ้น ผมว่าปีนี้ อาร์เซน่อลน่ากลัวครับ อ้อ...และอีกข้อหนึ่ง การจัดตัวของป๋าเรา เป็นการบอกเป็นนัยยะอยู่แล้ว ว่าป๋าดูออกครับ ปืนทีมนี้ ไม่ใช่ธรรมดาจริงๆ

อ้อ...และจากเกมนี้ ก็เป็นการยืนยันคำพูดของผมอีกครั้งที่ชัดเจนนะครับว่า มิดฟิลด์ของเรา ยังเป็นรองทีมในกลุ่มบิ๊กโฟร์อยู่ครึ่งถึงหนึ่งช่วงตัว หากจะสู้กันในเกมตรงกลาง ผมว่าเราจะมีปัญหาทันทีครับ เราถึงต้องหนีไปสู้กันในพื้นที่อื่นๆเช่นริมเส้น หรือว่าวางยาวให้กองหน้า เป็นต้น ซึ่งนั่น จะได้ผลทุกนัดหรือเปล่า ก็ต้องไปลุ้นกัน


แล้วเรามาลุ้นสองเกมถัดไปให้เต็มที่เลยนะครับ

สงบใจ



Create Date : 31 สิงหาคม 2552
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 10:54:46 น. 1 comments
Counter : 267 Pageviews.

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

ผมเป็นเด็กหงส์ครับ แต่เห็นอาร์เซน่อลเล่นเมื่อคืนวันเสาร์แล้วก็ต้องยอมรับครับ อาร์เซน่อลเล่นได้ดีจนน่ากลัวมาก ๆ เลยครับ แต่สุดท้ายโชคดีก็ไปเข้าข้างแมนฯยูครับ

ปีนี้ผมว่าทุกทีมคงต้องเหนื่อยกันอย่างมากแน่ ๆ เลย ยิ่งพอเห็นอาร์เซน่อลเล่นดี เซลชีก็แรงไม่หยุด อีกทั้งสเปอร์และแมนฯซิตี้ด้วยแล้ว

ท่าทางว่าปีนี้ได้ลุ้นกันยาว ๆ แน่เลยครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 31 สิงหาคม 2552 เวลา:15:28:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.