Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
12 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
20071112 วิพากษ์ Man UTD VS Blackburn

สวัสดีเช้าวันจันทร์ครับ ทุกๆท่าน พบกันอีกครั้งก่อนจะห่างกันไปสักพักเพื่อหลีกทางให้ทีมชาติกันนะครับ สำหรับเกมเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของอาคันตุกะกุหลาบไฟ โดยผู้นำทีมกุหลาบไฟมาเยือนในนัดนี้ ก็คือ อดีตศิษย์รักของเซอร์อเล็กซ์ มาร์ค ฮิวจส์ นั่นเอง ซึ่งฮิวจส์ ถือเป็นศิษย์รุ่นแรกของเขาที่พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จเสียด้วย และตอนนี้ก็ผันตัวเองเป็นโค้ชที่ทำผลงานได้ดีมากคนหนึ่ง

เราก็ได้เห็นกันนะครับ ว่าอาถรรพ์ยอดเยี่ยมประจำเดือนยังคงความเข้มขลังอยู่เช่นดิม เมื่อ ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนอย่างรูนี่ย์ สะดุดที่ขึงเน็ตที่ใช้ซ้อม ทำให้ข้อเท้าช้ำ ต้องพักไปเดือนหนึ่ง ในขณะที่ฮิวจส์ ดีกรี ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนเช่นกัน ก็ไม่พ้น พาลูกทีมมาพบความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในการเป็นทีมเยือนด้วยอีกคน

เรามาดูรูปเกมการแข่งขันกันเลยดีกว่านะครับ


เกมนี้ หลังจากไร้เงาสุกรร่างอวบฟอร์มจัดอย่างรูนี่ย์ ก็มีคำถามเกิดขึ้นเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของทีม โดยเฉพาะในการทำประตู ซึ่งเมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมานั้น การขาดหายไปของรูนี่ย์ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการทำประตูของทีม เมื่อเตเวซไม่สามารถประสานงาน และปรับตัวเข้ากับทีมได้ดีพอที่จะปั่นป่วนคู่ต่อสู้ หรือจบสกอร์ แต่จากเกมในนัดนี้ อย่างน้อย ถึงแม้ความอันตรายในจังหวะเข้าทำจะลดน้อยลงไป แต่โดยรวมก็ยังถือว่าเป็นผลงานที่ดีของแนวรุกแมนยูไนเต็ด โดยเฉพาะกับโรนัลโด้ ที่เหมาซัดคนเดียวไปสองตุงเมื่อคืนนี้

เกมนี้ ผมถือเป็นเกมวัดความสามารถของฮิวจส์แบบเต็มตัวก็ว่าได้ เมื่อแนวทางการทำทีมของเขานั้น เรียกได้ว่า แทบจะก๊อปปี้แนวทางการทำทีมของเซอร์อเล็กซ์ในยุคคว้าแชมป์สมัยแรกๆมาเลยทีเดียว นั่นก็คือการทำทีมเกมรุกเต็มตัว โดยมีปีกสองข้างเป็นตัวลากเลื้อยทะลุทะลวง ทำเกมรุกเปิดป้อนให้กองหน้า ทีนี้ แล้วทำไมมาปีนี้ทีมของฮิวจส์ถึงก้าวหน้าขึ้นมาขนาดนี้ ผมมองว่า นั่นเป็นเพราะรูปแบบการเล่น และการวางระบบทีมเวิร์คที่ฮิวจส์วางให้กับทีม ลูกทีมเริ่มเข้าอกเข้าใจและสามารถเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น อีกทั้งเมื่อรวมกับที่ฮิวจส์ได้ผู้เล่นชั้นดีมาเสริมทีมเพิ่มเติม ที่ทำให้ส่วนผสมของทีมยิ่งลงตัวมากขึ้น นั่นเองที่ทำให้กุหลาบไฟวิ่งฉิวในขณะนี้ครับ

ลองมาดูกันหน่อยไหมครับ ว่าลูกทีมของฮิวจส์นั้น ได้อะไรมาจากแนวทางของอเล็กซ์ เฟอร์กูสันเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วกันบ้าง อันแรกเลย คือ การเล่น 4-4-2 โดยธรรมชาติ หลายทีมอาจเล่น 4-4-2 เหมือนๆกัน แต่ของฮิวจส์ จะเป็น 4-4-2 ในรูปแบบที่เน้นการทำเกมรุก และขึ้นเกมจากปีกแบบเต็มตัว จะเห็นว่าการมีกองกลางแนวฮาร์ดคอร์คุมเกมรับกลางสนามอย่างเดวิด ดันน์ หรือบางครั้งเอาโมโคเอน่ามาเล่น ก็คล้ายๆกับที่ ยูไนเต็ดมีอินซ์ การที่ฮิวจส์มีกั๊มพส์ กับเบนท์ลี่ย์ทางกราบ ก็คล้ายๆกับการมีกิ๊กส์กับเบ๊คแฮม อีกทั้งกองหน้าอย่างซานตา ครูซ และแม็คคาร์ธี่ย์ ก็ยิ่งเป็นอาวุธหนักสำหรับทีมได้เป็นอย่างดี คล้ายๆยอร์คและโคล ส่วนกองหลังที่เล่นลูกกลางอากาศได้สุดยอดอย่างแซมบ้า ก็เหมือนพัลลิสเตอร์ แต่มีดีกว่าตรงลูกยิงไกล

อีกทั้ง การเล่นกับทีมใหญ่ ฮิวจส์ก็วางแผนการเล่นหนัก และเข้าบอลเร็ว เข้าบอลหนัก บีบพื้นที่ และเพรสซิ่ง เช่นเดียวกับที่แมนยูไนเต็ดทำ เวลาเจอทีมใหญ่ๆเปี๊ยบ และเมื่อรวมกับการมีแบร๊ด ฟรีเดล ยืนเฝ้าเสานั้น ทำให้ผมนึกถึงชไมเคิลขึ้นมาทันที เพราะฟรีเดลนั้น ขึ้นชื่อลือชานักในเวลาองค์ลง เพราะแกจะเซฟอุตลุตไม่แพ้ชไมเคิลเลย ก็ต้องภาวนากันตลอดล่ะครับ ว่าการเจอฟรีเดล อย่าได้มาเจอกันในวันที่องค์มาลงเขาเลยครับ เพราะยิงยังไงก็จะยิงไม่เข้านั่นเองครับ

และนั่นก็คือ การแข่งนัดนี้ เป็นการทดสอบว่า ทีมของฮิวจส์ ที่มีส่วนผสมลงตัวที่สุดตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีม จะลงเล่นกับอาจารย์ใหญ่ อเล็กซ์ที่เป็นเหมือนต้นแบบให้ฮิวจส์วางรากฐานทีมกุหลาบไฟในปัจจุบัน ส่วนผลการแข่งขัน หรือผลของการทดสอบฮิวจส์นั้น เรามาดูกันเลยครับ

แมนยูไนเต็ด โดยเซอร์อเล็กซ์ นั้น น่าจะทราบดีเช่นกันว่า ฮิวจส์ จะพาลูกทีมกุหลาบเพลิงมาเล่นไม้ไหน อาจเป็นเพราะการที่อยู่ด้วยกันมานานปีดีดัก และได้เห็นฮิวจส์ทำทีมกุหลาบไฟมาหลายต่อหลายนัดแล้ว มาเกมนี้ เมื่อเห็นว่าขุมกำลังของฮิวจส์นั้น ไม่ธรรมดาจริงๆ ตัวรุกจัดจ้านและคล่อง กองหน้าได้ลูกแข็งแกร่งและหนักหน่วงอีกทั้งใช้โอกาสไม่เปลือง ทำให้ เซอร์อเล็กซ์พาลูกทีมมาเน้นวัดกันในการคุมแดนกลางโดยให้ ฮาร์กรีฟส์ กับอันแดร์สัน ยืนค่อนข้างต่ำ คอยปิดการเติมเกมบุกของกองกลางกุหลาบเพลิง และเน้นให้สกัดกั้นเกมรุกตั้งแต่สามสี่สิบหลาหน้ากรอบโทษ และให้คู่เซ็นเตอร์อย่างวิดิช และริโอ คอยตามล้างตามเช็ด ตามประกบคู่กองหน้าแบล็คเบิร์นทุกฝีก้าว

เมื่อฮิวจส์มาเล่นหนักตามสไตล์ และบีบพื้นที่ เข้าไล่เร็ว เข้าจู่โจมเร็ว ในช่วงแรกๆ ยูไนเต็ดที่ไม่ค่อยเจอการเล่นแบบนี้บ่อยนัก จึงเสียหลักไปไม่น้อย กว่าจะตั้งหลักได้จริงๆจังๆก็ผ่านไปสิบกว่านาทีเข้าไปโน่น และก็ต้องถือว่าโชคดีไม่น้อยที่ แบล็คเบิร์นไม่สามารถฉวยโอกาสจากจังหวะฉาบฉวยช่วงต้นเกม ทำประตูออกนำไปได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะการที่แม็คคาร์ธี่ย์ และครูซ ถูกล็อคปิดตายอยู่ตลอดทั้งเกมนั่นเองครับ

หลังจากที่เจ้าบ้านตั้งหลักได้ เกมของกุหลาบเพลิงก็หายไปเฉยๆ กลายเป็นแมนยูไนเต็ดที่ได้โอกาสรุกเข้าใส่อยู่ตลอด โดยที่กุหลาบเพลิงคอยหาจังหวะสวนเป็นระยะๆ นัดนี้ แผนที่ฮิวจส์วางมานั้น ดีแทบทุกอย่าง ยกเว้นจุดเดียว นั่นก็คือ การให้ปีกสองข้างยืนต่ำเกินไป เพื่อคอยระวังการเปิดเกมบุกทางริมเส้นของเจ้าบ้าน และช่วยซ้อนกับแบ็คทั้งสองข้าง หวังตัดตอนเกมทางกราบของเจ้าบ้านให้สนิท ซึ่งตรงนี้ ถือว่าเป็นแผนการที่ทำมาได้ดีครับ แต่มันก็มีข้อเสียที่ใหญ่หลวงเป็นดาบสองคมนั่นก็คือ ทำให้เกมรุกทางกราบของกุหลาบเพลิงหายไปเฉยๆ เช่นกันครับ และสำหรับทีมที่ขึ้นเกมรุกทางกราบเป็นหลัก อย่างแบล็คเบิร์น ข้อเสียนี้ ถึงกับส่งผลให้ครูซ กับแม็คคาร์ธี่ย์ค่อนข้างโดดเดี่ยวมากเกินไป จนทำอะไรไม่ถนัดเลย

แม็คคาร์ธี่ย์นั้น ยังพอมีส่วนร่วมมากหน่อย เพราะธรรมชาติของเขาเป็นกองหน้าที่ทำเกมเองได้ หรือจะบอกว่าเป็นหน้าต่ำก็ไม่ผิด ทำให้เขาลงมาล้วงบอลเอง พาบอลไปเองบ่อยครั้ง แต่นั่น ยิ่งกลับทำให้ครูซต้องโดดเดี่ยวมากขึ้นไปอีก และในที่สุด ฮิวจส์ก็ต้องถอดครูซออก และเอาดาร์บี้เชียร์ ขวัญใจอีกคนของผมลงไปเล่นแทน เพื่อหวังใช้ความเร็วและลูกคล่องของดาร์บี้เชียร์เจาะแนวรับยูไนเต็ด แต่อย่างว่าครับ บอลมันใกล้จบแล้ว และการที่กั๊มพส์ กับเบนท์ลีย์ไปเน้นช่วยเกมรับทางกราบมากกว่าเติมเกมบุก กว่าจะมารุกก็สิบกว่านาทีสุดท้ายแล้ว ทำให้กองหลังเจ้าบ้าน ถูกกดดันน้อยไปหน่อย และไม่นานพอ ที่จะทำให้ยวบจนถึงขั้นเสียประตู ถึงแม้ว่าปลายๆเกม น้าซาร์ต้องงัดไม้ตายซูเปอร์เซฟมาโชว์กันเป็นพัลวันก็เถอะ

เกมของยูเต็ดนัดนี้ จะเห็นว่าบราวน์กับเอวร่า ได้โอกาสเติมเกมขึ้นทางปีกบ่อยครั้ง นั่นก็เพราะฮิวจส์เลือกที่จะตัดเกมรุกทางกราบของตัวเอง มาใช้ในการปิดเกมรุกทางกราบของเจ้าถิ่นซะมากกว่า ทำให้บราวน์ กับเอวร่ามีพื้นที่ค่อนข้างมาก และได้เติมบ่อยๆ ในขณะที่ไม่ค่อยถูกกดดันจากการขึ้นเกมทางกราบของผู้มาเยือนบ่อยนัก ส่วนทางด้านแบล็คเบิร์นเองนั้น มีปัญหาหนักหน่อยทางฟูลแบ๊คด้านขวา เพราะกิ๊กส์ กลับมาโชว์ฟอร์มได้เด่นอีกนัด เมื่อได้ยืนเป็นปีกซ้ายตำแหน่งถนัด และเล่นร่วมกับเอวร่า ที่นับวัน จะเป็นปีกมากกว่าแบ๊คไปแล้ว เกมรุกทางซ้ายของยูไนเต็ด โดยกิ๊กส์กับเอวร่านั้น พากองหลังผู้มาเยือนล้มลุกคลุกคลานเป็นว่าเล่น เอวร่าที่มีลูกเล่นมากขึ้นจากการสอนของโรนัลโด้ (รึเปล่า) เมื่อบวกกับความคล่อง และเซนส์ในการเติมเกมของเขา ทำให้เกมทางด้านซ้ายอันตรายจริงๆครับ ต่างจากด้านขวา ที่บราวน์เองเติมไปหลงตำแหน่ง ทับตำแหน่งกับโด้บ่อยๆ หากบราวน์สามารถปรับตัวและพัฒนาให้อยู่ในระดับเดียวกับเอวร่าได้ เกมรุกเราจะน่ากลัวยิ่งกว่านี้อีกมาก

เมื่อปีกสองข้างของแบล็คเบิร์น เลือกมาปิดเกมเจ้าบ้าน มากกว่าจะมาเปิดเกมขย่มคู่ต่อสู้ตามถนัด การที่ฮาร์กรีฟส์ และอันแดร์สัน ลงมาทำหน้าที่ตัวตัดเกมอย่างเต็มตัว และทำผลงานได้ดีทั้งคู่ ทำให้แบล็คเบิร์น ขึ้นเกมจากกราบก็ไม่ได้ ขึ้นจากกลางก็ไม่ถึงหน้า ส่งผลให้คู่กองหน้าไม่ได้บอลเท่าไหร่ และยิ่งทำให้ หลังของเจ้าถิ่นไม่เจอปัญหาหนักอกเท่าไหร่ โดยเฉพาะในช่วงเจ็ดสิบกว่านาทีแรกของเกม และทำให้ดูเป็นเกมที่ไม่ลำบากเท่าไหร่ของเจ้าถิ่น ยิ่งผู้ตัดสินออกอาการมืออ่อน แจกเหลืองแจกแดงง่ายเกินไปจริงๆ ทำให้แบล็คเบิร์นยิ่งลำบากมากขึ้น การถูกยิงสองประตูในสองนาที ทำให้เกมพลิกไปเป็นหนังคนละม้วนในพริบตาเดียว และทำให้การแก้เกมของฮิวจส์ ลำบากมากขึ้นอีกหลายเท่า

ครึ่งหลัง เมื่อฮิวจส์สั่งลูกทีมลงมาเน้นการเล่นเพื่อเจาะ แต่ไม่ผลีผลาม ค่อยๆหาช่องทำเข้าไป เพื่อปิดโอกาสการโดนสวนเร็วแบบลูกที่สองนั้น ยิ่งทำให้เกมของยูไนเต็ด เล่นง่ายขึ้น อันนี้จะโทษฮิวจส์ก็ไม่ได้ เพราะหากโหมเกมบุกเข้าใส่ไม่ดูตาม้าตาเรือแล้ว คงไม่แคล้วเจอกิ๊กส์ โรนัลโด้ และเตเวซวิ่งสวนไปยิงตูมๆ แบบเดิม ทำให้กลายเป็นแบล็คเบิร์นเล่นแบบเกร็งๆซะงั้นครับ จะบุกก็กลัวโดนสวน จะรับก็โดนนำอยู่สองประตู ยิ่งดันน์โดนไล่ออกในต้นครึ่งหลังไปอีก ยิ่งทำให้เกมขาดอย่างช่วยไม่ได้ และยูไนเต็ดเอง ก็ไม่เน้นบุกเข้าใส่ด้วย เพราะดูเหมือนพอใจกับสกอร์สองศูนย์และรูปเกมที่เป็นแล้ว อีกทั้งคงไม่อยากเสี่ยงให้เกิดบาดเจ็บเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

และก็เป็นฮิวจส์เอง ที่ต้องแก้เกมอีกครั้ง โดยการเอาดาร์บี้เชียร์ลงมาแทนครูซ และให้กั๊มพส์ กับเบนท์ลี่ย์ เปิดเกมทางกราบตามถนัดในช่วงปลายๆ นั่นแหละแบล็คเบิร์นจึงกลับมาบุกได้น้ำได้เนื้ออีกครั้ง และเล่นเอายูไนเต็ดปั่นป่วนไปเหมือนกัน ยิ่งการที่ต้องการพักซาฮา ตัวเก็บบอลในแดนหน้า ไม่ให้เสี่ยงเจ็บเพิ่ม โดยเอานานี่ลงมาแทน อีกทั้งถอดฮาร์กรีฟส์ออก เอาคาร์ริคลงมาแทนเพื่อเน้นโฮลด์บอล และดึงเกมช้าลงอีก ยิ่งทำให้แบล็คเบิร์นโหมกระหน่ำมากขึ้น แต่ก็ไม่ทันแล้ว เมื่อมาเริ่มเอาประมาณสิบนาทีก่อนหมดเวลา

นัดนี้ ผมว่าหากฮิวจส์กล้าๆแลกตั้งแต่ต้นโดยใช้จุดเด่นของตัวเอง คือการทำเกมทางปีก โดยเฉพาะทางกั๊มพส์ ที่เจอกับบราวน์ ผมว่าเกมน่าจะออกสูสีกว่านี้ได้ ครับ ส่วนด้านเบนท์ลี่ย์นั้น ไม่ต้องเน้นการเติมเกมมากนัก แต่ด้วยการวางบอลที่แม่นยำของเขา ทำให้เขาสามารถเล่นเกมวางบอลให้แม็คคาร์ธี่ย์หรือครูซก็ได้ แต่กับการเลือกเอาปีกมาช่วยซ้อนแบ๊คในการตั้งรับ ทำให้เกมของแบล็คเบิร์นหมดพิษสงไปเลยครับ และกว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว เมื่อโดนโรนัลโด้ซัดไปสองลูกในสองนาที เกมจึงเหมือนขาดไปเลยโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

เกมนี้ จะว่าไป ทั้งสองฝ่ายต่างเล่นได้ตามมาตรฐานของตน จะมีดันน์ที่ออกจะโชคร้ายหน่อย กับการโดนไล่ออก เพราะเหลืองที่สองนั้น ช่วยไม่ได้จริงๆ หากจะผิด ก็น่าจะเป็นเหลืองแรกมากกว่าครับ ที่ดูจะได้มาง่ายเกินไป และฮิวจส์เองก็คงไม่ผิดนักที่จะออกมาโวยวายผู้ตัดสินที่ไล่ดันน์ออกจากสนาม สำหรับคนอื่นๆของกุหลาบไฟนั้น ก็ดูจะมี ฟรีเดล ที่โชว์หนึบได้ทั้งเกม ยกเว้นสองลูกที่เสียไป ถือว่าเกินปัญญาจริงๆที่จะรับ ลูกแรกเป็นตัวประกบโรนัลโด้ ที่เหม่อไม่ขึ้นเทคเบียดไว้ ทำให้ได้โหม่งแบบเต็มๆหัวเลยทีเดียว ส่วนลูกที่สองก็เป็นการขึ้นบุกแบบลอยทั้งแผงจริงๆ เมื่อโดนสวน ก็ไม่สามารถวิ่งไล่กองหน้าแมนยูได้ทันสักคน ถือว่าสองประตูนั้น ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ

นอกจากฟรีเดลแล้ว ผมอยากให้เครดิตแซมบ้าอย่างมากในนัดนี้ แซมบ้าเริ่มเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในแนวรับแบล็คเบิร์นไปแล้ว แถมยังเป็นทีเด็ดในการยิงไกล และลูกโหม่งที่ทำได้ดีมากๆอีกต่างหาก หากจะให้เทียบกัน ผมอยากให้นึกถึง จอห์น เทอร์รี่ หรือโคโล่ ตูเร่ นั่นเลยครับ แซมบ้ามีศักยภาพในการก้าวไปถึงตรงนั้นแน่นอน ขอเพียงฝึกปรือความมั่นใจ และความคล่องตัวอีกหน่อย รับรองสุดยอดแน่ๆครับ คนนี้

ด้านเจ้าถิ่น ผมอยากให้มองวิดิช กับริโอ ที่วันนี้ มาเล่นคุมคนได้อย่างไม่มีที่ติจริงๆ ในเมื่อรู้ว่า ทั้งครูซ และแม็คคาร์ธี่ย์นั้น ปล่อยให้ว่างไม่ได้ ก็เลือกแผนประกบคนมาใช้ เพราะความเร็วของศูนย์หน้าทั้งคู่ ไม่ถึงกับจัดมากนัก ทำการประกบคนเกิดผลดีกว่าการคุมโซนอย่างเห็นได้ชัด และริโอกับวิดิชก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ

หากเราไม่มองสองลูกของโด้น้อย ก็ถือว่านัดนี้ โด้เล่นได้ตามมาตรฐานของเขา ยังมีลูกฝืน ลูกยาก ตามสไตล์เดิมๆ แต่ที่เด่นขึ้นมาจริงๆก็เอวร่า และกิ๊กส์ ที่โชว์ฟอร์มคู่กันทางซ้ายได้แจ่มจริงๆ และฮาร์กรีฟส์กับอันแดร์สัน ทั้งคาร์ริคอีกคน ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ได้พัฒนาการอ่านเกม และการเล่นในสไตล์มิดฟิลด์ตัวรับได้ดีขึ้นอีกระดับหนึ่งแล้ว และจุดนี้เอง ที่ผมอยากให้แฟนๆผีแดงทุกท่านจับตามองให้ดีครับ ผมว่าศักยภาพของคาร์ริคที่แฝงอยู่นั้น มีมากกว่าที่หลายๆคนคาดคิดไว้ เขาสามารถเรียนรู้จากสโคลส์ในการโฮลด์บอล กำกับเกม และเปิดเกมรุกได้ดี เขาเริ่มเรียนรู้การอ่านเกมรับ และเข้าสกัดแย่งบอลในฐานะมิดฟิลด์ตัวรับจากฮาร์กรีฟส์ได้เร็วมาก ผมอยากให้สังเกตคาร์ริคต่อไปครับ หากเขายังไม่หยุดการเรียนรู้และพัฒนาไว้แค่ตรงนี้ หากเขายังคงพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกเรื่อยๆทั้งด้านการรุกและรับ อีกทั้งจอมคิลเลอร์พาสอย่างอันแดร์สัน ผมว่าเราจะมีจอมทัพเป็นตัวเป็นตนกับเขาจริงๆจังๆก็คราวนี้แหละครับ


พบกันใหม่ หลังเบรกทีมชาตินะครับ




Create Date : 12 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2550 10:38:54 น. 2 comments
Counter : 228 Pageviews.

 
emo


โดย: i am tabo วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:24:34 น.  

 
เข้ามาแอบดู


โดย: ศลน. IP: 125.24.98.32 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:34:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.