Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
5 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
20080805 วิพากษ์ Man UNITED vs Olympic Lyon

And the REDS go marching on...


สวัสดีครับ วันนี้ ก็กลายเป็นวันที่ชาวอังกฤษ และแฟนบอลอังกฤษอย่างเราๆ สมหวังกันไปแล้วครึ่งหนึ่ง เหลืออีกครึ่ง ต้องรอพรุ่งนี้ และสัปดาห์หน้า ให้ได้มานั่งลุ้นกันต่อไป กับอีกสองตัวแทนจากเกาะอังกฤษนะครับ

เกมกับลียงเมื่อคืนนี้ ผมเองอุตส่าห์กล้าๆทำนายการจัดตัวของท่านเซอร์ ว่าอาจจะใช้หน้าเป้าตัวเดียว แล้วส่งทีมชีตในรูปแบบ 4-1-4-1 มีฮาร์กรีฟส์เก็บกวาดหลังบ้านหน้าแผงหลังให้คนหนึ่ง แต่กลับกลายเป็นว่า ท่านเซอร์กลับส่งนักเตะในรูปแบบ 4-4-1-1 แบบเต็มตัว ถึงแม้ในจอทีวีจะบอกว่า 4-3-3 ก็เถอะ แต่ผมไม่เห็นด้วยครับ หุหุหุ เพราะการยืนตำแหน่งในการเล่นมัน 4-4-1-1 ชัดๆนี่หว่า ไม่เชื่อเรามาดูกันนะครับ


รูนี่ย์
อันแดร์สัน
นานี่ คาร์ริค เฟล็ทเชอร์ โรนัลโด้
เอวร่า วิดิช ริโอ บราวน์
ซาร์

ที่เห็นว่าเป็น 4-1-4-1 ก็เพราะ ผมเห็นตำแหน่งการยืนและการเล่นบอลของอันแดร์สันเมื่อคืนนี้ ไม่ใช่กองกลางเลยแฮะ แต่เป็นหน้าต่ำ หรือกลางรุกเต็มตัวมากกว่าครับ อันแดร์สันลงมาเล่นกลางสนาม นับครั้งได้ ยิ่งในครึ่งแรกยิ่งแทบไม่เห็นด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่ ก็มักจะป้วนเปี้ยนอยู่หน้ากรอบ และสอดเข้าไปในกรอบ หรือถ่างมารับบอลริมเส้นซะมากกว่า

ส่วนลียง ผู้มาเยือนนั้น มาในระบบ 4-3-3 ตามถนัด ได้คริสมายืนเซ็นเตอร์แทนบูมซง คู่กับสคิลลาชี่ แบ๊คสองข้างเป็นกรอสโซ่ และ แกร๊ก ตัวรุกข้างหน้าครบชุด มีเบนเซม่าตรงกลาง เบน อาร์กฟา ทางซ้าย และโกวูทางขวา กลางสนาม มีจูนินโญ่ เจ้าพ่อฟรีคิก, และคัลสตอร์ม ทำเกม ให้ตูลาลอง ห้อยอยู่หน้าแผงหลัง มีกูเป้ต์ ยืนเฝ้าเสา

รูปเกมในครึ่งแรกหลังจากเขี่ยบอล ก็เป็นอย่างที่ผมคาดการณ์ล่วงหน้าไว้ไม่ผิด นั่นคือ ลียงยังไม่ผลีผลามทำเกมรุกแต่อย่างใด เหมือนในเกมแรกที่เจอกันมาสองสัปดาห์ที่แล้วครับ คือลียงพยายามเล่นรัดกุม และเหมือนๆจะปล่อยให้ยูไนเต็ดครองบอลด้วยซ้ำ โดยที่ไม่ค่อยไล่ ไม่ค่อยเพรสซิ่งสูงเท่าไหร่ แต่จะมาเน้นแพ็คหน้ากรอบและในกรอบ รวมทั้งคุมนักเตะของยูไนเต็ดในแดนหน้าแทน รูปเกมแบบนี้ ท่านเซอร์เองก็คงคาดการณ์ไว้ก่อนเช่นกัน หลังจากที่เจอลียงล่อให้ครองบอลมาก่อนในนัดที่แล้ว ท่านเซอร์จึงเน้นมิดฟิลด์สองคนตรงกลางเป็นพิเศษ แถมมีการดร็อปฮาร์กรีฟส์ กับสโคลส์ไว้ข้างสนามด้วยซ้ำ น่าจะเอาไว้บดกับปอร์ทสมัธใน เอฟ เอ คัพ วันเสาร์นี้

เกมที่ลียงมาเล่นแบบรัดกุมนี้ ไม่ใช่เพราะประมาท แต่เพราะลียงนั้น ต้องการแค่ประตูเดียว ก็จะเข้ารอบนะครับ ทำให้ไม่ต้องโหม ไม่ต้องเร่งเกม รอแค่จังหวะเหมาะๆแล้วยิงเท่านั้น เพราะขืนมาเน้นบุกเข้าใส่ ก็มีแววจะโดนเกมสวนกลับของยูไนเต็ด ยิงคืนเอาง่ายๆด้วยซ้ำ ลียงจึงมาเน้นแน่นอน รัดกุม หวังไม่เสียประตูไว้ก่อน และลุ้นให้ยูไนเต็ดบุกคืบขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อใช้จังหวะสวนกลับจากแนวรุกทั้งสามเข้าทำประตู

รูปเกมที่ออกมาในครึ่งแรก จึงเป็นการครองบอลของยูไนเต็ดเจ้าถิ่น ซึ่งดูแล้วเหมือนมีความเขี้ยวในเกมมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนไปอีกขั้นหนึ่ง นั่นก็คือ ถึงแม้จะครองบอลได้เกือบเบ็ดเสร็จ แต่ก็ไม่ลืมตัวหนุนเกมรุกจนเกินไป ไม่ลอยสูงเกินไปนัก แถมมิดฟิลด์อย่างคาร์ริค กับเฟล็ทเชอร์ ก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างดี นั่นคือ ผลัดกันขึ้นเวลาจำเป็น ไม่เติมทั้งสองคน ทำให้ยังคงมีมิดฟิลด์เหลือไว้สกรีนเกมสวนกลับของลียงอยู่เสมอ เกมสวนกลับของลียงจึงต้องออกมาทางปีก ที่มักจะเป็นฟากของเอวร่า ซึ่งเติมเกมรุกมากหน่อยครับ นั่นทำให้เอวร่าเสียใบเหลืองทันที ตั้งแต่นาทีแรกๆของเกม เมื่อต้องเข้าไปหยุดเบนเซม่า ด้วยการเสียบ

ยูไนเต็ดวันนี้ น่าจะถูกกำชับมาเป็นพิเศษ ให้ระมัดระวัง และเน้นในจังหวะครองบอล ไม่เสียบอลง่ายๆ และให้ละเอียดในทุกๆจังหวะ เราจะสังเกตว่า หลายครั้ง ที่หลุดเข้าไปจบสกอร์ แต่กลายเป็นคิดมากแทบทุกครั้ง ทำให้จบสกอร์ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่นัก อันนี้ผมสังเกตของผมเองนะครับ มันดูเหมือนว่าก่อนจะยิงเนี่ย จะต้องมีอะไรกิ๊กๆกั๊กๆ ครึ่งค่อนจังหวะตลอด บางทีน่าจะยิง ก็ดันจ่ายซะงั้น ดูแล้วคล้ายๆเกร็งกันมากเกินไปในจังหวะจบสกอร์ แต่สุดท้ายเราก็มาได้ประตูที่ต้องการในที่สุด จากลูกขลุกขลิกหน้าประตู ที่บราวน์เปิดเข้ามาถูกสกัดออกมาหน้ากรอบ อันแดร์สันยิงเรียดสวนกลับไปติดกองหลังลียง ทะลักมาเข้าทางโรนัลโด้ ที่ดึงมาเข้าซ้ายและตวัดเข้าไปได้สำเร็จ ในนาทีที่ 41 เป็นประตูที่ทำให้ครึ่งหลังเล่นง่ายขึ้นเยอะครับ

เข้าสู่ครึ่งหลัง ลียงต้องเปลี่ยนแผนแล้ว เพราะประตูเดียวก็จะทำได้แค่ต่อเวลา หากจะเอาชนะเด็ดขาด ลียงต้องยิงสอง และลูกแรกต้องมาก่อน ลียงจึงเปลี่ยนมาเล่นเกมรุกแบบเต็มตัวมากขึ้น กองหน้าและกองกลางหนุนเกมสูงขึ้นโดยตลอด และกดดันยูไนเต็ดได้เกือบตลอดสี่สิบห้านาที ซึ่งทำเอาแฟนพันธุ์แท้อย่างผม โอนไป เอนมา ตลอดเลย เกมในครึ่งหลัง เป็นลียง ที่ครองเกมได้มากกว่า และเดินเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ้าถิ่นยูไนเต็ด ก็เปลี่ยนมาเล่นรับแล้วรอสวนแบบเต็มตัวเช่นกัน

ครึ่งหลังนี้เอง ที่เราเห็นอันแดร์สันลงมารับบทบาทกองกลางมากขึ้น คอยสกรีนกองกลางของลียง ตัดบอลและเปิดเกมรุก ซึ่งส่วนใหญ่จะพาไปเองมากกว่า แต่เหมือนไม่ใช่วันของอันแดร์สัน ที่ทำอะไรไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ในเกมนี้ ทำให้ดูไม่เด่นเท่าเกมอื่นๆที่ออกแนวห้องเครื่องและลากตะลุยมากกว่านี้ ส่วนแผงกองหลังของเราวันนี้ ก็ยืนตำแหน่งกันได้ค่อนข้างดี มีหลุดบ้างประปราย แต่ยังไม่ถือว่าอันตรายเท่าไหร่นัก มีก็เพียงลูกที่คาร์ริคเปิดไม่ดูตาม้าเรือ ไปเข้าทางเบน อาร์กฟา ที่ลากมายิง แต่เหินข้ามคานไปเยอะ

ลียงหลังจากบุกได้มากขึ้น แต่ไม่มีจังหวะจบสกอร์ที่หวังผลได้มากนัก ก็เปลี่ยนตัวในนาทีที่ 68 โดยการส่งเกอิต้า ลงมาแทนโกวู ที่นัดนี้คายพิษสงแทบไม่ออก ซึ่งท่านเซอร์เองก็แก้ลำสวนทันที ด้วยการส่งเตเวซลงมาค้ำในแดนหน้าแทนอันแดร์สัน ที่วันนี้ไม่ค่อยเด่นเท่าไหร่ ทั้งนี้ เพื่อให้เตเวซ และรูนี่ย์ ปั่นป่วนแนวรับผู้มาเยือนในจังหวะโต้กลับให้ได้ลุ้นมากขึ้น ซึ่ง แต่ละจังหวะสวนกลับ ก็มีเสียวจริงๆ แต่ไปตายตอนจบซะหมด จังหวะควรยิงก็จ่าย จังหวะควรเปิด ก็ฝืนยิง ทำให้พวกเรายังคงต้องมานั่งหวาดเสียวกับสกอร์แค่ลูกเดียวกันต่อไป

ลียงถึงแม้จะเปิดเกมบุกได้น้ำได้เนื้อก็จริง แต่ก็ถูกบีบให้จบด้วยการยิงไกลตลอด ไม่ค่อยได้ต่อบอลเข้ามาในกรอบเลย นอกจากนั้น การยิงไกล ก็เป็นการถูกบีบให้ยิงเร็วอีก ด้วยการเข้าไล่จากแถวสองอย่างเฟล็ทเชอร์ หรือคาร์ริคตลอด ทำให้ลูกยิงไม่ค่อยได้ลุ้นมากสักเท่าไหร่นัก มีเพียงช่วงท้ายที่เกอิต้าสอดเข้ามายิงบริเวณกรอบโทษด้านขวา ที่ลูกพุ่งผ่านมือน้าซาร์ไปแล้ว แต่ติดโคนเสา เด้งมาเข้าทางยูไนเต็ดเคลียร์ออกไปได้

ในช่วงสิบนาทีสุดท้าย ลียงส่งกองหน้าอีกตัว คือเฟร็ด ลงมาแทนกองกลางอย่างคิม คัลสตอร์ม เพื่อกดดันแนวรับยูไนเต็ดมากขึ้น แต่ก็ยังคงทำอะไรไม่ได้มากนัก ท่านเซอร์ยังเผาเวลาต่อ ด้วยการส่งฮาร์กรีฟส์ลงมาแทนโรนัลโด้ในนาทีที่ 90 และสุดท้ายก็จบเกมด้วยประตูโทนของโรนัลโด้ ซึ่งเป็นลูกที่ 30 ในซีซั่นนี้ของเขาไปแล้วด้วย ส่งผลให้ยูไนเต็ดเข้ารอบต่อไปด้วยประตูรวม 2:1 รอจับสลากพบคู่แข่งในรอบแปดทีมสุดท้ายในสัปดาห์หน้า


หลังจากจบเกม ผมก็เปลี่ยนมาลุ้นคู่อาร์เซนอลต่อทันที ถึงแม้จะเชียร์เอ ซี มิลานมาตั้งแต่ยุคสามทหารเสือ และเชียร์ต่อเนื่องมาตลอด แต่ผีกาก้าปีที่แล้วยังตามหลอกหลอนผมมาจนทุกวันนี้ เมื่อคืนนี้ จึงต้องมานั่งเชียร์อาร์เซนอล ดับซ่ากาก้าซักนัด ซึ่งตอนที่เปิดมานั้น อาร์เซนอลยิงนำไปก่อนแล้วหนึ่งลูกจากเชส ทำให้ผมรู้ผลค่อนข้างแน่แล้ว ว่ามิลานตกรอบชัวร์ เพราะเวลาตอนนั้นก็เหลือแค่สองนาทีแล้วด้วย มิลานต้องยิงสองประตู จึงจะได้เข้ารอบ ซึ่งดูแล้วเป็นไปไม่ได้เลย ยิ่งมาได้อีกประตูในช่วงทดเวลา ยิ่งสะใจผมยิ่งนัก ที่ทีมจากอังกฤษ สามารถบุกมายัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับโคตะระทีมอย่างมิลานถึงในบ้าน ด้วยสกอร์สองเม็ด โดยที่มิลานยิงคืนไม่ได้แม้แต่ลูกเดียวจากสองนัดที่เจอกัน ถือเป็นการแก้แค้นเล็กๆในสายตาผมจากปีที่แล้วครับ ใครจะว่ายืมมือปืนขย่มมิลานผมก็ยอมครับ แต่หลังจากนัดนี้ผ่านไป ผมก็จะกลับมาเชียร์มิลานเหมือนเดิมแล้วนะ แต่อย่ามาเจอกันอีกล่ะครับ

กลับมาว่ากันต่อถึงเกมของยูไนเต็ด เกมแพลนแบบนี้ ถือได้ว่าแปลกมาก สำหรับยูไนเต็ด เพราะโดยทั่วไป ตำแหน่งหน้าต่ำที่อันแดร์สันยืนเมื่อคืนนี้ จะเป็นของกองหน้าอีกตัว อย่างเตเวซ หรือปีกอย่างกิ๊กซ์ซะมากกว่า แต่เมื่อคืน กิ๊กซ์มีข่าวว่ายังเจ็บขาอยู่ จึงไม่ได้ลงและไม่ติดแม้แต่สำรอง ทำให้รูปแบบการเล่นออกมาแบบนี้ ซึ่งผลการแข่งขันออกมาอย่างนี้ ทำให้กลายเป็นท่านเซอร์คิดไม่ผิดครับ ที่วางตัวมาแบบแปลกๆ แต่ก็สามารถทำผลงานได้ดี และเก็บชัยชนะที่ต้องการได้สำเร็จ

แต่ที่อยากให้มองลึกลงไปกว่านั้น ก็คือ การที่เฟล็ทเชอร์สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีมากๆ และทำตามหน้าที่ได้อย่างมีวินัยจริงๆ เท่าที่ได้ติดตามมา ผมมองว่า นี่เป็นปีที่ดีที่สุดของเขาทีเดียว ถึงแม้จะได้ลงสนามน้อยกว่าทุกๆปี หากแต่ละนัดที่ได้ลง เขากลับทำผลงานได้ดีกว่าปีก่อนๆมาก มีความคล่องตัวมากขึ้น แข็งแกร่งมากขึ้น และที่สำคัญ เซนส์การอ่านเกมดีขึ้นมาก หลายจังหวะ ที่เขาสามารถเข้าไปดักทางจ่ายบอลของคู่แข่งได้ โดยที่ไม่ต้องวิ่งตะบึงไปเรื่อยๆเหมือนที่ผ่านมา อีกทั้งการครองบอล และเปิดบอล ยังทำได้เนียนมากขึ้นเยอะ ทั้งหมดนี้ ผมถือว่าเฟล็ทเชอร์ได้พัฒนา และยกระดับตัวเองขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งแล้วครับ แล้วก็กลายเป็นเหมือนการได้ซื้อนักเตะใหม่เข้ามาอีกคนเลยทีเดียว

ส่วนทางด้านลียง ก็ต้องบอกว่า พวกเขาทำได้เต็มที่แล้วครับ เพียงแต่ว่า ลูกพลิกแพลง หรือการพลิกเกม และการแก้เกม ยังคงน้อยไปหน่อย ไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในเกมอย่างที่ต้องการได้ ยิ่งการที่เบนเซม่า และเบน อาร์กฟา ถูกล็อกสนิท ไม่สามารถเข้าไปวาดลวดลายหน้ากรอบได้เลย แถมจังหวะจบยังถูกบีบให้ยิงไกลอย่างเดียวด้วย นั่นยิ่งทำให้อาวุธหนักของลียงถูกจำกัดการใช้งานไปทันที และทำให้ลียงมีพิษสงน้อยลงอีกต่างหาก

อีกจุดหนึ่งที่ดูเหมือนท่นเซอร์เน้นมากเป็นพิเศษในเกมนี้ ก็คือ การให้ปีกทั้งสองข้าง ลงมาช่วยเกมรับ ในกรณีที่ลียงโหมเกมบุกขึ้นมา ซึ่งกรณีที่ว่านี้ ก็คือในครึ่งหลังครับ พอลียงโหมเกมบุกขึ้นมาตลอด เราจะเห็นว่า บราวน์ ไม่เติมเกมอีกเลย โรนัลโด้ และนานี่ ลงมาประคองเกมริมเส้นช่วยฟูลแบ๊คบ่อยๆ และแผงมิดฟิลด์ก็ไม่หนุนเกมสูง คอยวิ่งไล่ตัดบอลจากลียงอยู่ตลอดเวลา ค้ำรูนี่ย์กับเตเวซไว้ข้างหน้า คอยขู่ไม่ให้ลียงเติมมากนัก อันจะกดดันเรามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรูนี่ย์กับเตเวซก็วิ่งสวนไลน์ครึ่งสนามทำเกมโต้กลับได้สวยๆสองช็อต แต่ไม่สามารถจบด้วยการเป็นประตูได้ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับการทำให้ลียงต้องห่วงหน้าพะวงหลัง และทำให้เกมรุกของลียง ยังกั๊กๆอยู่บ้าง จากการที่แบ๊คไม่กล้าเติมสุดครับ

อีกจุดก็คือ การที่เน้นไม่ให้ลูกทีมเสียฟาล์วในระยะทำการของจูนินโญ่ จะเห็นว่า หลายๆครั้ง เราต้องเข้าหนักตั้งแต่กลางๆสนาม นั่นก็เพราะต้องรีบตัดการเคลื่อนที่ของบอลฝั่งลียงก่อนบอลจะเข้าสู่พื้นที่อันตรายครับ และส่วนใหญ่ ฟรีคิกที่เสียให้ลียง จะอยู่ค่อนไปทางริมเส้นซะมากกว่า เราจะเสียฟรีคิกในระยะทำการหวังผลของจูนินโญ่น้อยมาก นั่นก็ยิ่งเป็นการตัดอาวุธเด็ดของลียงออกไปอีกอย่างหนึ่งด้วย

ฝั่งเจ้าถิ่น ที่ผมอยากยกให้ว่าเล่นได้เด่นในสายตาผมก็คือ เฟล็ทเชอร์, โรนัลโด้ และนานี่ โรนัลโด้ดูเหมือนว่าจะเลื้อยไม่ออกก็จริง แต่ดูดีๆจะเห็นว่า มีลียงสองถึงสามตัว ตามโรนัลโด้อยู่ตลอด นั่นทำให้ป๋ายังคงเสี่ยงทิ้งโรนัลโด้ไว้ในสนาม ทั้งๆที่หลายครั้ง เหมือนว่าโรนัลโด้จะเจ็บแล้ว แต่การที่มีโด้ในสนาม นั่นก็ทำให้ลียงเสียผู้เล่นอย่างน้อยสองคนตลอดเวลา เพื่อตามโรนัลโด้ และทำให้คนอื่นมีพื้นที่เล่นมากขึ้น นานี่ก็เล่นนัดนี้ได้ดีครับ เริ่มดีวันดีคืนขึ้นเรื่อยๆ เฟล็ทเชอร์ก็เช่นกัน เล่นแบบนี้ ค่าตัวปีนี้ขึ้นอีกเพียบเลย รูนี่ย์, อันแดร์สัน, คาร์ริค ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนแผงหลังวันนี้ วิดิชเด่นมากครับ เอวร่าก็เติมเกมสวยๆได้บ่อยมาก บราวน์มีลูกบล็อกจังหวะสุดท้ายหลายครั้งเช่นกัน

ส่วนฝั่งลียง คริสที่กลับมายืนในวันนี้ ยืนตำแหน่งได้ดีมากๆครับ บล็อกจังหวะจ่ายสุดท้ายได้หลายครั้ง แต่ลูกที่เสียประตู ไม่ทราบว่าเป็นความผิดใครนะ ผมดูไม่ทันจริงๆ ตูลาลองก็ตัดบอลสวนกลับของยูไนเต็ดได้หลายลูก ที่สำคัญที่สุดก็คือ เบนเซม่าครับ หากลียงไม่มีเบนเซม่า ผมเชื่อว่า ยูไนเต็ดจะเล่นได้สบายตัวกว่านี้เยอะ นี่บอลมาถึงเบนเซม่าทีไร พี่แกไถไปกับกองหลังได้แทบตลอด แข็งแกร่งมากจริงๆ แถมเร็วอีกต่างหาก หากเราวางแผนมาเช็คลำหน้าแล้วพลาดนี่ผมว่าถึงตายเลยนะ แกเร็วดีจริงๆครับ ส่วนที่ดับไปก็คงจูนินโญ่ กับโกวู จูนินโญ่นี่ไม่ทราบนัดแนะอะไรกับโรนัลโด้ไว้ก่อนรึเปล่านะ นัดก่อน ยิงได้ดีมากๆทั้งคู่ แต่นัดนี้ กลับยิงไม่เอาอ่าวทั้งคู่

เกมต่อไป ก็คงเป็นการลงสนามในศึก เอฟ เอ คัพ กับ ปอร์ทสมัธ ซึ่งดูแล้ว สโคลส์กับฮาร์กรีฟส์ อาจได้ลงเป็นตัวจริงครับหลังจากถูกพักมาเต็มๆ เมื่อคืนฮาร์กรีฟส์ได้ลงเล่นสองนาที อีกคนที่ไม่น่าพลาดหากหายเจ็บเล็กๆน้อยๆแล้วก็คือ กิ๊กซ์ ที่รอจ่อทำลายสถิติลงสนามมากที่สุดอยู่ครับ สำหรับเกมเอฟ เอ คัพ ไม่ว่าอย่างไรก็ถือว่าหนักครับ เพราะเป็นเกมเดียวน็อกเอาท์แบบนี้ ปอมปีย์มาใส่เต็มเหนี่ยวไม่มียั้งแน่ๆ ลุ้นชนะเข้ารอบอย่างเดียวคงไม่พอครับ ต้องลุ้นให้ไม่เจ็บด้วย ทางที่ดี ยิงให้ขาดไปก่อน แล้วเปลี่ยนเอาตัวหลักออกมาพักน่าจะดีที่สุด ถ้าทำได้นะครับ อย่าลืมว่า เบนจานี่ไปแล้วนะจ๊ะ เดโฟ ก็ติดคัพไท สองตัวที่ผมกลัวที่สุด ไม่อยู่ในเกม ก็ถือว่าเบาตัวไปได้เยอะแล้ว ที่เหลือก็คือ อย่าประมาทครับ อย่าประมาท


สงบใจ...



Create Date : 05 มีนาคม 2551
Last Update : 5 มีนาคม 2551 9:29:54 น. 1 comments
Counter : 331 Pageviews.

 
ไม่ได้ดูอีกแล้ว กะว่าจะมาดูท้ายๆ เกม แต่ตื่นไม่ทัน
ขอบคุณที่บรรยายให้ฟังแบบเห็นภาพเลย


โดย: Fansmith IP: 58.137.141.11 วันที่: 5 มีนาคม 2551 เวลา:13:24:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.