Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
23 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
20090223 วิพากษ์ MAN UNITED vs BLACKBURN ROVERS

หลังเจ็บ.....เพราะการจัดตัวนี่แหละ



สวัสดีครับ พี่ๆเพื่อนๆน้องๆที่เคารพรักทุกท่าน มาพบกันเช่นเคยในเช้าวันจันทร์ที่กิ๊ฟหมดอีกละ เช้านี้ก็คงเป็นเช้าที่ค่อนข้างสดใส สำหรับแฟนๆปิศาจแดง แต่ความสดใสที่ว่า กลับแฝงไปด้วยความหมองหม่น กับอาการบาดจ็บของแผงกองหลังถึงสี่คน รวมทั้งโทษแบนในบอลถ้วยยุโรปของวิดิชอีกหนึ่งนัด นั่นทำให้ป๋าที่รักของเรา ต้องระทมกบาลไปอีกอย่างน้อยๆก็หนึ่งสัปดาห์นั่นเทียวครับ เมื่อจะไม่มีเซ็นเตอร์สำรองไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดข้างสนามร่วมสัปดาห์หนึ่งเป็นอย่างต่ำ แต่ไอ้ที่หนักหนากว่านั้น ก็คือ จะไม่มีเซ็นเตอร์ที่ไว้ใจได้ลงสนามคู่กับริโอ เฟอร์ดินานด์ในเกมวันอังคารกับอินเตอร์ มิลาน เรื่องนี้ต่างหาก ที่ป๋าน่าจะปวดตับเป็นที่สุด



ก่อนจะมาไล่เรียงดูรายชื่อนักเตะที่ลงสนามกันเมื่อคืนวันเสาร์ เรามาดูสถานการณ์และสภาพแวดล้อมก่อนเกมกันนิดหน่อยนะครับ เป็นที่ทราบกันดีว่า เนมานย่า วิดิช จะถูกแบนในเกมแรกกับอินเตอร์ มิลานวันอังคารนี้ ทำให้ป๋าต้องคิดมากหน่อย เรื่องการปรับแผงหลัง ซึ่งก็คงมีสองทางเลือกให้คิด หนึ่งคือจัดชุดใหญ่ลงไปก่อน (ริโอ-วิดิช) แล้วนัดอินเตอร์ค่อยว่ากัน หรือว่าจะส่งอีแวนส์-ริโอ ลงไปเรียกความคุ้นเคยกันตั้งแต่นัดนี้เลย เตรียมไว้พบอินเตอร์ ซึ่งสุดท้าย คำตอบที่ออกมาก็คือ ป๋าให้โอกาสอีแวนส์-ริโอ ลงสนามตั้งแต่นัดนี้ เพื่อจูนเครื่องให้ติดกันล่วงหน้าก่อนเลย แถมป๋ายังกล้าๆดร็อปน้าซาร์ออกจากทีมอีก น่าจะเพื่อเก็บความสดไว้บดอินเตอร์อีกนั่นแหละ (เรื่องสถิติคงเป็นเรื่องรอง)

ผู้รักษาประตูเป็นโทมัส คุสแซ็ค ฟูลแบ๊คสองข้างได้แก่ ราฟาเอล ดา ซิลวาและปาทริซ เอวร่า คู่เซ็นเตอร์เลือกริโอ เฟอร์ดินานด์ กับโจนาธาน อีแวนส์ คู่กองกลางเป็นคาร์ริค-สโคลส์ มีผู้เล่นริมเส้นเป็นโรนัลโด้-นานี่ คู่กองหน้าป๋าเลือกรูนี่ย์และเบอร์บาตอฟ ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหามากนักในการเล่นกับแบล๊คเบิร์น แต่ความจริงมันยังมีปมเล็กๆซ่อนอยู่หลังทีมชีตครับ ที่ผมเองแคลงใจนิดๆตั้งแต่เห็นรายชื่อแล้ว ว่ามันดูแปลกๆ แล้วผมจะพูดเรื่องนี้ในช่วงวิเคราะห์รูปเกมนะครับ

ทางด้านกุหลาบเพลิงผู้มาเยือน แซม อัลลาร์ไดซ์นั้น ปกติแกก็ไม่เคยกลัวปิศาจแดงอยู่แล้ว หลังจากนำลูกทีมหลายทีมที่ผ่านมา เซิ้งแข้งผีแดงได้อย่างสนุกสนานหลายครั้ง บางครั้งถึงขนาดกล้าๆควักสามแต้มเต็มๆได้ด้วยซ้ำไป นัดนี้ บิ๊กแซมจึงเตรียมแท็คติคที่น่าจะเซอร์ไพรส์มาเพื่อป๋าโดยเฉพาะ ผู้รักษาประตูยังคงเป็น พอล โรบินสัน แบ๊กโฟร์ประกอบไปด้วย อังเดร ออยเยอร์-กาแอล ชีเวต์-ไรอัน นีลเซ่น-สตีเฟ่น วอร์น็อค บิ๊กแซมยังเลือกวินเซ็นโซ่ “วินซ์” เกรลล่า ยืนห้อยคอยเก็บกวาดหน้าแผงหลังอีกคน ผู้เล่นตรงกลางยังมีคีธ แอนดรูว์ และ เดวิด ดันน์ คอยจัดการเกมตรงกลางสนาม ริมเส้นสองข้างมี เอล ฮัดจิ ดิยุฟ และมอร์เตน กั๊มพส์ พีเดอร์เซ่น หน้าเป้าเลือกโรเก้ ซานตา ครูซ



รูปเกมที่เกิดขึ้นในสนามช่วงแรก เป็นยูไนเต็ดครับ ที่พยายามครอบครองเกมให้เป็นของตัวเองให้ได้ ซึ่งก็เหมือนๆที่ผ่านมา คือต้องใช้เวลาพอสมควรในการดึงจังหวะบอล และลดสปีดของเกมลงมา จากนั้นค่อยๆตั้งเกมตามทรงบอลของตัวเองขึ้น ซึ่งเกมของแบล๊คเบิร์นนั้น พยายามเล่นฉาบฉวยวูบวาบ โจมตีเร็วทางริมเส้นตลอดอยู่แล้ว ประกอบกับการเน้นเพรสซิ่งเร็ว ไล่บี้ทุกคน และเข้าบอลเร็วตลอด ทำให้ยูไนเต็ดที่ไม่ได้พานพบเกมเพรสซิ่งเร็วๆมานาน ต้องเจอปัญหาหนักพอดูในช่วงต้น กว่าจะครอบครองเกมได้ก็เล่นเอาหวาดเสียวไปหลายดอก เดือดร้อนถึงคุสแซ็คต้องเซฟเป็นระยะๆ และเริ่มจะออกลูกตื่นๆบ้างเช่นกัน โดยเฉพาะลูกเตะตูมๆ จากการส่งคืนหลังที่เราไม่ได้เห็นน้าซาร์เตะแบบนี้มานานแล้ว

เกมรุกของยูไนเต็ดเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ และลดความอันตรายของผู้มาเยือนลงได้เรื่อยๆ ในขณะที่เหาจังหวะจบได้ใกล้เคียงมากขึ้นทุกที และในที่สุดก็ได้ประตูออกนำจนได้ เมื่อนานี่ที่สลับฟากมายืนทางขวาในช่วงกลางครึ่งแรกได้บอลก่อนจะลากเลาะเข้าหากรอบ แล้วเปิดบอลโค้งต่ำเข้าหน้าประตูที่มีรูนี่ย์วิ่งเข้าชาร์จ และมีไรอัน นีลเซ่นวิ่งขวางบังทางอยู่ทางขวา บอลน่าจะเลยเท้านีลเซ่นไปหารูนี่ย์แน่ๆอยู่แล้ว แต่นีลเซ่นก็พุ่งเหยียดขาสกัดสุดความยาวขาตัวเองเต็มที่ แต่ทำได้แค่สะกิดบอลให้เปลี่ยนทางกระเด้งขึ้นมา ซึ่งยังไม่พ้นทางปืนรูนี่ย์อยู่ดี จึงตวัดยิงผ่านตัวโรบินสันเข้าไปได้ในนาทีที่ 23 ซึ่งผมองว่า นีลเซ่นพยายามอย่างที่สุดแล้วครับ หากเขาไม่ล้มตัวสกัดไว้ ลูกนั้นดูยังไงก็เข้าทางรูนี่ย์มากกว่าที่โรบินสันจะปราดออกมาบล๊อคทันอยู่แล้ว




การที่เจ้าบ้านออกนำเร็ว ทำให้โมเมนตัมของเกมเปลี่ยนไปทันที แบล๊คเบิร์น จากที่ยังดูเชิงและเล่นประคองจังหวะของตัวเองอยู่ พอเสียประตูก็เปิดเกมดุเข้าใส่เจ้าบ้าน ซานตา ครูซนั้น ไม่ว่ามองเหลี่ยมไหน เขาก็เป็นหน้าเป้าที่ยืนค้ำกองหลังฝ่ายตรงข้ามได้ดีมากๆ น่าจะติดอันดับหนึ่งในห้าหน้าเป้าสายพันธุ์นี้ของลีกอิงลิชด้วยซ้ำไป เขาทำให้อีแวนส์และริโอต้องพบงานหนักมากขึ้นเรื่อยๆในการตามประกบตัวและเบียดชิงจังหวะ นอกจากนั้น เกมทางริมเส้นก็ได้ลูกวูบวาบจี๊ดจ๊าดของกั๊มพส์ พีเดอร์เซ่น และลูกเหนียวแน่นทะลุทะลวงของดิยุฟ (ถึงแม้ว่าจะไม่ได้บ่อยนักแต่ก็ดูอันตรายทั้งคู่) ซึ่งเดินเกมรุกได้ดุดันน่ากลัวดีจริงๆหลังจากที่ถูกออกนำไปก่อน



ยูไนเต็ดเจ้าบ้านเริ่มมีปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ การจัดตัวที่ให้ริโอ-อีแวนส์ยืนคู่กันไม่ใช่ปัญหาครับ การที่ราฟาเอลและเอวร่ายืนฟูลแบ๊ก ก็ไม่ใช่จุดที่เป็นปัญหาเช่นกัน แต่จุดที่ผมมองว่าเป็นปัญหาของเกมนี้ นั่นก็คือผู้เล่นริมเส้นสองฝั่งของเราครับ ที่เป็นโรนัลโด้และนานี่นั่นแหละ อย่างที่ทราบกันดีว่าสองคนนี้ไม่ใช่สไตล์ที่มีนิสัยจะลงมาร่วมเล่นเกมรับ ประกอบกับราฟาเอลและเอวร่า เป็นแบ๊กประเภทเดินหน้าอย่างเดียว ถอยเป็นล้ม (ถ้าไม่ใช่จังหวะที่ตั้งรับอยู่) จุดนี้เองที่บิ๊กแซมจี้เข้าไปจนเห็นผลครับ เมื่อให้วางบอลยาวออกปีกไปยังกั๊มพส์ และดิยุฟ รับบอลเล่นในจังหวะสวนกลับ ซึ่งทำเอาราฟาเอลถอยหัวทิ่มไปหลายครั้ง และเอวร่าก็ลงไปไม่ทันบ่อยๆ อีแวนส์กับริโอเองต้องถ่างออกไปสุดข้างสนามเพื่อรองบอลหลายต่อหลายครั้ง ยังดีที่เกมนี้กั๊มพส์ไม่เด่น ออกจะหายไปนานด้วยซ้ำ และดีที่เบนท์ลี่ย์ไม่อยู่คอยช่วยวางบอลแม่นๆให้โรเก้ ไม่งั้นงานหนักกว่านี้จมกระเบื้องเลยครับ

แบล๊คเบิร์นมาได้ประตูตีเสมอเมื่อผ่านไปครึ่งชั่วโมง บอลจากการวางยาวสวนนั้นถูกยูไนเต็ดชิงโหม่งสกัดได้ตรงกลางสนาม ลูกทะลักขวางสนามมาทางซ้าย สโคลส์กำลังจะไปเอาบอล ซึ่งไหลไปเข้าทางของนานี่ที่วิ่งย้อนลงมา สโคลส์จึงปล่อย แต่นานี่กลับรอให้บอลไหลเข้ามาหาตัวซะงั้น สุดท้ายกลายเป็นออยเยอร์ที่สอดเข้ามาเอาบอลไปได้และจิ้มไปเข้าทางซานตา ครูซที่ค้ำอยู่ข้างหน้าชนิดที่กองหลังเราตามไม่ทันเนื่องจากไม่คิดว่าจังหวะนี้จะเสียบอลไปนั่นเอง ซานตาครูซวิ่งควบบอลเข้ามาในกรอบ เบียดริโอเข้าไลน์ตัวเองได้ดีมากๆ จนริโอต้องทิ้งตัวลงเมื่อเข้ามาจะปะทะกับคุสแซ็คที่ออกมาปิดมุม ทำให้ โรเก้ ดึงจังหวะหลบได้และยิงเข้าประตูไปง่ายๆเป็นประตูตีเสมอได้ในที่สุด




หลังจากตีเสมอได้ แบล๊คเบิร์นก็กลับมาเล่นเกมของตัวเองอีกครั้ง นั่นคือเพรสซิ่งเร็วในแดนตัวเอง ลดเกมรุกลง และรอวางยาวสวนกลับออกทางริมเส้น ซึ่งตอนนี้กุหลาบพบแล้วว่ายูไนเต็ดมักจะลงไม่ทัน ส่วนเจ้าบ้านยูไนเต็ดนั้นก็พยายามโหมเกมขึ้นมาและพยายามสร้างจังหวะรุกให้เข้าที่อีกครั้ง โรนัลโด้ในเกมนี้พอได้จังหวะมาเล่นทางขวาก็ทำหน้าที่ได้ดีขึ้นเยอะ สามารถเล่นชิ่งกับคาร์ริคกับราฟาเอลสวยๆได้หลายจังหวะ แต่ก็นั่นแหละครับ จุดที่ต้องพะวงที่สุดก็คือจังหวะสวนกลับของแบล๊คเบิร์นนั่นแหละ ราฟาเอลที่ยังจูนกับแนวรุกไม่ค่อยติดเท่าไหร่ จึงออกบอลเสียเปรียบบ่อยๆและลงมารับไม่ทัน ส่วนทางเอวร่านั้น ขึ้นแล้วมักได้จบครับ จึงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าราฟาเอล และในช่วงก่อนหมดเวลานั้น ยูไนเต็ดน่าได้ประตูที่สองอย่างทีสุด เมื่อนานี่เปิดลูกคอร์เนอร์เข้ามาและอีแวนส์โหม่งเสียบตาข่ายได้ แต่ผู้ตัดสินกลับมองว่ามีการฟาล์วเกิดขึ้น จึงปฏิเสธประตูนั้น ซึ่งผมเองดูจากภาพช้าก็ไม่ทราบว่าเป็นการฟาล์วที่ตรงไหน ที่ใคร จะได้ดูภาพช้าได้ถูกจุด และสุดท้ายผมก็ยังไม่ทราบอยู่ดีว่าใครฟาล์วใคร รบกวนผู้มีข้อมูลช่วยอธิบายเพิ่มด้วยนะครับ

พอล่วงเข้าครึ่งหลัง เกมของแบล๊คเบิร์นดุดันมากขึ้น หลังจากค้นพบว่าการป้องกันริมเส้นของเจ้าบ้านมีปัญหา พอจี้เข้าไปมากๆ เซ็นเตอร์ต้องถ่างออกมาปิดบ่อยๆ กลางก็โหว่ ครึ่งหลังป๋าจึงเน้นให้โด้และนานี่ลงมาช่วยมากขึ้น ซึ่งก็พอจะลดความวูบวาบของแบล๊คเบิร์นลงได้บ้าง แต่ปัญหาจริงๆมันอยู่ที่การที่เซ็นเตอร์ต้องรับภาระหนักมากกว่าครับ นัดนี้เกมสวนกลับของกุหลาบเพลิงวางบอลข้ามกองกลางเราหมด ทำให้กลางช่วยสกรีนบอลได้น้อย บอลทะลักถึงหลังเร็ว และซานตา ครูซคือเป้าหลัก ริโอต้องถ่างมารองด้านราฟาเอลบ่อยๆ อีแวนส์จึงต้องเบียดกับซานตา ครูซตลอด และสุดท้ายก็เจ็บข้อเท้า ต้องถูกเปลี่ยนออกไปในที่สุด โดยท่านเซอร์ส่งวิดิชลงมาแทนในนาทีที่ 64 พร้อมๆกับส่งเตเวซลงมาแทนนานี่ เพื่อเก็บบอลในแดนหน้าให้มากขึ้น



แต่ก่อนจะมีการเปลี่ยนตัวดังกล่าวแค่พักใหญ่ๆ ยูไนเต็ดมาได้ประตูออกนำจากฟรีคิกทางซ้ายของกรอบ จากมุมที่แคบพอสมควรแต่โรนัลโด้เลือกซัดด้วยอีขวา ส่งลูกข้ามกำแพงติดไซด์หนีมือโรบินสันเสียบหน้าต่างเสาสองอย่างสุดสวย ส่งให้เจ้าบ้านออกนำได้อีกครั้งในนาทีที่ 61 ทำให้แบล๊คเบิร์นต้องกลับมาเล่นบทดุดันอีกครั้งจนได้ และจากจังหวะที่พีเดอร์เซ่นได้บอลสวนกลับบ้างทางริมเส้น กั๊มพส์หลุดเข้าไปในกรอบได้โดยที่ราฟาเอลพยายามใช้มือเหนี่ยวหัวไหล่ไว้ กั๊มพส์ล้มลงท่ามกลางความคิดผม ไอ๊หยา...โดนแน่ๆ แต่ผู้ตัดสินกลับปฏิเสธจังหวะดังกล่าว ซึ่งดูจากภาพช้า มือของราฟาเอลนี่จับโดนไหล่กั๊มพส์แน่ๆครับ ส่วนที่ว่าออกแรงเหนี่ยวแค่ไหน อันนั้นต้องไปถามเจ้าตัวหรือกั๊มพส์เอาเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรเสีย ดูจากภาพช้านี่ถ้ากรรมการจะให้ ผมก็ไม่แปลกใจหรอกครับ แต่เมื่อไม่ได้เป็นจุดโทษ ก็ต้องถือว่าดวงดีสุดๆแหละจากจังหวะนี้

ซึ่งหลังจากนั้น เกมของยูไนเต็ดก็ออกจะเน้นประคองมากขึ้น ไม่พยายามโหมเกมจนเกินไป ครองบอลและดึงจังหวะไว้ จะบุกก็เมื่อมีโอกาสเท่านั้น ทำให้เกมเริ่มเนือยลงไป จนบิ๊กแซมต้องทยอยเปลี่ยนตัว เริ่มจากตูกาย เคริโมกลูลงมาแทน เดวิด ดันน์ เบนนี่ แม็คคาร์ธี่ย์ลงมาแทน เกรลล่าเพื่อเติมเกมรุก แต่นาทีนั้น ยูไนเต็ดปิดเกมแล้วครับ เป็นการปิดเกมที่เร็วมากๆ โดยยูไนเต็ดพยายามเล่นกับเวลา และยืนกันต่ำลง เกมรุกเน้นไปที่จังหวะสวนกลับมากขึ้น ปล่อยให้แบล๊คเบิร์นได้เล่นบ้าง แต่ไม่ให้ทะลุเข้ามาในพื้นที่อันตรายได้ง่ายๆ ช่วงท้ายเกมมีการเปลี่ยนตัวอีก โดยเจ้าบ้านส่งกิ๊กส์ลงมาแทนสโคลส์ และบิ๊กแซมส่งคีธ เทรซี่ลงมาแทน ดิยุฟ แต่รูปเกมไม่มีอะไรเปลี่ยนมากนัก และจบเกมลงไปด้วยสามแต้มเป็นของเจ้าบ้านในที่สุด สำหรับเกมนี้ นอกจากสโคลส์ที่ต้องรับบทหนักมากๆแล้ว โรนัลโด้ก็เด่นพอตัว ส่วนราฟาเอล หากไม่ดูว่าเติมแล้วลงไม่ค่อยทัน ผมว่านัดนี้เขาเติมเกมรุกได้สะเด่ามากเลยนะครับ และโชคดี ที่ริโอยังคงป้องกันช่วยทีมได้ดีมากๆ นอกจากลูกเสียประตูอันออกจะหนักหนาไปสักหน่อย



จากเกมนี้ หลายๆคนน่าจะคิดต่างจากผม เมื่อเราเป็นฝ่ายครอบครองเกมได้มากกว่า อันตรายกว่า ทำเกมรุกได้ดีกว่า และน่าจะจบสกอร์ได้มากกว่านี้ แต่ผมกลับมองในแง่ตรงข้ามครับ (เฉพาะจากเกมนี้นะ) ว่าเราปล่อยให้ภาระมาตกที่กองหลังมากเกินไป จนอีแวนส์ต้องเจ็บ จนคุสแซ็คต้องเตะทิ้งเตะขว้างหลายต่อหลายจังหวะ และไม่ใช่ว่าแบล๊คเบิร์นทำอะไรเราไม่ได้ แบล๊คเบิร์นเกือบฝังเราได้ด้วยซ้ำ หากลูกยิงหลายๆลูกมีโชคติดกับบอลไปมากกว่านี้ ลูกที่ชนเสานั่นก็อาจทำให้เราน้ำตาตกได้เหมือนกันหากกุหลาบมีดวงมากกว่านี้ ผมมองว่านักเตะเราประมาทเกินไปเยอะครับ ลูกที่เสียประตูก็ประมาทเต็มๆ รอบอลจนโดนแย่งไปเป็นแอสซิสต์เช่นนี้

แต่หากมองในแง่ดี ก็ยังถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีกับสามแต้มที่ล้ำค่า ที่มาได้ถูกเวลาอย่างสุดๆ ในขณะที่คู่แข่งอย่างลิเวอร์พูลเก็บได้แค่แต้มเดียว นั่นทำให้เรานำเจ็ดแต้มเต็มๆแล้ว และถึงแม้อาจจะเหลือสี่แต้มสุดสัปดาห์นี้ก็ตาม แต่สัปดาห์หน้า หากเราเก็บสามแต้มจากเซนต์ เจมส์ ปาร์คได้อีก ก็จะทำให้เกมแดงเดือดที่รอคิวอยู่ถัดไป เป็นความกดดันของฝั่งผู้มาเยือนเต็มๆล่ะครับ ว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากบุกมาคว้าชัยชนะเท่านั้น หากว่าอยากจะลุ้นแชมป์ต่อไป



มองดูอนาคตอันใกล้กันบ้าง จากการที่แผงหลังจะชวดลงสนามทั้งห้าคนในเกมกับอินเตอร์ ไล่มาคือวิดิช-อีแวนส์-แกรี่-บราวน์-โอเช ทำให้วงเซ็นเตอร์เราขาดขาทันที และจะต้องใช้ราฟาเอลยืนแบ๊กขวาแน่นอนหนึ่งคนแล้วโดยไม่มีสแตนด์บาย ทางซ้ายมีเอวร่ายืนได้ กับฟาบิโอรอสแตนด์บาย ในขณะที่ริโอต้องยืนคนหนึ่ง และลุ้นว่าอีแวนส์จะหายทันไหม ซึ่งณ วันนี้ ป๋าบอกว่า อาจต้องใช้เชสเตอร์มายืนก็เป็นได้ (ตามข้อมูลจากเว็บสโมสร เชสเตอร์เพิ่งถูกส่งไปให้ปีเตอร์โบโร่ของลูกรักป๋ายืมตัว ต้องเช็คอีกทีครับ ว่าอาจมีการเรียกตัวคืนกลับมากลางคันก็ได้) หากเชสเตอร์ต้องถูกส่งลงมาจริง นั่นจะยิ่งหนักครับ นอกจากจะต้องลุ้นว่าเชสเตอร์จะดวลกับกองหน้าอินเตอร์ไหวไหม ยังแสดงว่าคนอื่นๆ(อีแวนส์-บราวน์-โอเช) ไม่พร้อมจะลงแม้แต่สำรองด้วย และหากมีใครเจ็บระหว่างเกมสักคนนี่งานเข้าเลยนะ เอาเป็นว่า จากวิกฤติพิการแผงหลังแบบนี้ ผมว่าป๋าน่าจะลองจัดผู้เล่นเน้นประคองตัวเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการจัดทีมเพื่อเน้นคว้าชัยชนะกลับมา อันอาจทำให้เสี่ยงมากขึ้นโดยไม่จำเป็น


การจะช่วยเหลือแผงกองหลังให้ได้ดีที่สุดนั้น แน่นอนว่ากองกลางต้องช่วยเล่นเกมรับมากขึ้น ยิ่งการจะเอาเชสเตอร์ที่แม้แต่เกมลีกยังไม่เคยลงให้ยูไนเต็ดสักนัดมาเป็นตัวจริง กลางยิ่งต้องเล่นรับมากขึ้นอีก ผมจึงอยากให้ทีมออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ
รูนี่ย์
โรนัลโด้(นานี่) เบอร์บาตอฟ(กิ๊กส์) ปาร์ค(เต)
คาร์ริค สโคลส์(เฟล็ทช์)
เอวร่า (ฟาบิโอ) เชสเตอร์ ริโอ ราฟาเอล
น้าซาร์

การปล่อยให้มีกองกลางรับผิดชอบเกมรับสองคน ผมว่าจะช่วยแผงหลังได้มากทีเดียว ยิ่งเกมยุโรปแบบนี้สโคลส์กับกิ๊กส์ น่าจะเล่นได้ไม่ลำบากนัก โดยเกมรับริมเส้น ยังอาจให้ปาร์คถอยมาช่วยราฟาเอล และหากโรนัลโด้ไม่ถนัดจะช่วย ก็อาจดันโด้ไปยืนหน้าเป้า ถอยเอาหมูรูนมายืนฝั่งซ้ายเพื่อกรองเกมริมเส้นช่วยเอวร่าก็ได้เหมือนกัน การจัดทีมลักษณะนี้ เราจะเหลือทีเด็ดเกมรุกอีกพอสมควรอยู่ข้างสนาม ไม่ว่า กิ๊กส์, เตเวซ หรือนานี่ ที่พอจะช่วยพลิกเกมในแดนหน้าได้ทั้งหมด ส่วนตรงกลางยังเหลือเฟล็ทช์และกิ๊บสัน แผงหลังก็ใส่เท่าที่เหลือนั่นแหละ

ปล. นี่ผมไม่ได้วิพากษ์ก่อนเกมนะ แค่คุยเรื่องจะจัดการแผงหลังอย่างไรในช่วงวิกฤติครับ



แล้วมาลุ้นกันเหมือนเคยนะครับ
คืนพรุ่งนี้พบกันผ่านจอทีวี

สงบใจ



Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2552 10:28:22 น. 0 comments
Counter : 240 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.